LOGIN6 เดือนต่อมา
บรื้นนน บรื้นนน บรื้นนน!!
เสียงเครื่องยนต์จากมอเตอร์ไซค์นับสิบคัน ดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วท้องถนน บอดีการ์ดชุดดำไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน กำลังซิ่งมิดไมล์เพื่อไล่ตามขนาบข้างบิ๊กไบค์คันที่เด่นที่สุดที่อยู่ตรงกลางให้ได้
นอกเหนือจากบิ๊กไบค์ที่ราคาสูงเกินตัวเลขแปดหลัก ก็ยังมีแมวป่าเอกลักษณ์ซึ่งหนักเกือบยี่สิบโล สัตว์ดูโอ้ประจำตัวของ หินผา ที่ยืนจังก้าสูงเด่นเป็นสง่าน่าเกรงขาม มันใช้มัดกล้ามยืนสองขาเกาะหัวไหล่ร่างใหญ่อยู่บนท้ายเบาะ
“ไอ้ผาโว้ยยย! ไอ้ผา! ไอ้ห่าเอ้ย เบาได้เบา กูหัวใจจะวายเอา เลี้ยงพ่อมึงมาครึ่งชีวิตยังไม่เหนื่อยเท่าตามติดมึงครึ่งชั่วโมง!”
สายตาคมมองตรงไปข้างหน้า ไม่สนใจเสียง อาสิงห์ คนสนิทของป๊าที่นั่งซ้อนบิ๊กไบค์อีกคันตามมาติด ๆ ปากหยักบิดยิ้มเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนความเร็วลงเมื่อถึงจุดหมาย
มหาวิทยาลัย A
เอี๊ยดดดดดดดดดด~!!
ทันทีที่รถจอด ไม้ บอดีการ์ดคนสนิทที่คอยตามติดหินผามาตลอดก็รีบกรูเข้ามาประกบช่วยเอา เจ้ามิตร แมวป่าสุดรักของเจ้านายลงจากท้ายบิ๊กไบค์พร้อมถอดหมวดกันน็อคให้มันด้วย
หินผาตวัดเรียวขาลงมายืนบนพื้นเต็มความสูง มือหนายกขึ้นถอดหมวกกันน็อคของตัวเองแล้วโยนไปให้บอดีการ์ดอีกคนที่รอรับอยู่ทางด้านหลัง ก่อนจะก็สะบัดหัวจัดทรงผมให้เข้าที่
ใบหน้าเรียบเฉยติดเย็นชาขยับสายตามองไปรอบ ๆ บอดีการ์ดนับยี่สิบชีวิตยืนล้อมรอบไปทั่วบริเวณ
วกสายตากลับมายังชายที่ตะโกนไล่ด่าก่อนหน้า หัวคิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพ่นลมหายใจเบา ๆ ออกมา
“แล้วอาสิงห์จะตามมาทำไมครับ”
“ลูกน้องเอามึงอยู่ที่ไหน นี่ถ้าไม่เห็นกับตากูไม่เชื่อจริง ๆ นะ”
ไอ้สัสแม่งพาแมวเกาะไหล่ซิ่งบิ๊กไบค์มาเรียน เชื่อมันเลย เชื้อพ่อแม่งแรงฉิบหาย เผลอ ๆ หนักกว่าพ่อมันอีก!
“แล้วอาสิงห์เอาผมอยู่เหรอครับ”
หินผาตอบกลับด้วยเนื้อเสียงยียวน ใบหน้ากวน ๆ ประกอบกับนัยน์ตาที่แฝงความท้าทายมองร่างกายชายชราที่นับวันก็แก่ลงเรื่อย ๆ
ต่อให้อาสิงห์ที่ยืนตรงหน้าจะสนิทกับป๊าและตาเขาแค่ไหน ต่อให้ในอดีตเขาจะยิ่งใหญ่เป็นถึงหัวหน้ามือปืน หัวหน้าผู้คุมนักโทษ และเป็นผู้คุมกฏของตระกูลก็ตามเถอะ
แต่ตอนนี้ก็แค่ชายวัยเจ็ดสิบปีคนหนึ่ง…
ความจริงก็ควรจะถูกเรียกว่าปู่หรือตา แต่เขามันคนกวนตีน อยากเรียกอา ให้คนภายนอกทักว่า ‘ทำไมอาแก่จัง’
จัญไรดีไหมล่ะ หลานกู…
ภายนอกดูเหมือนหินผาจะไม่เคารพ แต่นี่แหละคือการพูดคุยปกติของคนตระกูลนี้ หินผารักครอบครัวยิ่งกว่าอะไร อาสิงห์เป็นรุ่นพี่ป๊าและอยู่กับตระกูลมาช้านาน เลี้ยงกันมาตั้งแต่เด็ก จะไม่รักได้ยังไง
“มึงไม่กลัวตาย ก็เป็นห่วงแมวหน่อยไหมไอ้ผา… กูลืม ไม่สูบ…”
สิงห์โยนของในมือไปให้ลูกน้องทันที เมื่อจังหวะที่พูดลืมตัวเผลอหยิบบุหรี่ขึ้นจะสูบ ทว่าลืมไป หลานคนนี้มันห้ามเอาไว้
เจอสายตามองดุเข้าไป สูบไม่ลงเลยกู…
หินผานิสัยคล้ายป๊าตัวเองมาก ชอบคาบบุหรี่ในปาก แต่ไม่จุดไฟ ป๊าทำอะไร เขาทำตามป๊าหมด ใครอยากสูบก็สูบไป แต่คนในครอบครัวห้าม เพราะเขาอยากอยู่กับทุกคนไปนาน ๆ โดยเฉพาะพวกคนแก่ อย่างน้อยขอแค่ต่อหน้าเขาอย่าสูบให้เห็นก็พอ
“เจ้ามิตรมันแข็งแรงกว่าอาสิงห์อีกนะครับ”
ตาคมจ้องยังไม้เท้าที่อีกคนถือเพื่อค้ำยันตัวเอง ใบหน้าหล่ออมยิ้มหัวเราะในลำคอ เมื่อเห็นขาชายชรารุ่นมากกว่าพ่อกำลังสั่นพั่บ ๆ
หลอกด่ากูแก่ทางอ้อม วันหน้ามึงแก่บ้าง กูจะไปยืนหัวเราะข้างเตียงอยู่ในฝัน ไม่แก่บ้างให้มันรู้ไป…
ไม้เท้าชี้หน้าไอ้หลานตัวร้าย “นี่ถ้าพ่อมึงรู้ มึงได้นั่งรถเมล์แน่”
“ตอนนั้นผมอาจจะมาเรียนสาย หรือไม่ได้เข้าเรียนนะครับ”
“มึงนี่...”
พูดครับทุกคำ แต่กวนตีนกูทุกดอก จะบอกว่าถ้าโดนยึดรถจะโดดเรียนสินะ
“กรี๊ดดดด!!! พี่ผา~”
สาว ๆ นักศึกษาส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดเมื่อสบตาเข้ากับหินผาที่เพียงแค่เผลอยกยิ้มให้อาสิงห์ไป พอเห็นรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาของเสือยิ้มยากที่นาน ๆ ยิ้มที ต่างก็พากันกรีดร้องราวกับหินผาส่งยิ้มให้ตนเอง
“…” หุบยิ้มทันที
“หึ” สิงห์ขำกับท่าทีและสีหน้ายุ่ง ๆ ของหลานชาย พาลให้นึกไปถึงหน้าของคนเป็นพ่อ ที่สมัยก่อนตอนวัยรุ่นก็ชอบตีหน้าแบบนี้ หงุดหงิดทุกทีเวลาที่ไม่ได้ดั่งใจ
“สบายใจแล้วนะครับ ผมไปล่ะ” กล่าวพร้อมเดินฝ่าวงบอดีการ์ดออกมา ป่านนี้ไอ้พวกเพื่อนห่าคงนั่งขำท้องแข็งกันหมดแล้ว ที่เปิดเรียนเทอมแรกก็ถูกคนของพ่อแห่มาคุมแน่นขนัดแบบนี้
เขาส่งสัญญาณไปให้ไม้เดินจูงเจ้ามิตรมาให้ ก่อนจะก้าวถอยไปยืนเฝ้าบิ๊กไบค์คันหรูที่ราคาแพงเทียบเท่าซูเปอร์คาร์ ของขวัญวันเกิดจากตา หรือเจ้าสัวพยัคฆ์ที่รักและหลงหลานยิ่งกว่าอะไร
สิงห์ได้แต่ถอนหายใจ ส่ายหน้าระอา ตามองตามหลังหลานชายที่เดินจูงแมวยักษ์ราวกับอยู่ดูไบ เพียงแค่ไม่อยากให้สาวเข้าใกล้ มันถึงได้เอาแมวป่าที่ดุกว่าเสือมาเรียน
“กูหวังจะได้เห็นมึงมีเมียก่อนลงโลงนะโว้ยไอผา!”
“ฝันไปเถอะ ตาแก่!”
เคยบอกแล้วไง ว่าชาตินี้ให้ตายก็จะไม่มีหรอกเมีย!
หมับ!
“หือ?”
“เดี๋ยวหนูพาพี่เดินไปค่ะ ตึกวิศวะนะคะ พี่ค่อย ๆ เดินค่ะ ตรงนั้นทำทาง สัตว์พยาบาลน่าจะยังไม่ชิน พี่มากับหนูดีกว่าค่ะ”
อะไรวะ?
หินผาขมวดคิ้ว ก้มมองมือหนาของตัวเองซึ่งตอนนี้กำลังถูกมือขาวนุ่มนิ่มของเด็กสาวแปลกหน้าจับจูง เธอพุ่งเข้ามาพร้อมคำพูดประหลาดแล้วพาก้าวเดินไปยังตึกวิศวะ
และที่แปลกไปกว่านั้นคือเจ้ามิตร ปกติมันจะต้องขู่หรือแสดงความยิ่งใหญ่เวลาที่มีคนแปลกหน้าเข้าใกล้ แต่วันนี้มันกลับเงียบกริบ ปล่อยให้เด็กสาวผู้มาใหม่ถือโซ่จูงพาเดินไปราวกับหมาบ้านเชื่อง ๆ
“ถึงแล้วค่ะ เพื่อนพี่น่าจะอยู่แถวนี้ อ่า ม้าหินอ่อน… พี่เก่งมากเลยนะคะ มองไม่เห็นแต่เรียนวิศวะยานยนต์ด้วย อันนี้เป็นปลอกแขนของเจ้าด่างตัวนี้นะคะ”
มองไม่เห็น? เขาเหรอ?
เธอพูดเองเออเอง บางทีก็เหมือนพูดกับเขา สักพักก็ล้วงมือเข้ากระเป๋า หยิบเอาอะไรสักอย่างออกมา พร้อมกับมองหน้าเจ้ามิตรแล้วพูดกับมัน
สรุปพูดกับใคร…?
“ด่าง?” ทนความสงสัยไม่ไหว เลยถามออกไป
ด่างคืออะไรวะ?
สาวน้อยพยักหน้าพร้อมโชว์รอยยิ้มสดใส ยกมือกดบ่าแกร่งให้นั่งลงบนม้าหินอ่อน ท่ามกลางสายตาฉงนของไอ้เพื่อนสองตัวที่นั่งมองสถานการณ์เงียบ ๆ สายตาพวกมันแสดงออกชัดมากว่ากำลังตกตะลึง
อย่าว่าแต่พวกมึง กูก็งงว่าเกิดเรื่องเหี้ยอะไรขึ้นกับกู กูเป็นอะไร? แล้วแมวป่าเซอร์วัลกู กลายเป็นเจ้าด่าง? หมาเหรอ? ยังไง?
“หนูเอาปลอกใส่ที่แขนเจ้าด่างให้ ต่อไปคนจะได้ไม่กลัวนะคะ เพราะพี่ไม่ได้ใส่ให้มันค่ะ คนเลยไม่รู้ เลยอาจจะกลัวมันได้”
เด็กสาวที่มาพร้อมกับคำว่า ‘อะไรวะ’ เต็มไปหมด นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าพร้อมยื่นมือไปคว้าขาหน้าเจ้ามิตร เธอเอาปลอกแขนสัญลักษณ์เครื่องหมายบวกใส่ให้มันพร้อมกับยกมือลูบหัว เกาคาง จนมันตาเยิ้มและเริ่มจะเคลิ้มคล้อยตามมือเล็กนุ่มนิ่มนั่น
“เสร็จหน้าที่หนูแล้วค่ะ สวัสดีพี่ ๆ ทั้งสองคนด้วยนะคะ”
“ขอบใจ”
เด็กสาวแปลกหน้ากล่าวลา หินผาก็พยักหน้าตอบรับแบบงง ๆ สายตายังคงมองตามร่างเล็กที่เพิ่งจะยกมือไหว้ไอ้เพื่อนสองตัวที่นั่งอยู่ด้านหลัง พร้อมกับหันมายิ้มหวานละลายใจให้เขาอีกหนึ่งที
รอยยิ้มที่เหมือนปุ่มหยุดเวลา จู่ ๆ หินผาก็รู้สึกเหมือนว่าสายตากำลังพร่ามัว รอบตัวเขาว่างเปล่า มีเพียงใบหน้าสวยกับรอยยิ้มหวาน ๆ เท่านั้นที่เขามองเห็น
เธอที่หน้าคุ้น ๆ ... เหมือนเห็นที่ไหนมาก่อน...
มือหนายกขึ้นจับที่หัวใจ ตอนนี้มันเต้นรัวเหมือนกองรบ เธอทำแบบนี้กับเขายังได้ไง เธอแม่งเป็นใครถึงได้มีผลต่อหัวใจของเขาขนาดนี้ เขาจะทำยังไงกับมันดี หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหายใจหอบถี่
จนถึงตอนนี้กูก็ยังงงอยู่กับที่ ว่าสรุปเกิดเรื่องเหี้ยอะไรขึ้นกับกู??
แล้วหัวใจกูเป็นอะไร… เต้นแรงเกินไปแล้วไอ้ฉิบหาย!
“ไอ้ผายังไง”
พอเด็กสาวจากไป เพื่อนสองตัวที่นั่งเงียบมานานก็ลุกขึ้นมารุม ก้มดูเจ้ามิตรสลับกับหน้าเขา สำรวจว่าเพื่อนตัวเองเป็นอะไร ทำไมต้องมีสาวจูงมาส่งถึงที่ ปกติสาวเข้าใกล้มันได้ที่ไหน ไอ้หินผามันหวงตัวยิ่งกว่าอะไร ร่างกายเหมือนทำจากทอง ใครก็แตะต้องไม่ได้ทั้งนั้น
“มึงเป็นอะไร เจ็บนม?”
กระทิงขมวดคิ้ว มองหินผาที่นั่งจับนมตัวเองด้วยท่าทีเหม่อลอย
มันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เกิดอะไรขึ้นกับมัน?
“…” อย่าถามไอ้สัส กูก็ไม่รู้ กูเป็นอะไร
“ออกกำลังกายเยอะไปเหรอมึง เจ็บปวดตรงไหนวะ”
เจ็บที่หัวใจ แต่ปวดหรือเปล่าไม่รู้ รู้แค่แม่งเต้นไม่หยุดเลย จะตอบยังไงดี ให้พวกมันรวมถึงกูด้วยหายงง...
งง เรื่องไหนก่อนดี ระหว่างเรื่องที่เด็กสาวจูงมือ กับเรื่องหัวใจกูที่เต้นรัวไม่ยอมหยุด
“ไอ้ผา ไอ้ห่า ยังอยู่กับพวกกูไหมมึง?”
“อะ ไอ้สัสผา มึงป่วยจริง?”
อันดาโบกมือเรียกสติหินผา ก่อนจะชี้นิ้วไปยังขาหน้าของเจ้ามิตร สัญลักษณ์พยาบาลที่เด็กสาวคนนั้นติดไว้ บอกให้รู้ว่าเจ้ามิตรเป็นสัตว์ช่วยเหลือผู้พิการ…
เห็นแบบนั้นหินผาก็ถึงกับหลุดออกจากภวังค์
พิการ? โอเค กูเก็ตล่ะ!
“กูเหมือนเหรอ?” ชี้ที่ตัวเอง มองสองเพื่อนเวรขอความเห็น
เชี่ยหัวหงอกไม่ตอบแต่หัวเราะในลำคอ สายตาแม่งคือล้อเลียนแบบโคตรสะใจ ส่วนไอ้ดำก็จัญไร ถึงกับถ่ายรูปไว้แล้วโพสต์ลงสตอรี่ I*
“เด็กมันคงโดนแกล้งมา จากปลอกแขนที่ใส่น่าจะเป็นจิตอาสามหาลัย แปลกที่ไม่รู้จักมึงได้ไง มีคนเดียวที่ทำตัวเหมือนอยู่ดูไบแบบนี้”
“กูว่าแปลกที่มันไม่ปฏิเสธ ปล่อยให้เขาจูงมามากกว่า”
หินผาได้ยินคำพูดของเพื่อนแต่ไม่คิดจะใส่ใจ ตาคมหลุบมองมือตัวเอง สัมผัสอบอุ่นนุ่นนิ่มยังคงตราตรึง
เขามองยังทางที่เด็กสาวเดินจากไป จำได้แล้วว่าเคยเห็นเธอที่ไหน... มุมปากเผยรอยยิ้มเล็ก ๆ แบบที่ไม่คิดว่าชาตินี้จะมีใครได้เห็น แม้กระทั่งเจ้าตัวยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเผลอยิ้มแบบนี้ออกมา
หรือโชคชะตากำลังจะเล่นตลกกับไอ้ผาเข้าให้แล้ว...
STONE PUB คู่รักชายหญิงบนโซฟาสีแดงกำลังนัวเนียกันอย่างถึงพริกถึงขิง ฝ่ายหญิงนั่งคร่อมในท่าหันหน้าเข้าหาฝ่ายชาย โดยที่มือซ้ายล้วงเข้าเสื้อยืดตัวโคร่งสีขาวของฝ่ายหญิงที่ภายในมีเพียงแค่ชั้นในลูกไม้ตัวบาง ฝ่ายหญิงก็ไม่แพ้กัน มือข้างหนึ่งคล้องคอแกร่งป้อนจูบดูดดื่ม แลกลิ้นกันนัว ในขณะมืออีกข้างสาวท่อนลำแก่นกายใหญ่ที่ควักออกจากกางเกงจากยีนส์ “ซี้ดด~ สายลมโคตรเซ็กซี่เลย” “สายลมง้อแบบนี้ชอบไหมคะ” ด้านล่างคนเต็มผับ ชั้นลอยเป็นกระจกใสที่มองเห็นแค่เพียงฝั่งเดียว ไม่มีใครมองเห็นเรา หากไม่ไปยืนแนบกระจก ยกขารับแรงกระแทกแบบที่พี่ผาเคยทำกับเธอในยามที่ผับปิด ก็คงไม่มีใครเห็นแน่ ๆ “มีอารมณ์มากเลยเหรอคะ แข็งมากเลย” “ใช่ หนูทำพี่เงี่-ยนมากครับ ซี้ดดด~” หินผาเงยหน้าคราง เมื่อเด็กสาวบนตักนั่งลงคุกเข่า แทรกตัวเข้าตรงกลาง ก้มหน้าลงสาวท่อนเอ็นแข็งขึ้นลงแล้วอ้าปากอมดูดแบบลึกชนคอ โดยเฉพาะส่วนหัวที่จะบอบบางเป็นพิเศษ ถูกสายลมดุนดูดจนเกือบแตกจนต้องจับเธอให้ลุกขึ้นมาแล้วจูบแลกลิ้นกันอีก หินผาจับร่างคุณแม่ลูกหนึ่งแถมท้องอ่อน ๆ นอนลงบนโซฟา จับขาตั้งชันในรูปตัวเอ็ม พร้อมกับก้มลงใช้ลิ้นปรนเปรอทันที “
“หนูไหวไหม” “ไหวค่ะ แค่นี้เอง พี่ระแวงอะไรคะ” สายลมกระพริบตาปริบ แอบหัวเราะขำสามี เขาเป็นแบบนี้ทุกทีเมื่อเธอจะก้าวขาลงบันได กลัวว่าเธอจะหกล้ม กลัวว่าจะปวดขา กลัวไปหมดทุกอย่าง โดยเฉพาะตอนนี้ที่เธอกำลังท้องลูกสาว ‘เจ้าเวลา’ เข้าสู่เดือนที่ห้า ทั้งที่ก่อนหน้านี้ปีที่แล้วเธอก็ท้องลูกชาย ‘เจ้าเวหา’ พี่ผาก็มีอาการแบบนี้ เขาไม่ชินเสียที เพราะเวลาท้องทีก็ท้องเกือบเก้าเดือน พี่ผามีอาการกังวล เป็นหวงจนเกินเหตุตั้งแต่รู้ว่าเธอตั้งครรภ์ และเป็นไม่หยุดจนเข้าปีที่สองแล้ว… เธอบอกเขาว่ามีแค่สองคนพอนะ ไม่มีเพิ่มแล้ว ไม่งั้นพี่ผาจะระแวงไม่หยุด แม้แต่ตอนนอนเขาก็เฝ้า กลัวเธอนอนทับท้อง กลัวไม่สบาย จนต้องให้อาหมอแทนคุณเกลี่ยกล่อมให้พี่ผาจิตใจสงบ แม่เบลบอกว่าเขาเหมือนป๊าตัวเองไม่มีผิด แต่ของป๊าขยะหนักกว่าถึงขนาดเอาวีลแชร์มาให้เธอนั่งไม่ยอมให้เดินเอง ซึ่งพอพี่ผาได้ยินแบบนั้นปุ๊บ ก็วิ่งแจ้นไปขโมยวีลแชร์พี่วาโยมา จนเกือบจะโดนขาเทียมยันโครมเข้าให้อีกที คู่นั้นจนป่านนี้ก็ยังคงเป็นไม้เบื่อไม้เมากันเบา ๆ แต่เอาจริง ๆ เธอก็แอบคิดว่าพี่ผาตั้งใจไปก่อกวนพี่วาโย เหมือนเขาน่าจะว่างเกินไป หรือไม่ก็เหงา หร
“เก่งมากค่ะลูกแม่ คราวนี้แม่จะได้มีหลานสักที!” ลัลลาเบลกล่าวด้วยความดีใจขณะจอดรถส่งสายลมที่บ้านใหม่ของลูกชาย สายลมยิ้มเขินอายกับประโยคที่แม่เบลพูดมา ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อจะเซอร์ไพรส์บ้างอย่างกับแฟนหนุ่ม เข้ามาด้านในก็ยกมือไหว้พี่กระทิงกับพี่อันดาที่เธอเริ่มชินแล้วเพราะพวกพี่เขามาดื่มที่นี่บ่อยกว่าที่คลับ “ไปไหนมา หืม?” หินผาเดินออกมาจากห้องครัว โยนกระป๋องเบียร์ให้เพื่อนแล้วหันมาโฟกัสกับคนตัวเล็กที่อยู่ในชุดนักศึกษา คิ้วหนาเลิกขึ้น เขาแปลกใจไม่น้อยที่เห็นเด็กสาวในชุดนี้ ”พี่ผา^^” “อะไร ซ่อนอะไรไว้ แอบทำอะไรที่พี่ไม่รู้หรือเปล่า” มือหนาคว้าเอวบางเข้าแนบชิด ไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าสองเพื่อนสนิทก็นั่งอยู่ในห้องนี้ด้วย สายลมชูเอกสารในมือให้ดู ‘ใบจบการศึกษา’ ที่เธอแอบไปทำลับหลังเขาจนเรียนจบ “หมายความว่ายังไง…” หินผามองเอกสารในมืออย่างทึ่ง ๆ เขากำลังสงสัยว่าสาวน้อยเรียนจบได้ยังไง ก็ในเมื่อเธอกำลังรอเปิดเทอมลงเรียนวิศวะกับเขาอยู่ แล้วจบได้ไงวะ? สายลมหัวเราะขำ ก่อนจะเล่าให้ฟังถึงความเป็นมา เธอไปปรึกษาแม่เบลเรื่องการเรียน ว่าเสียเวลาไปแล้วหนึ่งปี เพราะพี่ผาเอาแต่ต่อ
“บัญชี? ปวดหัวมากนะ อันนี้ไอ้ไม้ก็โง่ด้วยพี่ว่าข้ามก่อน” คิ้วเข้มขมวดขณะชี้นิ้วไปบนจอคอม ซึ่งเด็กสาวที่นั่งอยู่ก็พยักหน้าเห็นด้วย ขณะมองตามนิ้วเรียวของคนพี่เลื่อนไปที่อีกจุด “แพทย์เลิกคิด.. หนูเห็นเลือดก็เป็นลมแล้ว” “นิเทศไม่เอาค่ะ พี่ไม่ชอบแสดง” “ไกด์?” “ดี ๆ นะนาย ผมไม่เอานะ” ไอ้ไม้ตาโตทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘ไกด์’ มันรีบโผล่หัวมาพูดแทรกคู่รักปลาท่องโก้ที่ตัวติดกันยิ่งกว่าฝาแฝดอินจัน จะรักกันอินกันก็เอาเหอะ แต่ขอร้องเถอะ เลิกหนีบกูไปเรียนด้วยได้ไหม เพราะตั้งแต่คุณสายลมกลับมา นายกูก็พาซิ่วสองรอบภายในหนึ่งปี เนื่องจากไปต่อยตีกับนักศึกษาชายที่มองแฟนตัวเอง ย้ายมาแล้วสองคณะ ไอ้ไม้เรียนแทนรวมแล้วห้าปี… เรียนต่ออีกปี พอดี กูจบแพทย์ได้เลยนะเอาจริง ๆ “ไม่เอาค่ะ ต้องออกพรีเซ้นต์บ่อย ออกนอกสถานที่ด้วยวุ่นวาย กิจกรรมเยอะ ไม่เอา” “พี่ผา พี่ไม่เลือกสักอัน สายลมว่าหนูเรียนคนเดียวตอนนี้จบแล้วนะ หนูไม่ตบตีกับใครด้วย” คนตัวใหญ่เบิกตาโพลงทันทีเมื่อเด็กสาวพูดว่าจะเรียนคนเดียว เขาทำหน้าบึ้งปากยื่นปากยาวเหมือนเด็กงอน แล้วลุกขึ้นออกไปคาบบุหรี่ที่ระเบียง… เดี๋ยวค่อยไปง้อเพราะหลัง ๆ มา
สวนดอกไม้หลังคฤหาสน์ “หืม? ห้ามทำไมครับ?” จมูกโด่งซุกไซ้ซอกคอขาว อ้าปากงับไม่ทำรอยแต่พรมจูบไปทั่ว สายลมได้จังหวะจึงรีบพูดเรื่องที่บอกให้จบก่อนที่สองเราจะเตลิดไปมากกว่านี้ “ที่สายลมบอกว่าไม่ง่าย เพราะพี่วาโยให้เราคบกันแต่ห้ามพี่ผาทำอะไรหนู จนกว่าหนูจะเรียนจบ” “!” หินผาชะงัก มองสาวน้อยที่ใบหน้าสวยแดงซ่าน สายลมยกมือกุมใบหน้าเขา ปากอวบเม้มเข้าหากัน นัยน์ตาหวานฉ่ำเป็นประกายมองเขาอย่างออดอ้อน ยั่วขนาดนี้ แต่จะไม่ให้ทำอะไรเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว! “หมายความว่ายังไง” ถามพลางก้มลงจุ๊บปากเบา ๆ จุ๊บ! จุ๊บ! จุ๊บ! ตอนแรกว่าจะแค่ทีเดียว แต่สายลมน่ารักเกินไปเลยจุ๊บถี่ ๆ จนสายลมทนไม่ไหว คราวนี้ดันอกเขาค้างไว้เลย คงกลัวจะไม่ได้พูดอีก “พี่วาบอกว่า ให้เราเป็นแค่คนคุย ดูใจกันไปก่อน ให้สายลมกลับไปเรียนให้จบแล้วค่อยว่ากันค่ะ” “คบหาดูใจคุย ๆ กันไปอะไร เอากันทั้งปีเอากันถี่มาก พี่เธอบ้าหรือเปล่า” “พี่ผา!” ตีไหล่เขาที่พูดจาน่าไม่อาย หยาบคายมากเลย “ขอโทษครับ… แต่พี่พูดจริงนะ หึ” “…” “พี่เธอว่าไงก็ว่างั้น” จะไปรู้ได้ไงว่าเขาไม่แอบกินน้องสาวตัวเองอยู่ หึ ตกลงไว้ก่อน ยังไงเธอก็ไม่รอดแน่ ๆ
คนตัวเล็กเป็นฝ่ายที่ขยับตัวขึ้นนั่งบนตักแกร่ง โอบกอดเอาหน้าซุกแผงอกด้วยความโหยหา “สายลมคิดถึงพี่ อยากกอดพี่ คิดถึงมากเลยค่ะพี่ผา” มือเล็กกุมใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงบวมช้ำจากเมื่อวานนิดหน่อย มองสบตาคมที่มีประกายน้ำตาคลอหน่วงด้วยความปิติ “นั่งตักแบบนี้เดี๋ยวพี่ชายเธอก็มาแหกหน้าพี่อีก” ปากเอ่ยแบบนั้นแต่มือกอดเอวเล็กแน่น “งั้นลงดีกว่า…” ว่าแล้วก็ขยับตัวลง แต่มีเหรอที่เขาจะยอม ส่งสัญญาณให้ไอ้ไม้ไปปิดทางเข้าสวน ตัดกล้องวงจร ทำแม่งทุกอย่างที่ไม่ให้ใครมาตรงนี้ได้ “ร้องไห้เหรอ” เห็นออกจากห้องมาตาบวม ยังไม่ได้ถาม ตอนนี้เห็นเธอพูดแล้วเลยถามเลยแล้วกัน สายลมพยักหน้า “ด้านในตอนแรกก็หนักอยู่ค่ะ แต่พอเคลียร์รู้เรื่องแล้วก็เบาลง ตอนนี้ดีมาก ๆ ที่เหลือก็แค่เรื่องของเราสองคนค่ะ” “แล้วที่หนูบอกว่าคบกันได้แต่มันไม่ง่ายคืออะไร” “ก็… พี่วาโยให้พี่ผารอจนสายลมเรียนจบ” “แต่หนูลาออกแล้ว ลาออกทำไม” “ก็…” หนีพี่ผา… “ไม่ต้องพูดแล้ว พี่เจ็บอีก” “เจ็บอยู่ไหมคะ” “หือ?” หมายถึงตรงไหน ร่างกายหรือใจ? สายลมเลื่อนมือลูบอกข้างซ้ายพี่ผาเบา ๆ “ใจค่ะ เจ็บอยู่ไหม… แล้วก็ร่างกายด้วย ส







