LOGIN“ถ้าเป็นได้แค่เพื่อนเธอ... ทำไมไม่บอกฉันตอนนั้น”
เสียงเพลงดังแผ่วเบาจากลำโพงเล็กข้างจอมอนิเตอร์
บาดลึกลงไปตรงกลางหัวใจ... อย่างไม่มีคำเตือนล่วงหน้า เธอคนที่เคยยืนอยู่ข้าง ๆ กลับกลายเป็นเพียงเงาในความทรงจำ ที่ไม่สามารถกลับไปหาได้อีกคิมินั่งนิ่งอยู่ในห้องที่มืดสลัว แสงไฟสีขาวจากจอคอมพิวเตอร์ส่องสะท้อนใบหน้าอิดโรยของเธอ
บนโต๊ะมีแก้วโกโก้เย็นชืดวางอยู่ข้าง ๆ สมุดบันทึกเล่มเก่า เธอกำลังเขียนนิยาย...หรืออาจจะเรียกให้ถูกคือ “เขียนความทรงจำ” ต่างหาก
“จริงใจยืนอยู่ใต้ต้นกัลปพฤกษ์ มองเงาไม้ทอดบนพื้นหญ้า
มือหนึ่งถือกล่องโกโก้ อีกมือหนึ่งกำลังยกสมุดขึ้นเขียนชื่อของ ‘เธอ’ เธอที่เคยเป็นแรงบันดาลใจ แต่ไม่เคยเป็นความรักของเราจริง ๆ สักที…”คิมิหยุดพิมพ์ทันทีที่ถึงคำว่า “แรงบันดาลใจ”
หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ เหมือนขัดขืนอะไรบางอย่างที่กำลังพุ่งขึ้นจากก้นบึ้งของความรู้สึกนิยายของเธอเรื่อง รักวุ่น ๆ ของจริงใจ ภาคมหาลัย
ยังค้างอยู่ที่บทที่ 5 เช่นเดิม ตัวละคร “สานฝัน” ยังอยู่ตรงนั้น ไม่เปลี่ยนชื่อ ไม่เปลี่ยนสถานะ“พอล” ยังคงเป็นแฟนของฝัน
เหมือนที่เคยเป็นในชีวิตจริง “ฝันเฟื่อง” คือคนเดียวที่ยังคุยกับเธอแบบเดิม ไม่เปลี่ยน ส่วน “ปาย” ก็ยังเป็นคนนิ่ง ๆ เงียบ ๆ แต่กลับเข้าใจทุกอย่าง... แม้ไม่มีใครพูดอะไรเธอเขียนนิยายตอนที่ 1 ถึง 5 เพื่อบันทึกความรู้สึก
ไม่ใช่เพื่อให้ใครมาอ่านเพราะทุกตัวอักษร คือหลักฐานของการ ‘เคยรัก’
ที่ไม่มีใครเคยรู้คิมิเดินอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในตัวเมือง ในมือถือใบลงทะเบียนตรวจสุขภาพประจำปีที่บริษัทประกันส่งมาให้
เธอไม่เคยคิดจะไปตรวจสุขภาพเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่พอเห็นโฆษณาบนหน้าเว็บที่ขึ้นว่า
“คุณมีสิทธิ์ตรวจสุขภาพฟรี อย่ารอให้สายเกินไป”
เธอก็แค่... อยากรู้ ว่าในร่างกายเธอมีอะไรบ้างที่ ‘ยังดีอยู่’การตรวจในเช้าวันนั้นใช้เวลาไม่นาน แต่คำพูดของคุณหมอกลับใช้เวลา ‘ทั้งชีวิต’ เพื่อทำใจยอมรับ
“คุณคิมิครับ... ผลสแกนพบก้อนบางอย่างในปอดซ้าย
เราส่งไปตรวจเพิ่มเติมแล้วพบว่า เป็นเซลล์ผิดปกติ คุณเป็นมะเร็งปอดระยะลุกลามครับ”คิมินิ่งไป ไม่มีคำถาม ไม่มีน้ำตา ไม่มีเสียง มีเพียงรอยยิ้มจาง ๆ ที่หลุดออกมาจากมุมปาก พร้อมคำตอบที่คนเป็นหมอไม่คาดคิด
“ไม่รักษาได้ไหมคะ”
คุณหมอขมวดคิ้ว
“การรักษาจะช่วยให้มีเวลาเพิ่มขึ้น... แต่ถ้าไม่รักษาเลย คุณจะมีเวลาประมาณ 30 วันครับ”
เสียงฝนตกปรอย ๆ เคาะกระจกหน้าต่างอย่างแผ่วเบา คิมิหลับตาลง ปล่อยให้เสียงฝนแทนเสียงใครบางคนที่ไม่มีวันได้ยินอีกแล้ว
“ก็แค่เล่นเกมกันเฉย ๆ อย่าคิดอะไรเกินเลยนะคิมิ”
คำพูดนั้นฝังอยู่ในหัวเธอเสมอ วันที่เธอรวบรวมความกล้าพิมพ์ไปว่า
“เราชอบเธอ”
คำตอบที่ได้คือ
“อย่าทำแบบนี้ เราเป็นเพื่อนกันนะ”
เธอรู้แล้วว่าเธออยู่ตรงไหน
เธอคือ ‘เพื่อน’ เพื่อนที่ไม่ควรมีหัวใจ ไม่ควรหวั่นไหว ไม่ควรคิดไกล แม้จะรู้สึกไปแล้วก็ตามเย็นวันหนึ่ง คิมิกดเข้า TikTok ตามนิสัย เธอเห็นไลฟ์ของ “ฝันเฟื่อง” ขึ้นในฟีด
เฟื่องนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิมในห้องนอนของเขา สายตาเรียบนิ่งแต่แฝงด้วยอะไรบางอย่างที่อธิบายไม่ได้
“พี่คิมิเข้ามารึเปล่านะ...” เขาพูดขึ้นก่อนจะนิ่งไปนิดหน่อย
“วันนี้ผมจะเล่นเพลงที่ผมเคยเปิดตอนเรานั่งเล่นเกมกันครับ ชื่อเพลงว่า อยากลืมว่าเป็นเพื่อนเธอ ของ FFK”คิมิพิมพ์ในคอมเมนต์ทันที
“ยังดูอยู่เสมอ :) สู้ ๆ นะเฟื่อง”
ฝันเฟื่องชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้วพูด
“เห็นแล้วครับ พี่คิมิยังเหมือนเดิมเลย ขอบคุณนะครับที่ยังอยู่ตรงนี้”
เสียงกีตาร์โปร่งดังขึ้นเบา ๆ ก่อนจะพาเข้าสู่ท่อนแรกของเพลงที่บาดใจ
♪… เมื่อไม่มีสิทธิ์หวง จะไม่หวง จะไม่ห่วงเธอสักวัน… ♪
คิมิร้องไห้เงียบ ๆ ในความเงียบของห้อง โดยไม่มีใครได้ยิน
แม้แต่เฟื่อง… ที่กำลังร้องเพลงอยู่ตรงนั้นหลังจากปิดไลฟ์ คิมิกลับมาที่หน้าจอคอม นิยายบทที่ 5 ยังไม่เสร็จ เธอพิมพ์ทิ้งท้ายอย่างช้า ๆ
“ฉันแต่งนิยายไม่ใช่เพราะอยากให้ใครอ่าน
แต่เพราะอยากบอกคนบางคนในแบบที่เขาไม่ต้องตอบกลับก็ได้ เพราะบางที... ความรัก ไม่ต้องมีปลายทางก็ได้ แค่ได้เดินไปกับความทรงจำ มันก็พอแล้ว”คิมิยิ้มบาง ๆ ในความเงียบของห้องที่มีเพียงแสงจอส่องกระทบใบหน้าซีดเซียว เหมือนร่างกายกำลังตอบแทนหัวใจที่ฝืนมานาน
“เมื่อไม่มีสิทธิ์จะฝัน... ก็จะไม่ฝัน
แต่จะยังคงจำเธอเสมอ... ในบทหนึ่งของนิยาย”วันรุ่งขึ้น คิมิเปิดไลฟ์ของตัวเองในช่อง VTuber ที่ไม่ได้ไลฟ์มานาน เธอใช้เพียงเสียง ไม่มีภาพ มีภาพโมเดล เพียงแค่เสียงธรรมดา ที่นุ่มแต่แฝงความสั่นไหว
“วันนี้...ขออ่านนิยายบทสุดท้ายที่เขียนถึงความรักในอดีตนะคะ”
เธอพลิกหน้ากระดาษเบา ๆ น้ำเสียงยังคงมั่นคง แม้ใจจะไม่มั่นเลยแม้แต่นิด
“จริงใจนั่งอยู่ข้างต้นกัลปพฤกษ์ ดอกสีชมพูร่วงลงพื้น
เธอยิ้มให้กับกล่องโกโก้ในมือ ทั้งที่ใจอยากร้องไห้ ชื่อของ ‘เธอ’ ยังคงอยู่ในสมุดเล่มเดิม แต่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะเขียนถึง... เพราะจากนี้ไป... นิยายบทต่อไป จะเป็นของคนใหม่ คนที่เธอจะรักอย่างไม่ต้องฝืนใจตัวเองอีกต่อไป”เมื่อจบบทอ่าน คิมิเงียบไปสักพักใหญ่ ๆ เธอหลับตาแน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม
“ฝัน... ถ้าเธอเคยรู้สึกแค่สักนิดเดียว เธอคงไม่พูดคำว่า ‘เพื่อน’ ซ้ำ ๆ แบบนั้นใช่ไหม…”
นิยายตอนที่ 6 กำลังจะเริ่มต้นใหม่ พร้อมกับการปรากฏตัวของตัวละครใหม่...
“น้ำขิง” – น้องรหัสของจริงใจ ผู้หญิงคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาใน ชีวิตคิมิอย่างแผ่วเบา แต่กลับทิ้งร่องรอยไว้ในใจอย่างไม่รู้ตัว
เธอไม่เคยทำให้คิมิรู้สึกด้อยค่า ไม่เคยปล่อยให้คิมิต้องยืนอยู่ลำพังในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ไม่เคยมองคิมิเป็นแค่ ‘เพื่อน’ ที่ไม่มีสิทธิ์จะรู้สึกอะไร และที่สำคัญ... เธอเลือกจะอยู่เคียงข้าง
จากนั้น... เวลาของทั้งสองเริ่มเชื่อมต่อกัน ผ่านกิจกรรมเล็ก ๆ ที่เหมือนจะธรรมดา แต่มากพอจะทำให้หัวใจของคิมิ... เริ่มอบอุ่นขึ้นอีกครั้ง
ไม่ว่าจะเป็นการไปช่วยงานสโมสร นั่งฟังเพลงด้วยกันในช่วงเย็น แชร์รายการซีรีส์ที่ชอบ หรือแค่นั่งกินข้าวเงียบ ๆ แต่เธอก็อยู่ตรงนั้นเสมอ
น้ำขิง... คือการเริ่มต้นใหม่ ที่คิมิไม่เคยรู้เลยว่าเธอ ‘ต้องการ’ ขนาดไหน จนกระทั่งได้รู้จักกันจริง ๆ
ในคืนที่เงียบสงัด คิมิเขียนประโยคสุดท้ายของตอนที่ 5
“อยากจะไม่รู้จักเธอ
จะได้ไม่เจ็บเหมือนอย่างนี้
(ถ้าจะพูด ถ้าจะพูดสักคำ)
อยากลืมว่าเป็นเพื่อนเธอ
อยากลืมว่าเป็นเพื่อนเธอ”
คิมิหลับตาลงอีกครั้ง
ปลายนิ้วกดปุ่ม “บันทึก” อย่างแผ่วเบา เสียงเพลง อยากลืมว่าเป็นเพื่อนเธอ ยังคงเล่นคลอในหูฟังรอยยิ้มบางเบาผ่านริมฝีปากที่อ่อนแรงบนใบหน้าซีดเซียวที่เปื้อนน้ำตาเหมือนเธอกำลังบอกกับตัวเองในใจว่า
“ครั้งนี้…ขอแค่ได้ยอมรับมันโดยไม่ต้องฝืนอีก ก็เพียงพอแล้ว”
ตอนพิเศษ 3 — มุมของคิมิหลังจากพิมพ์คำว่า "โอเค" ในหน้าจอแชต โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ ใจมันหนักอึ้ง แค่ตัวอักษรสองตัวที่ปลายนิ้วกดส่งออกไป แต่กลับทำให้ความเงียบกดทับลงมาบนหัวใจอย่างแรงจนแทบหายใจไม่ออกคิมินั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องนอน เสียงพัดลมเพดานหมุนเอื่อย ๆ แทบจะเป็นเสียงเดียวที่ดังชัดเจนในความว่างเปล่า น้ำตาไม่ไหลพรากออกมาเป็นสาย แต่มันไหลช้า ๆ จนรู้สึกได้ว่ากำลังอุ่นตรงแก้ม ความรู้สึกมันไม่ได้พรั่งพรู แต่มันกัดกินในใจ เหมือนรอยแผลที่กดซ้ำ ๆหนึ่งชั่วโมงเต็มที่คิมินั่งจมอยู่กับความเศร้า ไม่ได้จับมือถือ ไม่ได้ลุกไปไหน เพียงแค่จ้องหน้าจอค้างไว้เหมือนหวังให้ข้อความใหม่ปรากฏขึ้นมา ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่า... มันจะไม่มี"โอเค... ง่ายดีเนอะ" เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงขื่น ๆ ปนหัวเราะแผ่วเหมือนคนก
ตอนพิเศษที่ 2 — มุมของน้ำเสียงพิมพ์แป้นเบา ๆ ในห้องเงียบ ๆ ช่วงดึก กลายเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวที่อยู่ข้างน้ำในคืนนั้น นาฬิกาบนผนังชี้เกือบจะห้าทุ่ม แต่หัวใจเธอกลับไม่ยอมพัก เหมือนมันยังรอใครบางคนตอบกลับมาสักอย่างคิมิ…ชื่อที่เธอคุ้นตา คุ้นเสียง และคุ้นกับความเงียบที่อีกฝ่ายมักฝากไว้ให้เสมอ หลังจากผ่าน “21 วัน” แรกที่ตกลงคุยกันทุกวันโดยไม่ขาด น้ำยังคงอยู่ในวงโคจรของคิมิ—วงโคจรที่บางครั้งก็ใกล้จนเหมือนจะชนกัน แต่บางครั้งก็ห่างจนเหมือนอยู่กันคนละจักรวาลจาก 21 วัน กลายเป็น 68 วันหากเล่าให้ใครฟัง คงมีแต่คนบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่นาน แต่สำหรับน้ำ มันคือระยะทางของหัวใจที่ยืดหดสลับไปมา ระหว่างความสุข ความเหนื่อย และความพยายามที่จะเข้าใจใครบ
ตอนพิเศษที่ 1 : ถ้าหากถ้าหาก... ถ้าหากวันหนึ่งคิมิไม่ได้ป่วย ไม่ได้ถูกจำกัดเวลาชีวิตไว้เพียง 30 วัน ไม่ได้รู้สึกเหมือนตัวเองต้องเร่งรีบวิ่งไล่ตามความสุขที่หล่นหาย... ชีวิตของเธอและน้ำอาจเป็นอีกแบบหนึ่งแต่ใช่ว่ามันจะเป็น "ดีกว่า" หรือ "แย่กว่า" เพราะความสัมพันธ์ของคนสองคน บางครั้งมันไม่ได้พังเพราะโรคภัย ไม่ได้จบเพราะความตาย มันอาจจบเพียงเพราะ... ไม่สามารถสื่อสารให้เข้าใจกันได้และนี่คือเรื่องราว "ถ้าหาก" ที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง เรื่องราวของคิมิและน้ำ หลังจากผ่านไป 68 วัน ที่พวกเธอยังคงพิมพ์คุยกันต่อจาก "21 วัน"เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นเบา ๆ ในห้องนอนที่มีเพียงไฟตั้ง
ตอนที่31 –ท้องฟ้า[ก่อนคิมิเดินทางไปหาน้ำที่ปากช่อง]เสียงรถเมล์สายเดิมที่แล่นผ่านหน้าปากซอยในบ่ายแก่ ๆ ดังแทรกเข้ามาในความเงียบของร้านข้าวแกงเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ข้างบ้าน ฟ้ายืนเช็ดโต๊ะอย่างใจเย็นเหมือนทุกวัน ร้านนี้ไม่หรูหราแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น และเป็นที่ที่คิมิชอบแวะมาเสมอ เวลาที่อยากหลบจากโลกภายนอกบ่ายวันนั้นคิมิปรากฏตัวขึ้น เธอสวมเสื้อเชิ้ตตัวบางสีซีดกับกางเกงยีนส์เก่า ๆ ที่ดูหลวมกว่าปกติเล็กน้อย ร่างกายซูบลงจนฟ้าสังเกตได้ทันที เส้นผมดำยาวถูกรวบไว้ต่ำ ๆ อย่างลวก ๆ ใต้ดวงตาสีน้ำตาลยังคงมีประกาย แต่ก็ปนด้วยความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน“ไง คิมิ…” ฟ้าเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม “ทำไมวันนี้มาเร็วจัง ปกติจะมาตอนเย็น ๆ หลังไลฟ์เสร็จนี่”คิมิยกมือไหว ๆ แบบไม่ค่อยมีแรง เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หน้าเคาน์เตอร์ก่อนจะถอนหายใจยาว “เรา…อ
ตอนที่ 30 – ได้ยินไหม ประกอบเพลง “ได้ยินไหม – ดา เอ็นโดรฟิน”เสียงเครื่องช่วยหายใจในห้องไอซียูยังคงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ “ปี๊… ปี๊… ปี๊…”แสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ส่องลอดผ่านม่านบาง เข้าตกกระทบใบหน้าซีดขาวของ คิมิ เธอนอนนิ่งไม่ไหวติง ดวงตาที่เคยเป็นประกายแห่งชีวิตปิดสนิท เหลือเพียงลมหายใจที่อ่อนแรงผ่านท่อเล็ก ๆ จากเครื่องช่วยหายใจฟ้า นั่งอยู่ข้างเตียง มือหนึ่งกุมชายผ้าห่มแน่น อีกมือคอยเช็ดเหงื่อให้เพื่อนที่ไม่รู้สึกตัวมาหลายชั่วโมงแล้ว
ตอนที่ 29 – เพลงเพราะ...เพราะเธอวันที่ 22 จาก 30 วัน“คิมิ แกอยู่ไหนแล้ว?”“คิมิยังอยู่ปากช่องป่าว?”ข้อความที่น้ำพิมพ์ไปเมื่อเย็นวันที่ 21 ยังขึ้นสถานะ “ยังไม่อ่าน” เธอรีเฟรชหน้าจอซ้ำไปมาเป็นสิบรอบ คำถามค่อย ๆ ปะทุในใจทำไมคิมิไม่ตอบ?น้ำไม่รู้ว่าอีกฟากหนึ่งของเมือง มีใครบางคนกำลังฝากคำตอบไว้ในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวอักษร แต่คือเสียงของหัวใจทั้งหมด…เช้าวันที่ 22 เสียงจักรยานยนต์จากบริษัทข
(แรงบันดาลใจจากเพลงรู้ทั้งรู้-big d2b)♪…แค่เธอพูดจา และหันมายิ้มให้ ฉันก็คิดไปไกลถึงเธอ เก็บไปฝัน ว่าเธอแค่ทักทาย แบบเพื่อนทั่ว ๆ ไป… ไม่ได้มีอะไรมากมายกว่านั้น...🎶“ล็อค Killjoy อีกแล้วเหรอพี่คิมิ...”เสียงของฝันเฟื่องดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอเอเจนท์ในเกม Valorant ที่ปรากฏภาพคิมิเลือกตัวเดิมอีกค
ตอนที่ 1: เส้นบางๆ ระหว่างฉันและเธอ คิมิเป็นคนที่มีดนตรีอยู่ในหัวใจเสมอ ทุกเช้าเธอมักเปิดเพลง “เส้นบาง ๆ” ของ Indigo เหมือนเป็นธรรมเนียมเล็ก ๆ ที่ทำให้หัวใจเธอยังเต้นเป็นจังหวะที่คุ้นเคยแม้ในวันที่ไม่ได้กดเปิดเพลงนั้นก็ยังเล่นอยู่ในหัวเบา ๆ แทรกซึมไปกับลมหายใจ กับความทรงจำ แม้แต่ในตอนที่
ฉันชื่อคิมิเคยเป็นสายเกมเมอร์มาก่อน มีเพื่อนร่วมทีมที่เล่นเกมไปด้วยกันทุกวัน จนวันหนึ่ง… ฉันเผลอไปรักเพื่อนคนหนึ่งเข้า ทั้งที่รู้ว่าเขามีเจ้าของอยู่แล้ว และเพราะความรู้สึกนั้น ฉันจึงตัดสินใจออกจากกลุ่มเงียบ ๆจากคนที่เคยอยู่ในโลกเกม ฉันผันตัวมาเป็นวีทูบเบอร์ในชื่อ คิมิ.ฟุกุ.ยุเมะ ทำช่องเล่าเรื่องนิ
ตอนที่ 23 – ก่อนจะไป (วันที่ 16 จาก 21 วัน) แรงบันดาลใจจากเพลง “เรื่องที่ขอ – ลุลา”บ่ายวันนั้นอากาศครึ้ม…ฝนยังไม่ตก แต่ใจคิมิกลับหนักหน่วงเหมือนฟ้าจะเทลงมาได้ทุกเมื่อเธออยู่หน้าจอโน้ตบุ๊ก เปิดกล่องแชทที่คุ้นตา กล่องนั้นมีชื่อว่า "น้ำ" ปรากฏเป็นสีม่วงนุ่ม ๆ ที่เธอตั้งไว้เอง กลายเป็นสีประจำตัวของ







