แค่ได้ยินข่าวว่า George A. Romero กำลังมีโปรเจกต์ใหม่ชื่อ 'Twilight of the Dead' ก็รู้สึกว่าปี 2024 จะเป็นปีทองของแฟนพันธุ์แท้ซอมบี้แล้ว หนังเรื่องนี้ถูกบอกเล่าว่าจะเป็นภาคสุดท้ายของซีรีส์คลาสสิกที่เริ่มต้นตั้งแต่ 'Night of the Living Dead' ซึ่งคาดว่าจะเป็นการปิดตำนานอย่างสมเกียรติ ในขณะเดียวกัน 'Army of the Dead: Lost Vegas' อนิเมชันที่ต่อยอดจากโลกของ Snyder ก็ดูน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะนำเสนอแนวคิดที่ว่าแม้แต่ในเมืองสวรรค์อย่างลาสเวกัสก็ไม่อาจหนีหายนะครั้งนี้ไปได้
ปีนี้มีหนังซอมบี้ที่น่าสนใจหลายเรื่องเลยนะ จุดเด่นของ 'Kingdom: Ashin of the North' ที่ต่อยอดจากซีรีส์ดังของเน็ตฟลิกซ์คือการผสมผสานระหว่างอริยธรรมโบราณกับเชื้อไวรัสลึกลับ ทำให้โลกใบนี้มีทั้งความลุ่มลึกทางประวัติศาสตร์และความตื่นเต้นแบบสุดขั้ว
อีกเรื่องที่คาดการณ์ว่าจะฮือฮาคือ 'The Last of Us' ซีซัน 2 ซึ่งแม้จะยังไม่มีการยืนยันวันฉายชัดเจน แต่จากกระแสตอบรับซีซันแรกที่แรงมาก ทำให้แฟนๆ ต่างรอคอยการกลับมาของโจเอลกับเอลลี่ในโลกที่เต็มไปด้วยผู้ติดเชื้อรูปแบบใหม่ที่น่ากลัวยิ่งขึ้น หนังซอมบี้ยุคนี้ไม่ใช่แค่ความหวาดกลัวธรรมดา แต่สะท้อนปัญหาสังคมได้อย่างแยบยล
ปี 2023 มีหนังผจญภัยภาษาอังกฤษน่าสนใจหลายเรื่องที่ทำให้ผมตื่นเต้นตั้งแต่ดูตัวอย่าง 'Indiana Jones and the Dial of Destiny' เป็นการกลับมาของฮีโร่ในวัยเกษียณที่ยังเต็มไปด้วยพลัง แฮร์ริสัน ฟอร์ดเล่นบทอินเดียน่า โจนส์ได้สมบูรณ์แบบอีกครั้ง
อีกเรื่องที่ติดตามคือ 'Dungeons & Dragons: Honor Among Thieves' ที่นำเกมสุดคลาสสิกมาแปลงเป็นหนังได้อย่างมีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยมุกตลกและฉากแอ็กชันสไตล์แฟนตาซี ผมชอบบรรยากาศที่ดูเป็นกันเองมากกว่าจะเป็นหนังใหญ่จัดจ้านเกินไป
มีหนังซอมบี้ที่ดัดแปลงจากการ์ตูนที่น่าสนใจมากเลยนะ 'Highschool of the Dead' เป็นหนึ่งในเรื่องที่หลายคนน่าจะรู้จักดี เนื้อเรื่องพูดถึงกลุ่มนักเรียนที่ต้องต่อสู้กับวิกฤตซอมบี้ในโรงเรียน มันผสมผสานทั้งความตื่นเต้น สยองขวัญ และฟันฝ่าได้อย่างลงตัว
อีกเรื่องที่อยากแนะนำคือ 'Zom 100: Bucket List of the Dead' ที่เพิ่งออกมาไม่นาน เรื่องนี้ให้มุมมองที่สดใสกับโลกหลังซอมบี้โดยเน้นที่การตามหาความสุขในชีวิต แทนที่จะโฟกัสแค่ความสยองขวัญ มันแตกต่างจากงานแนวนี้ทั่วไปและให้ความรู้สึกสดชื่นมาก