Partager

บทที่ 3

นอกจากซินซินตัวน้อยที่ยิ้มร่าเริงในความโชคร้ายของผู้หญิงตรงหน้าแล้วคนบ้านซูล้วนไม่ได้ใส่ใจใด ๆ กับอี้เหลียนทั้งสิ้น ตอนนี้ทุกคนจึงได้พากันเดินกลับมายังบ้านหลังใหม่ของตนด้วยความสุขใจที่ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน เสียที

ทางด้านบ้านตระกูลหลงเมื่ออี้เหลียนได้กลับไปถึงก็ได้แต่ร้องห่มร้องไห้ตัดพ้อต่อว่าในโชคชะตาทำไมตนถึงเป็นคนที่โดนผึ้งรุมต่อยอยู่คนเดียวเหตุใดคนอื่นยืนอยู่ก็หลายคนทำไมถึงไม่มีใครโชคร้ายเหมือนเธอ

เธอจึงคิดว่าต้องเป็นเพราะอดีตเมียแรกของสามีตนเป็นแน่ดังนั้นเมื่ออี้เหลียนเห็นตาอี้เข้าบ้านมาเธอจึงได้ใช้มารยาของตนพูดกล่อมว่าร้ายบ้านอดีตเมียของสามีพร้อมทั้งยังบีบน้ำตาออกมามากมายอีกด้วย

ทางฝ่ายตาอี้ที่เห็นเมียรักของตนปากบวมเจ่อและน้ำตาไหลอาบใบหน้าทั้งสองข้างก็รู้สึกแค้นใจแทนเมียรักของตนเป็นอย่างมาก และคิดว่าจะต้องออกไปจัดการกับคนบ้านนั้นสักหน่อยแล้ว

ทางด้านฝั่งของคนบ้านซูในตอนนี้เมื่อเข้าประตูใหญ่มาแล้วก็ต้องปลดปลงกับสภาพบ้านของตน แม้จะหลังใหญ่และยังคงแข็งแรงดีอยู่แต่ว่าก็ยังมีร่องรอยของความเสียหายอยู่มากเช่นกันเพราะขาดการดูแลและซ่อมแซมมานาน

ตอนนี้ทุกคนก็ต้องพากันอาศัยอยู่ห้องทางด้านตะวันออกที่มีเพียงสองห้องไปก่อน ห้องฝั่งทางนี้แม้ว่าจะมีจุดที่หลังคารั่วอยู่บ้างแต่ก็ยังมีไม่มากนักไม่เหมือนทางอีกฝั่ง

ตอนนี้ซินซินตัวน้อยก็ได้ทำปากจุบ ๆ จิบ ๆ เพราะหิว ผู้เป็นแม่จึงได้เข้ามายังห้องที่แม่สามีเตรียมไว้เป็นห้องนอนสำหรับตนและสามีแล้วโดยอยู่ข้างห้องของเยว่จิน ตอนนี้ ซินซินตัวน้อยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นเพราะเมื่อดูดน้ำนมที่เธอชื่นชอบแล้วตาก็ปรือลงแล้วก็หลับไป เมื่อซูเหมยเห็นว่าเจ้าตัวน้อยหลับไปแล้วตัวเองก็ยังคงอุ้มลูกวางพาดบ่าแล้วลูบหลังเบา ๆ เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเล็กไม่ตื่นแน่ ๆ จึงได้วางลงอย่างเบามือ

ในความฝันของเจ้าตัวน้อยซินซินเข้ามานั่งอยู่ในศาลาท่ามกลางสวนดอกไม้ของตนในตอนที่ได้อยู่กับเจ้าแม่หนี่วา เมื่อซินซินนั่งเล่นไปสักพักก็มีลมพัดพาเอากลิ่นหอมของ มวลบุพชาตินานาพันธุ์ลอยมากระทบนาสิกของเจ้าตัวทันที ซินน้อยสูดกลิ่นหอมนี้ด้วยความคุ้นเคย

“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าตัวน้อยวันนี้ทำเรื่องป่วนเขาไปแล้วสิท่าแต่ข้าเห็นว่าเจ้าไม่ได้เป็นคนรังแกเขาก่อนข้าจะทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งก็แล้วกัน” เจ้าแม่หนี่วาที่ปรากฎกายมาพร้อมกับกลิ่นหอมนั้นได้เอ่ยหยอกเย้าซินซิน

“แหม เจ้าแม่เจ้าขาก็หญิงผู้นั้นปากนางไม่ดีจริง ๆ นี่เจ้าคะโดนไปแค่นั้นก็นับว่าสมควรแล้ว ซินน้อยก็ตัวเล็กจิ๊ดเดียวแต่มาว่าให้ร้ายกันเสียได้” ซินซินก็พูดอ้อนเจ้าแม่ขึ้นมา พร้อมทำนิ้วชี้และนิ้วโป้งมาประกบกับทำท่าทางจิ๊ดเดียวให้เจ้าแม่ดู

เจ้าแม่ก็ได้แต่อมยิ้มเอ็นดูกับเจ้าเด็กแสบตรงหน้า ซินซินตัวน้อยนี้แม้จะอยู่บนสวรรค์อายุหมื่นปีก็จริงแต่ถ้าเทียบกับเด็กมนุษย์ก็แค่เด็กห้าขวบเท่านั้นเอง เจ้าแม่จึงได้เอ็นดูเจ้าตัวน้อยนี้มากเพราะนางเลี้ยงเจ้าตัวเล็กตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นมาจากดอกบัวสวรรค์

หากไม่ใช่เป็นเคราะห์กรรมครั้งเก่าก่อนเจ้าตัวน้อยคงยังไม่ต้องลงไปเผชิญกับเคราะห์เร็วนักหรอก นั่นต้องโทษเจ้าเด็กหน้าเหม็นคนนั้นที่บังอาจไปร้องขอวิงวอนให้ลูกรักของตนอย่างซินซินต้องไปเกิดเร็วเช่นนี้ นางเลี้ยงของนางมาย่อมต้องหวงแหนและรักใคร่เป็นธรรมดา

“เอาล่ะที่ข้ามาวันนี้ข้าจะมามอบปานดอกบัวคืนให้แก่เจ้า เจ้าจงหลับตาเสีย” เมื่อสิ้นเสียงเจ้าแม่ซินซินก็หลับตาลงทันที

หลับตาอยู่สักพักก็เกิดแสงสว่างมาจากหน้าผากของซินซิน แสงนั้นเกิดมาจากปานรูปดอกบัวบานสีชมพูกลางหน้าผากกลมมนของเด็กน้อย มันคงรูปลักษณ์อยู่ชั่วครู่แล้วก็หายไปคงเหลือไว้แค่รอยจาง ๆ หากไม่จ้องมองดี ๆ ก็ไม่มีทางเห็นได้

ซินซินมีความรู้สึกอุ่นวาบบนหน้าผากของตนเพียงชั่วครู่ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าแม่มามอบปานบงกชนี้ให้กับเธอภายในปานบงกชมีสิ่งของที่จำเป็นหลายอย่างต่อการดำรงชีวิตมากมายที่ได้มาจากโลกยุคอนาคต

เนื่องจากก่อนที่ซินซินจะได้ถือกำเนิดขึ้นมาจากดอกบัวนั้นเธอเคยได้ไปเกิดในยุคปี 2000 มาก่อน แล้วในยุคนั้นเธอก็ได้ฝันว่าได้มีปานดอกบัวนี้ที่หน้าผากเช่นกัน

คนในฝันที่เธอเพิ่งมารู้ก็คือเจ้าแม่หนี่วานี้เองได้มาเตือนเธอว่าให้เก็บของทุกอย่างที่จำเป็นโดยเฉพาะอาหารยารักษาโรคและเครื่องนุ่งห่มเอาไว้ให้มาก อะไรที่คิดว่ามีความจำเป็นต่อการดำรงชีพก็กวาดเข้ามาไว้ในปานบงกชได้เลย

เธอคาดคิดว่าจะได้ไปเกิดใหม่เหมือนในนิยายหลาย ๆ เรื่องทันทีแต่ที่ไหนได้เธอกลับได้มากำเนิดในดอกบัวและอยู่เป็นเทพฝึกหัดของเจ้าแม่มาตลอดหนึ่งหมื่นปี และเพิ่งจะได้มาเกิดเมื่อสามวันก่อนนี่เอง

รับรองต่อให้ที่เธออยู่จะกันดารมากกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ยังไงก็อยู่รอดอย่างแน่นอน มีทั้งพรตามใจนึกที่เจ้าแม่ให้ไว้และของที่อยู่ในปานบงกชอีก ซินซินที่คิดจะทำให้ที่บ้านร่ำรวยจนตอกหน้าคนชั่วบ้านหลงให้ได้ล้างคอรอดูกันได้เลย

“เจ้าตัวน้อยเจ้าทำสีหน้าเจ้าเล่ห์แบบนี้คิดจะทำอะไรกันอีกจะทำอะไรก็อย่าให้หนักจนเกินไปนักล่ะเดี๋ยวจะเดือดร้อนตัวเองเข้าใจไหม” เจ้าแม่ก็เอ่ยเตือนขึ้นพร้อมลูบผมนุ่มของเจ้าตัวน้อยไปด้วย

“เจ้าค่ะเจ้าแม่ซินซินจะเชื่อฟังคำสั่งสอนของท่าน” ทางด้านซินซินก็กอดเอวเจ้าแม่ไว้เช่นเดียวกัน

“ซินซินเจ้าใจร้ายเจ้าทิ้งข้าไว้ตามลำพังเจ้าใจร้าย” หลังเสียงตัดพ้อนี้จบลงก็ปรากฎร่างกลม ๆ สีเขียวมีตามีจมูกและมีปากเพียงเท่านั้น ส่วนหัวมีใบโคลเวอร์สี่แฉกแทนผมเพียงเส้นเดียว และเจ้าตัวเล็กนี้ก็ได้กระโดดเพื่อนำตัวเองมาวางแปะอยู่บนหัวของซินซินแล้ว

“จิวจิวเจ้าเองเหรอข้าจะทิ้งเจ้าไปได้อย่างไรล่ะแต่ข้าลงไปเกิดนะเจ้าจะลงไปอยู่กับข้าจริง ๆ เหรอ ในยุคที่ซินซินไปเกิดมันค่อนข้างจะลำบากมากเลยนะ” ซินซินก็เอามือลูบหัวเจ้าตัวน้อยเป็นการปลอบประโลม

“ชิข้าไม่สนข้าจะไปกับเจ้าข้าอยู่ที่นี่ตัวเดียวข้าเหงามากเลย” จิวจิวพูดขึ้นพร้อมน้ำตาคลอหน่วยอยู่ที่ขอบตาที่กลมโตนั้นจะหยดลงมาอยู่รอมร่อ

“เจ้าแม่เจ้าขาจิวจิวไปอยู่กับซินซินได้ไหมเจ้าคะ” ซินซินเรียกเจ้าแม่ด้วยเสียงอ้อน ๆ พร้อมกระพริบตาปริบ ๆ ไปด้วยเพื่อให้ดูน่าสงสาร

“เจ้าทั้งสองนี่ต่างก็เจ้าเล่ห์ทั้งคู่จริง ๆ แล้วแต่เจ้าเถอะพาไปอยู่ด้วยกันก็ได้จะได้ต่างคนต่างช่วยเหลือดูแลกัน ครั้งนี้ข้าได้มามอบของสำคัญให้เจ้าแล้วหากไม่มีเรื่องที่สำคัญจริง ๆ ข้าจะไม่มาพบเจ้านะ

เพราะข้าต้องไปบำเพ็ญเพียรฝึกตบะเช่นกันเจ้าทั้งสองต้องดูแลกันให้ดี ๆ ล่ะ และโดยเฉพาะเจ้าซินซินจงดูแลตัวเองและครอบครัวให้ดีเข้าใจหรือไม่” พอเจ้าแม่พูดจบร่างกายของเจ้าแม่ก็ค่อย ๆ เลือนหายไป คงเหลือทิ้งไว้แค่เพียงกลิ่นหอมบางเบาเพียงเท่านั้น

“ฮึกฮึก” ซินซินน้องร้องไห้ทำไมเดี๋ยวพี่ชายจะไปตามแม่มาดูน้อง

“แม่คราบ แม่น้องร้อง” พี่ชายวัยสี่ขวบรีบใช้ขาสั้น ๆ ของตนวิ่งออกตามหาแม่ทันที

“ซานซานเป็นอะไรไปลูกเรียกหาแม่เสียงดังเชียว” ซูเหมยกำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัวได้ยินเสียงลูกชายของตนจึงรีบวิ่งอย่างเร่งรีบออกมา

“น้องร้องฮะแม่” ซานซานก็รีบบอกแม่ของตน เมื่อซูเหมยได้ยินแบบนี้จึงได้วิ่งไปทางห้องของตนและไปอุ้มลูกน้อยของตนทันทีพร้อมกับร้องเพลงกล่อมไปด้วย

ฝ่ายซานซานเจ้าตัวน้อยก็ได้แต่ใช้ขาสั้น ๆ ของตนวิ่งตามแม่มาทีหลัง “แฮก ๆ มะแม่แฮก ๆ นะน้อง” พูดไปก็ยังคงหอบไปเมื่อเห็นลูกชายตนเป็นแบบนี้ซูเหมยก็รู้สึกสงสารจึงเอามือลูบหัวปลอบลูกชายของตน

“น้องไม่เป็นไรแล้วจ้ะ ลูกค่อย ๆ หายใจ ลูกชายของแม่เก่งมากเลย” ซูเหมยก็เอ่ยชมลูกชายของตน ฝ่ายซานซานเมื่อได้รับคำชมจากแม่ก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

ในขณะที่แม่กับลูกชายคุยกันอยู่ก็ตกใจกับเสียงตบประตูหน้าบ้านที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ซินซินสะดุ้งตกใจจนลืมตาตื่นทันที ซูเหมยเห็นลูกทั้งสองต่างพากันตกใจก็ได้เอ่ยปลอบเจ้าตัวเล็กก่อนแล้วจึงวางมือบนหัวคนเป็นพี่ชายพร้อมลูบเบา ๆ

“ไม่ต้องกลัวนะลูก แม่อยู่นี่ไม่ต้องกลัว” ซูเหมยเอ่ยปลอบลูกน้อยทั้งสองของตน

“ออกมาเดี๋ยวนี้นะนางเยว่จินเราก็หย่ากันไปแล้ว หล่อนยังจะไปหาเรื่องอี้เหลียนอีกทำไมกันฮะ แน่จริงก็ออกมา ออกมาเดี๋ยวนี้” เสียงบ่นด่าของตาอี้พร้อมทั้งเสียงตบประตูดังลั่นยังคงโหวกเหวกโวยวายอยู่อย่างนั้น

รักกันมากนักใช่ไหมงั้นก็เป็นเหมือนกันท่าจะดี อยู่ดี ๆ กันไม่ได้งั้นซินซินจะจัดให้ เจ้าตัวน้อยได้แต่คิดอยู่ในใจพร้อมดวงตาที่จ้องเขม็งไปทางประตูบ้านประหนึ่งว่าจะมองให้ทะลุมองเห็นคนอีกฝั่ง

“จิวจิวคนดีช่วยไปบอกพี่ต้นไม้หน้าประตูให้ยื่นกิ่งอันสง่างามของตนไปโยนใส่คนที่มาโวยวายหน้าบ้านของเราให้ไป ไกล ๆ ที และก็ไหว้วานผึ้งน้อยผู้น่ารักสักสามสี่ตัวให้ไปต่อยปากอันโสมมของชายผู้นั้นด้วย” ซินซินเอ่ยขอร้องต่อเพื่อนตัวเล็กของตน

จิวจิวมีหรือจะกล้าขัดใจเพื่อนตัวน้อยเพื่อนบอกแบบไหนตนก็จัดตามที่เพื่อนร้องขออย่างนั้นเช่นกัน เมื่อจัดการตามที่เพื่อนตัวน้อยบอกแล้วมันก็รีบเข้ามาหาเจ้าตัวน้อยทันที

“เรียบร้อยตามเจ้าปรารถนาทุกประการ” มันเด้ง ๆ ตัวของมันขึ้นลงไปมาพร้อมทำใบโคลเวอร์บนหัวตั้งขึ้นด้วยประมาณว่าชมข้าสิ ชมข้า ข้าเก่งมาก

“จิวจิวของซินซินเก่งที่สุด” ซินซินก็ได้ส่งกระแสจิตออกมาพร้อมกับยิ้มกว้างจนเห็นเหงือกแดงแจ๋ของตน ตอนนี้จะยังไม่มีใครสามารถเห็นจิวจิวได้หากซินซินไม่ได้อนุญาต ดังนั้นจิวจิวจึงกล้าออกมาปรากฎตัว

เมื่อซูเหมยเห็นว่าลูกน้อยของตนตื่นมาแล้วอารมณ์ดีจึงได้วางลูกของตนลง ที่ตนไม่กล้าไปเปิดประตูหน้าบ้านเพราะว่าตนอยู่กับลูกแค่สามคนเท่านั้น สามีและแม่สามีต่างก็ขึ้นเขาเพื่อไปหาของป่าและเก็บสะสมฟืนเพราะว่าใกล้หน้าหนาวเข้ามาทุกทีแล้ว

ซูเหมยคิดว่าตอนนี้เสียงหน้าประตูเงียบลงแล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะซูเหมยคิดว่าอดีตพ่อสามีของตนน่าจะจากไปแล้วนั่นเอง

เป็นอย่างไรบ้างคะถูกใจกับความแสบซ่าส์แบบแพคคู่ของน้องกันไหมคะ
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application
Commentaires (1)
goodnovel comment avatar
สุดใจ ใจกล้า
อ่านแล้วสนุกมากๆเลยติดตามค่ะ
VOIR TOUS LES COMMENTAIRES

Dernier chapitre

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 166

    “มีงานด่วนนะ พวกเรากลับบ้านกันเถอะ น้องสาวน้องเขยเหนื่อยหรือเปล่าการเดินทางค่อนข้างไกล” ชุนตอบคำถามหลานสาวก่อนหันไปถามน้องสาวและน้องเขยอย่างเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยค่ะ พวกเราไม่ได้นั่งอยู่ข้างนอก” ซูเหมยสำรวจพี่ชายในขณะตอบเมื่อเห็นว่าเขาสุขสบายดีเธอก็วางใจ“เด็ก ๆ เป็นอย่างไรบ้างคะพี่” ซูเหมยถามถึงลูกชา

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 165

    หลังจากซินซินกับมู่หลงเฉินเดินทางกลับมายังมณฑลของตัวเอง เด็กน้อยไท่ไท่ผู้ฉลาดแสนซนก็ได้เข้าโรงเรียนระดับประถมซึ่งเป็นการเข้าเรียนทั้งที่อายุยังน้อยทำให้ครูในโรงเรียนได้ให้เขาทำแบบทดสอบมากมายเด็กชายก็ทำทุกวิชาได้เป็นอย่างดี ที่เป็นอย่างนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับจิวจิวผู้ที่คอยสอนสั่งเด็กน้อยในเร

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 164

    “ครับ” เด็กหนุ่มรับคำอย่างมุ่งมั่น“ส่วนของที่อยู่ในซองนี้ พี่จะเก็บรักษาเอาไว้ให้ก่อน เมื่อไหร่ที่นายเติบโตพี่จะมอบมันให้อย่าบอกแม่ของนายล่ะ” มู่หลงเฉินกล่าวกำชับน้องชายพร้อมกับเก็บสิ่งที่อยู่ในซองลงในลิ้นชักตามเดิม“ผมเข้าใจครับ” เด็กหนุ่มรับคำอย่างเชื่อฟังในจดหมายของคุณปู่ได้ระบุไว้ทั้งหมดอย่างล

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 163

    “ซินซินลูกเป็นอะไรครับ ทำไมร้องไห้ไม่หยุดเลย” มู่หลงเฉินพยายามกล่อมบุตรชายเท่าไหร่ เขาก็ไม่ยอมเงียบ ชายหนุ่มจึงได้ถามภรรยาสาวอย่างจนใจ“ส่งลูกมาให้ซินซินเถอะค่ะ แล้วพวกเราไปห้องคุณปู่กัน” ซินซินกล่าวออกมาอย่างยากลำบากเพราะรู้ว่าสามีรักผู้เป็นปู่มากขนาดไหน“หมายความว่า” มู่หลงเฉินกล่าวเพียงแค่นั้น หล

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 162

    ทำให้เจ้าหน้าที่ สามสี่คนต้องตกใจตื่น พวกเขามองกันเหลอหลาว่าใครที่มาเรียก แต่ทว่าก็ไม่เห็นตัวคนจึงทำให้พวกเขาพากันขนลุกซู่พร้อมทั้งคิดเหมือนกันว่าพวกเขาน่าจะเจอดีเข้าแล้วและก่อนที่พวกเขาคิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ พวกเขาก็เห็นรถของมู่หลงเฉินที่จอดอยู่หน้าประตูโรงพยาบาลทำให้พวกเขารีบออกมาดู และก็ต้องขนต

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 161

    “ซินซินขอโทษนะคะ ที่ทำให้พี่ลำบาก” หญิงสาวกอดชายหนุ่มพร้อมพูดจาออดอ้อนอย่างอ่อนหวาน“พี่เข้าใจน้องครับ” ชายหนุ่มเอามือลูบผมภรรยากล่าวตามจริง แม้ว่าในบ้างครั้งเขาจะรู้สึกเหนื่อยก็ตาม แต่หลังจากคิดได้ว่าการที่ภรรยากำลังอุ้มท้องบุตรของตนนั้นลำบากกว่าเขาตั้งหลายเท่าก็ทำให้เขากลับรู้สึกสงสารหญิงสาวเป็นอย

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 152

    และหลังจากจัดการชำระล้างคราบเหงื่อไคลเรียบร้อยหญิงสาวก็หลับสนิทจนกระทั่งถึงเช้า จิวจิวจึงได้นำตัวสหายออกมาวางบนเตียงเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตกับพนักงานที่จะต้องเข้ามาทำความสะอาดภายในห้องหลังจากซินซินตื่นนอนเธอก็เข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำจากนั้นก็นำอาหารที่อยู่ในมิติออกมากินเมื่อกินอิ่มเธอก็พร้อมที่จะอ

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 150

    “ถึงตู้นอนของพวกเราแล้วครับ” มู่หลงเฉินวางสัมภาระที่มีเพียงน้อยนิดเพื่อตบตาคนอื่นไว้บนเตียงชั้นบน“หลานหิวไหม ลุงจะไปหาอะไรมาให้กิน” ชุนถามหลานสาวที่มีใบหน้าซีดเซียวผิดปกติ“ไม่หิวค่ะ ซินซินแค่รู้สึกมึนหัว พักสักครู่คงดีขึ้น” ซินซินตอบตามตรง แม้เธอจะมียาแก้เมาแต่ใช่ว่ามันจะกลบกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ ท

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 149

    ท่ามกลางความเงียบ พนักงานที่กำลังนำอาหารมายังโต๊ะของซินซินได้เอ่ยปากของตนอย่างสุภาพกับหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะของลูกค้าผู้ที่เป็นเจ้าของอาหารจานพิเศษของร้าน“ขอโทษนะคะ ช่วยกรุณาหลีกทางด้วยค่ะ” เสียงพนักงานของร้านได้บอกกับหญิงสาวที่ยืนนิ่งเป็นหินอยู่กับที่โดยที่เธอทั้งสองไม่คิดว่ามู่หลงเฉินจะเย็นชาแ

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 148

    มู่หลงเฉินไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่เห็นน้องแฝดของหญิงสาว เนื่องจากการมีเด็กทั้งสองไปด้วยก็เป็นการดีเนื่องจากจะได้หลีกเหลี่ยงคำครหาของผู้คน“พี่เฉินจะพาพวกเราไปเที่ยวที่ไหนครับ” ซานซินเอ่ยถามชายหนุ่มผู้เป็นคนขับรถ“พี่จะพาไปห้างประชาชนในมณฑลสนใจไหม” ชายหนุ่มตอบน้องชายของหญิงสาวโดยสายตาไม่ได้ละไปจากถนนเบื

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status