เสียงกีตาร์และพวงเมโลดี้ที่ค่อยๆ ผสานกับภาพดาวตกใน 'Kimi no Na wa' เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้เพลงเพื่อขับตัวพระนางให้ตราตรึงใจ ผู้ชมไม่ได้แค่เห็นการสบตาหรือยิ้มตอบ แต่รู้สึกถึงเวลาที่หยุดชะงักและความเป็นไปได้ที่เราอยากให้เกิดขึ้นจริง
สำหรับเรา '5 Centimeters per Second' ใช้เพลงปิดอย่าง 'One more time, One more chance' ของ Masayoshi Yamazaki ได้อย่างเจ็บปวดและหวานปนขม เสียงร้องและเมโลดี้แสนเรียบง่ายจะตามหลอกหลอนหลังจากฉากลาจากบนสถานีรถไฟ ฉากนั้นไม่ได้มีคำบอกรักยาวๆ แต่บทเพลงทำหน้าที่เป็นตัวบอกเล่าอารมณ์ เหมือนเสียงในหัวที่ยังวนเวียนถึงคนที่จากไป
เราเห็นมากที่สุดใน 'shigatsu wa kimi no Uso' ที่ดนตรีคลาสสิกกลายเป็นภาษากลางระหว่างตัวละครสองคน เพลงไม่ได้แค่ประกอบฉาก แต่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนอารมณ์ที่พูดแทนคำพูดไม่ได้ เมื่อทั้งคู่เล่นร่วมกัน เสียงเครื่องดนตรีเผยความอ่อนแอ ความกลัว และการเปิดใจทีละน้อย
ชีวิตที่สองของนางร้ายเป็นแนวที่ฮิตมากในวงการมังงะเลยนะ แนว reincarnation อย่าง 'My Next Life as a Villainess: All Routes Lead to Doom!' หรือ 'The Most Heretical Last Boss Queen' ก็เป็นตัวอย่างที่เห็นชัดว่าคนชอบแนวนี้กันเยอะ
เรื่องพวกนี้มักจะเล่นกับมุมมองของตัวเอกที่ตื่นมาอยู่ในร่างนางร้าย แล้วต้องใช้ความรู้นั้นเพื่อเปลี่ยนชะตาชีวิตตัวเอง ซึ่งมันให้ทั้งความสนุกและความสะเทือนใจไปพร้อมกัน ผมชอบที่ผู้เขียนส่วนใหญ่ใส่รายละเอียดเกี่ยวกับโลกแฟนตาซีได้ลงตัว แถมยังมีมุขตลกแบบไม่คาดคิดให้ขำกันด้วย
ส่วนตัวรู้สึกว่าแนวนี้ยังมีที่ไปได้อีกไกล เพราะยังไงผู้คนก็ชอบเรื่องราวของการเริ่มต้นใหม่เสมอ