แชร์

โลกของปลาวาฬ

last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-11 11:19:46

               Plawan Talks.

            วาฬเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม มีขนาดตัวที่ใหญ่ อาศัยอยู่เฉพาะในทะเลและมหาสมุทร เป็นสัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายปลา คือมีรูปร่างเพรียวยาว มีครีบ และมีหางเหมือนปลา แต่หางจะมีแนวนอน ไม่ใช่แนวตั้งเหมือนปลา เพราะฉะนั้นวาฬไม่ใช่ปลา...

               อืม... แปลก

               ฉันครุ่นคิดในหัวสมองของตัวเองอย่างหนักเกี่ยวกับบทความในเว็บที่กำลังอ่านอยู่

               “ถ้าไม่ใช่ปลา...” แล้วทำไมคนถึงต้องเรียกว่า ‘ปลาวาฬ’ ด้วยนะ

               เป็นคำถามที่ถูกตั้งขึ้นจากข้อสงสัยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ฉันเรียนมัธยมศึกษา แต่ก็ไม่กล้าจะถามคนภายนอกออกไป เพราะกลัวคนอื่นจะมองว่าฉันแปลก ซึ่งฉันคิดว่าไม่ได้มีแค่ฉันเองหรอกที่ตั้งข้อสงสัยแบบนี้ ฉันว่าอีกหลายคนบนโลกใบนี้ก็มีข้อสงสัยเหมือน ๆ กับฉัน

               “อืม...” ฉันครางในลำคอ ก่อนจะกดปุ่มโฮมออกจากหน้าบทความที่กวาดสายตาอ่านได้เพียงสามบรรทัด

               ตอนเด็ก ๆ ฉันมีความใฝ่ฝันว่าอยากจะเป็นนักบินอวกาศ แต่ด้วยข้อจำกัดหลายอย่างทำให้ความฝันของฉันถูกบั่นทอนลงทีละนิดทีละน้อย ฉันชอบท้องฟ้า ชอบสีน้ำเงิน ชอบความเงียบสงบ แต่ก็อยากจะสื่อสารกับคนอื่น ๆ ด้วย แต่เพราะฉันเป็นแบบนี้...

               เรียกว่าอะไรนะ? โลกส่วนตัวสูงหรือเปล่า ทำนองนั้น...

               ฉันไม่เข้าใจว่าคนโลกส่วนตัวสูงมันผิดมากมายขนาดไหนกัน ฉันก็แค่อยากอยู่คนเดียวเงียบ ๆ ไม่อยากสุงสิงกับใคร ไม่ชอบการเข้าสังคมหรือเผชิญหน้ากับบุคคลมากหน้าหลายตาที่ตัวเองไม่รู้จัก แต่ฉันก็มักจะถูกคนรอบข้างมองว่า ‘หยิ่ง’ เสมอ

               ครืด! ครืด!

               แรงสั่นจากโทรศัพท์ในมือทำให้ฉันต้องลดสายตาลงมอง เบอร์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอทำให้รอยยิ้มของฉันค่อย ๆ เผยออกมา ก่อนที่นิ้วมือจะกดรับสายเรียกเข้านั้นอย่างไม่ลังเล

               “ฮัลโหลป๊า...” เป็นป๊าฉันเองที่โทรมา

               [ป๊าอยู่หน้าหอ ลงมาเอาของเร็ววาฬ หนูลืมของสำคัญไว้]

               “ได้ค่ะ” ตอบเพียงเท่านั้น ฉันก็กดวางสายจากป๊าไป

               วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ หอพักที่อยู่ใกล้ ๆ กับมหาวิทยาลัยของตัวเอง เพราะไอ้คำว่าโลกส่วนตัวสูง ป๊าฉันเลยต้องทำเรื่องกับทางมหาวิทยาลัยให้ฉันได้อยู่หอนอก ซึ่งมันก็เป็นสิทธิ์ของฉันนั่นแหละ แต่ปีหนึ่งส่วนมากจะอยู่หอในกัน ฉันก็เลยเป็นพวกแปลกแยกจากคนอื่นพอสมควร

               ฉันเดินตรงไปที่ประตู ก่อนจะเปิดมันออกไป เดินเอื่อยเฉื่อยไปกดลิฟต์ ทันทีที่ลิฟต์เปิดออก ฉันก็เดินเข้าไปด้านในทันทีโดยไม่ได้สนใจว่าใครเป็นใคร

               ปึก!

               “...” คนในลิฟต์เดินสวนออกมาสามคน และหนึ่งในนั้นก็เดินชนฉันแบบจัง ๆ

               คิ้วฉันขมวดแน่น รู้สึกเจ็บที่ไหล่นิดหน่อย แต่มันก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก ฉันเงยหน้ามองคนชนนิ่ง ๆ เขาเป็นผู้ชาย สูงร้อยแปดสิบกว่าเห็นจะได้ มีใบหน้าหล่อเหลา สันจมูกโด่ง ริมฝีปากหยักลึก ดูแล้วก็หล่อดี รายละเอียดบนใบหน้าเขาอย่างกับพระเจ้าสรรค์สร้างมา

               แต่... ไม่ขอโทษฉันหน่อยเหรอ เดินชนขนาดนี้

               “...” เขาจ้องฉันกลับนิ่ง ๆ พลางเลิกคิ้วทำหน้าสงสัยเหมือนกับว่าฉันมีอะไรจะถามเขาหรือเปล่า

               ฉันส่ายหัวอย่างไม่ใส่ใจกับบุคคลตรงหน้า ก่อนจะเดินตรงเข้าไปในลิฟต์เลย ไม่อยากจะคาดคั้นเอาคำขอโทษจากปากคนที่ไม่รู้ว่าควรจะขอโทษ ฉันเป็นคนไม่สนใจโลกภายนอกเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยใส่ใจว่าใครจะประพฤติตัวแบบไหนกับตัวเอง แต่ถ้าเขาขอโทษ... มันก็จะดีกว่านี้หน่อยหนึ่ง

               “ป๊า...” พอลิฟต์ลงมาถึงชั้นล่างและเห็นป๊าอยู่ในรัศมีสายตาของตัวเอง ฉันก็รีบวิ่งเข้าไปกอดคนเป็นพ่อทันที

               “เป็นยังไงบ้างไอ้ตัวเล็ก อยู่ได้ใช่ไหมลูก” ป๊าสวมกอดฉันกลับอย่างแนบแน่น ก่อนจะลูบไล้ฝ่ามือลงบนหัวฉันอย่างเอ็นดูก็็็   ็   ็

               “อยู่ได้” ฉันตอบป๊าเสียงเรียบ ผละตัวเองออกมา แล้วปรายตามองถุงที่ป๊าถืออยู่ “นี่ใช่ไหม”

               “ใช่... ลืมได้ยังไง ของรักของหวงขนาดนี้” ป๊ายิ้มกว้าง ก่อนจะส่งถุงที่ถือติดไม้ติดมือมาด้วยให้ฉัน

               ฉันรับถุงนั้นมา หยิบของในนั้นขึ้นมาดู ก่อนจะระบายยิ้มออกมาอย่างโล่งอก โชคดีที่ป๊าเอากลับมาให้ ถ้าไม่มีมัน ไม่รู้ว่าคืนนี้ฉันจะหลับลงได้ยังไง

               “ขอบคุณนะป๊า” ฉันหันไปบอกป๊ายิ้ม ๆ

               มันเป็นตุ๊กตาปลาวาฬที่แม่ของฉันซื้อให้ตั้งแต่ฉันยังเป็นเด็ก ตอนนี้ท่านไม่อยู่บนโลกนี้แล้วล่ะ ท่านจากฉันไปตั้งแต่ฉันสามขวบแล้วมั้ง ยังไม่ได้บอกใช่ไหมว่าแม่ฉันเป็นแอร์โฮสเตส ส่วนพ่อฉันทำงานเป็นสถาปนิกที่บริษัทแห่งหนึ่งของกรุงเทพ ไม่ต้องสงสัยนะว่าทำงานคนละสายแล้วโคจรมาเจอกันได้ยังไง พ่อกับแม่ฉันปิ๊งกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้วแหละ แล้วก็คบกันมาตลอดจนกระทั่งแต่งงานกัน

               ฉันก็เป็นผลผลิตจากความรักของทั้งสองคน แต่ดูเหมือนว่าความสุขของฉันมันจะคงอยู่ได้แค่สามปี พอฉันอายุได้สามขวบ แม่ฉันก็จากไปด้วยอุบัติเหตุทางเครื่องบิน ตอนนั้นเป็นข่าวใหญ่ขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ด้วย

               “ทีหลังอย่าลืมอีกล่ะ ไว้ป๊าจะแวะมาหาเรื่อย ๆ” ป๊าบอก ก่อนจะเอื้อมมือมายีผมฉันเบา ๆ “ดูแลตัวเองดี ๆ นะวาฬ”

               “เข้าใจแล้ว...” ฉันบอกป๊าเสียงยาน ก่อนจะฉีกยิ้มยิงฟันขาว ๆ ให้ป๊าเห็นว่าลูกสาวคนนี้ยังอยู่สบายดี ไม่มีอะไรเสียหายหรือสึกหรอ

               “งั้นป๊ากลับแล้วนะ” ป๊าบอก ก่อนจะทำท่าเหมือนจะเดินกลับไปยังรถยนต์ที่จอดไว้ แต่แล้วท่านก็ชะงัก แล้วก็เดินกลับมาหาฉัน “ป๊าจะกลับจริง ๆ แล้วนะ”

               “…” ฉันพยักหน้าให้ป๊าเป็นเชิงว่าให้ป๊ากลับได้เลย ไม่ต้องห่วงอะไร

               “นี่ป๊าจะกลับแล้วนะวาฬ”

               “อื้อ...” ฉันครางรับ แต่ป๊าก็ยังไม่ยอมไปสักที ทำให้ต้องถามออกไปด้วยความสงสัยว่า “ทำไมป๊าไม่ไป”

               “ปลาวาฬ...” ฉันเลิกคิ้วขึ้นมองป๊าเมื่อถูกเรียกชื่อ “หนูเป็นคนหรือเปล่าลูก หรือหนูเป็นหุ่นยนต์”

               “…” คำถามนั้นทำให้ฉันชะงักไปด้วยความงุนงง

               “ป๊าจะกลับแล้ว ไม่หอมแก้มป๊าก่อนกลับหน่อยเหรอ” เท่านั้นแหละ ฉันถึงกับร้อง ‘อ๋อ’ ในใจทันที

               ที่แท้ก็ต้องการให้ฉันหอมแก้มนี่เอง แล้วทำไมป๊าไม่บอกกันตรง ๆ นะ ปล่อยให้ฉันงงอยู่ตั้งนาน

               ฉันเดินเข้าไปหอมแก้มป๊าดังฟอด ก่อนจะผละออกมา “รักป๊านะ”

               “ถ้าไม่บอกจะได้หอมไหมวันนี้” ป๊าพูดติดตลก ก่อนจะเดินออกไป

               ฉันมองตามร่างป๊าที่ค่อย ๆ เล็กลงเพราะระยะที่ห่างออกไป วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันต้องอยู่คนเดียว โลกอันโดดเดี่ยวของวาฬห้าสิบสองเฮิรตซ์ กำลังจะเริ่มแล้วสินะ...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • 52 Hz อวาฬกาศ   นิทานอวาฬกาศ

    ใจกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ มีปลาวาฬขี้เหงาอยู่ตัวหนึ่ง มันเอาแต่ส่งเสียงร้องออกไปทุกทิศทางที่แหวกว่ายผ่านน้ำทะเลสีฟ้าสดใส แต่ไม่ว่าจะเปล่งเสียงออกไปดังแค่ไหนก็ไม่มีวาฬตัวไหนที่หันมาให้ความสนใจมันเลย มันเอาแต่ว่ายวนเวียนไปเรื่อย ๆ ทั่วทั้งมหาสมุทร เฝ้าส่งเสียงของตัวเองออกไปเพื่อหวังว่าจะมีวาฬสักตัวสามารถสื่อสารตอบสนองตัวเองได้บ้างมันพูดกับตัวเองว่า “เหงาจัง...” ในขณะที่สายตาก็เอาแต่สอดส่ายมองหาเพื่อนปลาวาฬของตัวเองจนนานวันเข้า... ปลาวาฬตัวนี้ก็ยังไม่สามารถส่งเสียงของตัวเองออกไปสื่อสารกับวาฬตัวไหนได้ ความเดียวดายตลอดหลายปีจึงหล่อหลอมขึ้นเกิดเป็นความเคยชินมันพูดกับตัวเองว่า “ไม่เป็นไร... อยู่คนเดียวก็ได้นี่นา”เพราะความโดดเดี่ยวก็ไม่ได้ทำให้มันเกิดภัยอันตรายแก่ชีวิตของตัวเอง เพียงแค่สร้างความเหงาให้กับตัวเองอย่างมหาศาลเท่านั้น มันยังคงแหวกว่ายไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่ได้ส่งเสียงของตัวเองออกไปอีก เพราะคิดว่ายังไงก็ไม่มีใครสื่อสารกับมันได้อยู่แล้วจนกระทั่งวันหนึ่ง... มันรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตที่เอาแต่แหวกว่ายดูความสวยงามของท้องทะเล มันจึงตะโกนออกไปสุดเสียงว่า “มีใครได้ยินบ้างมั้ย”สิ่งที่

  • 52 Hz อวาฬกาศ   จุดเริ่มต้นบนจุดสิ้นสุด /4

    เขาปิดประตูห้องของตัวเองลง เอาถุงหนังสือที่ถือให้ฉันและของเขาไปวางไว้ตรงโซฟากลางห้องรับแขก จากนั้นก็เดินมาเอาแก้วตรงโซนห้องครัวเทน้ำโค้กพร้อมกับน้ำแข็งมาให้ฉันกิน ฉันเดินเอื่อยเฉื่อยไปนั่งลงบนโซฟา ยังคงใช้สายตาประเมินมูลค่าของห้องพักของเขาไปด้วย“…” แพง... ค่าเช่าแพงมากแน่“ก็พ่อแม่พี่ทำโรงงานผลิตเม็ดพลาสติก ก็พออยู่พอกินแหละ”“…” ฉันหันมาเบิกตาโตจ้องมองพี่ปลื้มเมื่อเขาเอ่ยขึ้นมา พออยู่พอกินบ้าบออะไร ถึงขนาดมีโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกของที่บ้าน แบบนี้ฉันไม่เรียกว่าพออยู่พอกินนะ ฉันเรียกว่ารวยเลยต่างหาก“เป็นอะไร จ้องพี่จนตาจะหลุดออกจากเบ้าแล้ว” พี่ปลื้มถามปนขำขันแต่ฉันไม่ขำนะ นอกจากจะหล่อ เรียนดี นิสัยโอเคพอใช้ได้ ยังจะรวยมากอีกเหรอ เขาใช้สิทธิพิเศษอะไรมาเกิดบนโลกใบนี้เนี่ย ดีไปหมดทุกอย่างเลยนะชีวิต“พี่ปลื้มรวยขนาดนี้ ทำไมไม่ขับรถยนต์ไปมหาวิทยาลัยเลยล่ะ”“ขี้เกียจขับไง ขับมอเตอร์ไซค์มันสะดวกกว่า อีกอย่างก็หาที่จอดง่ายด้วย รถยนต์วนหาที่จอดยาก”อ่า... นี่เป็นวิธีการคิดของคนรวยแบบเขาสินะ“แล้วเรามาที่นี่กันทำไมเหรอ” ฉันเอ่ยถามถึงเหตุผลที่เขาพามาที่นี่ทันที ดูแล้วก็ไม่เห็นจะมีกิจกรรมอะไรทำเ

  • 52 Hz อวาฬกาศ   จุดเริ่มต้นบนจุดสิ้นสุด /3

    เมื่อเข้ามาภายในร้าน พี่พนักงานคนเดิมที่แซวฉันในตอนที่มาซื้อหนังสือ ‘จีบยังไงให้ได้ผล’ ก็ยังทำงานอยู่ ฉันจึงดึงมือพี่ปลื้มให้เดินตามไปหยุดอยู่ตรงหน้าพี่พนักงานคนดังกล่าว พอพี่พนักงานเห็นฉันและพี่ปลื้ม เธอก็เผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มออกมาแถมยังเอ่ยแซวฉันว่า “โห... จีบติดแล้วเหรอ คนนี้ใช่มั้ยเนี่ย หล่อมากเลยนา...”“…” ฉันพยักหน้ารัวเร็วตอนนั้นพี่พนักงานบอกว่าให้พาตัวพี่ปลื้มมาให้ดูบ้างถ้าหากว่าจีบติดแล้ว ตอนนี้ฉันก็เลยพาตัวพี่ปลื้มมาโชว์ให้พี่พนักงานดูว่าฉันมีความสามารถในการจีบผู้ชายด้วย ต้องขอบคุณหนังสือเล่มนั้นที่ทำให้ฉันมีลูกเล่นในการจีบพี่ปลื้มจนเขายินยอมพร้อมใจตกเป็นของฉันแบบนี้ แต่อันที่จริงจุดมุ่งหมายที่ฉันมาที่ร้านหนังสือไม่ใช่การพาตัวพี่ปลื้มมาโชว์ให้พี่พนักงานดูหรอก ฉันพาพี่ปลื้มมาเพราะตัวเองอยากมาซื้อหนังสืออ่านเล่นต่างหาก เพราะฉันเห็นในเพจสำนักพิมพ์มีหนังสือออกใหม่หนึ่งเล่ม ดังนั้นวันนี้เลยจะมาหาซื้อไปอ่านน่ะฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดรูปหนังสือที่แคปเอาไว้แสดงให้พี่พนักงานดู “วาฬมาหาเล่มนี้”“โห... พี่เพิ่งจัดลงเชลฟ์ไปเมื่อวานเลย มานี่...” พี่พนักงานกวักมือเรียกฉันให้เดิมต

  • 52 Hz อวาฬกาศ   จุดเริ่มต้นบนจุดสิ้นสุด /2

    “คบแล้วครับ” ประโยคนี้เป็นพี่ปลื้มที่เป็นฝ่ายเอ่ยตอบคำถามของป๊า ส่วนฉันได้แต่นั่งเงียบเพราะไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี“ป๊าไม่ห้ามเรื่องคบกันหรอกนะ” ป๊าว่ายิ้ม ๆ ก่อนที่มือใหญ่จะหยิบเอาที่คีบเนื้อจากเตาปิ้งย่างไปคีบเนื้อในส่วนของตัวเองลงมาปิ้งบนเตาบ้าง “แต่ว่าป๊ามีลูกสาวคนเดียว ป๊าก็ห่วงนั่นแหละ”“ผมเข้าใจครับ ผมจะดูแลปลาวาฬเป็นอย่างดีครับคุณอา”“มาเรียกองเรียกอาอะไร เรียกป๊าสิ”ฉันกับพี่ปลื้มหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เอาเรื่องเหมือนกันนะป๊า เพิ่งคบกันได้แค่วันเดียวเอง ให้พี่ปลื้มเรียกว่าป๊าได้เลยเหรอ“วาฬปวดฉี่ ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” เป็นคำอ้างน่ะ ฉันไม่ได้จะไปเข้าห้องน้ำเพราะปวดฉี่หรอก ก็แค่จะไปเดินเล่นเพื่อถ่วงเวลาให้สองหนุ่มเขาคุยกันเท่านั้นเอง สองหนุ่มที่ว่าก็ป๊ากับพี่ปลื้มนั่นแหละ ถึงป๊าจะห่างไกลคำว่าหนุ่มมาสักพักแล้วก็เถอะPleum Talks.หลังจากปลาวาฬขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ผมก็ได้อยู่ตามลำพังกับพ่อของเธอแล้ว พ่อของปลาวาฬดูใจดีมาก ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันท่านก็พาผมไปเลี้ยงข้าวแล้ว ปกติคนเป็นพ่อจะค่อนข้างหวงลูกสาวของตัวเองอยู่มากโข แต่กับพ่อของปลาวาฬท่านดูใจดีกับผมมากจริง ๆ ไม่ได้แสดงท่าทีหวง

  • 52 Hz อวาฬกาศ   จุดเริ่มต้นบนจุดสิ้นสุด

    Plawan Talks.เปลือกตาของตัวเองค่อย ๆ เปิดออกรับกับแสงสว่างของเช้าวันใหม่ แสงแดดรำไรลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาทักทายกัน ฉันค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยท่าทางง่วงงุน ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้อง ในขณะที่สมองยังไร้การประมวลผล‘พี่ปลื้มล่ะ?’ นั่นเป็นคำถามแรกที่เกิดขึ้นในความคิดฉันฉันกวาดสายตามองรอบห้องของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าภายในห้องตอนนี้ไม่มีร่างของพี่ปลื้มอยู่แล้ว หรือว่าเขาจะกลับไปแล้วนะ ฉันรีบก้าวลงจากเตียงเพื่อจะไปตรวจสอบในห้องน้ำว่าพี่ปลื้มอยู่ในนั้นหรือไม่ แต่ทว่าตอนที่มือกำลังจะแตะลงบนลูกบิด เสียงกดชักโครกก็ดังขึ้นจากทางด้านใน ฉันจึงหยุดการกระทำของตัวเองลง จากนั้นก็เดินเอื่อยเฉื่อยกลับมานั่งที่เตียงเหมือนเดิมก็นึกว่าหายไปไหน ที่แท้เขาเข้าห้องน้ำอยู่นี่เองฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึก พยายามปรับสภาพของร่างกายหลังตื่นนอนให้รู้สึกตัวเหมือนตอนปกติ ก่อนจะคว้าเอาโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาเปิดดู แต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วกับแจ้งเตือนทางไลน์ที่แจ้งว่ามีคนสร้างกลุ่มไลน์และดึงฉันเข้ากลุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สมาชิกในกลุ่มประกอบไปด้วยกี๋ ออม หนึ่ง และฉัน ใช้ชื่อกลุ่มไลน์ว่า ‘อยากรู้

  • 52 Hz อวาฬกาศ   คุณแฟนที่แสนน่ารัก /3

    Pleum Talks.ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหน แต่ตอนนี้ผมสัมผัสได้ว่าคนในอ้อมกอดนั้นนอนหลับปุ๋ยไปแล้ว เรายังไม่ทันได้อาบน้ำกันเลยด้วยซ้ำ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของปลาวาฬทำให้ทุกสรรพสิ่งรอบกายคล้ายกับท้องมหาสมุทรเลย เหมือนผมกำลังแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางทะเลลึก โดยที่มีปลาวาฬตัวโตกำลังนอนหลับอยู่ผมอุทานคำว่าน่ารักไปล้านรอบแล้วมั้ง...ผมหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา กดเปิดรูปที่เพิ่งจะกดชัตเตอร์ถ่ายเมื่อหลายนาทีก่อนขึ้นมาดู จากนั้นก็ส่งเข้าไลน์กลุ่มครอบครัวของตัวเอง ในนั้นมีพ่อมีแม่และพี่ชายของผมอยู่ ผมอยากจะอวดสักหน่อยว่าตอนนี้ตัวเองมีแฟนเป็นตัวเป็นตนกับเขาแล้วปลื้ม: ส่งรูปภาพพ่อ: โห...พ่อ: ร้ายนักนะไอ้เสือพ่อ: มีแฟนแล้วเหรอแม่: แฟนปลื้มเหรอลูกพี่ปั้น: พี่ยังไม่ทันมีเลย แกชิงมีก่อนแล้วเหรอวะไอ้น้องชายปลื้ม: พี่ช้าไงผมพิมพ์ตอบกลับไปเมื่อได้เห็นจำนวนข้อความที่ตอบกลับมาจากคนในครอบครัว นานมากแล้วที่ไม่ค่อยได้คุยกันในไลน์กลุ่มแบบนี้ เพราะทุกวันผมเอาแต่เรียนแล้วก็ทำกิจกรรม เลยไม่ค่อยมีเวลาว่างได้คุยกับครอบครัวเท่าไหร่ จะมีบ้างที่คุยกับพี่ปั้น แต่มันก็น้อยมาก วันนี้แหละเป็นฤกษ์ดีที่ผมจะ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status