로그인‘ตาหวาน’ ถูกแฟนเก่าที่คบกันมานานถึงห้าปีบอกเลิกโดยไม่ทราบสาเหตุ ด้วยความเสียใจและเมามายจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจนัดผู้ชายสักคนเพื่อจะทำให้ตนเองลืมคนรักเก่า โชคชะตาที่ไม่รู้ว่าดีหรือร้ายจึงเหวี่ยงผู้ชายมีปมฝังลึกในใจอย่าง ‘ซุน’ มาให้ เขาเปรียบเสมือนแสงแดดอบอุ่นในฤดูหนาว แต่ก็เป็นน้ำแข็งเย็นสุดขั้วในเวลาเดียวกันด้วย “ซุน... เรากับแกเป็นเพื่อนกันไม่ได้หรอก” “ทำไมไม่ได้ครับ” “เพราะเราชอบแกซุน... เราชอบแก ไม่ได้ชอบในฐานะเพื่อน แต่เราชอบแกในฐานะผู้ชายคนนึง” “พี่ไม่เหมาะกับเธอหรอกครับ เอาความรักของเธอไปให้คนอื่นที่ไม่ใช่พี่ดีกว่า”
더 보기เสียงร้องไห้ดังระงมไปทั่วพื้นที่ห้องสี่เหลี่ยม หยาดน้ำใสแห่งความผิดหวังและเศร้าโศกไหลรินออกจากดวงตาคู่สวยหยดแล้วหยดเล่า เธอเอาแต่เฝ้าถามตัวเองมาตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมาว่าตนเองทำความผิดอะไร ผู้เป็นคนรักถึงเลือกที่จะบอกเลิกกันทั้งที่ระยะเวลาที่คบกันนั้นนานถึง 5 ปี ไม่ว่าสมองจะคิดหาเหตุผลสักเท่าไหร่ก็ไม่มีเหตุผลใดไขข้อสงสัยให้เธอได้เลย
มือเล็กคว้ากระป๋องเบียร์และขวดเหล้าขาวรินใส่แก้วผสมกัน ยังมีโซจูรสหวานที่ถูกเทผสมเข้าไปเพื่อให้ดื่มง่ายขึ้นอีกด้วย น้ำมึนเมาในแก้วถูกผสมจนเข้ากัน ก่อนจะถูกเจ้าของดวงหน้าแสนงดงามยกขึ้นจรดริมฝีปาก เรียวคิ้วขมวดยามที่แอลกอฮอล์ไหลผ่านลำคอลงสู่กระเพาะอาหาร กลิ่นของแอลกอฮอล์ที่ผสมกันนั้นช่าง...
“แย่สัส...” เสียงเล็กพึมพำหลังจากกลืนน้ำมึนเมาลงคอ
ไม่รู้ว่า ‘แย่สัส’ ในความหมายของคนตัวเล็กนั้นหมายถึงรสชาติของแอลกอฮอล์ที่ผสมปนเปจนแยกรสชาติไม่ได้ หรือหมายถึงความรู้สึกจมดิ่งในจิตใจของเธอกันแน่
Rrr!
เสียงริงโทนจากโทรศัพท์ทำให้มือเล็กที่กำลังถือแก้วแอลกอฮอล์ขึ้นจรดริมฝีปากเป็นรอบที่สองต้องชะงัก เธอวางมันลงบนพื้น ก่อนจะใช้มือควานไปบนโซฟาที่ตนพิงอยู่ทางด้านหลัง เมื่อคว้าโดนโทรศัพท์ก็รีบกดรับโดยไม่ได้มองหน้าจอเลยว่าเป็นใครที่โทรมาหากันแน่
“โหล...”
(มึงเป็นไงบ้าง ไหวมั้ย ไอเหี้ยวันนี้อาจารย์แม่งบอกขอเวลาอีกสามสิบนาที จะแจ้งรายละเอียดเรื่องสอบย่อย ปล่อยกูเลทไปอีก มึงอยู่คนเดียวได้มั้ย ถ้าไม่ไหวกูจะให้สายรุ้งมันไปอยู่เป็นเพื่อน) เสียงปลายสายเอ่ยอย่างร้อนรนเนื่องจากเป็นห่วงเพื่อนที่อยู่ห้องคนเดียวทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะโดนแฟนบอกเลิกเมื่อตอนหัวเที่ยงของวัน
“ไหว” วลีเดียวจากริมฝีปากบางสีชมพูเอ่ยตอบ
หากแต่คำว่าไหวของคนตัวเล็กนั้น ฟังจากน้ำเสียงแล้วกลับดูไม่น่าไหวอย่างที่ปากว่าเลย
(ไอเหี้ยมึงไหวจริงปะเนี่ย เอาดี ๆ นะตาหวาน)
‘ตาหวาน’ คือชื่อเล่น ส่วนชื่อจริงคือ ‘ชนัญชิดา ศิริธำรงค์’
สาเหตุที่ชื่อตาหวานก็เป็นเพราะดวงตากลมโตงดงามคู่นั้นของเธอหวานใสคล้ายกับดวงตาของกวางน้อยตั้งแต่ยังเล็ก พ่อแม่เลยยินยอมพร้อมใจตั้งชื่อให้ว่าตาหวาน
ดวงตาทรงเสน่ห์คู่นั้น ไม่ว่าใครที่ได้จับจ้องก็เป็นอันต้องตกตะลึงกับความงดงามของดวงตาเธอ อารมณ์ความรู้สึกทุกอย่างมักจะถูกแสดงออกผ่านดวงตาคู่สวย ไม่ว่าเธอจะทำหน้านิ่งปกปิดความรู้สึกภายในเพียงใด แต่สุดท้ายดวงตาก็ฟ้องอย่างชัดเจนว่าขณะนั้นเธอกำลังรู้สึกอะไรอยู่
อย่างเช่นในตอนนี้ที่เธอกำลังรู้สึกเศร้าเสียใจ ใบหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ แต่ดวงตากลับอาบเคลือบไปด้วยความเศร้าสร้อยจนปิดไม่มิด
“ไหว กูไหวอยู่ ฮึก... ไหวดิมึง จะไม่ไหวได้ไง” ยิ่งพูดความเจ็บก็ยิ่งกัดกินหัวใจมากขึ้นจนกลืนก้อนสะอื้นไม่ลงคอ
ไม่อยากพูดแล้ว ไม่อยากพูดอะไรแล้วจริง ๆ บอบช้ำเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
(มึง... ไอเหี้ยกูสงสาร รอกูก่อนนะ อีกสามสิบนาที ไม่นาน ๆ รอกูนะเพื่อน)
“อือ”
(งั้นแค่นี้ก่อนนะมึง กูวางก่อน อาจารย์จะเริ่มละ)
ตู๊ด...
หลังจากเพื่อนวางสายไป มือเล็กก็คว้าเอาแก้วแอลกอฮอล์ยกขึ้นดื่มอีกครั้ง เธอขอแค่ให้สติสตังถูกแอลกอฮอล์มอมเมาเพื่อไม่ให้นึกถึงความเจ็บปวดนั้นก็พอ ขอแค่ผ่านค่ำคืนนี้ไปโดยที่หัวใจไม่เจ็บมากก็พอ ขอแค่นี้จริง ๆ
แอลกอฮอล์แก้วแล้วแก้วเล่าถูกยกขึ้นดื่มไม่รู้กี่แก้วแล้วในเวลาสิบนาทีที่ผ่านมา รู้เพียงว่าน้ำตาที่หลั่งไหลเป็นสายน้ำก่อนหน้านี้ได้แห้งเหือดไปแล้ว มีเพียงร่างกายที่โอนอ่อนลงนอนหายใจอยู่บนพื้นแทน ดวงตาสวยจับจ้องภาพเบื้องหน้าด้วยความว่างเปล่า หัวสมองมึนงงจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ไม่รับรู้สิ่งใดอีก
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันอินสตาแกรมดังขึ้น ปลุกคนตัวเล็กที่นอนอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้นมาหยิบโทรศัพท์เปิดดูอีกครั้ง มันเป็นแจ้งเตือนจากสตอรีของคนเป็นแฟนเก่าหมาด ๆ อย่าง ‘กีตาร์’ ที่เพิ่งอัปสตอรีรูปกุมมือกับผู้หญิงอื่นลงพร้อมแคปชันประกอบสตอรีว่า ‘tonight with you’ และไม่ได้แท็กถึงคนในรูป ทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้เลยว่าผู้หญิงที่ใช้เวลาในค่ำคืนนี้กับตาร์แฟนเก่าของเธอนั้นเป็นใคร
“เลิกกับกูปุ๊บ ไปหาเอาคนอื่นปั๊บ เหอะ…” ริมฝีปากบางฝืนยิ้มแห้งออกมาด้วยหัวใจที่ขมขื่น
สติที่บัดนี้ถูกแอลกอฮอล์กลืนกินไปครึ่งค่อนแล้วได้แต่คิดถึงเรื่องการนัดมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าเพื่อหวังว่ามันจะช่วยทำให้เธอลืมตาร์ไปได้บ้าง
ความคิดในหัวตีกันวุ่นวายว่าจะทำแบบนั้นหรือไม่ทำดี แต่ด้วยสติที่ถูกเผาผลาญไปแล้วบางส่วนก็ทำให้มือเล็กตัดสินใจกดเข้าทวิตเตอร์ค้นหาแฮชแท็ก #นัดเย็ดเกริกวิทย์ และได้พบกับทวีตล่าสุดของแฮชแท็กดังกล่าว
สนใจเดมครับ #นัดเย็ดเกริกวิทย์
เป็นทวีตเดียวที่ไม่มีรายละเอียดให้ชวนมีเพศสัมพันธ์ใด ๆ เลย แตกต่างจากทุกทวีตในแท็กที่มีการโปรโมตตัวเองพร้อมรูปถ่ายสุดสยิว หรือมีข้อความต่าง ๆ อันหยาบโลนหรือชี้ชวนเรื่องการมีเพศสัมพันธ์
เธอตัดสินใจกดนิ้วเข้าไปส่องโปรไฟล์ดังกล่าว ที่มันกลับมีแค่ทวีตเก่าสองสามทวีตที่ถูกพิมพ์ในทำนองเดียวกับทวีตข้างต้นที่เธอเห็น เรียวคิ้วของตาหวานขมวดเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจกดที่กล่องข้อความของโปรไฟล์ พิมพ์ทักทายเจ้าของทวีตไปว่า
@Me: สนใจค่ะ
@Zoon_CY: นักศึกษาเกริกวิทย์ใช่มั้ยครับ
@Me: ใช่ค่ะ คุณก็นักศึกษาเกริกวิทย์เหรอ
@Zoon_CY: ครับ
@Zoon_CY: ที่ไหนดีครับ
@Zoon_CY: ห้องผมได้มั้ย คุณสะดวกเปล่าครับ
@Me: สะดวกค่ะ
@Me: ที่ไหนคะ
@Zoon_CY: หอ PL place ชั้น 5 ห้อง 503 ครับ
ทันทีที่ปลายทางตอบที่อยู่กลับมา คนตัวเล็กก็ต้องชะงักค้างและก้มหน้าลงมองพื้นด้านล่างทันที ไม่คิดฝันเลยว่าโลกใบนี้จะมีคำว่าบังเอิญอยู่จริง ๆ เขากับเธออยู่หอเดียวกัน ห้องตรงกัน แต่คนละชั้นเท่านั้นเอง
ตาหวานอาศัยอยู่กับรูมเมตชื่อ ‘ท้องฟ้า’ หรือ ‘ฟ้า’ ผู้หญิงที่โทรมาหาเธอเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ห้องที่ตาหวานอยู่คือชั้น 6 ห้อง 603 เป็นห้องด้านบนซึ่งอยู่ตรงกับห้อง 503 ที่อยู่ชั้นล่างของเธอ
@Zoon_CY: คุณ
@Zoon_CY: มาถูกมั้ยครับ
@Me: ถูกค่ะ
@Zoon_CY: โอเคครับ รอนะครับ
หลังจากนัดแนะสถานที่กันเสร็จเรียบร้อย เสียงลมหายใจถูกผ่อนปรนออกจากริมฝีปากสวยได้รูปแทบจะทันที เธอคิดถูกไหมไม่รู้เหมือนกัน แต่ความเสียใจที่กัดกินตัวตนของเธอในเวลานี้กำลังเรียกร้องหาใครสักคนให้เยียวยาแผลใจ ไม่ต้องด้วยการปลอบประโลมทางจิตใจก็ได้ ขอแค่ได้ระบายให้เขาฟังในระหว่างมีเซ็กซ์กันก็พอ กับคนแปลกหน้ายังไงก็สบายใจกว่าการระบายให้คนรู้จักฟังเป็นไหน ๆ
ตาหวานพยุงร่างที่สติพร่าเลือนลงทีละนิดของตัวเองตรงออกจากห้อง เลือกใช้ลิฟต์แทนที่จะใช้บันไดอย่างที่เคยทำเนื่องจากมันห่างกันเพียงชั้นเดียว จนในที่สุดเธอก็สามารถเคี่ยวเข็ญร่างกายให้มายืนอยู่หน้าห้อง 503 ได้สำเร็จ ดวงตากลมสวยทอดทองบานประตูด้วยหัวใจที่ว้าวุ่น การมีเซ็กซ์ครั้งแรกกับคนแปลกหน้ามันจะดีจริง ๆ ใช่ไหม เธอสงสัยเหลือเกิน
ก๊อก ๆ
กำปั้นเล็กยกขึ้นทุบบานประตูห้องสองครั้ง ร่างกายโอนเอียงไปทางขวาเล็กน้อยเนื่องจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ผสมกันถึงสามอย่าง เพียงไม่นานประตูที่ปิดสนิทก็ถูกคนด้านในเปิดออก ร่างสูงสมส่วนในชุดเสื้อยืดพลิ้วสีกรมกับกางเกงจอกกิ้งสีเดียวกันปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา ผมยาวของเขาปิดบังดวงตาจนมิดชิด ไม่เผยให้เห็นเลยว่าคนด้านหน้ากำลังแสดงออกซึ่งอารมณ์ใด
“ที่นัดกันเหรอครับ”
“…” ตาหวานพยักหน้า
“มาเร็วจังครับ อยู่ใกล้ ๆ แถวนี้เหรอ”
“…” เธอพยักหน้าอีกเป็นครั้งที่สอง
“เป็นใบ้เหรอครับ ทำไมไม่พูดไม่จ...”
หมับ!
ร่างเล็กถลาเข้าโอบกอดคนตัวสูงอย่างว่องไวจนเขาเซถอยหลังเล็กน้อย คิ้วเข้มของ ‘ซุน’ หรือ ‘ชยันต์ พิชัยยุทธ’ ค่อย ๆ ขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงง เขาไม่สามารถเข้าใจการกระทำของอีกฝ่ายได้เลย การที่โผเข้าโอบกอดกันแบบไม่มีสัญญาณบอกกล่าวล่วงหน้าแบบนี้คืออะไร
“คุณครับ...”
“ช่วย ฮึก... ช่วยทำให้ลืมเขาที ทำยังไงก็ได้ ฮือ... จะเอากันจะอะไรก็ได้ ทำเลย ขอแค่ทำให้ลืมเขาได้ในคืนนี้ก็พอ ช่วยหน่อยนะ”
ซุนรับรู้ได้ถึงความอุ่นชื้นที่แทรกซึมเข้ามาผ่านเนื้อผ้าของเสื้อยืดตัวเอง ฝ่ามือที่ทิ้งลงข้างกายถูกยกขึ้นมาลูบลงบนแผ่นหลังบอบบางอย่างแผ่วเบา ถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ซุนก็เข้าใจดีว่าคนตรงหน้ามีจิตใจบอบช้ำอย่างแสนสาหัสแค่ไหน
แล้วแบบนี้ใครมันจะไปใจร้ายเอาลง...
“ไม่ทำหรอก” ฝ่ามืออบอุ่นลูบขึ้นลงช้า ๆ ตบลงบนเนื้อนุ่มสองสามครั้ง “ถ้าอยากระบายก็ระบายได้ จะนั่งฟังให้”
“พระคุณที่สาม งดงามแจ่มใส”“ค่าน้ำนมบ้านพ่องร้องงี้เหรอวะ” ถึงจะเป็นเสียงที่เหมือนจะบ่นพึมพำกับตัวเอง แต่มันกลับดังเข้ามาในโสตประสาทการรับฟังของผมอย่างชัดเจน“ไหนลองร้องให้ฟังหน่อย เพลงค่าน้ำนมร้องยังไง”ก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนเมาจะไปสุดที่ตรงไหน นี่นับว่ายังดีนะที่เธอคุยกับผมรู้เรื่อง ถึงจะดูพูดเยอะจนน่ารำคาญมากก็เถอะ“แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง” แล้วเธอก็ดันร้องออกมาจริง ๆ แถมยังแผดเสียงดังลั่นห้องผมอีกด้วย “โอ้ว่าแม่จ๋า ลูกคิดถึงค่าน้ำนม”“ก็ข้ามท่อนไปไกลเกิน”คนบ้าอะไรร้องท่อนแรกแล้วกระโดดข้ามไปร้องท่อนสุดท้ายของเพลงเลยวะ จะจ้อจี้ไปไหน ผมกลั้นขำเอาไว้จนปวดหน้า“รำคาญว่ะ”บ่นว่ารำคาญกันเสร็จก็คลายวงแขนที่โอบรอบเอวผมออก ก่อนจะเอนหลังลงไปนอนราบบนเตียง ผมขมวดคิ้วมองการกระทำอันไร้ซึ่งความสมเหตุสมผลของเธออย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก ปกติคนที่นัดเอากันไม่ค่อยมีใครเป็นแบบนี้เท่าไหร่ เธอเป็นคนแรกเลยที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจว่าโลกใบนี้ยังมีคนไม่บ้าที่เหมือนคนบ้าอยู่ด้วยเหรอ“สบายใจยัง ไม่ร้องไห้แล้วนี่”“ร้อน ได้เปิดแอร์มั่งปะ” แทนที่จะตอบคำถามผม แต่เธอดันปัดตกประโยคคำถามของผมทิ้งอย่างไม่ใยดี แถมยังจุ
Zoon talks.ไม่รู้เป็นใครมาจากไหน ไม่รู้ว่าชื่ออะไร ไม่รู้ว่าทำไมถึงตกอยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้แบบนี้ ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคนที่กำลังโอบกอดตัวเองอยู่เลยแม้แต่น้อย รับรู้เพียงว่าคนที่กำลังกระชับอ้อมกอดโหยหาความอบอุ่นตรงหน้านี้คงกำลังต้องการที่พึ่งทางใจอย่างหนักนัดเพื่อจะเอากัน แต่สภาพแบบนี้ใครจะไปทำลงผมกระชับวงแขนกอดคนตัวเล็กกว่าเอาไว้แน่น ก่อนจะเอียงตัวเบี่ยงร่างเล็กให้เข้ามาในห้อง ใช้มือข้างที่ยังว่างอยู่ดึงประตูให้ปิดลงตามเดิมแบกน้ำหนักอันน้อยนิดของเธอตรงไปยังเตียงนอน เมื่อบังคับให้เธอนั่งลงบนเตียงได้สำเร็จ ผมจึงผละตัวเองออกมายืนมองใบหน้าของอีกฝ่าย สายตาปะทะเข้ากับดวงตาสีดำใสเปล่งประกายราวกับดวงตากวาง มันงดงามจนนึกเสียดายขึ้นมาทันทีเลยว่าไม่น่าต้องมาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส ๆ แบบนี้เลย“มีอะไรจะเล่าให้ฟังมั้ยครับ” เอ่ยถามคนตรงหน้าอย่างระมัดระวังคำพูดเพราะไม่รู้ว่ายามนี้เธอเปราะบางมากแค่ไหน กลัวพูดอะไรไปแล้วกระทบกระทั่งจิตใจเดี๋ยวจะร้องไห้ไปกันใหญ่“มีดิ เยอะแยะ ฮึก...” เสียงหวานเอ่ยตอบพร้อมเสียงสะอื้น มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าออกลวก ๆกลิ่นแอลกอฮอล์ไม่ทราบชนิดลอยโชยออกมาจากตัวเธอจ
เสียงร้องไห้ดังระงมไปทั่วพื้นที่ห้องสี่เหลี่ยม หยาดน้ำใสแห่งความผิดหวังและเศร้าโศกไหลรินออกจากดวงตาคู่สวยหยดแล้วหยดเล่า เธอเอาแต่เฝ้าถามตัวเองมาตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมาว่าตนเองทำความผิดอะไร ผู้เป็นคนรักถึงเลือกที่จะบอกเลิกกันทั้งที่ระยะเวลาที่คบกันนั้นนานถึง 5 ปี ไม่ว่าสมองจะคิดหาเหตุผลสักเท่าไหร่ก็ไม่มีเหตุผลใดไขข้อสงสัยให้เธอได้เลยมือเล็กคว้ากระป๋องเบียร์และขวดเหล้าขาวรินใส่แก้วผสมกัน ยังมีโซจูรสหวานที่ถูกเทผสมเข้าไปเพื่อให้ดื่มง่ายขึ้นอีกด้วย น้ำมึนเมาในแก้วถูกผสมจนเข้ากัน ก่อนจะถูกเจ้าของดวงหน้าแสนงดงามยกขึ้นจรดริมฝีปาก เรียวคิ้วขมวดยามที่แอลกอฮอล์ไหลผ่านลำคอลงสู่กระเพาะอาหาร กลิ่นของแอลกอฮอล์ที่ผสมกันนั้นช่าง...“แย่สัส...” เสียงเล็กพึมพำหลังจากกลืนน้ำมึนเมาลงคอไม่รู้ว่า ‘แย่สัส’ ในความหมายของคนตัวเล็กนั้นหมายถึงรสชาติของแอลกอฮอล์ที่ผสมปนเปจนแยกรสชาติไม่ได้ หรือหมายถึงความรู้สึกจมดิ่งในจิตใจของเธอกันแน่Rrr!เสียงริงโทนจากโทรศัพท์ทำให้มือเล็กที่กำลังถือแก้วแอลกอฮอล์ขึ้นจรดริมฝีปากเป็นรอบที่สองต้องชะงัก เธอวางมันลงบนพื้น ก่อนจะใช้มือควานไปบนโซฟาที่ตนพิงอยู่ทางด้านหลัง เมื่อคว้าโ