LOGINตอนที่ 4: คนที่ไม่ใช่
แรงบันดาลใจจากเพลง “คนที่ไม่ใช่” – โอปวีร์
ข้อความจากฝัน (ส่งเมื่อคืน / คิมิเพิ่งเปิดอ่านในตอนเช้า)
ฝัน: "ขอบคุณที่กล้าบอกนะ... เราไม่ได้โกรธ เราแค่...ยังไม่รู้จะรู้สึกยังไงดี"
คิมิเพียงแค่อ่าน...
เธอไม่ตอบ ไม่พิมพ์อะไรกลับไปเลย
แค่ปล่อยให้ข้อความนั้นเงียบหายไปในแชท เหมือนทุกอย่างที่เธอเคยพยายาม
เสียงฝนยังคงตกกระทบหลังคาบ้านในค่ำคืนที่เงียบงัน ความเงียบที่ไม่ได้น่ากลัว แต่กลับหนาวเย็นอย่างประหลาด คิมินั่งอยู่คนเดียวในห้องนอนเล็ก ๆ ข้างเตียงมีแก้วโกโก้อุ่นที่เย็นลงแล้ว พร้อมโน้ตบุ๊กเครื่องเก่าที่เปิด Discord ทิ้งไว้
คืนนี้เป็นคืนที่เธอรู้ดีว่าจะต้องจบอะไรบางอย่างลง
“คิมิ! มึงป้อมจะแตกแล้ว! ถอยดิ๊!”
เสียงของ สานฝัน ดังขึ้นจากหูฟัง สีหน้าของคิมิเงียบงัน ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มให้กับการโดนดุอีกต่อไป
แมตช์ ROV รอบนี้ ดูจะจริงจังเกินไป ฝันเฟื่อง พอล และปาย ยังอยู่ในทีมครบทุกคน แม้จะไม่มีใครพูดอะไร แต่ความตึงเครียดก็แผ่ซ่านไปทั่ว
“ขอโทษ...” คิมิพูดเบา ๆ กดวาร์ปกลับฐานทันก่อนที่ตัวละครของเธอจะตายอีกครั้ง
เธอไม่รู้ว่าเหนื่อยกับเกม หรือเหนื่อยกับชีวิตที่ต้องพยายามวิ่งตามใครสักคนมาตลอดกันแน่
“เฮ้อ พี่คิมิ เล่นแบบนี้ทุกเกมเลย ไม่ไหวอะ...”
เสียงของ ฝันเฟื่อง บ่นขึ้น น้ำเสียงเหมือนพยายามอดทน แต่ความหงุดหงิดก็ซ่อนอยู่ชัดเจนคิมิไม่ได้โต้ตอบ เธอแค่พยักหน้าเบา ๆ ทั้งที่ไม่มีใครเห็น
หัวใจของเธอเหมือนจะเลือนหายไปพร้อมกับแถบเลือดในเกมที่ลดลงทีละน้อย“อาจจะเพราะเธอไม่ชอบดอกไม้...”
ในวันเกิดของฝัน คิมิเคยยื่นดอกทานตะวันให้ด้วยมือสั่น ๆ เพราะมันเป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความสดใสแบบที่เธอมองเห็นในฝันเสมอ
ฝันเพียงยิ้มบาง ๆ แล้ววางไว้บนโต๊ะข้าง ๆ
มันเฉาในวันถัดไป... และหายไปจากโต๊ะโดยไม่มีคำอธิบาย“อาจจะเป็นเพราะเธอไม่ชอบขนมที่ให้...”
บราวนี่ที่คิมิลงมืออบเอง — ด้วยสูตรที่เธอค้นหาจากเว็บนอกด้วยคำว่า "How to impress someone you love" — ถูกปายหยิบไปกินหมด โดยที่ฝันไม่ได้แม้แต่ชิม
“อาจจะเป็นเพราะเธอไม่ชอบเพลงที่ฉันร้อง...”
คิมิอัดเสียงร้องเพลงส่งไลน์ให้ฝัน พร้อมข้อความบอกว่า “ร้องให้เธอนะ”
แต่คำตอบกลับมีเพียงสติ๊กเกอร์แมวตบหน้าตัวเองกับคำว่า “เหวอ”“หรือไม่ชอบแหวนที่มอบให้...”
แหวนเงินเรียบ ๆ วงเล็ก ๆ ที่เธอให้ฝันไว้ตอนเรียนปีสอง ฝันรับไว้แต่ไม่เคยสวมใส่เลยแม้แต่ครั้งเดียว
เสียงของฝันดังขึ้นอีกครั้งในดิสคอร์ด
“คิมิ”
น้ำเสียงเปลี่ยนไปจากที่เคย — ไม่ใช่เสียงตำหนิ ไม่ใช่เสียงประชด แต่นุ่มนวล... และจริงจังอย่างประหลาด“หืม?” คิมิรับคำเบา ๆ แม้ใจจะเต้นระรัว
“เราขอคุยอะไรหน่อย... หลังจบเกมนะ”
คิมิไม่ตอบ แต่ในใจเธอรู้ดีว่า... ประโยคนี้ไม่ใช่คำชวนคุยเรื่องไอเทมในเกม มันคือประโยคที่กำลังจะเปลี่ยนอะไรบางอย่างไปตลอดกาล
“คงเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่ฉัน คนที่เธอจะให้ความสำคัญ แต่ไม่ใช่เราต้องเข้าใจ”
หลังจบเกม... ห้องดิสคอร์ดที่เคยมีห้าคน เหลือเพียงเธอกับฝัน ความเงียบแผ่ขยายออกไปชั่วขณะ เหมือนความเงียบก่อนพายุจะมา
มุมของสานฝัน
ในห้องดิสคอร์ด ฝันมองชื่อของคิมิบนหน้าจอที่ยังคงอยู่ตรงช่องเสียง เธอรู้สึกว่าคำพูดที่กำลังจะพูดนั้นอาจทำลายทุกอย่างที่เคยมี
“คิมิ... เราแต่งงานกับพอลแล้วนะ”
เธอพูดช้า ๆ แม้จะไม่ได้สบตาใครก็ตาม
ฝันรู้ดีว่าคิมิรู้อยู่แล้ว รู้มาตลอดว่าพอลคือแฟนของเธอ รู้ว่าทั้งคู่วางแผนอนาคตร่วมกัน
แต่สิ่งที่คิมิอาจไม่รู้คือ... ฝันเองก็เคยหวั่นไหว
“เรารักเขา”
เธอพูดคำนี้ราวกับต้องย้ำกับตัวเองด้วยแต่ทันทีที่ได้ยินเสียงเงียบงันของคิมิ หัวใจฝันก็เหมือนหยุดเต้นอยู่ชั่วครู่“เราไม่ได้ไม่เห็นที่คิมิพยายามนะ... แต่...”
“แต่สิ่งที่ให้มา มันมาจากคนที่ไม่ใช่” คิมิต่อคำแทนเธออย่างแผ่วเบา
ฝันกัดริมฝีปากแน่นเธอไม่ใช่คนโหดร้าย เธอไม่เคยตั้งใจจะทำร้ายใคร แต่เธอก็รู้ว่า...ความรู้สึกมันบังคับกันไม่ได้
“ขอโทษนะ...”
คำเดียวที่พูดได้ — ทั้งที่มันไม่ช่วยอะไรเลย
คิมิยิ้มออกมา รอยยิ้มที่ปิดบังน้ำตาไว้เบื้องหลัง
“ไม่ต้องขอโทษหรอก... ฝันไม่ได้ทำอะไรผิดเลย”
เวลาผ่านไปไม่นานนัก ฝันเฟื่อง กลับเข้าห้องเสียงในดิสคอร์ดอีกครั้ง เสียงของเขาแทรกความเงียบขึ้นมา
“พี่คิมิ มีเรื่องอะไรอะ เห็นพี่ฝันเดินออกไปหน้าเครียดเลย”
คิมิยิ้มจาง ๆ เหมือนคนที่เพิ่งผ่านพายุมา
“เฟื่อง... พี่อาจจะไม่ได้เล่นเกมด้วยอีกแล้วนะ”
“อะไรของพี่อะ!” เฟื่องขึ้นเสียงทันที “เรื่องเกมเล่นไม่เก่งมันไม่เห็นเป็นไรเลย ผมยังอยากเล่นกับพี่นะ!”
คิมิหัวเราะเบา ๆ ทั้งน้ำตาที่ซึมอยู่ตรงขอบตา
“พี่ไม่ได้จะเลิกเพราะแพ้หรอกเฟื่อง... พี่แค่รู้แล้วว่า ต่อให้พยายามมากแค่ไหน คนที่ไม่ใช่...ก็เป็นได้แค่นี้”
เสียงในห้องดิสคอร์ดเงียบสนิท ก่อนที่เฟื่องจะพูดเสียงเบา
“แล้วไอ้ที่ผมอยู่ตรงนี้ มันไม่มีค่าเลยเหรอ?”
คิมิชะงักไปทันที เธอหันมองจอทั้งที่ไม่มีอะไรนอกจากชื่อ "เฟื่อง" ติดอยู่ตรงมุมบนของดิสคอร์ด
“มีสิ...”
“งั้นอย่าหายไปนะ...” เฟื่องเสียงสั่น “ผมไม่อยากเสียพี่ไปด้วย”
คิมิสูดหายใจลึก ๆ พยายามไม่ให้เสียงสั่น
“ขอบใจนะเฟื่อง... แต่พี่ต้องออกจากกลุ่มเกมแล้วจริง ๆ ขอโทษด้วยนะ”
คืนนั้น ข้อความจากปายเด้งขึ้นมาในแชทส่วนตัว
“รู้มาตลอดว่าคิมิชอบฝัน”
“แต่ถึงจะรู้... ก็ยังอดหวังไม่ได้อยู่ดี”
คิมิเบือนสายตาออกจากจอ เธอไม่ตอบ เพราะเธอไม่มีแรงจะปลอบใครอีกแล้ว ไม่ใช่เพราะไม่แคร์ แต่เพราะหัวใจเธอไม่มีที่ว่างเหลือแล้ว
ห้องเงียบสนิท มีเพียงเสียงพัดลมคอมพิวเตอร์ที่หมุนเบา ๆ คิมินอนจ้องเพดานห้องที่มืดสนิท ความทรงจำเก่า ๆ ค่อย ๆ ไหลกลับมาเหมือนเทปที่กดรีไวน์
เธอหยิบแหวนเงินวงเล็กที่เคยให้ฝันขึ้นมาหมุนบนฝ่ามือ ความเย็นของมันเหมือนเตือนว่าไม่มีอะไรที่ยังอยู่เสมอ
เธอปล่อยมันให้กลิ้งตกโต๊ะลงพื้น โดยไม่ไยดี
“คงเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่ฉัน
คนที่เธอจะให้ความสำคัญ
แต่ไม่ใช่เรา... ต้องเข้าใจ”
เช้าวันถัดมาคิมิเข้าดิสคอร์ดกลุ่มเป็นครั้งสุดท้าย กดพิมพ์ข้อความที่เธอฝึกซ้อมในหัวมาตลอดทั้งคืน
“ขอโทษทุกคนนะ เราจะไม่เล่นเกมด้วยแล้ว ขอให้สนุกนะ”
จากนั้นเธอก็กด “Leave Server” ออกไปเงียบ ๆ ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีการบอกลา
คิมิเดินไปที่มุมหนึ่งของห้อง เปิดตู้ลิ้นชักเก่า ๆ ที่เคยเก็บการ์ดวันเกิด ดอกไม้แห้ง กล่องขนมที่เปิดแล้วแต่ปายเอาไปกิน และแผ่น CD เพลงที่ไม่เคยถูกฟัง
เธอรวบมันทั้งหมดใส่กล่อง — กล่องความพยายามที่ไม่เคยถูกเห็นค่า
“แม้จะพยายามมากสักแค่ไหน
ฉันคงเป็นแค่ฝุ่น... ไม่มีแม้ค่าใด
เมื่อคนที่ไม่ใช่... ก็ได้เท่านี้”
คิมิไม่ได้ร้องไห้อีกแล้ว แต่ความเจ็บก็ยังอยู่
เธอหันกลับไปมองจอคอมพิวเตอร์ที่เคยมีเสียงหัวเราะของเพื่อน... ตอนนี้เงียบราวกับไม่เคยมีเสียงใด ๆ อยู่ตรงนั้นมาก่อน
หลังจากคิมิออกจากห้องดิสคอร์ดในตอนเช้า ฝันนั่งอยู่หน้าจอคอมอยู่นาน โดยไม่ได้พูดอะไรกับใคร
พอลเดินเข้ามาในห้องหลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาสังเกตเห็นสีหน้าของฝันที่ผิดปกติ
“เป็นอะไรหรือเปล่า ฝัน?” พอลถามพลางเช็ดผม
ฝันเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเบา ๆ
“คิมิ...ออกจากกลุ่มแล้ว”
พอลชะงัก
“ออก? หมายถึง...ออกจากดิสคอร์ด?”ฝันพยักหน้า
“ฝันบอกคิมิไปว่าเราแต่งงานกับพอลแล้ว”พอลเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ มือวางบนไหล่ของเธออย่างอ่อนโยน
“คิมิชอบฝันมากเลยใช่ไหม” เสียงของพอลไม่ได้แข็งกร้าว ไม่ได้ต่อว่า มีแต่ความเข้าใจ
ฝันเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเบา ๆ
“มาก...มากจนฝันแทบจะลืมว่าคิมิเป็นเพื่อน” น้ำเสียงเธอสั่นเล็กน้อย
“ฝันรู้ว่าคิมิชอบฝันตั้งแต่ปีสอง ตอนที่คิมิให้แหวนเงินนั่น”“แต่ฝันก็ไม่ได้ทำอะไรให้หวังเกินไปใช่ไหม?” พอลถามอย่างระมัดระวังฝันส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่...ฝันไม่เคยหลอกคิมิ ไม่เคยให้ความหวัง... แต่ก็ไม่เคยตัดให้ขาด”
บ่ายวันหนึ่ง ปีสองของมหาวิทยาลัย ฝันกับคิมินั่งอยู่ใต้ต้นชมพู่ที่ร่วงโรยริมทางเดินหน้าคณะ คิมิยื่นกล่องเล็ก ๆ ให้เธอในวันธรรมดาวันหนึ่งโดยไม่มีเหตุผล
“ของขวัญวันธรรมดา” คิมิพูดพร้อมรอยยิ้มเก้อ ๆ
ฝันเปิดกล่องออกมา พบแหวนเงินเรียบ ๆ วงเล็กพอดีนิ้ว
“เราซื้อมาผิดไซส์อะ แต่...ก็อยากให้ฝัน”
เธอยิ้มเหมือนไม่ได้คาดหวังอะไร แต่ฝันจำได้ชัดเจนว่า... แววตาของคิมิในวันนั้นสั่นไหว
“นี่ไม่ใช่ของขวัญธรรมดาเลยใช่ไหม...”
หลังจากวันนั้น ฝันก็เริ่มสังเกตทุกอย่าง ดอกทานตะวันที่วางไว้บนโต๊ะ บราวนี่ที่เธอไม่ได้กิน เพลงที่เธอไม่กล้ากดฟังจนจบ สติ๊กเกอร์แมวที่เธอใช้แทนความอึดอัด
“ฝันรู้... แต่ฝันก็ยังเงียบ”
“เพราะฝันก็ไม่กล้าทำลายรอยยิ้มนั้น... จนวันนี้”คืนนั้นหลังจากฝันปิด Discord เธอเปิดกล่องข้อความในมือถืออย่างลังเล ชื่อของ “คิมิ” ยังอยู่ในแชทล่าสุด แต่กล่องแชทกลับเงียบสงัด เธอเคยพิมพ์หลายอย่าง แต่ก็ลบทิ้งไปตลอด สุดท้าย เธอพิมพ์แค่
“ถ้าเธออ่านอยู่... ขอบคุณนะ สำหรับทุกอย่าง”
และเธอก็ไม่รู้ว่าอีกฝั่งจะเห็นข้อความนี้หรือเปล่า...
ฝันนั่งเงียบในห้องทำงานหลังจากที่พอลเข้านอนแล้ว เธอกดเข้า Discord อีกครั้ง — มองหาชื่อที่ไม่อยู่แล้ว
“Kimi.Fuku.Yume — Offline”
ไม่มีอะไรเหลือให้กด ไม่มีจุดเขียวข้างชื่อ ไม่มีคำว่า “กำลังเล่นเกม” ไม่มีเสียงที่คอยพูดติดตลกเมื่อโดนฆ่าในเกม ไม่มี “พี่คิมิ” ให้เฟื่องแซว หรือ “ยัยคิมิ” ให้ปายเหน็บอีกต่อไป
แม้แต่ เงา ของเธอก็หายไปจากเซิร์ฟเวอร์แล้ว
ฝันเฟื่องเข้าห้องเสียงในดิสคอร์ดอีกครั้งในวันถัดมา เงียบ... เงียบอย่างน่าขนลุก เขานั่งเงียบ ๆ อยู่คนเดียวในช่องเสียง หวังว่าเธอจะกลับมา หวังว่าจะมีใครพูดว่า “เฮ้ คิมิ มาแล้ว”
แต่ความหวังนั้นก็เลือนลาง เฟื่องกดเปิดช่องคุยเสียง… แล้วพูดกับความว่างเปล่า
“...ผมขอโทษนะพี่ ที่วันนั้นพูดแรงไป”
“จริง ๆ ผมดีใจทุกครั้งที่พี่เล่นด้วยนะ ถึงพี่จะเล่นไม่เก่ง” เสียงเขาสั่น “อย่าหายไปเลยนะ...”ไม่มีคำตอบจากใคร
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
ฝันเจอกล่องเล็ก ๆ กล่องหนึ่งตอนจัดโต๊ะหนังสือ มันคือกล่องที่คิมิเคยให้ไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
เธอไม่เคยเปิดมัน เธอคิดว่าข้างในคงเป็นขนมหรือของจุกจิก แต่ในวันที่หัวใจว่างเปล่า เธอตัดสินใจแกะมันออกดู
ในนั้นมีเพียงแผ่นซีดีเขียนมือว่า
“ให้ฝัน – เพลงที่ไม่มีวันได้เปิด”
ใต้แผ่นซีดีมีโน้ตสั้น ๆ
“ถ้าฝันเปิดฟัง เราคงไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว :)”
ฝันกลั้นน้ำตาไม่อยู่อีกต่อไป เธอกอดกล่องไว้แน่น... แล้วกดเปิดเพลงในแผ่นนั้น
เสียงของคิมิร้องเพลงช้า ๆ น้ำเสียงสั่นนิด ๆ ในบางวรรค
แต่เต็มไปด้วยความรักแบบที่เธอไม่เคยได้ฟังตรง ๆ มาก่อนเลยในชีวิตนี้“คงเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่ฉัน
คงเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่ฉัน
คงเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่ฉัน
แม้จะพยายามสักแค่ไหน
คงเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่ฉัน”
ฝันร้องไห้ทั้งเพลง และเธอไม่รู้จะเอ่ยคำขอโทษให้ถึงคิมิยังไงดี
เพราะบางครั้ง...
คำขอโทษที่ช้าที่สุด คือคำที่ไม่มีวันได้ยิน
ปายอ่านข้อความเก่า ๆ ที่เธอเคยพิมพ์หา
“รู้มาตลอดว่าคิมิชอบฝัน”
“แต่ถึงจะรู้...ก็ยังอดหวังไม่ได้อยู่ดี”ตอนที่กดส่ง เธอแค่หวังให้คิมิรู้ ว่ามีใครอีกคนที่มองเธออยู่เหมือนกัน
แต่ตอนนี้…เธอกลับหวังว่าเธอจะไม่พูดอะไรเลยด้วยซ้ำเพราะสิ่งที่ได้กลับมา คือความเงียบที่เจ็บกว่าอะไรทั้งนั้น
เธอเปิดภาพสกรีนช็อตบทสนทนาเก่า ๆ ที่เคยมีแต่เสียงหัวเราะ
ตอนนี้มันคือภาพของ “อดีต” ที่ไม่มีวันย้อนกลับเสียงคิมิยังคงก้องในหูฝันอยู่ตลอด แม้เธอจะไม่อยู่ตรงนี้แล้ว
“ขอโทษที่พยายามมากไป ขอโทษที่เป็นคนที่ไม่ใช่”
เธอไม่รู้ว่าคิมิพูดประโยคนั้นให้ใคร พูดกับฝัน หรือพูดกับตัวเอง
แต่ไม่ว่าจะกับใคร... มันก็คือความเจ็บที่ไม่สมควรเกิดขึ้นเลยตั้งแต่ต้นฝันเปิดเพลง “คนที่ไม่ใช่ – โอปวีร์” ในหูฟัง เธอไม่เคยฟังเพลงนี้มาก่อน แต่ตอนนี้ ทุกท่อน ทุกคำ มันเหมือนถูกเขียนขึ้นจากสิ่งที่เธอเพิ่งเสียไป
“แม้จะพยายามมากสักแค่ไหน
ฉันคงเป็นแค่ฝุ่น
ไม่มีแม้ค่าใด
เมื่อคนที่ไม่ใช่ ก็ได้เท่านี้”
คืนนั้น ไม่มีใครเล่นเกม ดิสคอร์ดกลายเป็นห้องที่ไร้เสียงหัวเราะ
ไม่มีคิมิที่คอยตายซ้ำ ๆ
ไม่มีเสียงของปายที่แอบเงียบลงทุกครั้งเวลาคิมิเงียบ ไม่มีเสียงเฟื่องที่คอยแซวพี่คิมิไม่มีเสียงคิมิที่อ่านนิยายให้ฟัง
กลุ่มเกมเดิมไม่ได้เปลี่ยนชื่อแต่ในใจของทุกคนรู้ดีว่า...“กลุ่มที่ไม่มีคิมิ...มันก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”
ตอนพิเศษ 3 — มุมของคิมิหลังจากพิมพ์คำว่า "โอเค" ในหน้าจอแชต โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ ใจมันหนักอึ้ง แค่ตัวอักษรสองตัวที่ปลายนิ้วกดส่งออกไป แต่กลับทำให้ความเงียบกดทับลงมาบนหัวใจอย่างแรงจนแทบหายใจไม่ออกคิมินั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องนอน เสียงพัดลมเพดานหมุนเอื่อย ๆ แทบจะเป็นเสียงเดียวที่ดังชัดเจนในความว่างเปล่า น้ำตาไม่ไหลพรากออกมาเป็นสาย แต่มันไหลช้า ๆ จนรู้สึกได้ว่ากำลังอุ่นตรงแก้ม ความรู้สึกมันไม่ได้พรั่งพรู แต่มันกัดกินในใจ เหมือนรอยแผลที่กดซ้ำ ๆหนึ่งชั่วโมงเต็มที่คิมินั่งจมอยู่กับความเศร้า ไม่ได้จับมือถือ ไม่ได้ลุกไปไหน เพียงแค่จ้องหน้าจอค้างไว้เหมือนหวังให้ข้อความใหม่ปรากฏขึ้นมา ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่า... มันจะไม่มี"โอเค... ง่ายดีเนอะ" เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงขื่น ๆ ปนหัวเราะแผ่วเหมือนคนก
ตอนพิเศษที่ 2 — มุมของน้ำเสียงพิมพ์แป้นเบา ๆ ในห้องเงียบ ๆ ช่วงดึก กลายเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวที่อยู่ข้างน้ำในคืนนั้น นาฬิกาบนผนังชี้เกือบจะห้าทุ่ม แต่หัวใจเธอกลับไม่ยอมพัก เหมือนมันยังรอใครบางคนตอบกลับมาสักอย่างคิมิ…ชื่อที่เธอคุ้นตา คุ้นเสียง และคุ้นกับความเงียบที่อีกฝ่ายมักฝากไว้ให้เสมอ หลังจากผ่าน “21 วัน” แรกที่ตกลงคุยกันทุกวันโดยไม่ขาด น้ำยังคงอยู่ในวงโคจรของคิมิ—วงโคจรที่บางครั้งก็ใกล้จนเหมือนจะชนกัน แต่บางครั้งก็ห่างจนเหมือนอยู่กันคนละจักรวาลจาก 21 วัน กลายเป็น 68 วันหากเล่าให้ใครฟัง คงมีแต่คนบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่นาน แต่สำหรับน้ำ มันคือระยะทางของหัวใจที่ยืดหดสลับไปมา ระหว่างความสุข ความเหนื่อย และความพยายามที่จะเข้าใจใครบ
ตอนพิเศษที่ 1 : ถ้าหากถ้าหาก... ถ้าหากวันหนึ่งคิมิไม่ได้ป่วย ไม่ได้ถูกจำกัดเวลาชีวิตไว้เพียง 30 วัน ไม่ได้รู้สึกเหมือนตัวเองต้องเร่งรีบวิ่งไล่ตามความสุขที่หล่นหาย... ชีวิตของเธอและน้ำอาจเป็นอีกแบบหนึ่งแต่ใช่ว่ามันจะเป็น "ดีกว่า" หรือ "แย่กว่า" เพราะความสัมพันธ์ของคนสองคน บางครั้งมันไม่ได้พังเพราะโรคภัย ไม่ได้จบเพราะความตาย มันอาจจบเพียงเพราะ... ไม่สามารถสื่อสารให้เข้าใจกันได้และนี่คือเรื่องราว "ถ้าหาก" ที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง เรื่องราวของคิมิและน้ำ หลังจากผ่านไป 68 วัน ที่พวกเธอยังคงพิมพ์คุยกันต่อจาก "21 วัน"เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นเบา ๆ ในห้องนอนที่มีเพียงไฟตั้ง
ตอนที่31 –ท้องฟ้า[ก่อนคิมิเดินทางไปหาน้ำที่ปากช่อง]เสียงรถเมล์สายเดิมที่แล่นผ่านหน้าปากซอยในบ่ายแก่ ๆ ดังแทรกเข้ามาในความเงียบของร้านข้าวแกงเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ข้างบ้าน ฟ้ายืนเช็ดโต๊ะอย่างใจเย็นเหมือนทุกวัน ร้านนี้ไม่หรูหราแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น และเป็นที่ที่คิมิชอบแวะมาเสมอ เวลาที่อยากหลบจากโลกภายนอกบ่ายวันนั้นคิมิปรากฏตัวขึ้น เธอสวมเสื้อเชิ้ตตัวบางสีซีดกับกางเกงยีนส์เก่า ๆ ที่ดูหลวมกว่าปกติเล็กน้อย ร่างกายซูบลงจนฟ้าสังเกตได้ทันที เส้นผมดำยาวถูกรวบไว้ต่ำ ๆ อย่างลวก ๆ ใต้ดวงตาสีน้ำตาลยังคงมีประกาย แต่ก็ปนด้วยความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน“ไง คิมิ…” ฟ้าเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม “ทำไมวันนี้มาเร็วจัง ปกติจะมาตอนเย็น ๆ หลังไลฟ์เสร็จนี่”คิมิยกมือไหว ๆ แบบไม่ค่อยมีแรง เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หน้าเคาน์เตอร์ก่อนจะถอนหายใจยาว “เรา…อ
ตอนที่ 30 – ได้ยินไหม ประกอบเพลง “ได้ยินไหม – ดา เอ็นโดรฟิน”เสียงเครื่องช่วยหายใจในห้องไอซียูยังคงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ “ปี๊… ปี๊… ปี๊…”แสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ส่องลอดผ่านม่านบาง เข้าตกกระทบใบหน้าซีดขาวของ คิมิ เธอนอนนิ่งไม่ไหวติง ดวงตาที่เคยเป็นประกายแห่งชีวิตปิดสนิท เหลือเพียงลมหายใจที่อ่อนแรงผ่านท่อเล็ก ๆ จากเครื่องช่วยหายใจฟ้า นั่งอยู่ข้างเตียง มือหนึ่งกุมชายผ้าห่มแน่น อีกมือคอยเช็ดเหงื่อให้เพื่อนที่ไม่รู้สึกตัวมาหลายชั่วโมงแล้ว
ตอนที่ 29 – เพลงเพราะ...เพราะเธอวันที่ 22 จาก 30 วัน“คิมิ แกอยู่ไหนแล้ว?”“คิมิยังอยู่ปากช่องป่าว?”ข้อความที่น้ำพิมพ์ไปเมื่อเย็นวันที่ 21 ยังขึ้นสถานะ “ยังไม่อ่าน” เธอรีเฟรชหน้าจอซ้ำไปมาเป็นสิบรอบ คำถามค่อย ๆ ปะทุในใจทำไมคิมิไม่ตอบ?น้ำไม่รู้ว่าอีกฟากหนึ่งของเมือง มีใครบางคนกำลังฝากคำตอบไว้ในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวอักษร แต่คือเสียงของหัวใจทั้งหมด…เช้าวันที่ 22 เสียงจักรยานยนต์จากบริษัทข
ตอนที่ 23 – ก่อนจะไป (วันที่ 16 จาก 21 วัน) แรงบันดาลใจจากเพลง “เรื่องที่ขอ – ลุลา”บ่ายวันนั้นอากาศครึ้ม…ฝนยังไม่ตก แต่ใจคิมิกลับหนักหน่วงเหมือนฟ้าจะเทลงมาได้ทุกเมื่อเธออยู่หน้าจอโน้ตบุ๊ก เปิดกล่องแชทที่คุ้นตา กล่องนั้นมีชื่อว่า "น้ำ" ปรากฏเป็นสีม่วงนุ่ม ๆ ที่เธอตั้งไว้เอง กลายเป็นสีประจำตัวของ
(แรงบันดาลใจจากเพลงรู้ทั้งรู้-big d2b)♪…แค่เธอพูดจา และหันมายิ้มให้ ฉันก็คิดไปไกลถึงเธอ เก็บไปฝัน ว่าเธอแค่ทักทาย แบบเพื่อนทั่ว ๆ ไป… ไม่ได้มีอะไรมากมายกว่านั้น...🎶“ล็อค Killjoy อีกแล้วเหรอพี่คิมิ...”เสียงของฝันเฟื่องดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอเอเจนท์ในเกม Valorant ที่ปรากฏภาพคิมิเลือกตัวเดิมอีกค
ตอนที่ 1: เส้นบางๆ ระหว่างฉันและเธอ คิมิเป็นคนที่มีดนตรีอยู่ในหัวใจเสมอ ทุกเช้าเธอมักเปิดเพลง “เส้นบาง ๆ” ของ Indigo เหมือนเป็นธรรมเนียมเล็ก ๆ ที่ทำให้หัวใจเธอยังเต้นเป็นจังหวะที่คุ้นเคยแม้ในวันที่ไม่ได้กดเปิดเพลงนั้นก็ยังเล่นอยู่ในหัวเบา ๆ แทรกซึมไปกับลมหายใจ กับความทรงจำ แม้แต่ในตอนที่
ฉันชื่อคิมิเคยเป็นสายเกมเมอร์มาก่อน มีเพื่อนร่วมทีมที่เล่นเกมไปด้วยกันทุกวัน จนวันหนึ่ง… ฉันเผลอไปรักเพื่อนคนหนึ่งเข้า ทั้งที่รู้ว่าเขามีเจ้าของอยู่แล้ว และเพราะความรู้สึกนั้น ฉันจึงตัดสินใจออกจากกลุ่มเงียบ ๆจากคนที่เคยอยู่ในโลกเกม ฉันผันตัวมาเป็นวีทูบเบอร์ในชื่อ คิมิ.ฟุกุ.ยุเมะ ทำช่องเล่าเรื่องนิ







