LOGINครืนนน~ ซ่าาา~
ท่ามกลางความมืดมิดในคืนวันฝนพรำ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืด กางเกงยีนส์สีดำสวมทับด้วยช็อปวิศวะสีเลือดหมู กำลังยืนพิงกำแพงข้างบิ๊กไบค์คันโตโดยในมือมีไม้กอล์ฟคู่ใจ
ใบหน้าหล่อร้ายไร้อารมณ์กับดวงตาคมกริบติดเย็นชา กำลังมองตรงไปข้างหน้ายังกลุ่มนักศึกษาวัยรุ่นขี้เมา พวกมันหัวเราะร่าอย่างมีความสุขที่ได้แกล้งสัตว์หน้าขนสี่ขาด้วยการเอาถุงพลาสติกคลุมหัว
เสียงหัวเราะดังขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเห็นท่าทีกระวนกระวายของสัตว์ตัวนั้นในสภาพที่ไร้ทางสู้เพราะถูกตีขา
ถ้ามันไม่สบายและอยู่ในความมึนงงหลังจากเพิ่งตื่นจากการถูกวางยาสลบ คาดว่าไอ้พวกที่จะกลายเป็นศพ คือพวกมันที่กำลังอ้าปากหัวเราะเริงร่ามีความสุขอยู่ตอนนี้
เพราะสัตว์ที่พวกมันกำลังรังแก คือ แมวป่าเซอร์วัล นามว่า เจ้ามิตร ที่แม้จะไม่มีพิษ แต่มันก็อยู่ในวงค์ตระกูลเดียวกับเสือ และเหนือสิ่งอื่นใด มันเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักข้างกายของชายร่างสูงที่กำลังหมุนหัวไม้กอล์ฟและขยับนิ้วมือยืนมองเหตุการณ์อยู่มุมมืดตรงนี้
“เฮ้ย! นี่มันแมวของไอ้รุ่นพี่ตัวตึงเปล่าวะ?”
“รุ่นพี่ไหน?”
“หินผา วิดวะยานยนต์ ปีสี่ หนึ่งในธรีคิงส์”
“ใครวะ”
“มึงไม่รู้จัก? ไอ้สัสนึกดี ๆ มึงเคยเจอ”
“อ๋อ! ไอ้ที่ชอบวางมาดนักเลง หน้านิ่ง ๆ แต่กวนส้นตีนอะนะ”
“เออ กูว่าใช่แน่ ๆ แมวลายนี้มีตัวเดียวที่กูเคยเห็น”
“ใช่ที่แม่แม่งเป็นคุณหนู แต่พ่อเสือกเป็นกุ๊ยข้างถนนป้ะ?”
“ที่เรียกว่าอะไรนะ ขยะ? ฮ่า ๆ”
“เออ! นั่นแหละ ไอ้สัส เบา ๆ แมวแม่งอยู่นี่ ไม่ใช่ว่าตัวมันก็อยู่แถวนี้ ฉิบหายละพวกเรา”
“กลัวห่าไร แม่งมีวันนี้ได้เพราะตระกูลคุ้มกะลาหัว ตัวต่อตัวมันคงไม่กล้า ไม่งั้นจะเอาแมวป่ามาทำห่าอะไร ไหนจะบอดีการ์ดมันอีก อยู่ได้เพราะคนคุ้มกัน กูว่าถ้าไม่มีตระกูลมันก็ขี้ ๆ ละว้า~”
“มันมาก็ดี อยากลองของว่ะ ตัวจริงมันคงคุณหนูเหมือนแม่มัน”
“มึงพูดเองน้า~ ไอ้ห่า ว่าแต่แมวแม่งไหนว่าดุนักดุหนา ไอ้สัสโม้ฉิบหายไปเลย เอาเหล้าให้แม่งแดกดีกว่า กูอยากเห็นแมวเมาฮ่า ๆ”
“นายครับ…”
ไม้ บอดีการ์ดหันมอง หินผา ผู้เป็นนายที่กำลังขบสันกรามคมเข้าหากัน มันรู้ได้ทันทีว่าในไม่ช้า ไอ้แก๊งตรงหน้าจะเจอเข้ากับอะไร
“มึงไม่ต้อง กูจัดการเอง”
รู้จักกูดีนักนี่ แต่ยังดีไม่พอ อยากลองของกูจัดให้ เอาให้สาสมกับที่ปากร้องขอไปเลย
“แต่…”
“มึงไม่ได้ยินที่พวกมันพูดเหรอ”
“…”
“มันอยากรู้ว่ากูเหมือนใคร”
จะเหมือนพ่อหรือเหมือนแม่ เดี๋ยวแม่งได้รู้แน่
“เบาหน่อยนะครับนาย”
ไม้ไม่ได้กลัวว่าหินผาจะสู้ไม่ได้ แต่กลัวความฉิบหายที่จะเกิดขึ้นกับอีกฝ่ายมากกว่า…
“หึ ถ้า กล้าแตะ ก็ต้องไม่กลัวตาย”
แตะลูกชายกูไม่พอ ยังแตะไปถึงต้นตระกูลและครอบครัวกูอีก
“กูจะเข้าไปให้พวกมันรู้จักหน่อย”
เสื้อช้อปและเสื้อตัวในถูกถอดทิ้งอย่างไม่ใยดี เท้าหนักก้าวเดินไปยังกลุ่มวัยรุ่นตรงหน้าช้า ๆ มือหนาลากจูงไม้กอล์ฟโดยปล่อยให้ส่วนหัวเหล็กขูดกับพื้นคอนกรีตจนเกิดเสียงเสียดสีแสบแก้วหู
“ใครแม่งมายืนบังไฟวะ!”
เปรี้ยง!
สายฟ้าฝาดดังสนั่นในขณะที่ร่างสูงหยุดอยู่ตรงหน้าพวกมันพอดี แสงไฟที่เคยมีถูกร่างใหญ่บดบังจนเห็นเพียงแค่เงาอันดำมืด
ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำ หินผาขยับตัวอีกครั้ง รอยสักดุดันแห่งขุนเขาและผืนป่าแสดงความยิ่งใหญ่อยู่บนเรือนร่างกำยำ มันกำลังสะท้อนแสงไฟจากข้างทางในทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดิน
“4 ต่อ 1 กูต่อให้”
“ใครวะ!”
“ล้มกูได้พวกมึงรอด แต่ถ้าไม่… ฉิบ หาย”
“...” พวกมันถึงกับกลืนน้ำลายเมื่อเงยหน้าขึ้นมอง เพ่งจนเห็นชัด ๆ ว่าผู้มาใหม่ที่ยืนตรงหน้าคือใคร
ปากหยักเหยียดยิ้มเหี้ยมเกรียม แค่นเสียงหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยกไม้กอล์ฟขึ้นเกี่ยวคอเสื้อไอ้ตัวที่พูดมากก่อนหน้าที่ถามว่าเขาเป็นใคร หินผากระชากมันเข้ามาใกล้ ๆ เพื่อคลายข้อสงสัย
“กู ลูกขยะไง”
ตุ้บ!
ผลัวะ! ผลัวะ! ผลัวะ!
“ไอ้ผา! หยุด!”
“ไอ้ไม้! มาเอาตัวนายมึงออกไป!”
กระทิง และ อันดา วิ่งฝ่าฝนมา ณ จุดเกิดเหตุ ไม้โทรไปตามทั้งคู่ เพราะรู้ว่าเพื่อนสนิทสองคนนี้เท่านั้นที่จะเอานายของตัวเองอยู่
ทันทีที่มาถึง กระทิงก็รีบดึงแขนของหินผาที่กำลังฟาดงวงฟาดงา ฟาดไม้กอล์ฟกระหน่ำซัดไม่ยั้งกับร่างวัยรุ่นทั้งสี่ที่นอนแน่นิ่งไม่รู้ว่าเป็นหรือตายอยู่บนพื้น ก่อนไม้และบอดีการ์ดคนอื่นจะรุดเข้าช่วยกันหามหินผาให้ออกห่างจากพื้นที่
“ไอ้เชี่ย! พวกเรามาช้าขนาดไหน ไหวไหมเนี่ย ตายห่าแล้วมั้ง”
อันดาสบถเสียงดังระหว่างใช้ตีนเขี่ยร่างทั้งสี่ โชคดีที่พวกมันไม่ตาย แต่จากสภาพก็น่าจะเลี้ยงไม่โตอีกแล้ว เขาสั่งการ์ดที่เหลือให้นำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ก่อนไปหาเจ้าตัวการที่ยืนเช็ดเลือดบนไม้กอล์ฟอยู่ข้างบิ๊กไบค์
“โชคดีเข้าโรงบาลบ้านกู ปิดข่าวได้อยู่ แต่ถ้าป๊ามึงรู้ กูไม่อยู่ช่วยนะ ตัวใครตัวมันไอ้สัส ป๊ามึงกูไม่สู้ รอบนี้มึงเล่นบุกเดี่ยวเลยไอ้ผาแม่ง”
หินผายักไหล่ไม่ใส่ใจ ป๊ารู้ก็ค่อยเคลียร์ ที่ป๊าไม่อยากให้มีเรื่อง ไม่ใช่เพราะห่วงว่าจะทำร้ายใคร แต่ห่วงว่าตัวเขาจะเป็นอะไรมากกว่า แต่เท่าที่เห็นตอนนี้ตัวเขาก็สบายดี ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล
“มันอยากชนกับกูเอง”
อันดาได้แต่ส่ายหน้า จังหวะนั้นกระทิงก็เดินเข้ามาสบทบ หลังจากช่วยตรวจสอบความเรียบร้อยรอบบริเวณ
“แมวมึงไปไหน”
“เตลิดหนี ลูกน้องกำลังไปจับมา มันเจ็บขาอยู่ยังไปได้ไม่ไกล” หินผาชูโทรศัพท์ให้ดู GPS บนหน้าจอบอกตำแหน่งที่อยู่ของเจ้ามิตร
“กูนึกว่ามึงแค่ไปรับแมวที่โรงบาล ไหงมาตีกับไอ้พวกนี้ได้”
ขณะที่พูดกระทิงกับอันดาก็ช่วยกันสำรวจตรวจตามร่างกายของเพื่อนสนิท พบว่าหินผาไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง มีแต่รอยฟกช้ำเป็นจ้ำแดง ๆ ทั่วไปเท่านั้น
“เจ้ามิตรมึงมานู้นแล้ว”
อันดาเผยิดหน้าไปทางบอดีการ์ดสองคนที่ช่วยกันอุ้มแมวเดินมา ส่วนกระทิงก็ตั้งท่าเตรียมจะจากไปเมื่อรู้ว่าเพื่อนไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน
“มึงรีบ?” หินผาเลิกคิ้ว มองท่าทีลุกลี้ลุกลนของคนที่ปกติจะนิ่งสงบที่สุดในกลุ่ม
“เออดิ กูยุ่งอยู่ แต่ไอ้ไม้โทรหา พูดเหมือนมึงจะตายถ้ากูไม่มา สรุปไม่เป็นห่าอะไร งั้นตอนนี้กูกลับก่อน”
“หึ ป๊ามึงเปลี่ยนการ์ดแน่ ไอ้ไม้เอามึงไม่อยู่ถึงต้องตามพวกกู”
หินผาเบนสายตาไปทางอีกคนที่พูดเหน็บขึ้นมา
“กระทิงไปแล้วมึงอยู่ทำไม”
อะ ไอ้สัส ไล่กูเลย เค๊!
“ไอ้ตัวปัญหา กูกลับก่อน” อันดาชกหมัดเข้าอกแกร่งก่อนจะเดินขึ้นรถคันหรูที่จอดอยู่ไม่ไกลของตัวเอง
หินผาโยนกุญแจบิ๊กไบค์ให้ไอ้ไม้ ส่วนตัวเขาเดินไปหาเจ้ามิตรที่ตอนนี้ถูกย้ายเข้าไปในรถลีมูซีน เขาให้คนเอามารับมันโดยเฉพาะ เพราะอยากให้มันสบายและจะได้ดูแลมันง่าย ๆ
มือหนาลูบหัวปลอบใจแมวน้อยที่ตัวไม่น้อยอย่างหวงหา หินผาก้มลงโอบกอดและจูบหน้ามันเหมือนที่ชอบทำ ก่อนจะไล่สำรวจอาการบาดเจ็บ ร่องรอยที่ถูกโดนทำร้าย
เขารักและทะนุถนอมมันยิ่งกว่าอะไร ไอ้พวกจัญไรมารังแกมันได้ นี่ถ้าไอ้สองตัวนั้นยังไม่มา สาบานเลยว่า ไอ้สี่ตัวนั้นไร้ลมหายใจแน่ ๆ ต่อให้แมวเขาจะไม่เป็นอะไรมาก แต่พวกแม่งต้องหายใจลำบากหรือไม่ก็ต้องตายจากกันไปข้าง
“หืม?” ขาหลังของเจ้ามิตรมีผ้าผูกอยู่ ลูกน้องเห็นแววตาคมดุคล้ายมีคำถามของเจ้านายก็รีบคลายข้อสงสัย
“เจ้ามิตรหนีไปหลบอยู่ตรงป้ายรถเมล์ครับ มีเด็กนักเรียนนั่งอยู่ตรงนั้นพอดี พวกผมไปถึงก็เห็นมันนอนขดอยู่บนตักเธอแล้ว เป็นเธอที่ทำแผลให้มันครับนาย”
เธอ? นอนตัก? ทำแผล?
คิ้วหนาเลิกขึ้นด้วยความประหลาดใจ เพราะปกติเจ้ามิตรไม่ใช่สัตว์ที่ใครจะแตะต้องได้ นอกจากเจ้าของและบอดีการ์ดบางคน แต่อาจเป็นเพราะมันยังมึนยาบวกกับเพิ่งได้รับบาดเจ็บ
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ น้อยคนนักที่จะกล้ายุ่งกับมัน เพราะต่อให้มันอยู่เฉย ๆ แค่เห็นลายบนตัวและหน้าดุ ๆ ก็ไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้มันแล้ว
“ไปเอาภาพจากกล้องวงจรปิดมา”
STONE PUB คู่รักชายหญิงบนโซฟาสีแดงกำลังนัวเนียกันอย่างถึงพริกถึงขิง ฝ่ายหญิงนั่งคร่อมในท่าหันหน้าเข้าหาฝ่ายชาย โดยที่มือซ้ายล้วงเข้าเสื้อยืดตัวโคร่งสีขาวของฝ่ายหญิงที่ภายในมีเพียงแค่ชั้นในลูกไม้ตัวบาง ฝ่ายหญิงก็ไม่แพ้กัน มือข้างหนึ่งคล้องคอแกร่งป้อนจูบดูดดื่ม แลกลิ้นกันนัว ในขณะมืออีกข้างสาวท่อนลำแก่นกายใหญ่ที่ควักออกจากกางเกงจากยีนส์ “ซี้ดด~ สายลมโคตรเซ็กซี่เลย” “สายลมง้อแบบนี้ชอบไหมคะ” ด้านล่างคนเต็มผับ ชั้นลอยเป็นกระจกใสที่มองเห็นแค่เพียงฝั่งเดียว ไม่มีใครมองเห็นเรา หากไม่ไปยืนแนบกระจก ยกขารับแรงกระแทกแบบที่พี่ผาเคยทำกับเธอในยามที่ผับปิด ก็คงไม่มีใครเห็นแน่ ๆ “มีอารมณ์มากเลยเหรอคะ แข็งมากเลย” “ใช่ หนูทำพี่เงี่-ยนมากครับ ซี้ดดด~” หินผาเงยหน้าคราง เมื่อเด็กสาวบนตักนั่งลงคุกเข่า แทรกตัวเข้าตรงกลาง ก้มหน้าลงสาวท่อนเอ็นแข็งขึ้นลงแล้วอ้าปากอมดูดแบบลึกชนคอ โดยเฉพาะส่วนหัวที่จะบอบบางเป็นพิเศษ ถูกสายลมดุนดูดจนเกือบแตกจนต้องจับเธอให้ลุกขึ้นมาแล้วจูบแลกลิ้นกันอีก หินผาจับร่างคุณแม่ลูกหนึ่งแถมท้องอ่อน ๆ นอนลงบนโซฟา จับขาตั้งชันในรูปตัวเอ็ม พร้อมกับก้มลงใช้ลิ้นปรนเปรอทันที “
“หนูไหวไหม” “ไหวค่ะ แค่นี้เอง พี่ระแวงอะไรคะ” สายลมกระพริบตาปริบ แอบหัวเราะขำสามี เขาเป็นแบบนี้ทุกทีเมื่อเธอจะก้าวขาลงบันได กลัวว่าเธอจะหกล้ม กลัวว่าจะปวดขา กลัวไปหมดทุกอย่าง โดยเฉพาะตอนนี้ที่เธอกำลังท้องลูกสาว ‘เจ้าเวลา’ เข้าสู่เดือนที่ห้า ทั้งที่ก่อนหน้านี้ปีที่แล้วเธอก็ท้องลูกชาย ‘เจ้าเวหา’ พี่ผาก็มีอาการแบบนี้ เขาไม่ชินเสียที เพราะเวลาท้องทีก็ท้องเกือบเก้าเดือน พี่ผามีอาการกังวล เป็นหวงจนเกินเหตุตั้งแต่รู้ว่าเธอตั้งครรภ์ และเป็นไม่หยุดจนเข้าปีที่สองแล้ว… เธอบอกเขาว่ามีแค่สองคนพอนะ ไม่มีเพิ่มแล้ว ไม่งั้นพี่ผาจะระแวงไม่หยุด แม้แต่ตอนนอนเขาก็เฝ้า กลัวเธอนอนทับท้อง กลัวไม่สบาย จนต้องให้อาหมอแทนคุณเกลี่ยกล่อมให้พี่ผาจิตใจสงบ แม่เบลบอกว่าเขาเหมือนป๊าตัวเองไม่มีผิด แต่ของป๊าขยะหนักกว่าถึงขนาดเอาวีลแชร์มาให้เธอนั่งไม่ยอมให้เดินเอง ซึ่งพอพี่ผาได้ยินแบบนั้นปุ๊บ ก็วิ่งแจ้นไปขโมยวีลแชร์พี่วาโยมา จนเกือบจะโดนขาเทียมยันโครมเข้าให้อีกที คู่นั้นจนป่านนี้ก็ยังคงเป็นไม้เบื่อไม้เมากันเบา ๆ แต่เอาจริง ๆ เธอก็แอบคิดว่าพี่ผาตั้งใจไปก่อกวนพี่วาโย เหมือนเขาน่าจะว่างเกินไป หรือไม่ก็เหงา หร
“เก่งมากค่ะลูกแม่ คราวนี้แม่จะได้มีหลานสักที!” ลัลลาเบลกล่าวด้วยความดีใจขณะจอดรถส่งสายลมที่บ้านใหม่ของลูกชาย สายลมยิ้มเขินอายกับประโยคที่แม่เบลพูดมา ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อจะเซอร์ไพรส์บ้างอย่างกับแฟนหนุ่ม เข้ามาด้านในก็ยกมือไหว้พี่กระทิงกับพี่อันดาที่เธอเริ่มชินแล้วเพราะพวกพี่เขามาดื่มที่นี่บ่อยกว่าที่คลับ “ไปไหนมา หืม?” หินผาเดินออกมาจากห้องครัว โยนกระป๋องเบียร์ให้เพื่อนแล้วหันมาโฟกัสกับคนตัวเล็กที่อยู่ในชุดนักศึกษา คิ้วหนาเลิกขึ้น เขาแปลกใจไม่น้อยที่เห็นเด็กสาวในชุดนี้ ”พี่ผา^^” “อะไร ซ่อนอะไรไว้ แอบทำอะไรที่พี่ไม่รู้หรือเปล่า” มือหนาคว้าเอวบางเข้าแนบชิด ไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าสองเพื่อนสนิทก็นั่งอยู่ในห้องนี้ด้วย สายลมชูเอกสารในมือให้ดู ‘ใบจบการศึกษา’ ที่เธอแอบไปทำลับหลังเขาจนเรียนจบ “หมายความว่ายังไง…” หินผามองเอกสารในมืออย่างทึ่ง ๆ เขากำลังสงสัยว่าสาวน้อยเรียนจบได้ยังไง ก็ในเมื่อเธอกำลังรอเปิดเทอมลงเรียนวิศวะกับเขาอยู่ แล้วจบได้ไงวะ? สายลมหัวเราะขำ ก่อนจะเล่าให้ฟังถึงความเป็นมา เธอไปปรึกษาแม่เบลเรื่องการเรียน ว่าเสียเวลาไปแล้วหนึ่งปี เพราะพี่ผาเอาแต่ต่อ
“บัญชี? ปวดหัวมากนะ อันนี้ไอ้ไม้ก็โง่ด้วยพี่ว่าข้ามก่อน” คิ้วเข้มขมวดขณะชี้นิ้วไปบนจอคอม ซึ่งเด็กสาวที่นั่งอยู่ก็พยักหน้าเห็นด้วย ขณะมองตามนิ้วเรียวของคนพี่เลื่อนไปที่อีกจุด “แพทย์เลิกคิด.. หนูเห็นเลือดก็เป็นลมแล้ว” “นิเทศไม่เอาค่ะ พี่ไม่ชอบแสดง” “ไกด์?” “ดี ๆ นะนาย ผมไม่เอานะ” ไอ้ไม้ตาโตทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘ไกด์’ มันรีบโผล่หัวมาพูดแทรกคู่รักปลาท่องโก้ที่ตัวติดกันยิ่งกว่าฝาแฝดอินจัน จะรักกันอินกันก็เอาเหอะ แต่ขอร้องเถอะ เลิกหนีบกูไปเรียนด้วยได้ไหม เพราะตั้งแต่คุณสายลมกลับมา นายกูก็พาซิ่วสองรอบภายในหนึ่งปี เนื่องจากไปต่อยตีกับนักศึกษาชายที่มองแฟนตัวเอง ย้ายมาแล้วสองคณะ ไอ้ไม้เรียนแทนรวมแล้วห้าปี… เรียนต่ออีกปี พอดี กูจบแพทย์ได้เลยนะเอาจริง ๆ “ไม่เอาค่ะ ต้องออกพรีเซ้นต์บ่อย ออกนอกสถานที่ด้วยวุ่นวาย กิจกรรมเยอะ ไม่เอา” “พี่ผา พี่ไม่เลือกสักอัน สายลมว่าหนูเรียนคนเดียวตอนนี้จบแล้วนะ หนูไม่ตบตีกับใครด้วย” คนตัวใหญ่เบิกตาโพลงทันทีเมื่อเด็กสาวพูดว่าจะเรียนคนเดียว เขาทำหน้าบึ้งปากยื่นปากยาวเหมือนเด็กงอน แล้วลุกขึ้นออกไปคาบบุหรี่ที่ระเบียง… เดี๋ยวค่อยไปง้อเพราะหลัง ๆ มา
สวนดอกไม้หลังคฤหาสน์ “หืม? ห้ามทำไมครับ?” จมูกโด่งซุกไซ้ซอกคอขาว อ้าปากงับไม่ทำรอยแต่พรมจูบไปทั่ว สายลมได้จังหวะจึงรีบพูดเรื่องที่บอกให้จบก่อนที่สองเราจะเตลิดไปมากกว่านี้ “ที่สายลมบอกว่าไม่ง่าย เพราะพี่วาโยให้เราคบกันแต่ห้ามพี่ผาทำอะไรหนู จนกว่าหนูจะเรียนจบ” “!” หินผาชะงัก มองสาวน้อยที่ใบหน้าสวยแดงซ่าน สายลมยกมือกุมใบหน้าเขา ปากอวบเม้มเข้าหากัน นัยน์ตาหวานฉ่ำเป็นประกายมองเขาอย่างออดอ้อน ยั่วขนาดนี้ แต่จะไม่ให้ทำอะไรเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว! “หมายความว่ายังไง” ถามพลางก้มลงจุ๊บปากเบา ๆ จุ๊บ! จุ๊บ! จุ๊บ! ตอนแรกว่าจะแค่ทีเดียว แต่สายลมน่ารักเกินไปเลยจุ๊บถี่ ๆ จนสายลมทนไม่ไหว คราวนี้ดันอกเขาค้างไว้เลย คงกลัวจะไม่ได้พูดอีก “พี่วาบอกว่า ให้เราเป็นแค่คนคุย ดูใจกันไปก่อน ให้สายลมกลับไปเรียนให้จบแล้วค่อยว่ากันค่ะ” “คบหาดูใจคุย ๆ กันไปอะไร เอากันทั้งปีเอากันถี่มาก พี่เธอบ้าหรือเปล่า” “พี่ผา!” ตีไหล่เขาที่พูดจาน่าไม่อาย หยาบคายมากเลย “ขอโทษครับ… แต่พี่พูดจริงนะ หึ” “…” “พี่เธอว่าไงก็ว่างั้น” จะไปรู้ได้ไงว่าเขาไม่แอบกินน้องสาวตัวเองอยู่ หึ ตกลงไว้ก่อน ยังไงเธอก็ไม่รอดแน่ ๆ
คนตัวเล็กเป็นฝ่ายที่ขยับตัวขึ้นนั่งบนตักแกร่ง โอบกอดเอาหน้าซุกแผงอกด้วยความโหยหา “สายลมคิดถึงพี่ อยากกอดพี่ คิดถึงมากเลยค่ะพี่ผา” มือเล็กกุมใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงบวมช้ำจากเมื่อวานนิดหน่อย มองสบตาคมที่มีประกายน้ำตาคลอหน่วงด้วยความปิติ “นั่งตักแบบนี้เดี๋ยวพี่ชายเธอก็มาแหกหน้าพี่อีก” ปากเอ่ยแบบนั้นแต่มือกอดเอวเล็กแน่น “งั้นลงดีกว่า…” ว่าแล้วก็ขยับตัวลง แต่มีเหรอที่เขาจะยอม ส่งสัญญาณให้ไอ้ไม้ไปปิดทางเข้าสวน ตัดกล้องวงจร ทำแม่งทุกอย่างที่ไม่ให้ใครมาตรงนี้ได้ “ร้องไห้เหรอ” เห็นออกจากห้องมาตาบวม ยังไม่ได้ถาม ตอนนี้เห็นเธอพูดแล้วเลยถามเลยแล้วกัน สายลมพยักหน้า “ด้านในตอนแรกก็หนักอยู่ค่ะ แต่พอเคลียร์รู้เรื่องแล้วก็เบาลง ตอนนี้ดีมาก ๆ ที่เหลือก็แค่เรื่องของเราสองคนค่ะ” “แล้วที่หนูบอกว่าคบกันได้แต่มันไม่ง่ายคืออะไร” “ก็… พี่วาโยให้พี่ผารอจนสายลมเรียนจบ” “แต่หนูลาออกแล้ว ลาออกทำไม” “ก็…” หนีพี่ผา… “ไม่ต้องพูดแล้ว พี่เจ็บอีก” “เจ็บอยู่ไหมคะ” “หือ?” หมายถึงตรงไหน ร่างกายหรือใจ? สายลมเลื่อนมือลูบอกข้างซ้ายพี่ผาเบา ๆ “ใจค่ะ เจ็บอยู่ไหม… แล้วก็ร่างกายด้วย ส







