Share

บทที่ 5

Author: เสี่ยวหมิงผู้โดดเดี่ยว
“หลีกไป! พวกหมาเฝ้าประตู ขนาดนายของพวกเจ้าอย่างหยางฝานยังต้องเคารพข้า แล้วพวกเจ้ากล้ายังไงมาขวางข้า?”

“ตาบอดกันหมดแล้วหรือไง!”

นอกจวนเยียนอ๋อง ชุนหลิ่ว สาวใช้คนสนิทของหลินชิงเยว่เชิดหน้าชูคอมองอารักขาที่เฝ้าหน้าจวนอย่างหยิ่งผยอง

ทันใดนั้น เมื่อเห็นหยางฝานเดินออกมา ชุนหลิ่วก็ตะโกนใส่หยางฝานทันที “ซื่อจื่อ คนใช้ในจวนของท่านช่างไร้มารยาทยิ่งนัก! พวกมันถึงกับกล้าขวางข้า!”

“ซื่อจื่อ คนใช้ที่มีตาหามีแววไม่เช่นนี้ ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด! ต้องควักลูกตาของพวกมันออกมา พวกมันจะได้สำนึกเสียบ้าง!”

ชุนหลิ่วทำทีท่าเหมือนเป็นเจ้านาย ต้องการให้หยางฝานควักลูกตาของคนเหล่านั้น

หยางฝานถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความโมโห

แค่สาวใช้คนหนึ่ง บุกรุกจวนอ๋องแล้วยังไม่พอ แถมยังจองหองพองขน ถึงขนาดสั่งการเจ้านายอย่างเขา!

“เจ้าแน่ใจนะว่าจะควักลูกตาของพวกเขา?”

หยางฝานถามกลับไปอย่างเฉยเมยด้วยสีหน้าเย้ยหยัน

“หรือว่าซื่อจื่อยังอยากจะเก็บไว้เจ้าคะ?”

ชุนหลิ่วไม่พอใจกับความลังเลของหยางฝานอย่างมาก

“ซื่อจื่อ ท่านรีบหน่อยเถอะ พอจัดการกับพวกตาบอดพวกนี้เสร็จ คุณหนูของเรายังมีเรื่องจะสั่งให้ท่านทำอีกนะเจ้าคะ!”

“หากเรื่องนี้ทำให้คุณหนูของเราเสียเวลา คุณหนูของเราจะไม่พอใจเอานะเจ้าคะ!”

ชุนหลิ่วมองด้วยสายตาเร่งเร้า

“ฮ่าฮ่า ช่างน่าขันเสียจริง หลินชิงเยว่จะพอใจหรือไม่ แล้วเกี่ยวอะไรกับข้า? เจ้าเป็นแค่สาวใช้ของจวนแม่ทัพ ก็กล้ามาสั่งสอนข้า?”

เมื่อเห็นชุนหลิ่วไม่มีทีท่าจะสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย สีหน้าของหยางฝานก็เคร่งขรึมขึ้น

ในอดีต ตอนที่เขาตามจีบหลินชิงเยว่ ถึงแม้จะให้ผลประโยชน์กับสาวใช้อย่างชุนหลิ่วคนนี้ไปไม่น้อย แต่ชุนหลิ่วก็ยังคงเคารพเขาอยู่บ้าง

แต่ไม่คิดเลยว่า พอหลินชิงเยว่ได้เป็นอู่โหวหญิง สาวใช้อย่างชุนหลิ่วกลับยโสโอหังถึงเพียงนี้!

“เจ้าบุกรุกจวนอ๋องโดยไม่ได้รับอนุญาต อารักขาทำตามหน้าที่อย่างสุจริต แต่ในสายตาของเจ้า กลับกลายเป็นหมาเฝ้าจวน”

“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร? เป็นเพียงสาวใช้ตัวเล็ก ๆ แต่กล้าดูหมิ่นอารักขาของข้า แถมยังกล่าววาจาโอ้อวดว่าจะควักลูกตาของพวกเขา... เจ้ารู้หรือไม่ว่า หากคนไม่มีลูกตาแล้ว ก็เท่ากับเป็นคนไร้ค่า นี่เจ้ากำลังจะเอาชีวิตของพวกเขา!”

หยางฝานกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา “ข้าว่า คนที่ควรถูกควักลูกตา คือเจ้าต่างหาก!”

“หนอยแหนะ หยางฝาน ท่านว่าอะไรนะ?”

ชุนหลิ่วได้ยินดังนั้น แต่ไม่ตกใจ กลับโกรธจัด

ชี้หน้าด่าหยางฝานด้วยสีหน้าโมโห “ท่านก็แค่คุณชายเสเพล เป็นซื่อจื่อบ้าบออะไรกัน? หยางฝาน ท่านลืมตาดูเสียบ้างสิ ตอนนี้คุณหนูของเราเป็นถึงแม่ทัพขั้นหนึ่ง เป็นอู่โหวหญิงเชียวนะ!”

“ข้าเป็นถึงสาวใช้คนสนิทของอู่โหวหญิง ท่านเป็นแค่ซื่อจื่อที่ไร้อำนาจไร้บารมี ก็กล้ามาตำหนิข้า? เมื่อก่อนคุณหนูของเราตาบอดจริง ๆ ถึงได้ชอบท่าน! สมควรแล้วที่ท่านถูกทิ้ง!”

ชุนหลิ่วมีสีหน้าเย็นชาและเย่อหยิ่ง เห็นได้ชัดว่ายังคงแค้นเคืองกับคำตำหนิเมื่อครู่

“หยางฝาน ตอนนี้ข้าให้โอกาสท่าน หากท่านขอโทษข้าเดี๋ยวนี้ แล้วควักลูกตาของพวกหมาเฝ้าจวนพวกนี้เสีย เรื่องนี้ก็ถือว่าแล้วกันไป มิฉะนั้น ข้าจะนำเรื่องที่ท่านทำทั้งหมดในวันนี้ไปบอกคุณหนู!”

“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ ในใจของท่านยังหมายปองคุณหนูของเราอยู่ตลอด ฉีกสัญญาหมั้นอะไรนั้น? ท่านก็แค่แสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจเท่านั้น หากข้าบอกเรื่องวันนี้ไปล่ะก็ ต่อให้วันหน้าท่านมาขอคืนดีกับคุณหนู คุณหนูก็จะไม่ให้โอกาสท่านอีกแล้ว!”

เมื่อได้ยินคำพูดหยาบคายของชุนหลิ่ว ใบหน้าของหยางฝานก็ปรากฏรอยยิ้มเยาะตัวเอง

“ดูเหมือนว่า ข้าจะยังมีเมตตาเกินไป... ขนาดสาวใช้ตัวเล็ก ๆ ยังกล้าข่มขู่ข้า!”

“เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าคิดว่าข้าแกล้งทำเป็นวางมาด งั้นวันนี้ข้าก็จะแสดงอำนาจจริงๆ สักครั้ง!”

“เยียนเป่ย!”

หยางฝานหันไปมองเยียนเป่ย “ดูหมิ่นเชื้อพระวงศ์ มิอาจอภัยโทษได้! ลากนังบ่าวชั้นต่ำคนนี้ออกไปควักลูกตา แล้วโยนกลับไปที่หน้าประตูจวนแม่ทัพ!”

“ขอรับ!”

เยียนเป่ยยิ้มร่าและรับคำสั่งทันที

เดิมทีเขาเป็นจอมยุทธ์พเนจร กระทั่งสองปีก่อนได้มาพึ่งพิงหยางฝาน และรับผิดชอบความปลอดภัยของจวนอ๋องเรื่อยมา

เหล่าอารักขาในจวนล้วนได้รับการฝึกฝนจากเขาทั้งสิ้น

ถูกชุนหลิ่วดูหมิ่นขนาดนี้ เขาก็ไม่พอใจมานานแล้ว คำสั่งของหยางฝานก็ตรงตามความต้องการของเขาพอดี!

“ท่านกล้ารึ! หยางฝาน ท่านเอาความกล้ามาที่ใดมาทำร้ายข้า? ท่านรีบสั่งให้พวกมันปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”

“หยางฝาน! เจ้า...อ๊าย!”

ชุนหลิ่วกรีดร้องโวยวาย แต่ถูกเยียนเป่ยตบหน้าไปหนึ่งฉาดจนสลบทันที

ครู่ต่อมา เยียนเป่ยลากชุนหลิ่วที่ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดและหมดสติอยู่กลับมารายงานว่า “ซื่อจื่อ ข้าได้สอบถามชัดเจนแล้ว นังทาสชั้นต่ำผู้นี้มาที่นี่เพื่อขอยืมเงินหนึ่งแสนตำลึงจากท่านซื่อจื่อแทนแม่ทัพเถาฮวา เพื่อเตรียมจัดงานเลี้ยงต้อนรับแขกในคืนพรุ่งนี้ขอรับ”

หยางฝานผงกศีรษะอย่างพึงพอใจกับความละเอียดรอบคอบที่แม้จะดูหยาบกร้านของเยียนเป่ย

จากนั้นกล่าวด้วยสายตาคมกริบว่า “มาขอยืมเงินจากข้า แต่กลับหยิ่งยโสโอหังขนาดนี้ ช่างไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาเลยจริง ๆ!”

“ว่าแต่... จัดงานเลี้ยงต้อนรับแขก ฮึ ถ้าข้าจำไม่ผิด โฉนดที่ดินของจวนแม่ทัพเถาฮวายังอยู่ในจวนใช่หรือไม่? เยียนเป่ย เจ้าส่งคนไปที่สมาคมการค้าต้าเซี่ย นำโฉนดที่ดินไปมอบให้นายกสมาคม แล้วแจ้งว่าพรุ่งนี้เที่ยง ข้าจะประมูลจวนแม่ทัพเถาฮวา ทุกคนสามารถเสนอราคาได้ ใครให้ราคาสูงสุดก็จะได้ไป!”

“ขอรับ!” เยียนเป่ยยิ้มกว้าง ขณะที่เขากำลังจะจากไปก็เห็นฉิงเอ๋อร์เดินเข้ามาอย่างรีบร้อน

“ซื่อจื่อ องค์หญิงใหญ่ฟูหรงเสด็จมา! อารักขาไม่กล้าขวาง ตอนนี้เข้าไปในห้องโถงด้านในแล้วเจ้าค่ะ...”

“องค์หญิงใหญ่ฟูหรง? เซี่ยรั่วหลิน?”

หยางฝานประหลาดใจเล็กน้อย

อายุของเซี่ยรั่วหลินอ่อนกว่าเซี่ยหลงยวนเพียงสองปีเท่านั้น

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เซี่ยรั่วหลินก็เป็นเพื่อนเล่นที่โตมาด้วยกันกับหยางฝานเช่นกัน

เพียงแต่เซี่ยรั่วหลินเป็นคนหยิ่งยโสมาแต่เล็ก ไม่เคยเห็นหยางฝานอยู่ในสายตาเลย

ก่อนที่หยางฝานจะทะลุมิติมา เจ้าของร่างเดิมมักจะอ่อนน้อมถ่อมตนต่อหน้าเซี่ยรั่วหลินเสมอ ราวกับหนูเห็นแมวยังไงยังงั้น และพยายามหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด

เพราะทุกครั้งที่พบกัน เซี่ยรั่วหลินก็มักจะหาข้ออ้างมากมายมาพูดสาธยายให้เจ้าของร่างเดิม

ต่อมาเจ้าของร่างเดิมโตเป็นผู้ใหญ่ และย้ายไปอยู่ที่จวนเยียนอ๋อง ทั้งสองคนก็ติดต่อกันน้อยลงเรื่อย ๆ...

และนับตั้งแต่เยียนอ๋อง บิดาของเขาเสียชีวิต หยางฝานกับเซี่ยรั่วหลินก็ไม่ได้พบกันอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“เซี่ยรั่วหลินมาเยือนกะทันหัน หรือว่าจะเป็นเรื่องการเจรจาสงบศึก?”

หยางฝานครุ่นคิดในใจ แต่ก็ไม่ได้ลังเล กล่าวกับฉิงเอ๋อร์ว่า “เชิญเข้ามา!”

ทว่า ฉิงเอ๋อร์ยังไม่ทันได้ไปเชิญ สตรีงดงามที่สวมชุดหรูหรา แต่งกายคล้ายบุรุษ ก็เดินเข้ามาในห้องโถงอย่างสง่างาม

ซึ่งก็คือเซี่ยรั่วหลินนั่นเอง!

“หยางฝาน เหตุใดเจ้ายังไม่รีบออกไปเตรียมเรื่องการเจรจาสงบศึก ซ่อนตัวอยู่ในจวนทำกระไร? เดี๋ยวก่อน สาวใช้นางนี้เป็นใคร? นางทำผิดอันใด เจ้าถึงได้ลงโทษอย่างทารุณเช่นนี้!”

ทันทีที่พบหน้ากัน เซี่ยรั่วหลินก็กล่าวด้วยน้ำเสียงตำหนิ

ความรังเกียจที่มีหยางฝานเอ่อล้นออกมาทางคำพูดและสีหน้า

“องค์หญิงใหญ่!”

หยางฝานประสานมือคารวะ

เนื่องด้วยอดีตฮ่องเต้สวรรคตกะทันหัน เซี่ยหลงยวนจึงต้องขึ้นครองราชย์ เซี่ยรั่วหลินในฐานะองค์หญิงใหญ่ จึงมีสถานะที่ไม่ธรรมดา

เซี่ยรั่วหลินชอบยกตนข่มท่าน มองผู้อื่นต่ำต้อย แถมยังมีนิสัยดื้อรั้น แม้แต่เซี่ยหลงยวนก็ยังต้องปวดหัวกับน้องสาวคนนี้อยู่เนือง ๆ...

เมื่อยั่วยุไม่ได้ ก็ต้องหลีกเลี่ยง

หยางฝานก็ไม่อยากที่จะอธิบายต้นสายปลายเหตุทั้งหมดให้เซี่ยรั่วหลินฟัง จึงชี้ไปที่ชุนหลิ่วและตอบอย่างขอไปทีว่า “สงสัยว่าคนผู้นี้จะเป็นไส้ศึก บุกรุกจวนอย่างอุกอาจจึงถูกอารักขาจับตัวไว้ได้ กำลังจะลงโทษอยู่พอดีพ่ะย่ะค่ะ”

“ไส้ศึก?”

เซี่ยรั่วหลินเผยแววตาสงสัย “หมายความว่า หยางฝาน เจ้ากำลังทำเรื่องสำคัญอยู่อย่างนั้นรึ? ไหนเจ้าลองบอกมาสิว่า เรื่องการเจรจาสงบศึก เตรียมการไปถึงไหนแล้ว?”

เซี่ยรั่วหลินเงียบไปชั่วขณะ และมีสีหน้าเย็นชาลง “ใช่ ลืมบอกเจ้าไป หยางฝาน ฝ่าบาททรงมีพระบัญชาให้ข้าเป็นรองจางวางกรมพิธีการ และรองทูตเจรจาสงบศึก เพื่อกำกับดูแลทุกการกระทำของเจ้า...”

“หากเจ้าทุ่มเททำงานเต็มที่ก็แล้วไป แต่หากเจ้ากล้าละเลยหน้าที่ อย่าหาว่าข้าไม่ไว้หน้า!”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หลังจบความสัมพันธ์ ข้ากลายเป็นอ๋องต่างสกุลที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์   บทที่ 40

    เซี่ยรั่วหลินแค่นเสียงเย็นชา“ฮึ! ข้าต้องนั่งข้างเจ้าเพื่อคอยกำกับดูแลเจ้า ถึงตอนนั้น หากเจ้าเจรจาได้ไม่ดี ก็ให้ข้าเจรจาแทน ข้าบอกเจ้าไว้เลยนะว่า ข้ามีแม่ทัพเถาฮวาคอยช่วยเหลือ ด้วยพลังอำนาจของแม่ทัพเถาฮวา บางทีอาจจะทำให้ชาวโม่เป่ยหวาดกลัวจนถอยรนกลับไปจริง ๆ ก็ได้!”เซี่ยรั่วหลินกล่าวพลางชี้ไปยังหลินชิงเยว่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลด้วยความภาคภูมิใจเมื่อเห็นเซี่ยรั่วหลินชี้มาที่ตน หลินชิงเยว่ก็รีบประสานมือคารวะและเมื่อมองเห็นหยางฝาน นางกลับทำหน้าดูแคลนหยางฝานลอบส่ายหน้าในใจไม่ใช่ว่าเขาดูถูกหลินชิงเยว่เพราะเรื่องถอนหมั้น เพียงแต่ความน่าเกรงขามของหลินชิงเยว่ที่มีต่อชาวโม่เป่ยนั้น เกรงว่าอาจจะไม่สูงอย่างที่เซี่ยรั่วหลินคาดหวังไว้ทว่าหยางฝานไม่ได้พูดเรื่องนี้ออกมาเมื่อเผชิญหน้ากับสายตาดูถูกเยาะเย้ยที่เหล่าขุนนางมองมาเป็นครั้งคราว หยางฝานก็ยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง เพียงลิ้มรสสุราในถ้วยอย่างใจเย็นไม่นานนัก ขันทีหวังก็เดินออกมา“ฝ่าบาทเสด็จ!”เมื่อได้ยินคำนี้ เหล่าขุนนางก็ลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียงกันจากนั้นก็เห็นเซี่ยหลงยวนในชุดฉลองพระองค์สีเหลืองทองลายมังกรเสด็จออกมา“ถวายบังคมฝ่าบาท ฝ

  • หลังจบความสัมพันธ์ ข้ากลายเป็นอ๋องต่างสกุลที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์   บทที่ 39

    เมื่อเห็นความมั่นใจบนใบหน้าของหยางฝาน เซี่ยหลงยวนก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด จึงผงกศีรษะทันที“ดี ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะคอยดู!”...ประตูพระราชวังค่อย ๆ เปิดออกพร้อมกับเสียงระฆังที่ดังยาวนาน ขุนนางทั้งหลายก้าวเข้าไปข้างใน แล้วจึงทยอยกันนั่งลงตามลำดับวันนี้เป็นงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตโม่เป่ยเพื่อเจรจาสันติ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ขุนนางที่เข้าร่วมได้ในบรรดาผู้เข้าร่วมมีนักศึกษาและนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ของต้าเซี่ยหลายคน รวมถึงผู้ที่มีความสามารถด้านศิลปะและการประพันธ์ต้าเซี่ยเป็นดินแดนแห่งขนบธรรมเนียมและพิธีการที่ถ่ายทอดความรู้และเกียรติภูมิผ่านบทกวีและตำรา เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคณะทูตโม่เป่ย ก็ย่อมต้องแสดงความยิ่งใหญ่ให้เห็นอย่างเต็มที่“องค์หญิงใหญ่เสด็จ!”เหล่าขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ที่อยู่ในที่นั้นต่างก็ลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียงกัน พร้อมกับเสียงโห่ร้องของขันทีคนหนึ่ง “ถวายบังคับองค์หญิง!”ในขณะนั้น เซี่ยรั่วหลินยกชายกระโปรงวิ่งเข้ามา โดยไม่สนใจการถวายบังคมของเหล่าขุนนางเลยแม้แต่น้อย นางตรงดิ่งเข้าไปหาหยางฝานทันที“หยางฝาน เจ้าคนโง่! เจ้าคิดจะฆ่าข้าหรือไง!”เซี่ยรั่วหลิน

  • หลังจบความสัมพันธ์ ข้ากลายเป็นอ๋องต่างสกุลที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์   บทที่ 38

    ไม่นานนัก ข่าวที่หยางฝานจะไม่ชดใช้แม้แต่ข้าวเม็ดเดียวหรือเงินหนึ่งตำลึงในการเจรจาสันติครั้งนี้ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวง ในชั่วพริบตา คำสรรเสริญนับไม่ถ้วนว่า เยียนอ๋องคือวีรบุรุษที่แท้จริง ก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสายแต่คนที่มีเจตนาแอบแฝงหลายคนกลับดูถูกคำพูดเหล่านี้อย่างที่สุดเพราะพวกเขารู้ดีว่า ตอนนี้หยางฝานถูกชาวบ้านเชิดชูขึ้นสูงเพียงใด เวลาตกลงมาก็จะเจ็บปวดเท่านั้นเมื่อยามสนธยาเริ่มมาเยือน เสียงกลองและเสียงระฆังก็ดังขึ้นทั่วพระราชวังเหล่าขุนนางจำนวนมากแต่งกายเต็มยศ เดินเข้าสู่พระราชวังด้วยสีหน้าเคร่งขรึมการเจรจาสันติระหว่างต้าเซี่ยกับโม่เป่ย หาใช่ครั้งแรกไม่ แต่ทุกครั้งที่เจรจาสันติกัน ก็จะลงเอยด้วยการที่ต้าเซี่ยต้องชดใช้เงินและเสบียงจำนวนมหาศาลทว่าต่อให้จะชดใช้เงินและเสบียงไปมากมายขนาดนี้ โม่เป่ยก็ยังคงก่อความวุ่นวายปีแล้วปีเล่าเงินและเสบียงเหล่านั้น ราวกับเพียงแค่ซื้อความสงบสุขให้ต้าเซี่ยได้ไม่กี่เดือนเท่านั้นในขณะที่ขุนนางกลุ่มหนึ่งเดินไปด้วยความคิดที่แตกต่างกันนั้นเอง ทันใดนั้น รถม้าคันหนึ่งก็แล่นผ่านพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว“ในเขตพระราชวัง ยังกล้าควบรถม้ารี

  • หลังจบความสัมพันธ์ ข้ากลายเป็นอ๋องต่างสกุลที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์   บทที่ 37

    ในเวลานี้หยางฝานไม่ควรรู้สึกกดดันอย่างมากหรอกหรือ!“ท่านเยียนอ๋อง ไม่ทราบว่าการเจรจาสันติกับโม่เป่ยในครั้งนี้ ท่านเตรียมจะยอมรับเงื่อนไขใดบ้างขอรับ?” มีคนกล้าถามขึ้น“ตอนนี้รายละเอียดการเจรจาสันติยังคงเป็นความลับ แต่ดังที่ทุกท่านกล่าวไว้ ต้าเซี่ยของเราชนะโม่เป่ยแล้ว ย่อมไม่มีเหตุผลอันใดที่เราจะต้องจ่ายทั้งเงินทั้งเสบียง ดังนั้น ข้าสามารถให้คำมั่นกับทุกคนได้ว่า ในการเจรจาสันติครั้งนี้ ต้าเซี่ยของเราจะไม่ยอมชดใช้แม้แต่ข้าวเมล็ดเดียวหรือเงินหนึ่งตำลึงเด็ดขาด!”เมื่อหยางฝานกล่าวจบ บรรยากาศในที่นั้นก็เงียบสงัดไปชั่วขณะแม้ว่าชาวบ้านจะโกรธแค้น แต่พวกเขาก็รู้ดีว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ให้ผลประโยชน์ใด ๆ แก่ชาวโม่เป่ยเลยแต่พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่า หยางฝานจะกล้าให้คำมั่นกับพวกเขาว่าจะไม่ชดใช้แม้แต่ข้าวเมล็ดเดียวหรือเงินหนึ่งตำลึง!เยียนอ๋องมีความมั่นใจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?“เยียนอ๋องจงเจริญ!”ไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมาก่อน จากนั้นชาวบ้านก็พร้อมใจกันตะโกนเสียงดังกึกก้อง“เยียนอ๋องจงเจริญ!”“เยียนอ๋องจงเจริญ!”เมื่อมองหยางฝานที่จมหายไปในเสียงโห่ร้องแห่งความยินดี หลายคนในหมู่ฝูงชนต่างสบตากันแล

  • หลังจบความสัมพันธ์ ข้ากลายเป็นอ๋องต่างสกุลที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์   บทที่ 36

    “เรื่องนี้เริ่มแพร่มาจากโรงสุราและหอคณิกาต่าง ๆ ทั่วเมือง ตอนที่พวกกระหม่อมพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ ข่าวสารก็ได้แพร่ไปทั่วเมืองหลวงแล้ว จึงไม่สามารถสืบหาได้เลยว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวลือพ่ะย่ะค่ะ!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซี่ยหลงยวนก็ขมวดคิ้ว“ดูเหมือนว่ามีคนต้องการให้เยียนอ๋องตายสินะ!”เซี่ยหลงยวนกำหมัดแน่นบัดนี้ข่าวลือในเมืองหลวงได้แพร่กระจายไปถึงขนาดนี้ หากผลการเจรจาสันติของหยางฝานไม่เป็นที่น่าพอใจ จะต้องนำมาซึ่งความไม่พอใจของปวงประชาอย่างรุนแรงแน่นอนเมื่อถึงตอนนั้น เกรงว่าแม้แต่ฮ่องเต้อย่างเขาเองก็อาจจะควบคุมไว้ไม่อยู่!“ตรวจสอบต่อไป แล้วก็ส่งให้หน่วยคงคาทมิฬอีกกลุ่มไปคุ้มครองความปลอดภัยของเยียนอ๋องด้วย!”เซี่ยหลงยวนโบกมือ“พ่ะย่ะค่ะ!”สายลับถอยออกไปเมื่อเขาจากไป เซี่ยหลงยวนถึงถอนหายใจ“เยียนอ๋องเอ๋ยเยียนอ๋อง ดูเหมือนว่าจะมีหลายคนที่ไม่ต้องการให้เจ้าขึ้นครองตำแหน่งนี้ ข้าก็ช่วยเจ้าได้เพียงเท่านี้แหละ หวังว่าเจ้าจะมีวิธีรับมือกับมันนะ!”..และในขณะเดียวกัน ในจวนเยียนอ๋อง“ท่านอ๋อง นี่เป็นแผนการของคนที่มีเจตนาจะยกย่องท่านเป็นพิเศษชัด ๆ ตอนนี้พวกเราอย่าออกไปตอบโต้อะไรเลยจะดีก

  • หลังจบความสัมพันธ์ ข้ากลายเป็นอ๋องต่างสกุลที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์   บทที่ 35

    ทุกคนมองขวดที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อพวกเขาไม่ได้สนใจสิ่งที่บรรจุอยู่ในขวด แต่ขวดต่างหากที่ทำให้พวกเขาตาเป็นประกาย“ของสิ่งนี้แหละคือเหตุผลที่ข้าเรียกพวกเจ้ามารวมตัวกันในวันนี้!”หยางฝานกล่าว“ท่านประธานขอรับ ขวดนี้ต้องเป็นสมบัติล้ำค่าที่สวรรค์ประทานมาเป็นแน่ สมบัติล้ำค่าเช่นนี้ จะนำมาทำการค้าขายได้อย่างไรกันขอรับ?”นายกสมาคมการค้าเหลียงโจวส่ายหน้าทันทีคนอื่น ๆ ก็ผงกศีรษะเห็นด้วยเมื่อเห็นพวกเขาสนใจแต่ขวด หยางฝานก็ถึงกับพูดไม่ออก“ขวดนี่จะเป็นสมบัติล้ำค่าบ้าบออะไรกันเล่า! ถ้าพวกเจ้าอยากได้ ข้าเผาออกมาเป็นพัน ๆ ชิ้นเมื่อไหร่ก็ได้”พอหยางฝานกล่าวเช่นนั้นจบ ทุกคนต่างมองเขาด้วยความประหลาดใจ“ท่าน... ท่านประธาน ท่านไม่ได้ล้อเล่นใช่หรือไม่ขอรับ? ขวดพวกนี้ใสยิ่งกว่าไข่มุกแห่งทะเลบูรพาเสียอีก ท่านสามารถเผาออกมาได้เป็นพัน ๆ ชิ้นเลยหรือขอรับ?”โจวกว่างรุ่ยเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อหยางฝานผงกศีรษะ“ของสิ่งนี้เรียกว่าแก้ว ทำได้โดยการเผาทราย”เมื่อได้ยินดังนั้น โจวกว่างรุ่ยก็แทบจะล้มลงกับพื้นให้ตายเถอะ! เขาอุตส่าห์คิดว่าตัวเองทุ่มเงินก้อนโตซื้อสมบัติล้ำค่ามาได้ ไม่คิดเลยว่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status