Partager

บทที่ 2

ซินซินเกิดมาบนโลกใบนี้นับเป็นเวลาก็ได้เป็นเวลากว่าสามวันแล้ว ตอนนี้ซินน้อยสามารถลืมตาของตัวเองกวาดมองได้โดยรอบแล้ว ซินน้อยได้กลายเป็นขวัญใจของโรงหมอแห่งนี้ไปแล้ว ด้วยนั่นเป็นเพราะเด็กน้อยคนนี้ไม่งอแงเหมือนเด็กคนอื่นเลยเวลาจะกินก็ร้องแอ๊ ๆ

เวลารู้สึกไม่สบายตัวก็ร้องแอ๊แค่คำเดียว ทุกคนต่างพากันคิดว่าเด็กอะไรหนอทำไมช่างรู้ความได้ขนาดนี้กัน โดยปกติเด็กที่เกิดมาก็จะตัวแดง ๆ ผิวย่น ๆ แต่สำหรับซินซินกลับแตกต่างทุกอย่าง

มีแค่วันแรกเกิดเท่านั้นที่มีลักษณะเหมือนทารกทั่วไป แต่พอเริ่มวันที่สองขึ้นมาซินตัวน้อยกินนมเก่งมากและก็ช่างโชคดีที่น้ำนมแม่มีเพียงพอต่อความต้องการของเจ้าตัวน้อยนี้

ตอนแรกทั้งหมอและพยาบาลรวมทั้งพ่อและแม่ก็กังวล หากเจ้าตัวน้อยกินมากเกินไปก็อาจจะทำให้ท้องอืดหรือจะไม่สบายได้

แต่ทุกคนก็พากันแปลกใจเพราะเจ้าตัวน้อยนี้ไม่มีอาการใด ๆ เลยทั้งสิ้น แต่กลับมีเนื้อมีหนังเพิ่มขึ้นมาอีกต่างหากผ่านไปแค่สามวันเจ้าตัวน้อยตอนนี้มีแก้มที่อวบอิ่ม ปากแดงน้อย ๆ ที่มักจะมีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา

เวลาอารมณ์ดีมาก ๆ เจ้าตัวน้อยก็มักจะฉีกยิ้มกว้างจนเห็นเหงือกสีแดงของตนพาให้คนที่เห็นต่างชุ่มชื่นหัวใจไปตาม ๆ กัน หลงจินเป่าได้ตั้งชื่อให้เจ้าตัวน้อยว่าหลงซินซินเพราะตัวเขาได้ฝันเห็นเจ้าแม่หนี่วามาบอกว่าเด็กคนนี้จะเป็นดาวนำโชคของเขาและครอบครัว ตั้งแต่นั้นมาทุกคนก็มักจะพากันเข้ามาทักทายเด็กคนนี้กันเป็นประจำ

“ซินน้อยลูกรักดวงใจของพ่อวันนี้ก็อารมณ์ดีเหมือนเดิมเลยเด็กดีวันนี้เราจะได้กลับบ้านกันแล้วนะดีใจไหมลูก” ซินซินคิดตามที่พ่อของตนพูด คุณย่าของเราใจดีมากพี่ชายถึงจะดูเซ่อ ๆ ไปบ้างแต่ก็ยังนิสัยดี

“อือ อา” ซินซินยิ้มจนเหงือกบานออกมาจนจินเป่าต้องเอามือกุมหน้าอกตัวเอง อ่าลูกสาวใครกันช่างน่ารักเสียจริงน่ารักเสียจนเขาไม่อยากให้ใครมาเห็นลูกสาวของตนเลย เพราะกลัวว่าจะมีคนมาขโมยลูกของเขาไป

เมื่อทำเรื่องออกจากโรงหมอแล้วพ่อแม่ลูกสามคนก็เป็นห่วงแม่และลูกชายที่อยู่ที่บ้านเช่นกัน เพราะตั้งแต่วันแรกที่ ซูเหมยมาคลอดซินซินแม่ก็มาเพียงแค่วันเดียวแล้วก็บอกว่าตอนกลับไปก็จะไปทำเรื่องหย่ากับพ่อของเขา

เขาเองก็ได้แต่หวังว่าจะผ่านไปด้วยดีแต่นี่ก็สองวันแล้วที่แม่ของเขาเงียบหายไปเขารู้สึกใจคอไม่ดีเท่าไหร่นัก เมื่อทั้งสามคนเดินมาถึงในสถานที่รอรถโชคดีที่พวกเขาไม่ต้องรอนานก็สามารถขึ้นรถกลับหมู่บ้านของตนได้เลย

“จินเป่า เหมยเหมยนี่ลูกคนเล็กของเธอสองคนเหรอน่าตาน่ารักดีแท้” ป้าเจียงคนที่อยู่ข้างบ้านของจินเป่าทักสองสามีภรรยาขึ้นมา

“สวัสดีครับ/ค่ะป้าเจียง ไม่ทราบว่าป้าเจียงเห็นแม่ของผมบ้างไหมครับ” จินเป่าถามกับป้าเจียงถึงเรื่องแม่ของตน

“ป้าเห็นเมื่อสองวันก่อนนะ วันนั้นเยว่จินได้ไปตามหัวหน้าหมู่บ้านและคณะกรรมการประจำกองพลให้มาทำเรื่องหย่าและหนังสือตัดขาดออกจากบ้านหลง วันนั้นมีเรื่องมีราวกันใหญ่โตเชียวล่ะแต่ป้าก็เข้าใจอาเยว่นะทนมาได้ตั้งหลายปีเป็นป้านะไอ้ผัวชั่วแบบนั้นเลือดหัวมันคงออกไปนานแล้ว” ป้าเจียงแกพูดขึ้นมาอย่างใส่อารมณ์

ทุกคนที่อยู่ในรถก็ต่างพยักหน้าเห็นด้วยเพราะเยว่จินเป็นคนดีไม่น่าจะต้องมาพลาดแต่งงานให้กับเจ้าชั่วอย่างตาอี้ได้เลย คนที่อยู่ในรถไถทุกคนส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นญาติกัน อย่างตาและยายของเขาแม้จะอยู่ในเมืองแต่พื้นเพของตาก็เป็นคนในหมู่บ้านจิวหูแห่งนี้

ทางด้านเจ้าตัวน้อยที่มองคนนู้นทีคนนั้นทีด้วยความสนใจพร้อมเก็บข้อมูลที่ชาวบ้านเหล่านี้ต่างพูดถึงปู่ของตนมาด้วย “แล้วมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือครับร้ายแรงหรือเปล่า แม่กับลูกชายของผมเป็นยังไงบ้างครับป้าเจียง” จินเป่าเองก็เอ่ยถามออกมาอย่างร้อนใจ ทางด้านซูเหมยเองก็เป็นกังวลเช่น เดียวกัน

“จะมีอะไรก็นางอี้เหลียนนะสิโวยวายอยากได้เงินถึงเอา เรื่องของหลานมาขู่เยว่จินว่า อยากจะหย่าก็ได้แต่ถ้าจินเป่าและฮัวเหมยตัดขาดจากตระกูลหลงต้องมีเงินมาจ่ายหนึ่งพันหยวน

นางคนนี้มันชั่วไหมล่ะเงินตั้งมากมายขนาดนั้นเยว่จินจะไปเอามาจากไหน อีนางแม่รองนั่นยังบอกอีกนะว่าหากไม่มีลูกทั้งสองของเยว่จินรวมทั้งหลานก็ยังเป็นคนของตระกูลหลงอยู่ดี” ป้าเจียงพูดขึ้นมาด้วยความเดือดดาล

“ใช่ยังมีอีกนะนางอี้เหลียนมันบอกว่าจะให้ฮัวเหมยแต่งงานไปอยู่กับลูกชายของคนขายเนื้อที่ชื่ออาฮุยด้วย ใคร ๆ ก็รู้กันทั้งนั้นว่าเจ้าผู้ชายคนนี้วัน ๆ ไม่ทำอะไร ทั้งขี้เกียจขี้เหล้า ติดการพนันว่าง่ายเรื่องชั่ว ๆ ทุกอย่างมันทำทั้งหมด” คราวนี้เป็นป้าจูซิ่งเอ่ยขึ้นมาบ้าง

“ละแล้วอย่างนี้แม่ผมจะทำยังไงไม่ใช่แม่ตบตีกับแม่รองไปแล้วเหรอ แล้วพ่อก็ไม่เคยเข้าข้างพวกผมเลยป่านนี้แม่กับลูกผมไม่แย่ไปแล้วเหรอครับ” จินเป่าตอนนี้เริ่มนั่งไม่ติดซะแล้ว

“โอ๊ยไม่แย่หรอกเพราะตอนแรกทุกคนก็คิดว่าจะแย่เหมือน กันแต่เพราะเยว่จินเป็นคนฉลาดไงเลยเอาตัวลูกหลานและฮัวเหมยรวมทั้งหลาน ๆ ตัวน้อยพ้นจากตระกูลหลงมาได้” ป้าจูซิ่งก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง

“เยว่จินเธอมีหนังสือตัดขาดเรื่องลูกนานแล้วตั้งแต่ตอนที่เธอคลอดหลานออกมานั่นแหละจินเป่า ตอนนั้นอี้เหลียนมันมักจะหาเรื่องมารังแกหลานอยู่บ่อย ๆ ตอนยังเด็กแม่ของหลานก็เลยได้ไปเสนอเงินส่วนหนึ่งซึ่งเป็นสินเดิมให้กับย่าของหลาน และให้ย่ากับปู่และพ่อของเจ้ายินยอมลงหนังสือตัดขาดเรื่องลูกของเธอทุกคนทั้งหมด หากทางนั้นไม่ทำตามในหนังสือสัญญาสามารถแจ้งทางการมาจับได้ทันที” ป้าเจียงก็พูดขึ้นมาอย่างคนรู้จริง

“ตอนนั้นป้าเองยังเสียดายเงินแทนเลยเงินตั้งสามร้อยหยวนเลยนะ ป้าว่าน่าจะเป็นสินเดิมของเยว่จินทั้งหมดเลยด้วย พอนางอี้เหลียนอยากจะได้เงินขึ้นมาอีกจึงได้หน้าแหกไปเพราะว่ามันไม่รู้เรื่องราวในครั้งนั้น

และมันก็ไม่รู้มีความมั่นหน้ามาจากไหนเป็นแค่เมียรองมีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับลูกของเมียหลวง" ป้าจูซิ่งก็มีอารมณ์โมโหขึ้นมาอีกรอบ

ตอนนี้ทุกคนที่อยู่ในรถต่างก็พูดคุยถึงเรื่องนี้กันอย่างมากเพราะตระกูลหลงจัดว่าไม่ใช่ตระกูลเก่าแก่ของหมู่บ้านจิวหูแห่งนี้ แล้วนิสัยของคนตระกูลนี้นับวันยิ่งแสดงแต่ด้านแย่ ๆออกมาให้เห็น ทั้งเห็นแก่ตัว ขี้อิจฉา เอาเปรียบ

ซินน้อยก็ตั้งใจฟังและก็เก็บข้อมูลจนตอนนี้ตาน้อย ๆ ของเธอก็เริ่มหรี่ลง หรี่ลงจนหลับไป ทางด้านซูเหมยก็โอบกอดลูกน้อยของเธอให้กระชับขึ้นเพราะกลัวลูกสาวตัวน้อยจะหนาว ช่วงนี้เป็นช่วงต้นฤดูหนาวแล้วอากาศจึงค่อนข้างเริ่มเย็นลงเล็กน้อย

ยิ่งในขณะที่รถไถเคลื่อนที่ลมก็จะยิ่งตีเข้ามาเธอต้องปกป้องลูกน้อยผู้น่าสงสารคนนี้ให้ดีที่สุด เนื่องด้วยลูกสาวเธอคลอดก่อนกำหนดจึงมีโอกาสที่จะป่วยง่ายกว่าเด็กทั่วไป

รถใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็เข้ามาในเขตหมู่บ้าน ตอนนี้จินเป่าเองก็สงสัยในเมื่อแม่ของเขาหย่าจากชายผู้นั้นแล้วจะไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ

“ป้าเจียงป้าพอจะรู้ไหมครับว่าตอนนี้แม่ผมไปอยู่ที่ไหนกัน” จินเป่าถามขึ้นเพราะเขากลัวแม่จะลำบาก

“อยู่ที่ดินติดชายเขาข้างทะเลสาบจิวหูนะ เห็นผู้ใหญ่บ้านบอกว่าที่ตรงนั้นเป็นที่เก่าแก่ของตระกูลซู ทุกคนก็เพิ่งมารู้ก็ตอนที่เยว่จินหย่านี่แหละเพราะแม่ของหลานเก็บเป็นความลับไว้เป็นอย่างดี จนได้หย่าและมีหนังสือตัดขาดจากตระกูลหลงแล้วนั่นแหละถึงได้บอกความจริงออกมา” ป้าเจียงพูดขึ้น

“พูดแล้วก็สมน้ำหน้าคนบ้านหลงนะโดยเฉพาะเจ้าชั่วตาอี้นะ มันคงจะคิดเสียดายที่ดินผืนนี้เหมือนกันแหละเพราะที่ดินตั้ง 12 หมู่เลยนะ และยังมีบ้านอิฐหลังใหญ่ถึงห้าห้องนอนเลยทีเดียว

แต่ก่อนว่าที่ดินตรงนี้เป็นของเศรษฐีคนไหนกันที่แท้ก็เป็นของคนใกล้ตัว ฮ่า ๆ ป้าล่ะสะใจชะมัด ยิ่งได้เห็นหน้าชายโฉดหญิงชั่วพวกนั้นด้วยยิ่งรู้สึกดีที่พวกมันต่างพากันพ่ายแพ้ให้กับคนที่พวกมันดูถูกมาตลอด” ครั้งนี้เป็นป้าจูซิ่งเป็นผู้พูด

ฝ่ายจินเป่าเมื่อรู้ว่าแม่และลูกชายของตนมีที่อยู่แล้วก็เบาใจตอนนี้รถไถก็ได้จอดที่หน้าบ้านของผู้ใหญ่บ้านแล้ว จินเป่าก็ได้มองเห็นแม่และลูกชายของตนส่งยิ้มมาให้พวกเขาทั้งสามเมื่อพากันลงจากรถแล้วก็รีบเดินตรงมาหาผู้เป็นแม่ทันที

“แม่ครับอากาศเริ่มเย็นแล้วแม่ไม่หนาวเหรอครับจะออกมายืนรอผมทำไมกัน แล้วอาซานล่ะลูกหนูหนาวไหมครับ” คนที่เป็นทั้งลูกชายและพ่อเอ่ยถามทั้งสองคนด้วยความเป็นห่วง

“อาเป่าลูกเข้าไปทำเรื่องเปลี่ยนสกุลเถอะแม่ได้ตัดขาดจากทางนั้นมาแล้ว ตอนนี้อาซานก็เปลี่ยนมาเป็นซูไท่ซานแล้ว” แม่รีบบอกลูกชายของตน

เมื่อได้ยินที่แม่บอกจินเป่าก็ปฏิบัติตามทันที เมื่อเข้าไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้านและทำการเปลี่ยนชื่อสกุลของตนและลูกสาวตัวน้อยแล้ว ทั้งห้าคนต่างก็พากันเดินกลับบ้านหลังใหม่ของพวกเขาทันที แต่ช่างเป็นโชคร้ายที่ระหว่างเดินได้มาเจอกับอี้เหลียนเข้า

“แหม ๆ ๆ ลูกสามแม่รองได้ข่าวว่าลูกได้ลูกสาวมาเหรอสงสัยว่าเด็กคนนี้จะเป็นหายนะของครอบครัวบ้านใหญ่ของพวกลูกแล้วล่ะ เพราะเกิดมาวันแรกก็ทำให้ย่าของตนหย่าขาดจากปู่และทำให้พ่อและพี่ชายก็มาถูกตัดขาดจากตระกูลด้วย ช่างเป็นเด็กที่นำหายนะมาจริง ๆ นะจ๊ะ” คำพูดจีบปากจีบคอของอี้เหลียนที่แสนจะแสบแก้วหูได้ปลุกให้ซินซินตื่นขึ้น จริง ๆ ซินซินตื่นตั้งแต่คนขี้เหร่คนนี้ว่าเธอเป็นตัวหายนะแล้ว

ทางด้านครอบครัวทั้งสี่คนเมื่อได้ยินคำพูดแย่ ๆ ที่ออกมาจากปากของอี้เหลียนก็ต่างพากันโมโห และเยว่จินก็กำลังจะเอ่ยปากโต้เถียงออกไปแต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรก็ได้มีบางสิ่งบางอย่างมาจัดการแทนเธอซะแล้ว

ทางด้านซินน้อยที่ตอนนี้กำลังอยากจะจัดการคนก็ได้คิดว่าหากมีผึ้งบินมาต่อยปากเน่า ๆ ของคนแบบนี้ได้จะดีสักแค่ไหนกัน เพราะว่าบางทีเผื่อในอนาคตอยากจะพูดจะจาอะไรจะได้รู้จักระวังปากเอาไว้บ้าง และพอสิ้นสุดความคิดของซินซินก็ได้มีผึ้งบินมาจากไหนไม่รู้สามสี่ตัวแล้วทุกตัวต่างก็มุ่งเป้าไปที่ปากของอี้เหลียนทันที

เมื่อทุกคนที่อยู่ตรงนี้ได้เห็นเหตุการณ์ต่างก็นิ่งค้างด้วยไม่เคยเห็นเรื่องแบบนี้มาก่อนผึ้งบินมาต่อยแค่คนคนเดียว ทางด้านซินน้อยที่ตอนนี้ได้แต่ยิ้มร่าด้วยความชอบใจ อยากได้หายนะเหรอได้เลยนี่ยังไงล่ะพอใจกับหายนะของตัวเองครั้งนี้ไหม ฮิฮิ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 166

    “มีงานด่วนนะ พวกเรากลับบ้านกันเถอะ น้องสาวน้องเขยเหนื่อยหรือเปล่าการเดินทางค่อนข้างไกล” ชุนตอบคำถามหลานสาวก่อนหันไปถามน้องสาวและน้องเขยอย่างเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยค่ะ พวกเราไม่ได้นั่งอยู่ข้างนอก” ซูเหมยสำรวจพี่ชายในขณะตอบเมื่อเห็นว่าเขาสุขสบายดีเธอก็วางใจ“เด็ก ๆ เป็นอย่างไรบ้างคะพี่” ซูเหมยถามถึงลูกชา

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 165

    หลังจากซินซินกับมู่หลงเฉินเดินทางกลับมายังมณฑลของตัวเอง เด็กน้อยไท่ไท่ผู้ฉลาดแสนซนก็ได้เข้าโรงเรียนระดับประถมซึ่งเป็นการเข้าเรียนทั้งที่อายุยังน้อยทำให้ครูในโรงเรียนได้ให้เขาทำแบบทดสอบมากมายเด็กชายก็ทำทุกวิชาได้เป็นอย่างดี ที่เป็นอย่างนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับจิวจิวผู้ที่คอยสอนสั่งเด็กน้อยในเร

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 164

    “ครับ” เด็กหนุ่มรับคำอย่างมุ่งมั่น“ส่วนของที่อยู่ในซองนี้ พี่จะเก็บรักษาเอาไว้ให้ก่อน เมื่อไหร่ที่นายเติบโตพี่จะมอบมันให้อย่าบอกแม่ของนายล่ะ” มู่หลงเฉินกล่าวกำชับน้องชายพร้อมกับเก็บสิ่งที่อยู่ในซองลงในลิ้นชักตามเดิม“ผมเข้าใจครับ” เด็กหนุ่มรับคำอย่างเชื่อฟังในจดหมายของคุณปู่ได้ระบุไว้ทั้งหมดอย่างล

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 163

    “ซินซินลูกเป็นอะไรครับ ทำไมร้องไห้ไม่หยุดเลย” มู่หลงเฉินพยายามกล่อมบุตรชายเท่าไหร่ เขาก็ไม่ยอมเงียบ ชายหนุ่มจึงได้ถามภรรยาสาวอย่างจนใจ“ส่งลูกมาให้ซินซินเถอะค่ะ แล้วพวกเราไปห้องคุณปู่กัน” ซินซินกล่าวออกมาอย่างยากลำบากเพราะรู้ว่าสามีรักผู้เป็นปู่มากขนาดไหน“หมายความว่า” มู่หลงเฉินกล่าวเพียงแค่นั้น หล

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 162

    ทำให้เจ้าหน้าที่ สามสี่คนต้องตกใจตื่น พวกเขามองกันเหลอหลาว่าใครที่มาเรียก แต่ทว่าก็ไม่เห็นตัวคนจึงทำให้พวกเขาพากันขนลุกซู่พร้อมทั้งคิดเหมือนกันว่าพวกเขาน่าจะเจอดีเข้าแล้วและก่อนที่พวกเขาคิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ พวกเขาก็เห็นรถของมู่หลงเฉินที่จอดอยู่หน้าประตูโรงพยาบาลทำให้พวกเขารีบออกมาดู และก็ต้องขนต

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 161

    “ซินซินขอโทษนะคะ ที่ทำให้พี่ลำบาก” หญิงสาวกอดชายหนุ่มพร้อมพูดจาออดอ้อนอย่างอ่อนหวาน“พี่เข้าใจน้องครับ” ชายหนุ่มเอามือลูบผมภรรยากล่าวตามจริง แม้ว่าในบ้างครั้งเขาจะรู้สึกเหนื่อยก็ตาม แต่หลังจากคิดได้ว่าการที่ภรรยากำลังอุ้มท้องบุตรของตนนั้นลำบากกว่าเขาตั้งหลายเท่าก็ทำให้เขากลับรู้สึกสงสารหญิงสาวเป็นอย

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 122

    นับตั้งแต่วันที่คุยเรื่องเครื่องจักรสำหรับทำการผลิตผ้าอนามัยก็ผ่านมาได้อีกสองปีซึ่งซินซินอายุได้สิบสี่ปีตลาดระยะเวลาการเรียนของเด็กหญิงนั้นล้วนแต่ทำให้ผู้คนรอบด้านต่างทึ่งในความเก่งกาจของเจ้าตัวที่ไม่ว่าจะเรียนวิชาอะไรก็มักจะเป็นที่โดดเด่นแม้แต่กิจกรรมต่าง ๆ เองก็ทำได้ดีจนกระทั่งปีนี้ซินซินจะต้องส

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 121

    “คุณปู่คนนั้นเป็นผู้ฝึกตนไม่ใช่หรือพี่ชาย แต่ทำไมเขาดูอ่อนแอจัง” ซินซินกระซิบของหูคนเป็นพี่ด้วยความสงสัย“น้องสาวอย่านินทาผู้อาวุโส พี่ว่าเราไปช่วยเขากันเถอะ” ซานซานตำหนิน้องสาวซึ่งซินซินก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเนื่องจากเธอผิดจริง“คุณปู่คะ ให้หนูกับพี่ชายช่วยพยุงนะคะ ไม่ทราบว่าบ้านคุณปู่อยู่ที่ไหนหนูจะไป

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 120

    เผลอไปชั่วพริบตานับตั้งแต่วันที่ซินซินได้กลับมาจากการช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งล่าสุดเวลาก็เลยผ่านมาอีกห้าปีตอนนี้เจ้าตัวน้อยในวัยสิบสองปีกำลังยืนอยู่หน้าร้านหม้อไฟสองชั้นของตนด้วยความภาคภูมิใจที่มีคนจองโต๊ะข้ามเดือน แม้ว่าจะหน้าร้อนก็ยังมีลูกค้าเนื่องจากภายในร้านของเธอมีรายการอาหารสำหรับหน้าร้อนไว้

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 119

    “ชะ...ช่วยด้วย” เสียงแหบแห้งแผ่วเบา ดังออกมาจากชายคนหนึ่งซึ่งเขาไม่แน่ใจว่าอายุเท่าใดกันแน่และดูเหมือนพวกเขาน่าจะเป็นนักสำรวจดังขึ้น“เจอแล้วครับ” นายทหารคนหนึ่งตะโกนเสียงดัง หลังมองรอดลงไปยังบริเวณที่ขุดเอาหิมะออกแล้วได้ยินเสียงแผ่วเบาดังเล็ดรอดออกมา“พวกคุณอดทนไว้ก่อนนะครับพวกเราจะช่วยพวกคุณออกมาเ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status