LOGIN
เมื่อ ‘โชคชะตา’ กำลังเล่นตลกกับชีวิต
ให้ต้องพบ ‘คนที่ไม่คาดคิด’ ว่าชาตินี้จะได้เจอ________________________ หรือว่าเธอกำลังฝัน…? หรือว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง…? มันอาจจะเป็นแค่ภาพลวงตาเพราะเธอเมามายจนไร้สติ ใครจะรู้… แค่แก้วเดียวที่ยกดื่มในคืนวันรับน้อง รับคำท้างัดข้อกับจ้องหน้าปัดนาฬิกา จะทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนผันไปตลอดกาล…หรือเธอกำลังพบเจอกับซาตานอยู่กันแน่?ตึก ตึก ตึก!
เลียบแม่น้ำเจ้าพระยาในยามค่ำคืนอันเงียบสงบ นอกจากแสงของจันทราและไฟข้างทาง ก็มีแสงสว่างจากไฟฉายหลังโทรศัพท์ที่อยู่ในมือเล็กอันสั่นเทาเท่านั้นที่กำลังส่องสว่าง
สองขาเรียวออกแรงวิ่งโดยไร้จุดหมาย หรือเรียกว่าหนีตายจากห้องของชาย (เกือบจะ) แปลกหน้าอย่าง หินผา
หนุ่มหล่อ 1 ใน 3 ของสมาชิกแก๊ง ‘3 KINGS’ (ธรี-คิงส์)แก๊งรุ่นพี่ตัวตึงที่สุดของรุ่น ตึงที่สุดในมหาวิทยาลัย สมาชิกในแก๊งล้วนเป็นบุตรชายของคนที่อยู่ในตระกูลที่ขึ้นชื่อว่า อันตรายติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศ
ที่ว่า ‘เกือบจะ’ แปลกหน้า เพราะถ้าเป็นไปตามความจริง โลกของเขาคนนั้นกับเธอคนนี้แทบจะอยู่กันคนละใบเลยด้วยซ้ำ มันต่างกันจนเธอมองข้ามการมีตัวตนของเขาไปเลยก็ว่าได้
ทว่าเรื่องความต่างกันช่างมันก่อน ควรโฟกัสกับสิ่งที่ทำให้เธอรีบร้อนวิ่งหนีราวกับโดนโจรปล้นเอามีดจี้แบบนี้จะดีกว่า
ไม่รู้ว่าโชคชะตาหรือแรงโน้มถ่วงของโลกกำลังจะเล่นตลก มันถึงได้เหวี่ยงให้เรามาเจอกัน ราวกับว่า เรื่องบ้า ๆ ระหว่างเธอกับเขามันจะไม่มีทางสิ้นสุด
ย้อนกลับไปในจุดเกิดเหตุ…
เธอจำได้ว่ากำลังเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องที่มหาวิทยาลัย ก่อนจะย้ายไปที่คลับกับคนในคณะ จังหวะนั้นคือกิจกรรมเปิดเผยตัวพี่รหัส ทว่าเธอกลับไม่มี แต่เป็นคนที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอโผล่มาแทน
เรานั่งคุยกัน เขาท้าเธองัดข้อ เอาเหล้าให้เธอดื่ม แล้วก็ยื่นนาฬิกามาให้มอง จ้องมันได้ไม่นาน
จากนั้นทุกอย่างก็มืดดับไป…
เธอตื่นเข้าห้องน้ำกลางดึก และพบว่าตึกที่เคยอยู่มันเปลี่ยนไป
ทำไมเธอถึงตื่นขึ้นมาในห้องนอนของคนอื่น และคนที่ยังหลับไม่ยอมตื่นทำไมถึงเป็นเขา เขาที่ไม่ใช่คนที่เธอรัก แต่เป็นพี่หินผา ปู่รหัสร่างใหญ่ยักษ์คนนี้…
บุรุษเรือนร่างกำยำ อกน่าขย้ำเต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยสักที่กำลังนอนเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ ไม่ใช่ชายที่เธอมุ่งหวังให้เป็นครั้งแรกและคนสุดท้ายในชีวิต กลับเป็นอีกคน ซึ่งดันเป็นคนที่เธอไม่เคยคาดคิด ไม่กล้าคิด
และ ไม่อยากคิด…
เป็นเขา เขาที่ใคร ๆ ก็ว่าเย็นชา ดุดัน แข็งกร้าวและไร้หัวใจ
เขาที่สาว ๆ หลายคนหมายปอง อยากจับจอง แต่ไม่มีใครได้เข้าใกล้ แล้วเธอมีสิทธิ์อะไร ถึงได้ถูกหวยหรือเอาจริง ๆ สำหรับเธอมันเรียกว่า ‘ซวย’ มานอนกับเขาได้
สาบานให้ตายเลยว่าเธอไม่ใช่คนใจง่าย แต่เธอไม่รู้ว่าเรื่องบ้าพวกนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง และสาบานได้เลยว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ เพราะไม่อย่างนั้นคงจะไม่รีบร้อนวิ่งหนีออกมาแบบนี้
เธอไม่เคยคิดจะจับ หรือเข้าใกล้วงโคจรของเขาเลยสักนิด!
แล้วทำไมต้องเป็นเขา? มันเป็นเขาได้ยังไง!
ต่อไปจะมองหน้าเขายังไง จะทำอย่างไรต่อไปดี…
ปึก!
“โอ๊ะ!”
เพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาวิ่ง วิ่งแบบไม่คิด วิ่งแบบไร้ทิศทาง จนไม่ได้มองข้างหน้าว่ามีคนอยู่ ร่างเล็กชนเข้าอย่างจังกับอกแข็งปั๊กของชายร่างใหญ่
ที่…
กลิ่นกายคุ้นมาก…
“…”
เท้าเล็กก้าวถอยออกมา เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง พอรู้ว่าชนเข้ากับใครสักคนก็ผวารีบก้มหน้า ก้มหัว ขอโทษ ขอโพย แต่เพราะความเงียบสงัดไร้การตอบรับและบรรยากาศที่มาคุชวนขนลุกแปลก ๆ จึงตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมอง
“พะพี่…”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ปากบางพึมพำคำเรียกชายตรงหน้าเบา ๆ
เขามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่??
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมกลิ่นกายคุ้นมาก มันคุ้นมาก ๆ
ก็จะไม่คุ้นได้ยังไง ในเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเราเพิ่งจะลึกซึ้งกันไป…
ไม่ใช่ว่าเธอวิ่งหนีมาไกลแล้ว?
ไม่ใช่ว่าเขายังนอนหลับอยู่บนเตียง?
แม้ทางจะมืดสลัว แม้เธอจะกลัวมากก็ตาม แต่เธอมั่นใจได้ว่าเธอวิ่งมาไกลมากแล้วแน่ ๆ เพียงแค่แม่น้ำเจ้าพระยามันกว้างมาก วิ่งเท่าไรก็ยังไม่พ้นแม่น้ำบ้านี่เสียที
ใบหน้าเรียบนิ่งติดเย็นชาเลิกคิ้วหนาขึ้น สองมือแกร่งล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกง ทวงท่าแม้จะดูเป็นกันเองแต่ก็แฝงแววนักเลงในดวงตาคู่คมที่หรี่ลงมองใบหน้าหวาน
เขาพ่นลมหายใจพร้อมกับหัวเราะในลำคอ ก่อนจะโน้มตัวลงให้ใบหน้าหล่ออยู่ระดับเดียวกันกับคนตัวเล็กกว่า ริมฝีปากได้รูปเหยียดยิ้มมุมปากก่อนจะขยับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
เขาพูดเบา ๆ ช้า ๆ และ ชัด ๆ …
“เธอกำลังวิ่งเป็นวงกลมอยู่นะ สายลม”
STONE PUB คู่รักชายหญิงบนโซฟาสีแดงกำลังนัวเนียกันอย่างถึงพริกถึงขิง ฝ่ายหญิงนั่งคร่อมในท่าหันหน้าเข้าหาฝ่ายชาย โดยที่มือซ้ายล้วงเข้าเสื้อยืดตัวโคร่งสีขาวของฝ่ายหญิงที่ภายในมีเพียงแค่ชั้นในลูกไม้ตัวบาง ฝ่ายหญิงก็ไม่แพ้กัน มือข้างหนึ่งคล้องคอแกร่งป้อนจูบดูดดื่ม แลกลิ้นกันนัว ในขณะมืออีกข้างสาวท่อนลำแก่นกายใหญ่ที่ควักออกจากกางเกงจากยีนส์ “ซี้ดด~ สายลมโคตรเซ็กซี่เลย” “สายลมง้อแบบนี้ชอบไหมคะ” ด้านล่างคนเต็มผับ ชั้นลอยเป็นกระจกใสที่มองเห็นแค่เพียงฝั่งเดียว ไม่มีใครมองเห็นเรา หากไม่ไปยืนแนบกระจก ยกขารับแรงกระแทกแบบที่พี่ผาเคยทำกับเธอในยามที่ผับปิด ก็คงไม่มีใครเห็นแน่ ๆ “มีอารมณ์มากเลยเหรอคะ แข็งมากเลย” “ใช่ หนูทำพี่เงี่-ยนมากครับ ซี้ดดด~” หินผาเงยหน้าคราง เมื่อเด็กสาวบนตักนั่งลงคุกเข่า แทรกตัวเข้าตรงกลาง ก้มหน้าลงสาวท่อนเอ็นแข็งขึ้นลงแล้วอ้าปากอมดูดแบบลึกชนคอ โดยเฉพาะส่วนหัวที่จะบอบบางเป็นพิเศษ ถูกสายลมดุนดูดจนเกือบแตกจนต้องจับเธอให้ลุกขึ้นมาแล้วจูบแลกลิ้นกันอีก หินผาจับร่างคุณแม่ลูกหนึ่งแถมท้องอ่อน ๆ นอนลงบนโซฟา จับขาตั้งชันในรูปตัวเอ็ม พร้อมกับก้มลงใช้ลิ้นปรนเปรอทันที “
“หนูไหวไหม” “ไหวค่ะ แค่นี้เอง พี่ระแวงอะไรคะ” สายลมกระพริบตาปริบ แอบหัวเราะขำสามี เขาเป็นแบบนี้ทุกทีเมื่อเธอจะก้าวขาลงบันได กลัวว่าเธอจะหกล้ม กลัวว่าจะปวดขา กลัวไปหมดทุกอย่าง โดยเฉพาะตอนนี้ที่เธอกำลังท้องลูกสาว ‘เจ้าเวลา’ เข้าสู่เดือนที่ห้า ทั้งที่ก่อนหน้านี้ปีที่แล้วเธอก็ท้องลูกชาย ‘เจ้าเวหา’ พี่ผาก็มีอาการแบบนี้ เขาไม่ชินเสียที เพราะเวลาท้องทีก็ท้องเกือบเก้าเดือน พี่ผามีอาการกังวล เป็นหวงจนเกินเหตุตั้งแต่รู้ว่าเธอตั้งครรภ์ และเป็นไม่หยุดจนเข้าปีที่สองแล้ว… เธอบอกเขาว่ามีแค่สองคนพอนะ ไม่มีเพิ่มแล้ว ไม่งั้นพี่ผาจะระแวงไม่หยุด แม้แต่ตอนนอนเขาก็เฝ้า กลัวเธอนอนทับท้อง กลัวไม่สบาย จนต้องให้อาหมอแทนคุณเกลี่ยกล่อมให้พี่ผาจิตใจสงบ แม่เบลบอกว่าเขาเหมือนป๊าตัวเองไม่มีผิด แต่ของป๊าขยะหนักกว่าถึงขนาดเอาวีลแชร์มาให้เธอนั่งไม่ยอมให้เดินเอง ซึ่งพอพี่ผาได้ยินแบบนั้นปุ๊บ ก็วิ่งแจ้นไปขโมยวีลแชร์พี่วาโยมา จนเกือบจะโดนขาเทียมยันโครมเข้าให้อีกที คู่นั้นจนป่านนี้ก็ยังคงเป็นไม้เบื่อไม้เมากันเบา ๆ แต่เอาจริง ๆ เธอก็แอบคิดว่าพี่ผาตั้งใจไปก่อกวนพี่วาโย เหมือนเขาน่าจะว่างเกินไป หรือไม่ก็เหงา หร
“เก่งมากค่ะลูกแม่ คราวนี้แม่จะได้มีหลานสักที!” ลัลลาเบลกล่าวด้วยความดีใจขณะจอดรถส่งสายลมที่บ้านใหม่ของลูกชาย สายลมยิ้มเขินอายกับประโยคที่แม่เบลพูดมา ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อจะเซอร์ไพรส์บ้างอย่างกับแฟนหนุ่ม เข้ามาด้านในก็ยกมือไหว้พี่กระทิงกับพี่อันดาที่เธอเริ่มชินแล้วเพราะพวกพี่เขามาดื่มที่นี่บ่อยกว่าที่คลับ “ไปไหนมา หืม?” หินผาเดินออกมาจากห้องครัว โยนกระป๋องเบียร์ให้เพื่อนแล้วหันมาโฟกัสกับคนตัวเล็กที่อยู่ในชุดนักศึกษา คิ้วหนาเลิกขึ้น เขาแปลกใจไม่น้อยที่เห็นเด็กสาวในชุดนี้ ”พี่ผา^^” “อะไร ซ่อนอะไรไว้ แอบทำอะไรที่พี่ไม่รู้หรือเปล่า” มือหนาคว้าเอวบางเข้าแนบชิด ไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าสองเพื่อนสนิทก็นั่งอยู่ในห้องนี้ด้วย สายลมชูเอกสารในมือให้ดู ‘ใบจบการศึกษา’ ที่เธอแอบไปทำลับหลังเขาจนเรียนจบ “หมายความว่ายังไง…” หินผามองเอกสารในมืออย่างทึ่ง ๆ เขากำลังสงสัยว่าสาวน้อยเรียนจบได้ยังไง ก็ในเมื่อเธอกำลังรอเปิดเทอมลงเรียนวิศวะกับเขาอยู่ แล้วจบได้ไงวะ? สายลมหัวเราะขำ ก่อนจะเล่าให้ฟังถึงความเป็นมา เธอไปปรึกษาแม่เบลเรื่องการเรียน ว่าเสียเวลาไปแล้วหนึ่งปี เพราะพี่ผาเอาแต่ต่อ
“บัญชี? ปวดหัวมากนะ อันนี้ไอ้ไม้ก็โง่ด้วยพี่ว่าข้ามก่อน” คิ้วเข้มขมวดขณะชี้นิ้วไปบนจอคอม ซึ่งเด็กสาวที่นั่งอยู่ก็พยักหน้าเห็นด้วย ขณะมองตามนิ้วเรียวของคนพี่เลื่อนไปที่อีกจุด “แพทย์เลิกคิด.. หนูเห็นเลือดก็เป็นลมแล้ว” “นิเทศไม่เอาค่ะ พี่ไม่ชอบแสดง” “ไกด์?” “ดี ๆ นะนาย ผมไม่เอานะ” ไอ้ไม้ตาโตทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘ไกด์’ มันรีบโผล่หัวมาพูดแทรกคู่รักปลาท่องโก้ที่ตัวติดกันยิ่งกว่าฝาแฝดอินจัน จะรักกันอินกันก็เอาเหอะ แต่ขอร้องเถอะ เลิกหนีบกูไปเรียนด้วยได้ไหม เพราะตั้งแต่คุณสายลมกลับมา นายกูก็พาซิ่วสองรอบภายในหนึ่งปี เนื่องจากไปต่อยตีกับนักศึกษาชายที่มองแฟนตัวเอง ย้ายมาแล้วสองคณะ ไอ้ไม้เรียนแทนรวมแล้วห้าปี… เรียนต่ออีกปี พอดี กูจบแพทย์ได้เลยนะเอาจริง ๆ “ไม่เอาค่ะ ต้องออกพรีเซ้นต์บ่อย ออกนอกสถานที่ด้วยวุ่นวาย กิจกรรมเยอะ ไม่เอา” “พี่ผา พี่ไม่เลือกสักอัน สายลมว่าหนูเรียนคนเดียวตอนนี้จบแล้วนะ หนูไม่ตบตีกับใครด้วย” คนตัวใหญ่เบิกตาโพลงทันทีเมื่อเด็กสาวพูดว่าจะเรียนคนเดียว เขาทำหน้าบึ้งปากยื่นปากยาวเหมือนเด็กงอน แล้วลุกขึ้นออกไปคาบบุหรี่ที่ระเบียง… เดี๋ยวค่อยไปง้อเพราะหลัง ๆ มา
สวนดอกไม้หลังคฤหาสน์ “หืม? ห้ามทำไมครับ?” จมูกโด่งซุกไซ้ซอกคอขาว อ้าปากงับไม่ทำรอยแต่พรมจูบไปทั่ว สายลมได้จังหวะจึงรีบพูดเรื่องที่บอกให้จบก่อนที่สองเราจะเตลิดไปมากกว่านี้ “ที่สายลมบอกว่าไม่ง่าย เพราะพี่วาโยให้เราคบกันแต่ห้ามพี่ผาทำอะไรหนู จนกว่าหนูจะเรียนจบ” “!” หินผาชะงัก มองสาวน้อยที่ใบหน้าสวยแดงซ่าน สายลมยกมือกุมใบหน้าเขา ปากอวบเม้มเข้าหากัน นัยน์ตาหวานฉ่ำเป็นประกายมองเขาอย่างออดอ้อน ยั่วขนาดนี้ แต่จะไม่ให้ทำอะไรเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว! “หมายความว่ายังไง” ถามพลางก้มลงจุ๊บปากเบา ๆ จุ๊บ! จุ๊บ! จุ๊บ! ตอนแรกว่าจะแค่ทีเดียว แต่สายลมน่ารักเกินไปเลยจุ๊บถี่ ๆ จนสายลมทนไม่ไหว คราวนี้ดันอกเขาค้างไว้เลย คงกลัวจะไม่ได้พูดอีก “พี่วาบอกว่า ให้เราเป็นแค่คนคุย ดูใจกันไปก่อน ให้สายลมกลับไปเรียนให้จบแล้วค่อยว่ากันค่ะ” “คบหาดูใจคุย ๆ กันไปอะไร เอากันทั้งปีเอากันถี่มาก พี่เธอบ้าหรือเปล่า” “พี่ผา!” ตีไหล่เขาที่พูดจาน่าไม่อาย หยาบคายมากเลย “ขอโทษครับ… แต่พี่พูดจริงนะ หึ” “…” “พี่เธอว่าไงก็ว่างั้น” จะไปรู้ได้ไงว่าเขาไม่แอบกินน้องสาวตัวเองอยู่ หึ ตกลงไว้ก่อน ยังไงเธอก็ไม่รอดแน่ ๆ
คนตัวเล็กเป็นฝ่ายที่ขยับตัวขึ้นนั่งบนตักแกร่ง โอบกอดเอาหน้าซุกแผงอกด้วยความโหยหา “สายลมคิดถึงพี่ อยากกอดพี่ คิดถึงมากเลยค่ะพี่ผา” มือเล็กกุมใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงบวมช้ำจากเมื่อวานนิดหน่อย มองสบตาคมที่มีประกายน้ำตาคลอหน่วงด้วยความปิติ “นั่งตักแบบนี้เดี๋ยวพี่ชายเธอก็มาแหกหน้าพี่อีก” ปากเอ่ยแบบนั้นแต่มือกอดเอวเล็กแน่น “งั้นลงดีกว่า…” ว่าแล้วก็ขยับตัวลง แต่มีเหรอที่เขาจะยอม ส่งสัญญาณให้ไอ้ไม้ไปปิดทางเข้าสวน ตัดกล้องวงจร ทำแม่งทุกอย่างที่ไม่ให้ใครมาตรงนี้ได้ “ร้องไห้เหรอ” เห็นออกจากห้องมาตาบวม ยังไม่ได้ถาม ตอนนี้เห็นเธอพูดแล้วเลยถามเลยแล้วกัน สายลมพยักหน้า “ด้านในตอนแรกก็หนักอยู่ค่ะ แต่พอเคลียร์รู้เรื่องแล้วก็เบาลง ตอนนี้ดีมาก ๆ ที่เหลือก็แค่เรื่องของเราสองคนค่ะ” “แล้วที่หนูบอกว่าคบกันได้แต่มันไม่ง่ายคืออะไร” “ก็… พี่วาโยให้พี่ผารอจนสายลมเรียนจบ” “แต่หนูลาออกแล้ว ลาออกทำไม” “ก็…” หนีพี่ผา… “ไม่ต้องพูดแล้ว พี่เจ็บอีก” “เจ็บอยู่ไหมคะ” “หือ?” หมายถึงตรงไหน ร่างกายหรือใจ? สายลมเลื่อนมือลูบอกข้างซ้ายพี่ผาเบา ๆ “ใจค่ะ เจ็บอยู่ไหม… แล้วก็ร่างกายด้วย ส







