เซี่ยรั่วหลินแค่นเสียงเย็นชา“ฮึ! ข้าต้องนั่งข้างเจ้าเพื่อคอยกำกับดูแลเจ้า ถึงตอนนั้น หากเจ้าเจรจาได้ไม่ดี ก็ให้ข้าเจรจาแทน ข้าบอกเจ้าไว้เลยนะว่า ข้ามีแม่ทัพเถาฮวาคอยช่วยเหลือ ด้วยพลังอำนาจของแม่ทัพเถาฮวา บางทีอาจจะทำให้ชาวโม่เป่ยหวาดกลัวจนถอยรนกลับไปจริง ๆ ก็ได้!”เซี่ยรั่วหลินกล่าวพลางชี้ไปยังหลินชิงเยว่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลด้วยความภาคภูมิใจเมื่อเห็นเซี่ยรั่วหลินชี้มาที่ตน หลินชิงเยว่ก็รีบประสานมือคารวะและเมื่อมองเห็นหยางฝาน นางกลับทำหน้าดูแคลนหยางฝานลอบส่ายหน้าในใจไม่ใช่ว่าเขาดูถูกหลินชิงเยว่เพราะเรื่องถอนหมั้น เพียงแต่ความน่าเกรงขามของหลินชิงเยว่ที่มีต่อชาวโม่เป่ยนั้น เกรงว่าอาจจะไม่สูงอย่างที่เซี่ยรั่วหลินคาดหวังไว้ทว่าหยางฝานไม่ได้พูดเรื่องนี้ออกมาเมื่อเผชิญหน้ากับสายตาดูถูกเยาะเย้ยที่เหล่าขุนนางมองมาเป็นครั้งคราว หยางฝานก็ยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง เพียงลิ้มรสสุราในถ้วยอย่างใจเย็นไม่นานนัก ขันทีหวังก็เดินออกมา“ฝ่าบาทเสด็จ!”เมื่อได้ยินคำนี้ เหล่าขุนนางก็ลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียงกันจากนั้นก็เห็นเซี่ยหลงยวนในชุดฉลองพระองค์สีเหลืองทองลายมังกรเสด็จออกมา“ถวายบังคมฝ่าบาท ฝ
เมื่อเห็นความมั่นใจบนใบหน้าของหยางฝาน เซี่ยหลงยวนก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด จึงผงกศีรษะทันที“ดี ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะคอยดู!”...ประตูพระราชวังค่อย ๆ เปิดออกพร้อมกับเสียงระฆังที่ดังยาวนาน ขุนนางทั้งหลายก้าวเข้าไปข้างใน แล้วจึงทยอยกันนั่งลงตามลำดับวันนี้เป็นงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตโม่เป่ยเพื่อเจรจาสันติ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ขุนนางที่เข้าร่วมได้ในบรรดาผู้เข้าร่วมมีนักศึกษาและนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ของต้าเซี่ยหลายคน รวมถึงผู้ที่มีความสามารถด้านศิลปะและการประพันธ์ต้าเซี่ยเป็นดินแดนแห่งขนบธรรมเนียมและพิธีการที่ถ่ายทอดความรู้และเกียรติภูมิผ่านบทกวีและตำรา เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคณะทูตโม่เป่ย ก็ย่อมต้องแสดงความยิ่งใหญ่ให้เห็นอย่างเต็มที่“องค์หญิงใหญ่เสด็จ!”เหล่าขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ที่อยู่ในที่นั้นต่างก็ลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียงกัน พร้อมกับเสียงโห่ร้องของขันทีคนหนึ่ง “ถวายบังคับองค์หญิง!”ในขณะนั้น เซี่ยรั่วหลินยกชายกระโปรงวิ่งเข้ามา โดยไม่สนใจการถวายบังคมของเหล่าขุนนางเลยแม้แต่น้อย นางตรงดิ่งเข้าไปหาหยางฝานทันที“หยางฝาน เจ้าคนโง่! เจ้าคิดจะฆ่าข้าหรือไง!”เซี่ยรั่วหลิน
ไม่นานนัก ข่าวที่หยางฝานจะไม่ชดใช้แม้แต่ข้าวเม็ดเดียวหรือเงินหนึ่งตำลึงในการเจรจาสันติครั้งนี้ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวง ในชั่วพริบตา คำสรรเสริญนับไม่ถ้วนว่า เยียนอ๋องคือวีรบุรุษที่แท้จริง ก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสายแต่คนที่มีเจตนาแอบแฝงหลายคนกลับดูถูกคำพูดเหล่านี้อย่างที่สุดเพราะพวกเขารู้ดีว่า ตอนนี้หยางฝานถูกชาวบ้านเชิดชูขึ้นสูงเพียงใด เวลาตกลงมาก็จะเจ็บปวดเท่านั้นเมื่อยามสนธยาเริ่มมาเยือน เสียงกลองและเสียงระฆังก็ดังขึ้นทั่วพระราชวังเหล่าขุนนางจำนวนมากแต่งกายเต็มยศ เดินเข้าสู่พระราชวังด้วยสีหน้าเคร่งขรึมการเจรจาสันติระหว่างต้าเซี่ยกับโม่เป่ย หาใช่ครั้งแรกไม่ แต่ทุกครั้งที่เจรจาสันติกัน ก็จะลงเอยด้วยการที่ต้าเซี่ยต้องชดใช้เงินและเสบียงจำนวนมหาศาลทว่าต่อให้จะชดใช้เงินและเสบียงไปมากมายขนาดนี้ โม่เป่ยก็ยังคงก่อความวุ่นวายปีแล้วปีเล่าเงินและเสบียงเหล่านั้น ราวกับเพียงแค่ซื้อความสงบสุขให้ต้าเซี่ยได้ไม่กี่เดือนเท่านั้นในขณะที่ขุนนางกลุ่มหนึ่งเดินไปด้วยความคิดที่แตกต่างกันนั้นเอง ทันใดนั้น รถม้าคันหนึ่งก็แล่นผ่านพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว“ในเขตพระราชวัง ยังกล้าควบรถม้ารี
ในเวลานี้หยางฝานไม่ควรรู้สึกกดดันอย่างมากหรอกหรือ!“ท่านเยียนอ๋อง ไม่ทราบว่าการเจรจาสันติกับโม่เป่ยในครั้งนี้ ท่านเตรียมจะยอมรับเงื่อนไขใดบ้างขอรับ?” มีคนกล้าถามขึ้น“ตอนนี้รายละเอียดการเจรจาสันติยังคงเป็นความลับ แต่ดังที่ทุกท่านกล่าวไว้ ต้าเซี่ยของเราชนะโม่เป่ยแล้ว ย่อมไม่มีเหตุผลอันใดที่เราจะต้องจ่ายทั้งเงินทั้งเสบียง ดังนั้น ข้าสามารถให้คำมั่นกับทุกคนได้ว่า ในการเจรจาสันติครั้งนี้ ต้าเซี่ยของเราจะไม่ยอมชดใช้แม้แต่ข้าวเมล็ดเดียวหรือเงินหนึ่งตำลึงเด็ดขาด!”เมื่อหยางฝานกล่าวจบ บรรยากาศในที่นั้นก็เงียบสงัดไปชั่วขณะแม้ว่าชาวบ้านจะโกรธแค้น แต่พวกเขาก็รู้ดีว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ให้ผลประโยชน์ใด ๆ แก่ชาวโม่เป่ยเลยแต่พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่า หยางฝานจะกล้าให้คำมั่นกับพวกเขาว่าจะไม่ชดใช้แม้แต่ข้าวเมล็ดเดียวหรือเงินหนึ่งตำลึง!เยียนอ๋องมีความมั่นใจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?“เยียนอ๋องจงเจริญ!”ไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมาก่อน จากนั้นชาวบ้านก็พร้อมใจกันตะโกนเสียงดังกึกก้อง“เยียนอ๋องจงเจริญ!”“เยียนอ๋องจงเจริญ!”เมื่อมองหยางฝานที่จมหายไปในเสียงโห่ร้องแห่งความยินดี หลายคนในหมู่ฝูงชนต่างสบตากันแล
“เรื่องนี้เริ่มแพร่มาจากโรงสุราและหอคณิกาต่าง ๆ ทั่วเมือง ตอนที่พวกกระหม่อมพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ ข่าวสารก็ได้แพร่ไปทั่วเมืองหลวงแล้ว จึงไม่สามารถสืบหาได้เลยว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวลือพ่ะย่ะค่ะ!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซี่ยหลงยวนก็ขมวดคิ้ว“ดูเหมือนว่ามีคนต้องการให้เยียนอ๋องตายสินะ!”เซี่ยหลงยวนกำหมัดแน่นบัดนี้ข่าวลือในเมืองหลวงได้แพร่กระจายไปถึงขนาดนี้ หากผลการเจรจาสันติของหยางฝานไม่เป็นที่น่าพอใจ จะต้องนำมาซึ่งความไม่พอใจของปวงประชาอย่างรุนแรงแน่นอนเมื่อถึงตอนนั้น เกรงว่าแม้แต่ฮ่องเต้อย่างเขาเองก็อาจจะควบคุมไว้ไม่อยู่!“ตรวจสอบต่อไป แล้วก็ส่งให้หน่วยคงคาทมิฬอีกกลุ่มไปคุ้มครองความปลอดภัยของเยียนอ๋องด้วย!”เซี่ยหลงยวนโบกมือ“พ่ะย่ะค่ะ!”สายลับถอยออกไปเมื่อเขาจากไป เซี่ยหลงยวนถึงถอนหายใจ“เยียนอ๋องเอ๋ยเยียนอ๋อง ดูเหมือนว่าจะมีหลายคนที่ไม่ต้องการให้เจ้าขึ้นครองตำแหน่งนี้ ข้าก็ช่วยเจ้าได้เพียงเท่านี้แหละ หวังว่าเจ้าจะมีวิธีรับมือกับมันนะ!”..และในขณะเดียวกัน ในจวนเยียนอ๋อง“ท่านอ๋อง นี่เป็นแผนการของคนที่มีเจตนาจะยกย่องท่านเป็นพิเศษชัด ๆ ตอนนี้พวกเราอย่าออกไปตอบโต้อะไรเลยจะดีก
ทุกคนมองขวดที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อพวกเขาไม่ได้สนใจสิ่งที่บรรจุอยู่ในขวด แต่ขวดต่างหากที่ทำให้พวกเขาตาเป็นประกาย“ของสิ่งนี้แหละคือเหตุผลที่ข้าเรียกพวกเจ้ามารวมตัวกันในวันนี้!”หยางฝานกล่าว“ท่านประธานขอรับ ขวดนี้ต้องเป็นสมบัติล้ำค่าที่สวรรค์ประทานมาเป็นแน่ สมบัติล้ำค่าเช่นนี้ จะนำมาทำการค้าขายได้อย่างไรกันขอรับ?”นายกสมาคมการค้าเหลียงโจวส่ายหน้าทันทีคนอื่น ๆ ก็ผงกศีรษะเห็นด้วยเมื่อเห็นพวกเขาสนใจแต่ขวด หยางฝานก็ถึงกับพูดไม่ออก“ขวดนี่จะเป็นสมบัติล้ำค่าบ้าบออะไรกันเล่า! ถ้าพวกเจ้าอยากได้ ข้าเผาออกมาเป็นพัน ๆ ชิ้นเมื่อไหร่ก็ได้”พอหยางฝานกล่าวเช่นนั้นจบ ทุกคนต่างมองเขาด้วยความประหลาดใจ“ท่าน... ท่านประธาน ท่านไม่ได้ล้อเล่นใช่หรือไม่ขอรับ? ขวดพวกนี้ใสยิ่งกว่าไข่มุกแห่งทะเลบูรพาเสียอีก ท่านสามารถเผาออกมาได้เป็นพัน ๆ ชิ้นเลยหรือขอรับ?”โจวกว่างรุ่ยเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อหยางฝานผงกศีรษะ“ของสิ่งนี้เรียกว่าแก้ว ทำได้โดยการเผาทราย”เมื่อได้ยินดังนั้น โจวกว่างรุ่ยก็แทบจะล้มลงกับพื้นให้ตายเถอะ! เขาอุตส่าห์คิดว่าตัวเองทุ่มเงินก้อนโตซื้อสมบัติล้ำค่ามาได้ ไม่คิดเลยว่