Partager

บทที่ 4

หลังจากที่ซินซินและจิวจิวได้ไล่แขกที่ไม่ได้รับเชิญกลับไปได้แล้วซินซินก็อารมณ์ดีเป็นอย่างมากนอนยิ้มและส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากออกมา ฝ่ายซานซานเมื่อเห็นว่าน้องสาว ของตนยิ้มและหัวเราะได้ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งพร้อมยิ้มตามน้องสาวของตนไปด้วย

“ซินน้อย จองปีน่ายักจริง ๆ” ซานซานพูดขึ้นพร้อมยิ้มตามน้องน้อยของตน

ฝ่ายซินซินที่เห็นว่าพี่ชายมองมาจึงคิดอยากจะขุนพี่ชายให้อ้วนมากกว่านี้จึงได้นึกถึงนมในมิติขึ้นมา เมื่อคิดได้ก็ลงมือทำทันที เอาเสื้อกันหนาวออกมาด้วยดีกว่า อ๋อเอาเนื้อหมูออกมาด้วย

เอ๋เอาอะไรอีกดีนะที่จะให้ครอบครัวสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ เพื่อที่คุณย่าใจดีกับพ่อสุดหล่อจะได้ไม่ต้องมากลุ้มใจเกี่ยวกับเรื่องเงินที่จะนำมาปรับปรุงบ้าน

ที่เธอกล้าที่จะนำสิ่งของต่าง ๆ ออกมาเลยก็เพราะว่าเธอได้รับรู้จากพลังบางส่วนว่าครอบครัวนี้มีความจริงใจและรักเธออย่างแท้จริง ถ้ารอจนกว่าเธอจะพูดได้เธอจะต้องดูครอบครัวลำบากไปอีกนานหลายปีจะให้เธอทนได้ยังไงกัน

ในเมื่อมีของดีอยู่กับตัวก็ต้องใช้จริงไหมล่ะ เพราะเธอดูจากการที่ย่าของเธอหย่าขาดจากผู้ชายเลวแบบนั้นได้และไหนจะได้สัญญาเอาลูกออกจากตระกูลอีก เธอคิดว่าย่าของเธอนับว่าเป็นผู้หญิงที่ฉลาดและมีความรอบคอบมากทีเดียว

ส่วนพ่อกับแม่ของเธอต่างก็เป็นคนดีและรักครอบครัวมากเช่นกัน ก็ในเมื่อมีครอบครัวที่ดีแล้วเธอก็แค่อยากให้ครอบครัวอยู่กันอย่างไม่ลำบากมากนัก

ตอนนี้ก็แค่ทยอยเอาออกมาให้เล็ก ๆ น้อย ๆ รอจนเธอโต เธอจะทำให้ครอบครัวของเธอเป็นเศรษฐีให้ได้เพื่อที่จะทำให้คนตระกูลหลงกระอักเลือดให้ดู แค่คิดก็สะใจแล้ว หายนะเหรอเดี๋ยวจะได้เจอของจริงกัน

ซานซานที่ตอนนี้เมื่อมองน้องของตนก็เห็นว่าเวลาน้องโบกมือน้อย ๆ ของตนหนึ่งครั้งก็จะมีของออกมาหนึ่งชิ้น เขาก็ตกใจแต่เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยเพราะของที่โผล่มาแต่ละชิ้นนั้นแม้ว่าเขาจะยังเป็นเด็กก็รู้ว่ามันหายากมาก ไม่ว่าจะเป็น ผ้าห่ม เสื้อผ้า เนื้อหมู

ตอนนี้เขาได้แต่อ้าปากค้างอย่างเดียวและคิดว่าน้องของเขาต้องเป็นเทพธิดามาเกิดแน่ ๆ คนธรรมดาที่ไหนจะเสกของได้แบบนี้กัน ไม่ได้การแล้วเขาต้องรีบไปบอกแม่พ่อและย่าเพื่อที่ทุกคนจะได้มาช่วยเขาปกป้องน้องน้อย

เมื่อคิดปุ๊บซานซานก็ทำปั๊บทันที ซานซานก้าวเท้าสั้น ๆ ของเขารีบวิ่งไปยังที่คนในครอบครัวทั้งสามยืนอยู่ เมื่อมาถึงเขารีบเดินไปจับมือย่าของตนและดึงมือของย่าเพื่อที่จะให้ตามเขามา

“ซินซินน้องสาว” ซานซานพูดออกมาแค่นี้แล้วก็รีบดึงมือย่าของตนต่อ

ทางด้านพ่อและแม่รวมถึงย่าต่างก็ร้อนใจก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องที่ซินซินนอนอยู่ทันที เมื่อทั้งสี่คนรวมถึงซานซานด้วย พ่อแม่และย่าตอนนี้ต่างก็อ้าปากค้างตาเบิกกว้างต่อภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นอย่างมาก

เนื่องจากพวกเขามองเห็นสิ่งของมากมายกองอยู่บนเตียงและก็ยังมีโผล่ขึ้นมาท่ามกลางสิ่งที่ว่างเปล่าด้านหน้าอีก

“นะนี่มันอะไรกันของเหล่านี้มาจากไหนกัน” เสียงของพ่อที่ถามขึ้นมาด้วยความแปลกใจ ส่วนแม่และย่าก็ได้วิ่งมาดูเจ้าตัวน้อยแล้วเพราะได้ยินแต่เสียงหัวเราะชอบใจ

เมื่อย่าและแม่เห็นว่าลูกและหลานสาวตัวน้อยไม่เป็นอะไร ต่างก็พากันโล่งใจ แล้วก็มองสิ่งของรอบ ๆ อย่างสงสัย ส่วนเจ้าตัวป่วนที่ตอนนี้ไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดว่าได้ทำให้คนในครอบครัวพากันตกใจไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบไปแล้ว ก็ยังสนุกในการเอาของออกมาอย่างเพลิดเพลิน

เพราะเจ้าตัวน้อยคิดว่าสิ่งนั้นก็จำเป็น สิ่งนี้ก็ต้องใช้ สิ่งนั้นก็ยังขาด ดังนั้นนึกไปนึกมาจึงได้เห็นสิ่งของทั้งหมดกองเป็นภูเขาลูกย่อม ๆ ล้อมรอบตัวเองโดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย

“ซินน้อยพอแล้วหลานย่า แค่นี้ก็เกินพอต่อครอบครัวเราแล้ว” ยังคงเป็นย่าที่ได้สติก่อนคนอื่น ๆ จึงเข้ามาลูบหัวของเจ้าตัวน้อยและบอกให้พอได้แล้ว

เพราะคนเป็นย่าก็ห่วงว่าการที่หลานตนทำแบบนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องธรรมดาก็กลัวว่าอาจจะมีอันตรายเกิดกับหลานของตน เพราะเธอเองก็มั่นใจไปแล้วว่าการที่หลานเธอทำแบบนี้ได้หลานคนนี้คงจะเป็นเทพมาเกิดอย่างแน่นอน

แต่เพื่อความปลอดภัยของหลานตัวน้อยและของที่เจ้าตัวน้อยนี้เสกออกมาก็มากเกินความจำเป็นที่มีแล้ว เธอจึงต้องรีบมาหยุดหลานสาวเอาไว้ก่อน

เมื่อซินซินรับรู้ถึงความห่วงและความกังวลของย่าตนเธอก็หยุดมือทันทีพร้อมกับฉีกยิ้มที่เห็นแต่เหงือกแดงแจ๋ให้ย่าของตนเห็นด้วยว่าหนูสบายดีย่าไม่ต้องเป็นห่วง

“เก่งมากเลยลูก ตัวแค่นี้ก็เข้าใจย่าแล้ว เด็กดี ๆ” ย่าก็พูดชมเจ้าตัวน้อยพร้อมลูบหัวเอ็นดูไปด้วย เจ้าตัวน้อยเมื่อถูกชมก็ยิ้มกว้างไปกันใหญ่จนตอนนี้ได้มีน้ำเชื่อมไหลย้อยออกมาจากขอบปากสีแดงชมพูของเจ้าตัวซะแล้ว

“พ่อฮับ แม่ฮับ” ซานซานได้เรียกทั้งพ่อและแม่ของตนเมื่อเห็นว่าทั้งสองต่างได้ยืนนิ่งเป็นเวลานานมากแล้ว ทั้งพ่อและแม่เมื่อได้ยินเสียงลูกชายของตนต่างก็มีสติกันขึ้นมา

“ว่ายังไงครับลูกชายพ่อ” จินเป่าก็ได้ก้มตัวลงแล้วอุ้มลูกชายขึ้นมาแนบอกของตน ฝ่ายคนเป็นลูกก็ชอบใจที่พ่อของตนกอดและอุ้มตนเองไว้แบบนี้

“น้องปกป้องน้อง” ซานซานได้บอกสิ่งที่คิดออกมา เมื่อทุกคนที่อยู่ตรงนั้นรวมทั้งซินซินที่ได้ฟังด้วยต่างก็ชื่นใจที่เด็กตัวแค่นี้รู้จักคิดที่จะปกป้องน้องของตน

“ใช่ครับเราทุกคนต้องช่วยกันปกป้องซินน้อย และเรื่องนี้เราก็ห้ามบอกกับใครทั้งนั้นลูกเข้าใจไหมครับ” ฝ่ายผู้เป็นพ่อเมื่อได้ยินที่ลูกชายตัวน้อยพูดขึ้นมาก็ปลื้มใจและตัวเองก็ยังเอ่ยย้ำกับลูกชายตนด้วยว่าต้องเก็บเป็นความลับ

“ใจครับ” เด็กชายตัวน้อยรับปากทันที

เมื่อทุกคนเข้าใจกันดีแล้วทุกคนก็ต่างเข้ามาช่วยกันแยกของว่ามีอะไรบ้างและควรจะเก็บไว้ตรงไหน แล้วมีอะไรที่พอจะเปลี่ยนเป็นเงินได้บ้างเพราะจะได้เอามาซ่อมแซมบ้านก่อนที่หน้าหนาวจะมาเยือน เพราะตอนนี้อากาศก็เริ่มเย็นลงทุกทีแล้ว

“ซินซินครับลูก พ่อเอาของที่หนูให้มาไปขายได้ไหมครับเราจะได้มีเงินมาซ่อมแซมบ้านกัน” จินเป่าเอ่ยขอลูกสาวตัวน้อยของตนก่อนเพราะเขาถือว่าของเหล่านี้เป็นของลูกของเขา เขาซึ่งเป็นพ่อก็ไม่ควรที่จะชุบมือเปิบ

“อู ๆ อ่า ๆ” ซินซินก็พยายามจะบอกว่าได้แต่ก็จนใจจึงได้แต่ยิ้มกว้างแทน เมื่อจินเป่าเห็นแบบนี้ก็แสดงว่าลูกสาวตัวน้อยของเขาอนุญาตแล้ว

“ซินซินของพ่อดีที่สุด ลูกทั้งสองของพ่อเป็นลูกที่ดีที่สุดเลยครับ” จินเป่าก็ก้มลงไปหอมลูกน้อยทั้งสองของตน ซินซินผู้ถูกผู้เป็นพ่อหอมก็หัวเราะชอบใจ

“แม่ครับ พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปในเมืองและจะแวะไปดูฮัวเหมยด้วยนะครับ ไม่รู้ว่าน้องอยู่ที่เหมืองจะเป็นอย่างไรบ้าง แล้วผมก็ไปบอกให้น้องลางานมาเปลี่ยนสกุลด้วย” จินเป่าบอกสิ่งที่ตนคิดออกมา

เพราะน้องสาวของเขาได้เข้าไปทำงานที่เหมืองถ่านหินตั้ง แต่เรียนจบมัธยมต้นแล้วโดยได้ลุงของเขาเป็นคนจัดการให้ เขาสงสารน้องสาวหากน้องเขาได้รู้ว่าพวกเขาทั้งหมดได้ตัดขาดจากตระกูลหลงแล้วคงจะดีใจ

เพราะที่น้องต้องไปทำงานในเหมืองก็เพราะอยากจะหนีให้ไกลจากบ้านหลงนั่นเอง และตอนนี้น้องของเขาก็เรียนจบโรงเรียนภาคค่ำของโรงเรียนเทคนิคแล้วหน้าที่การงานก็คงจะสูงขึ้นไปอีก

วันต่อมาจินเป่าได้นำของใส่กระสอบป่านใบใหญ่แล้วได้แบกของเดินออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เพราะเขากลัวว่าหากออกมาสายกว่านี้จะมีคนสงสัยและเอาไปลือต่อ ๆ กันได้เขาจึงได้แต่ต้องทนเดินเท้าเข้าไปในเมืองเอาเอง

เดินมาเป็นเวลากว่าสองชั่วโมงฟ้าก็เริ่มสว่างตัวจินเป่าเองก็ถึงในเมืองพอดี หากซินซินรู้ว่าพ่อต้องเดินไกลขนาดนี้เธอคงเอาจักรยานออกมาให้พ่อเป็นแน่ เมื่อจินเป่ามาถึงเขาก็เข้าไปในตลาดมืดทันทีเพราะเขาคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างมากเนื่องจากมักจะนำสัตว์ที่ล่าได้มาขาย

เขามีร้านรับซื้อของเจ้าประจำอยู่และเถ้าแก่เองก็ให้ราคาที่เป็นธรรมจึงได้ติดต่อค้าขายกันเรื่อยมา วันนี้เขาได้นำข้าวขาวชั้นดีมาขายและเนื้อหมู มีทั้งสามชั้น เนื้อแดง ขาหมู ไก่เป็นตัวก็มีตั้งสามตัว ลูกสาวตัวน้อยของเขาช่างเป็นเทพธิดานำโชคจริง ๆ

คิดอะไรมาเรื่อยเปื่อยเขาก็เดินมาถึงร้านค้าที่เขานำของมาขายแล้ว เมื่อเดินไปหน้าร้านก็เห็นเถ้าแก่ดูวุ่นวายเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเถ้าแก่หันมาเห็นเขาแบกกระสอบใบใหญ่เข้ามาก็ยกยิ้มอย่างดีใจ

“จินเป่านายมาแล้ว วันนี้มีเนื้ออะไรมาขายบ้าง วันนี้อั๊วกำลังจะแย่แล้วเพราะมีนายทหารยศโตอยากได้เนื้อหลายชั่งเอามาจัดงานเลี้ยงแต่ตอนนี้ยังหาเนื้อไม่ได้เลย หากไม่ได้เนื้อภายในวันนี้นะร้านอั๊วต้องเจ๊งแน่ ๆ"

“เถ้าแก่วันนี้ผมมีมาหลายอย่างเลยรับรองร้านเถ้าแก่รอดอย่างแน่นอน แล้วเถ้าแก่อย่ามากดราคาผมก็พอ”

“ลื้อไม่ต้องกลัวหรอกน่า ลื้อก็รู้ว่าอั๊วไม่เคยเอาเปรียบใครอยู่แล้ว มา ๆ อย่าพูดมากอยู่เอาของออกมาขายเลย” เมื่อเถ้าแก่พูดจบจินเป่าก็รีบวางกระสอบลงและนำสินค้าของตนออกมาทันที

เมื่อเถ้าแก่ได้เห็นสิ่งของที่วางกองอยู่ตรงหน้าเถ้าแก่ก็ได้แต่อ้าปากตาเบิกโพลงด้วยความตกใจว่าจินเป่าเป็นพระมาโปรดเขาจริง ๆ

เมื่อจินเป่าได้นำของทุกอย่างออกมาหมดแล้ว เถ้าแก่ก็ทำการคิดเงินให้อย่างยุติธรรม เมื่อคิดเงินทุกอย่างออกมาทั้งหมดแล้วเบ็ดเสร็จจินเป่าได้เงินทั้งหมดไปสองพันห้าร้อยหยวน แต่เถ้าแก่ใจป้ำเพราะเหมือนจินเป่าเป็นผู้ช่วยให้ร้านแกรอดจึงได้จ่ายเงินให้แก่จินเป่าเพิ่มอีกห้าร้อยหยวน เป็น สามพันหยวน

“เถ้าแก่นี่มันไม่เยอะเกินไปหรือครับ เถ้าแก่คิดราคาให้ผมถูกแน่นะ ผมไม่คืนนะครับ ฮ่าฮ่า” ฝ่ายจินเป่าก็พูดหยอกเย้ากับเถ้าแก่

ฝ่ายเถ้าแก่ที่ได้ยินว่าจินเป่าพูดขึ้นมาแบบนี้ก็ได้แต่มองค้อนไป "ลื้อนี่มันยังไง อั๊วเป็นคนยุติธรรมลื้อก็รู้ วันนี้ลื้อเป็นเหมือนผู้ช่วยชีวิตของอั๊วดังนั้นอั๊วจึงให้พิเศษเพิ่มอีกห้าร้อยหยวนยังไงล่ะ ไว้คราวหน้ามีอะไรก็เอามาขายให้อั๊วอีกนะ

“ได้ครับเถ้าแก่ เราค้าขายกันมานานแล้วเถ้าแก่ก็รู้ว่าผมก็มาแต่ที่นี่เป็นประจำอยู่แล้วผมไม่เสี่ยงเอาไปขายเองหรอกครับ ถ้าอย่างนั้นผมกลับแล้วนะครับ ไว้ค่อยเจอกันใหม่” เมื่อบอกลาเถ้าแก่แล้วจินเป่าก็เดินออกจากตลาดมืดทันที

จินเป่าก็เดินเรื่อย ๆ มาจนถึงโรงงานเหมืองแร่ที่น้องสาวของตนทำงานอยู่ ยามรักษาการณ์ที่เห็นว่าเป็นใครก็ได้ทักทายกันตามประสาคนคุ้นเคยและได้ประกาศเสียงตามสายเพื่อตามตัวน้องสาวของจินเป่าให้

ระหว่างที่รอน้องสาวตนจินเป่าก็ได้หยิบลูกอมกระต่ายขาวออกมาให้ยามคนนี้ไว้ด้วยสิบเม็ด หากให้มากเกินไปเดี๋ยวเขาก็จะสงสัยเอาได้

ฝ่ายยามเมื่อเห็นว่าจินเป่าได้หยิบลูกอมออกมาให้ตนก็ดีใจเพราะยุคนี้ใช่ว่าจะได้กินน้ำตาลกันได้ง่ายโดยเฉพาะลูกอมแบบนี้ เพราะต้องใช้คูปองซื้อและต้องซื้อแต่ในสหกรณ์เท่านั้นและก็มีจำกัดจำนวนด้วย

“พี่ชาย พี่มาหาน้องที่นี่มีเรื่องอะไรหรือเปล่าจ๊ะ” ฮัวเหมยเมื่อเห็นพี่ชายของตนมาเธอก็รีบถามออกมาอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยวพี่จะเล่าให้น้องฟังเอง เมื่อน้องได้ฟังพี่รับประกันได้เลยว่าน้องต้องดีใจอย่างแน่” จินเป่าก็พูดขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์ ทางด้านฮัวเหมยเมื่อได้ฟังก็ยิ่งอยากรู้เข้าไปกันใหญ่
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 166

    “มีงานด่วนนะ พวกเรากลับบ้านกันเถอะ น้องสาวน้องเขยเหนื่อยหรือเปล่าการเดินทางค่อนข้างไกล” ชุนตอบคำถามหลานสาวก่อนหันไปถามน้องสาวและน้องเขยอย่างเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยค่ะ พวกเราไม่ได้นั่งอยู่ข้างนอก” ซูเหมยสำรวจพี่ชายในขณะตอบเมื่อเห็นว่าเขาสุขสบายดีเธอก็วางใจ“เด็ก ๆ เป็นอย่างไรบ้างคะพี่” ซูเหมยถามถึงลูกชา

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 165

    หลังจากซินซินกับมู่หลงเฉินเดินทางกลับมายังมณฑลของตัวเอง เด็กน้อยไท่ไท่ผู้ฉลาดแสนซนก็ได้เข้าโรงเรียนระดับประถมซึ่งเป็นการเข้าเรียนทั้งที่อายุยังน้อยทำให้ครูในโรงเรียนได้ให้เขาทำแบบทดสอบมากมายเด็กชายก็ทำทุกวิชาได้เป็นอย่างดี ที่เป็นอย่างนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับจิวจิวผู้ที่คอยสอนสั่งเด็กน้อยในเร

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 164

    “ครับ” เด็กหนุ่มรับคำอย่างมุ่งมั่น“ส่วนของที่อยู่ในซองนี้ พี่จะเก็บรักษาเอาไว้ให้ก่อน เมื่อไหร่ที่นายเติบโตพี่จะมอบมันให้อย่าบอกแม่ของนายล่ะ” มู่หลงเฉินกล่าวกำชับน้องชายพร้อมกับเก็บสิ่งที่อยู่ในซองลงในลิ้นชักตามเดิม“ผมเข้าใจครับ” เด็กหนุ่มรับคำอย่างเชื่อฟังในจดหมายของคุณปู่ได้ระบุไว้ทั้งหมดอย่างล

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 163

    “ซินซินลูกเป็นอะไรครับ ทำไมร้องไห้ไม่หยุดเลย” มู่หลงเฉินพยายามกล่อมบุตรชายเท่าไหร่ เขาก็ไม่ยอมเงียบ ชายหนุ่มจึงได้ถามภรรยาสาวอย่างจนใจ“ส่งลูกมาให้ซินซินเถอะค่ะ แล้วพวกเราไปห้องคุณปู่กัน” ซินซินกล่าวออกมาอย่างยากลำบากเพราะรู้ว่าสามีรักผู้เป็นปู่มากขนาดไหน“หมายความว่า” มู่หลงเฉินกล่าวเพียงแค่นั้น หล

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 162

    ทำให้เจ้าหน้าที่ สามสี่คนต้องตกใจตื่น พวกเขามองกันเหลอหลาว่าใครที่มาเรียก แต่ทว่าก็ไม่เห็นตัวคนจึงทำให้พวกเขาพากันขนลุกซู่พร้อมทั้งคิดเหมือนกันว่าพวกเขาน่าจะเจอดีเข้าแล้วและก่อนที่พวกเขาคิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ พวกเขาก็เห็นรถของมู่หลงเฉินที่จอดอยู่หน้าประตูโรงพยาบาลทำให้พวกเขารีบออกมาดู และก็ต้องขนต

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 161

    “ซินซินขอโทษนะคะ ที่ทำให้พี่ลำบาก” หญิงสาวกอดชายหนุ่มพร้อมพูดจาออดอ้อนอย่างอ่อนหวาน“พี่เข้าใจน้องครับ” ชายหนุ่มเอามือลูบผมภรรยากล่าวตามจริง แม้ว่าในบ้างครั้งเขาจะรู้สึกเหนื่อยก็ตาม แต่หลังจากคิดได้ว่าการที่ภรรยากำลังอุ้มท้องบุตรของตนนั้นลำบากกว่าเขาตั้งหลายเท่าก็ทำให้เขากลับรู้สึกสงสารหญิงสาวเป็นอย

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 44

    “ก็มาหาสมบัติของพวกมันนั่นแหละ เพราะฉันไม่เชื่อหรอก ว่าบ้านของพวกมันจะไม่มีช่องหรือห้องเก็บสมบติเอาไว้ ถ้าไม่เป็นเพราะเธอที่คิดจะขายลูกสาวของมันให้ไอ้ง่อยนั้นป่านนี้พวกเราก็น่าจะยังได้เงินจากมันอยู่” เสียงคนที่ตอบกลับมาพูดขึ้นอย่างฉุนเฉียว “ก็จะให้ฉันทำยังไงก็พี่ไปติดการพนันจนเจ้าหนี้มาทวงถึ

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 42

    “ผมก็คิดถึงเหมือนกับคุณนั่นแหละผมว่าเราออกไปจากป่าแล้วไปหาลูกกันเถอะ คุณว่าดีไหม” ชายวัยกลางคนก็หันไปถามกับผู้เป็นภรรยา “ดีครับพ่อแม่ผมเห็นด้วยป่านนี้ไม่รู้ว่าน้องจะถูกรังแกหรือเปล่า” ชายหนุ่มผู้เป็นลูกของคนทั้งสองพูดกับผู้เป็นพ่อและแม่เมื่อทั้งสามเห็นพ้องต้องกันแล้วคนทั้งสามก็ต่างพากันเก็บข้าวของ

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 41

    “หนะ นี่เราพากันเดินมาไกลแค่ไหนแล้ว” เสียงพูดอันเหนื่อยหอบดังออกมาจากหญิงวัยกลางคนที่ยังคงดูสวยงาม และรูปร่างดีผิวขาวตัวเล็กคนหนึ่งถามกับกลุ่มคนที่เดินมาด้วยกัน“แม่ ไหวไหมครับเราพักกันสักหน่อยก็ได้นะครับผมว่าเราน่าจะหลุดออกมาจากที่แห่งนั้นกันแล้ว” เสียงชายหนุ่มที่ดูหล่อเหลาผิวสีทองแดงพูดกับผู้ห

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 40

    “คุณภรรยาครับคุณกลับบ้านของเราได้หรือยังครับ ผมคิดถึงคุณมาก ๆ” อี้เฟิงเดินยิ้มเข้ามาหาภรรยาของตน “สวัสดีครับพ่อ” จางหยางกล่าวทักทายพ่อตาของตนอย่างหมั่นไส้ “หวัดดีลูกเขย พ่อมารับภรรยาพ่อกลับบ้านได้หรือยัง” ฝ่ายพ่อตาถามลูกเขยออกมาตรง ๆ ก็คนมันคิดถึงเมียเข้าใจไหม “โอ๊ย ภรรยาคุณมาหยิกผมทำไมกัน” อี้เ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status