Accueil / แฟนตาซี / 5/B ห้างร้างต้องคำสาป / ความมืดที่ซ่อนเร้น

Share

ความมืดที่ซ่อนเร้น

last update Dernière mise à jour: 2025-05-28 00:52:23

ความเงียบที่กลับคืนมาหลังจากปีศาจถูกกักเก็บช่างหนักอึ้งและน่าขนลุกยิ่งกว่าเดิม คาซิมิรู้สึกได้ถึงความเย็นเยือกที่คืบคลานเข้าจับจิตใจ แม้ว่าภารกิจแรกจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เธอก็ยังคงไม่สบายใจ ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบๆ ห้างร้างที่มืดมิดและกว้างใหญ่ ราวกับจะค้นหาภัยคุกคามที่ซ่อนเร้นอยู่

“เคนตะ...คุณบาดเจ็บนี่นา” คาซิมิเดินเข้าไปหาเขาด้วยความเป็นห่วง แสงจากไฟฉายในมือเธอส่องไปที่ไหล่ของเขา เสื้อผ้าที่เคยสะอาดบัดนี้มีรอยฉีกขาด และคราบเลือดสีเข้มก็ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน

เคนตะพยักหน้ารับเล็กน้อย พยายามปั้นยิ้มบางๆ “นิดหน่อยน่ะ ไม่เป็นไรหรอก” เขาปัดมือที่เปื้อนเลือดออกอย่างไม่ใส่ใจ “แค่นี้สบายมาก” แต่สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความเจ็บปวดที่พยายามเก็บซ่อน

“สบายมากอะไรกันคะ เลือดออกเยอะขนาดนี้” คาซิมิขมวดคิ้วมุ่น เธอหยิบผ้าสะอาดในกระเป๋าเป้ใบเล็กออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะบรรจงทำความสะอาดบาดแผลและพันผ้าพันแผลให้เขาอย่างเบามือ “คุณต้องระวังตัวมากกว่านี้นะคะ นี่มันแค่ตัวแรกเอง เราไม่รู้หรอกว่าข้างหน้าจะเจออะไรอีก”

เคนตะมองท่าทีที่ห่วงใยของเธอ อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน “รู้แล้วน่า ขอบคุณนะคาซิมิ” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองเข้าไปในดวงตาของเธอ “แต่ถ้าไม่มีเธอคอยสนับสนุน ฉันก็คงแย่เหมือนกันนะ”

คาซิมิเงยหน้าขึ้นมองเขาเมื่อพันผ้าเสร็จแล้ว “เราต้องพึ่งพากันและกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ นี่เป็นภารกิจของพวกเรา” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น “วิญญาณนี่จะเอาไปทำอะไรคะ?” เธอชูขวดที่กักเก็บดวงวิญญาณของปีศาจขึ้น

เคนตะรับขวดมาดู เขามองดูดวงวิญญาณสีดำที่ลอยวนอยู่ในนั้นด้วยแววตาครุ่นคิด “เราจะนำมันไปให้ลุงซาโตรุ ท่านคงรู้วิธีจัดการกับมัน” เขาพูดถึงลุงซาโตรุ ผู้เป็นอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านอาคมผู้ชรา “แต่ตอนนี้เราต้องหาทางออกไปจากที่นี่ก่อน และต้องสำรวจให้แน่ใจว่าไม่มีเงาปีศาจตัวอื่นซ่อนอยู่”

ทันใดนั้นเอง นาฬิกาอาคมบนข้อมือของคาซิมิก็สั่นเตือนขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงร้องเตือนที่ดังลั่นอย่างบ้าคลั่งเหมือนเมื่อครู่ มันเป็นเสียงเตือนที่เบาลง ชี้ไปที่ทิศทางหนึ่งอย่างไม่สม่ำเสมอ

“เคนตะ...มันยังไม่หมด” คาซิมิพูดเสียงแผ่ว ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงเล็กน้อย “ดูเหมือนมันจะอยู่ไม่ไกลจากเราด้วย”

เคนตะหันไปมองตามทิศทางที่นาฬิกาชี้ เขากระชับมีดอาคมในมือแน่นขึ้น “เข้าใจแล้ว งั้นเราไปกันเลย” เขากระซิบ “ระวังตัวไว้ให้ดีนะคาซิมิ ที่นี่มันแปลกๆ”

ทั้งคู่เดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง แสงไฟฉายของเคนตะสาดส่องไปตามทางเดินที่มืดมิดและคับแคบ เศษซากของสิ่งของที่ถูกทิ้งร้างกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ผนังอาคารมีรอยแตกร้าวและคราบสกปรก คล้ายกับว่าที่นี่ถูกทิ้งร้างมานานหลายสิบปี เสียงฝีเท้าของทั้งคู่สะท้อนก้องไปทั่วห้างร้างที่เงียบสงัด ทำให้บรรยากาศยิ่งน่าขนลุกเข้าไปใหญ่

“คุณรู้สึกไหมคะ เคนตะ? เหมือนมีบางอย่างจ้องมองเราอยู่ตลอดเวลา” คาซิมิพูดเสียงกระซิบ เธอรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ราวกับมีดวงตาที่มองไม่เห็นจับจ้องมาที่พวกเขา

เคนตะพยักหน้า “ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน ระวังให้ดีนะคาซิมิ อย่าเผลอ” เขาพูดพลางกวาดไฟฉายไปทั่วบริเวณ จ้องมองเงาที่เต้นระบำไปตามแสงไฟ

ทันใดนั้นเอง เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากมุมมืด กึก...กึก... เสียงคล้ายการลากอะไรบางอย่างหนักๆ ที่พื้น คาซิมิสะดุ้งสุดตัว เธอจับแขนเคนตะแน่น

“นั่นมันเสียงอะไรคะ?” เธอถามเสียงสั่น

เคนตะเบิกตากว้าง “เงียบไว้ก่อน” เขาดึงคาซิมิให้หลบเข้าไปหลังเสาใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

กึก...กึก...แคร่ก!

เงาขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นจากความมืด มันไม่ใช่เงาปีศาจรูปร่างคล้ายหมอกควันเหมือนตัวแรก แต่เป็นสิ่งที่น่าสยดสยองยิ่งกว่า นั่นคือ เงาปีศาจโครงกระดูก ร่างกายของมันผอมเกร็งจนเห็นกระดูกที่โผล่ออกมาอย่างชัดเจน แขนขาที่ยาวผิดปกติกำลังลากเศษซากโลหะที่บิดเบี้ยวไปกับพื้น ทำให้เกิดเสียงอันน่าขนลุก ดวงตาของมันเป็นโพรงมืดสนิท แต่กลับให้ความรู้สึกว่ากำลังจ้องมองมาที่พวกเขา

“มัน...มันไม่ใช่แค่เงาปีศาจธรรมดา” คาซิมิพูดเสียงสั่น ตัวเธอกำลังสั่นเทาด้วยความกลัว “มันมีกายหยาบที่ชัดเจนกว่าตัวแรก”

เคนตะกัดฟันกรอด เขากำมีดแน่น “ดูเหมือนเราจะเจอ ‘ปีศาจชั้นสูง’ เข้าแล้วสิ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ปีศาจพวกนี้จะแข็งแกร่งกว่า และมีพลังทำลายล้างสูงกว่ามาก”

เงาปีศาจโครงกระดูกดูเหมือนจะรับรู้ถึงการมีอยู่ของพวกเขา มันหันหัวที่ไร้เนื้อหนังมาทางที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ ชิ้นส่วนโลหะที่มันลากมาด้วยถูกทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี เกิดเสียงดัง เคร้ง!

“มันเห็นเราแล้ว!” คาซิมิร้องเตือน

เคนตะพยักหน้า เขาดึงคาซิมิให้ถอยออกไปช้าๆ “เราต้องล่อมันออกไปที่โล่งกว่านี้” เขาพูดเสียงกระซิบ “ไม่งั้นเราจะสู้ลำบาก”

แต่ปีศาจโครงกระดูกไม่รอให้พวกเขาถอยหนี มันพุ่งเข้าใส่ทันทีด้วยความเร็วที่น่าตกใจ แขนกระดูกของมันเหวี่ยงเข้าใส่ราวกับแส้ คาซิมิกรีดร้องออกมาเมื่อแรงลมจากการฟาดฟันเฉียดหน้าเธอไปอย่างหวุดหวิด

“เร็วเข้าคาซิมิ!” เคนตะตะโกนพลางพุ่งตัวออกไปขวางทางปีศาจ เขาใช้มีดอาคมปัดป้องการโจมตีอย่างสุดกำลัง แต่แรงของมันมหาศาลจนเขาต้องกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว

“คุณไหวไหมคะ!” คาซิมิตะโกนถามด้วยความเป็นห่วง

เคนตะตอบกลับมาด้วยเสียงหอบ “ไหว! แต่เราต้องรีบ!” เขามองเห็นประตูเหล็กบานใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็นทางออกฉุกเฉินอยู่ไม่ไกล “คาซิมิ! ทางนั้น! เราต้องไปที่นั่น!”

ทั้งคู่เริ่มวิ่งหนี ปีศาจโครงกระดูกไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ เสียงกระดูกกระทบกันดังแกรกกราก ก้องไปทั่วห้างร้าง แสงไฟฉายของเคนตะสั่นไหวไปมา ทำให้เงาของพวกเขาวิ่งนำหน้าไปก่อนราวกับเงาของผีร้าย

“มันเร็วมาก!” คาซิมิหอบหายใจ “เราจะวิ่งถึงประตูนั้นได้ยังไงคะ!”

เคนตะหันไปมองปีศาจที่กำลังตามมาอย่างกระชั้นชิด เขารู้ดีว่าถ้ายังอยู่ในพื้นที่แคบๆ แบบนี้พวกเขาต้องเสียเปรียบแน่นอน “ฉันจะถ่วงเวลาให้ เธอวิ่งไปก่อนเลย!”

“ไม่นะคะ! คุณจะสู้คนเดียวไม่ได้!” คาซิมิตะโกนปฏิเสธทันที เธอไม่มีทางทิ้งให้เคนตะเผชิญหน้ากับปีศาจร้ายเพียงลำพัง

“ฟังฉันคาซิมิ! ถ้าเราไม่แบ่งหน้าที่กัน เราจะตายทั้งคู่!” เคนตะตะโกนกลับไป น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังและเด็ดขาด “ฉันจะจัดการมันให้ช้าลง เธอต้องเตรียมขวดให้พร้อม ถ้าฉันจัดการมันได้ วิญญาณของมันจะออกมา เธอต้องกักเก็บมันทันที!”

คาซิมิลังเล แต่เมื่อเห็นแววตาที่มุ่งมั่นของเคนตะ เธอก็รู้ว่าเขาเอาจริง เธอพยักหน้าอย่างจำยอม “ระวังตัวด้วยนะคะ!”

เคนตะหันกลับไปเผชิญหน้ากับปีศาจโครงกระดูก เขาพุ่งเข้าใส่มันอีกครั้งด้วยความเร็วที่น่าตกใจ มีดอาคมของเขาฟาดฟันเข้าใส่กระดูกของปีศาจอย่างรุนแรง แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรมากนัก

เคร้ง!

ปีศาจโครงกระดูกเหวี่ยงแขนยาวๆ ของมันเข้าใส่เคนตะอย่างแรง เคนตะเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด แต่แรงลมจากมันก็ซัดร่างเขาจนล้มลงไปกองกับพื้น มีดอาคมหลุดจากมือไปไกล

“เคนตะ!” คาซิมิกรีดร้องด้วยความตกใจ เธอเห็นปีศาจกำลังจะย่ำเท้าเข้าใส่เขา ทันใดนั้นเอง แสงเรืองรองสีฟ้าอ่อนๆ ก็ปรากฏขึ้นรอบตัวคาซิมิ เธอไม่ได้ตั้งใจที่จะร่ายคาถาป้องกัน แต่ความตกใจทำให้พลังอาคมของเธอบางส่วนถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่รู้ตัว

ปีศาจโครงกระดูกชะงักไปชั่วขณะ มันดูเหมือนจะลังเลเล็กน้อยเมื่อเห็นแสงสีฟ้าที่แผ่ออกมาจากตัวคาซิมิ นี่คือพลังที่แตกต่างออกไปจากอาคมของเคนตะ

“คาซิมิ! ทำอะไรบางอย่างสิ!” เคนตะตะโกนบอก เขาดิ้นรนจะลุกขึ้น แต่แรงจากปีศาจที่กดทับเขาอยู่ทำให้เขาขยับตัวลำบาก

คาซิมิหลับตาลง เธอรวบรวมสมาธิ พลังอาคมสีฟ้าอ่อนๆ รอบตัวเธอก็สว่างวาบขึ้น แสงนั้นส่องสว่างไปทั่วบริเวณราวกับแสงจากดวงจันทร์ยามค่ำคืน

“คาถาพันธนาการ!” คาซิมิเปล่งเสียงออกมาด้วยความมุ่งมั่น พลังอาคมสีฟ้าอ่อนๆ พุ่งออกจากตัวเธอ กลายเป็นโซ่ตรวนแสงที่พันธนาการแขนขาของปีศาจโครงกระดูกเอาไว้ ทำให้มันไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ชั่วขณะหนึ่ง

เคนตะที่เห็นดังนั้นก็ฉวยโอกาส เขาใช้แรงทั้งหมดที่มีกระโดดหลบออกมาจากใต้ร่างของปีศาจ และพุ่งไปคว้ามีดอาคมของเขาที่ตกอยู่

“ดีมากคาซิมิ!” เคนตะตะโกนชม เขาเห็นช่องทางแล้ว เขากระโดดเข้าใส่ปีศาจโครงกระดูกที่ถูกตรึงไว้ด้วยโซ่แสงจากอาคมของคาซิมิ มีดอาคมในมือของเขาเรืองรองด้วยพลังสีเงินที่เข้มข้นกว่าเดิม

ฉัวะ!

เคนตะแทงมีดเข้าที่กลางกะโหลกศีรษะของปีศาจโครงกระดูกอย่างเต็มแรง เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นกว่าครั้งแรก ร่างกายที่แข็งแกร่งของมันเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง และค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นผงธุลีสีดำที่ลอยฟุ้งไปในอากาศ ก่อนจะรวมตัวกันเป็น ดวงวิญญาณสีดำทมิฬ ที่มีขนาดใหญ่กว่าดวงวิญญาณตัวแรก ลอยเคว้งอยู่เบื้องหน้า

“คาซิมิ! ตอนนี้แหละ!” เคนตะตะโกนบอกพลางชี้ไปที่ดวงวิญญาณ

คาซิมิที่เหนื่อยหอบจากการร่ายคาถาพันธนาการ รีบเปิดฝาขวดกักเก็บวิญญาณทันที คาถาบทเดิมถูกร่ายออกมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

“จงมา! วิญญาณร้าย จงถูกกักขัง!”

ดวงวิญญาณสีดำทมิฬถูกดูดเข้าไปในขวดอย่างรวดเร็ว แสงเรืองรองสีเงินวูบหนึ่งปรากฏขึ้นบนขวด ก่อนที่จะจางหายไปอีกครั้ง

ทั้งคู่ยืนหอบหายใจในความเงียบสงัดของห้างร้างที่กลับมามืดมิดอีกครั้ง เคนตะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง คาซิมิรีบเดินเข้าไปหาเขาด้วยความเป็นห่วง

“คุณโอเคไหมคะเคนตะ?” เธอถามเสียงสั่น “ฉัน...ฉันไม่รู้ว่าฉันทำอย่างนั้นได้ยังไง” เธอหมายถึงคาถาพันธนาการที่ไม่เคยฝึกฝนมาก่อน

เคนตะยิ้มให้เธอเล็กน้อย “เธอทำได้ดีมากคาซิมิ พลังอาคมของเธอมันพิเศษกว่าที่คิดไว้เยอะเลย” เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้างที่มืดมิด “ดูเหมือนการมาที่นี่จะไม่ได้ง่ายอย่างที่เราคิดไว้ตอนแรกเลยนะ”

คาซิมิพยักหน้าเห็นด้วย เธอกำขวดกักเก็บวิญญาณไว้แน่น “แล้วเราจะไปไหนต่อคะ? ยังมีปีศาจเหลืออยู่ไหม?”

เคนตะมองไปที่ประตูเหล็กฉุกเฉินที่อยู่ไม่ไกล “เราต้องไปที่ประตูนั้นก่อน” เขาพยายามลุกขึ้นยืน “ส่วนปีศาจ...ฉันเชื่อว่ายังมีอีก” เขามองเข้าไปในความมืดที่ไร้จุดสิ้นสุดของห้างร้าง “ความมืดที่นี่มันลึกกว่าที่คิด และมันไม่ได้มีแค่เงาปีศาจที่เราเห็นตรงหน้าหรอกนะคาซิมิ”

สิ้นเสียงของเคนตะ สายลมเย็นยะเยือกก็พัดผ่านเข้ามาในห้างร้าง กลิ่นสนิมและกลิ่นอับชื้นที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม ทำให้ขนแขนของทั้งคู่ลุกชัน พวกเขารู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่กำลังตื่นขึ้นในความมืดที่ซ่อนเร้น

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • 5/B ห้างร้างต้องคำสาป   ผ้ายันต์แห่งวิญญาณ

    หลังจากที่เคนตะกำจัดราชันย์แห่งวิญญาณบาปได้สำเร็จ ทั้งคู่ก็ยืนอยู่หน้า ผ้ายันต์แห่งวิญญาณ สีทองอร่าม มันลอยอยู่เหนือพื้นเบื้องหน้ารอยแยกมิติสีม่วงเข้ม ผ้ายันต์ผืนนี้ไม่ได้แผ่พลังธาตุที่รุนแรงเหมือนผืนอื่น แต่มันแผ่ ความสงบและความว่างเปล่า ที่น่าขนลุกออกมาเคนตะเดินเข้าไปใกล้ผ้ายันต์อย่างระมัดระวัง เมื่อเขาแตะมัน พลังอาคมจากผ้ายันต์ทั้งสี่ผืน ที่เขาครอบครองอยู่ก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!> เคนตะ: “คาซิมิ...ฉันรู้สึกว่าพลังงานทั้งหมดกำลัง หลอมรวม กัน! มัน...สมบูรณ์แล้ว!”> ทันใดนั้น ผ้ายันต์แห่งวิญญาณ ก็เรืองแสงจ้าขึ้น แล้ว เสียงทุ้มลึก ก็ดังก้องอยู่ในหัวของพวกเขา!> เสียงปริศนา: “ยินดีต้อนรับ...ผู้แสวงหาพลังแห่งการผนึก...แต่พลังแห่งวิญญาณนี้...ไม่สามารถถูกนำไปได้โดยง่าย”> การปรากฏตัวของผู้พิทักษ์จากรอยแยกมิติสีม่วงเข้ม ร่างโปร่งใส ก็ปรากฏตัวขึ้น มันดูเหมือนมนุษย์ แต่ร่างกายของมันหมุนวนราวกับ ฝุ่นดาวและแสง ที่ถูกบิดเบือน!ผู้พิทักษ์: มิธรัส (Mithras - The Guardian of Null)ลักษณะ/ขนาด: ร่างโปร่งแสงที่สูงประมาณ 2 เมตร ไม่มีเพศที่ชัดเจน ร่างกายประกอบด้วยแสงที่สั่นไหว มีดวงตาสองดวงท

  • 5/B ห้างร้างต้องคำสาป   การปีนขึ้นสู่ชั้นบนสุด

    เคนตะและคาซิมิใช้เวลาเดินทางเกือบสองชั่วโมงในการปีนขึ้นสู่ชั้นบนสุดของห้างสรรพสินค้า พวกเขาใช้ พลังแห่งลม (ผ้ายันต์ที่ 4) เพื่อเพิ่มความว่องไว และ พลังแห่งเงา (คาซิมิ) เพื่อหลีกเลี่ยงปีศาจที่ลาดตระเวนอยู่ตามทางเมื่อพวกเขามาถึง ห้องควบคุมระบบศูนย์กลาง ที่ชั้นบนสุด พวกเขาก็ต้องหยุดชะงัก ห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ถูกทำลายจนหมดสิ้น กลางห้องมี รอยแยกมิติสีม่วงเข้ม ที่แผ่พลังงานมหาศาลออกมา!และที่ด้านหน้าของรอยแยกมิตินั้น ผ้ายันต์แห่งวิญญาณ ก็กำลังเรืองแสงอย่างเจิดจ้า!แต่ก่อนที่พวกเขาจะก้าวเข้าไป กลิ่นอายของพลังปีศาจที่รุนแรงที่สุด ก็พุ่งเข้าใส่พวกเขา!“คาซิมิ! ระวัง!” เคนตะคำรามจากเงามืดและซากปรักหักพัง ปีศาจทั้งหมด 15 ตัว ก็พุ่งเข้าล้อมพวกเขาไว้! พวกมันคือ อสุรกายที่ถูกส่งมาโดยตรงจากมิติปีศาจ เพื่อปกป้องผ้ายันต์แห่งวิญญาณ!การปะทะครั้งใหญ่: การหลอมรวมเพื่อเอาชีวิตรอดเคนตะและคาซิมิอยู่กลางวงล้อม ปีศาจ 15 ตัวที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าล้วนมีความสามารถที่ซับซ้อนและแข็งแกร่งกว่าปีศาจตัวก่อนๆ ที่เคยเจอมา> เคนตะ: “คาซิมิ! ใช้ นิมิต หาจุดอ่อนที่ซับซ้อนที่สุดของพวกมัน!

  • 5/B ห้างร้างต้องคำสาป   การฟื้นตัวด้วยแร่รัตนากาล

    ทันทีที่คาซิมิและเคชิกลับมาถึงที่ซ่อน ป้าซาเอะก็เริ่มพิธีรักษาเคนตะทันที ป้าซาเอะใช้ คาถาหลอมรวมแสง ของเธอเพื่อหลอมรวมแร่รัตนากาลเข้ากับพลังอาคมฟื้นฟูแสงสีทองอ่อนๆ ห่อหุ้มร่างของเคนตะ บาดแผลไฟไหม้ที่แขนของเขาค่อยๆ สมานตัวลงอย่างรวดเร็ว พลังอาคมที่เคยแห้งเหือดก็กลับมาเติมเต็มอีกครั้งในอัตราที่น่าอัศจรรย์หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง เคนตะก็ลืมตาขึ้น เขาขยับแขนขวาได้อย่างคล่องแคล่วและรู้สึกแข็งแกร่งกว่าเดิม> เคนตะ: “ฉันรู้สึกดีกว่าที่เคยเป็นมา...นี่คือพลังของแร่รัตนากาลสินะ”> คาซิมิ: “ใช่ค่ะเคนตะ...คุณต้องขอบคุณเคชิและป้าซาเอะ”> เคนตะมองไปที่คาซิมิที่ใบหน้ายังซีดเซียว และเคชิที่เหนื่อยล้า “ขอบคุณมากจริงๆ ฉันจะไม่ทำให้การเสียสละของพวกคุณสูญเปล่า”คำสั่งสุดท้ายก่อนการเดินทางเมื่อเคนตะฟื้นตัวเต็มที่ ป้าซาเอะก็เรียกเขากับคาซิมิมาพบอีกครั้ง> ป้าซาเอะ: “ตอนนี้เจ้ามีพลังอาคมที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของตระกูลเจ้าแล้วเคนตะ และหนูคาซิมิ...ก็มีพลังจิตที่ได้รับการพัฒนาจนถึงขีดสุด”> ป้าซาเอะ: “แต่การต่อสู้ที่รอพวกเจ้าอยู่ข้างหน้าคือ การต่อสู้ทางกายภาพที่แท้จริง! ผ้ายันต์แห่งวิญญาณ

  • 5/B ห้างร้างต้องคำสาป   การรักษาที่วิกฤต

    เคนตะและคาซิมิกลับมาถึงที่ซ่อนของผู้รอดชีวิตในสภาพที่ย่ำแย่ คาซิมิอ่อนล้าจากการใช้พลังอาคมคนเดียว ส่วนเคนตะก็ทรุดหนักจากการบาดเจ็บที่แขนขวาและภาวะพลังงานอาคมพร่องป้าซาเอะรีบเข้าตรวจอาการเคนตะทันทีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด> ป้าซาเอะ: “บาดแผลไฟไหม้ที่แขนขวาของเคนตะลึกมาก...มันไม่ใช่แค่ไฟธรรมดา แต่เป็นการกัดกินของ พลังงานอาคมร้อน ที่ทำลายแกนพลังงานของเขา”> คาซิมิ: “แล้วเราจะทำยังไงดีคะป้าซาเอะ?”> ป้าซาเอะ: “ข้าสามารถเยียวยาบาดแผลภายนอกได้ แต่การซ่อมแซมแกนพลังงานที่เสียหายนั้น...ต้องใช้ แร่รัตนากาล (Chronos Ore)”> แร่รัตนากาลเป็นแร่ในตำนานที่เชื่อกันว่ามีพลังในการฟื้นฟูอาคมบริสุทธิ์และสามารถเร่งการเติบโตของพลังงานอาคมได้> เคชิ: “แร่รัตนากาล...ผมจำได้! มันเป็นแร่ที่ถูกใช้ตกแต่งใน ห้องจัดแสดงอัญมณี ของห้างสรรพสินค้า! มันอยู่ในกล่องนิรภัยเหล็กกล้าที่อยู่ใต้เคาน์เตอร์!”> ป้าซาเอะ: “ใช่! แต่การจะสกัดแร่นั้นออกมาใช้ได้ ต้องใช้ คาถาหลอมรวมแสง ของข้า...และเราต้องมีแร่นั้นก่อน”> ทุกคนรู้ดีว่าห้องจัดแสดงอัญมณีเป็นพื้นที่เปิดกว้างและอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งในห้าง> คาซิมิ: “ฉันจะไปเองค่ะ! ฉันยัง

  • 5/B ห้างร้างต้องคำสาป   บาดแผลและการล่าถอย

    เคนตะและคาซิมิออกจากห้องเตาหลอมพร้อมกับ ผ้ายันต์แห่งลม ในมือ แม้จะได้รับชัยชนะ แต่เคนตะก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถ่ายโอนพลังป้องกันในช่วงท้ายของการต่อสู้ แขนขวาของเขาถูกไอความร้อนกัดกินจนเป็นรอยไหม้พุพอง และร่างกายของเขาก็อ่อนแรงจากการใช้ธาตุคู่เกินขีดจำกัด“เราต้องกลับไปหาเคชิเดี๋ยวนี้เคนตะ!” คาซิมิกล่าวด้วยความเป็นห่วง เธอพยุงร่างของเคนตะไว้เคนตะกัดฟันแน่น “ฉันไหวคาซิมิ...รีบไปกันเถอะ ก่อนที่ปีศาจตัวอื่นจะได้กลิ่นเลือดของเรา”ทั้งคู่ใช้พลังอาคมที่เหลืออยู่ของคาซิมิสร้าง เกราะพรางตัว (Stealth Cloak) ที่มองไม่เห็นและปราศจากกลิ่น เพื่อพยายามหลบหนีออกจากชั้นใต้ดินที่เต็มไปด้วยอันตราย พวกเขาเดินตามทางที่เคชิเคยให้ไว้ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไกลออกไป แต่ปลอดภัยที่สุดกับดักที่คาดไม่ถึงพวกเขาเดินทางผ่านซอกหลืบของโกดังสินค้าที่มืดมิดและเย็นชื้นอย่างเงียบๆ คาซิมิใช้ ‘นิมิต’ สแกนทุกตารางนิ้วของการเดินทาง เธอรู้ดีว่าในสภาพที่เคนตะบาดเจ็บ พวกเขาไม่สามารถต่อสู้ได้อีกแล้วเมื่อพวกเขามาถึงทางแยกสุดท้ายก่อนจะถึงทางเข้าลับของที่ซ่อน คาซิมิก็หยุดชะงักทันที!“เคนตะ...หยุดค่ะ” เธอสั่งเสียงกระซิบอย่างตื่นตร

  • 5/B ห้างร้างต้องคำสาป   การเข้าสู่แดนเพลิง

    เคนตะและคาซิมิมาถึงหน้าห้องเตาหลอมที่ลึกที่สุดของห้างสรรพสินค้า ประตูเหล็กบานใหญ่ที่ปิดอยู่แผ่รังสี ความร้อนที่แผดเผา ออกมาอย่างรุนแรงเคนตะใช้ผ้ายันต์แห่งดิน (ผืนที่ 1) แตะที่ประตูเหล็ก ครืนนน! พลังแห่งดินทำให้ประตูเหล็กเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็น ห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเปลวไฟและไอร้อน * สภาพแวดล้อม: ห้องโถงนี้ดูเหมือนเป็นโรงงานเก่าที่ถูกทิ้งร้าง มีเตาหลอมขนาดมหึมาสามเตาตั้งอยู่กลางห้อง ซึ่งส่งแสงสีส้มแดงออกมาอย่างบ้าคลั่ง อากาศร้อนอบอ้าวและเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นไหม้และกำมะถัน * เป้าหมาย: ผ้ายันต์แห่งลม (ผืนที่ 4) คาดว่าจะถูกซ่อนอยู่ใน แกนควบคุมความดัน ที่อยู่เหนือเตาหลอมกลาง“ความร้อนสูงมากเคนตะ!” คาซิมิกล่าวพลางใช้มือป้องใบหน้าจากความร้อนเคนตะหยิบผ้ายันต์แห่งน้ำ (ผืนที่ 2) ออกมา เขารวบรวมพลังอาคมแล้วร่าย คาถา ‘ม่านไอน้ำเย็น’ อย่างรวดเร็ว ฟู่! ไอน้ำเย็นก่อตัวเป็นม่านบางๆ รอบตัวพวกเขา ทำให้ความร้อนที่เข้ามาบรรเทาลงได้ชั่วคราว“เราต้องเร็วคาซิมิ! ม่านไอน้ำจะอยู่ได้ไม่นานในความร้อนขนาดนี้!”การต้อนรับของอสุรกายแห่งความร้อนทันทีที่พวกเขาเดินเข้ามาในห้องโถง เสียงโหยหวน ก็ดังขึ้นจา

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status