อีกเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ 'Moulin Rouge!' ซึ่งแม้จะใช้เพลงร่วมสมัยผสมกับสไตล์มิวสิคัล แต่ 'Come What May' กลายเป็นแคนอนของความรักที่ยอมเสียสละ พอเพลงถูกใช้ในช่วงเวลาที่ตัวละครเลือกจะรักกันแม้จะเป็นความรักต้องห้าม มันทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าความเศร้าและความงดงามถูกทักทอรวมกันอย่างลงตัว นอกจากนั้น 'The Phantom of the Opera' กับ 'All I Ask of You' ก็เล่นกับความขัดแย้งระหว่างตัณหาและความปรารถนาปกป้อง ซึ่งพลังของนักร้องโซปราโนและเทเนอร์ช่วยยกระดับอารมณ์จนกลายเป็นฉากจำ
เสียงเมโลดี้เรียบง่ายแต่ซึ้งลึกมักเป็นตัวตัดสินว่าหนังเพลงรักเศร้านั้นจะฮิตหรือไม่; ฉันชอบเพลงที่ไม่ได้เพียงบรรยายความเศร้า แต่ทำให้คนฟังรับรู้ตัวละครทันที ตัวอย่างที่โดดเด่นสำหรับฉันคือ 'A Star Is Born' ซึ่งเพลงอย่าง 'Shallow' ไม่เพียงโด่งดังเพราะพลังเสียง แต่เพราะมันสะท้อนการพังลงของตัวละครและความสัมพันธ์อย่างตรงไปตรงมา
อีกสองเรื่องที่ฉันให้ความสนใจคือ 'La La Land' ซึ่งเพลง 'City of Stars' ถ่ายทอดความใคร่ได้ของคนสองคนที่เต็มไปด้วยความฝันแต่ต้องแยกทาง และ 'Once' กับเพลง 'Falling Slowly' ที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย—ฉากที่ทั้งคู่เล่นเพลงด้วยกันทำให้ความสัมพันธ์กลายเป็นเรื่องเศร้าสวยงาม เพลงเหล่านี้มักถูกหยิบมาเล่นใหม่ในงานประกวดหรือคัฟเวอร์ ทำให้คนรุ่นใหม่เจอและรู้สึกต่อเนื่อง จบแล้วก็ยังคงฮัมทำนองนั้นในหัวต่ออีกหลายวัน