องค์ประกอบสำคัญคือฉากการประชุมคณะกรรมการนักเรียนซึ่งสะท้อนการเมืองในมุมเล็ก ๆ และฉากความลับในห้องสมุดเก่าที่เผยอดีตของราชวงศ์ ความละเอียดของบทสนทนาและการวางพล็อตทำให้เรื่องนี้คล้ายงานสากลอย่าง 'The School for Good and Evil' ในการตั้งคำถามว่าใครเป็นผู้กำหนดว่าใครควรเป็นเจ้าหญิง แต่พล็อตของ 'โรงเรียนเจ้าหญิง' เลือกจะโฟกัสเรื่องการเยียวยาและมิตรภาพมากกว่าแค่การแบ่งฝักฝ่าย
สรุปแล้วชอบที่งานนี้ไม่พยายามชูฉากต่อสู้ตลอดเวลา แต่เลือกให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์และการเลือกของตัวละคร ซึ่งทำให้มันอ่อนโยนและมีพื้นที่ให้ผู้อ่านหายใจ เหมือนงานเบาสมองบางเรื่องอย่าง 'Ouran High School Host Club' แต่โทนจริงจังกว่าเล็กน้อย