แนวคิดการพลิกบทนางร้ายให้กลายเป็นไทเฮานั้นได้รับแรงบันดาลใจจากหลายแหล่ง แต่หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือ 'The Villainess Reverses the Hourglass' ซึ่งเป็นเว็บนิยายเกาหลีที่สร้างกระแสอย่างมาก
เรื่องนี้เล่าถึงชีวิตของอาเรีย ผู้ถูกตราหน้าเป็นนางร้ายจนต้องจบชีวิตอย่างน่าสงสาร แต่แล้วเธอก็ได้ย้อนเวลากลับไปเพื่อแก้ไขชะตาชีวิต ใช้ความฉลาดและความมุ่งมั่นสร้างตำแหน่งไทเฮาขึ้นมาเอง แนวทางการพลิกโฉมตัวละครแบบนี้สะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาในการทลายกรอบเดิมๆ ของการเล่าเรื่อง
อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคือ '重生之將門毒後' (The Rebirth of the Malicious Empress of Military Lineage) จากจีน ที่แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนบทบาทจากนางร้ายสู่ผู้มีอำนาจสามารถทำได้ผ่านการวางแผนอันแยบยล มากกว่าการรอคอยความเมตตา จากประสบการณ์การอ่านของผม งานแนวนี้มักเล่นกับประเด็นความยุติธรรมทางสังคมและการทวงคืนอำนาจ ซึ่งตรงใจผู้อ่านยุคใหม่ที่ชื่นชอบตัวละครหญิงแกร่ง
ชัดเจนเลยว่าชื่อ 'เนด' ที่คนส่วนใหญ่รู้จัก มาจากตัวละคร Eddard 'Ned' Stark ในนิยายเรื่อง 'A Game of Thrones' ของจอร์จ อาร์.อาร์. มาร์ติน ฉันมักจะนึกถึงภาพของลอร์ดแห่งวินเทอร์เฟลล์ที่ยึดมั่นในคำสาบานและความซื่อสัตย์จนเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของเรื่องราว การเรียกสั้นว่า 'เนด' เป็นการลดรูปจากชื่อเต็ม Eddard ที่ให้ความรู้สึกทั้งคุ้นเคยและหนักแน่นในเวลาเดียวกัน
การตั้งชื่อนี้กลายเป็นที่รู้จักกว้างขวางเพราะบทบาทของเขาในเล่มแรกและฉากสำคัญที่สั่นสะเทือนคนอ่านทั่วโลก ตัวละครนี้ไม่ใช่แค่ฮีโร่แบบตรงๆ แต่เป็นความขัดแย้งระหว่างความยุติธรรมส่วนตัวและอำนาจทางการ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับตัวละครแนวดาร์กแฟนตาซีอื่นๆ อย่างเช่นตัวละครบางคนใน 'The Lord of the Rings' จะเห็นเลยว่าการสร้างตัวตนผ่านชื่อเล่นแบบนี้ช่วยให้ผู้อ่านเชื่อมโยงอารมณ์ได้ง่ายขึ้น
โดยสรุปในมุมมองของฉัน ชื่อ 'เนด' สำคัญทั้งด้านความหมายและความทรงจำ เพราะมันเชื่อมกับตัวละครที่แม้จะมีจุดอ่อนแต่ก็ยืนหยัดด้วยหลักการ ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่ชื่อสั้นๆ นี้ยังคงติดตรึงอยู่ในใจแฟนหนังสือหลายคน