เข้าสู่ระบบ‘ตาหวาน’ ถูกแฟนเก่าที่คบกันมานานถึงห้าปีบอกเลิกโดยไม่ทราบสาเหตุ ด้วยความเสียใจและเมามายจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจนัดผู้ชายสักคนเพื่อจะทำให้ตนเองลืมคนรักเก่า โชคชะตาที่ไม่รู้ว่าดีหรือร้ายจึงเหวี่ยงผู้ชายมีปมฝังลึกในใจอย่าง ‘ซุน’ มาให้ เขาเปรียบเสมือนแสงแดดอบอุ่นในฤดูหนาว แต่ก็เป็นน้ำแข็งเย็นสุดขั้วในเวลาเดียวกันด้วย “ซุน... เรากับแกเป็นเพื่อนกันไม่ได้หรอก” “ทำไมไม่ได้ครับ” “เพราะเราชอบแกซุน... เราชอบแก ไม่ได้ชอบในฐานะเพื่อน แต่เราชอบแกในฐานะผู้ชายคนนึง” “พี่ไม่เหมาะกับเธอหรอกครับ เอาความรักของเธอไปให้คนอื่นที่ไม่ใช่พี่ดีกว่า”
ดูเพิ่มเติมเสียงร้องไห้ดังระงมไปทั่วพื้นที่ห้องสี่เหลี่ยม หยาดน้ำใสแห่งความผิดหวังและเศร้าโศกไหลรินออกจากดวงตาคู่สวยหยดแล้วหยดเล่า เธอเอาแต่เฝ้าถามตัวเองมาตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมาว่าตนเองทำความผิดอะไร ผู้เป็นคนรักถึงเลือกที่จะบอกเลิกกันทั้งที่ระยะเวลาที่คบกันนั้นนานถึง 5 ปี ไม่ว่าสมองจะคิดหาเหตุผลสักเท่าไหร่ก็ไม่มีเหตุผลใดไขข้อสงสัยให้เธอได้เลย
มือเล็กคว้ากระป๋องเบียร์และขวดเหล้าขาวรินใส่แก้วผสมกัน ยังมีโซจูรสหวานที่ถูกเทผสมเข้าไปเพื่อให้ดื่มง่ายขึ้นอีกด้วย น้ำมึนเมาในแก้วถูกผสมจนเข้ากัน ก่อนจะถูกเจ้าของดวงหน้าแสนงดงามยกขึ้นจรดริมฝีปาก เรียวคิ้วขมวดยามที่แอลกอฮอล์ไหลผ่านลำคอลงสู่กระเพาะอาหาร กลิ่นของแอลกอฮอล์ที่ผสมกันนั้นช่าง...
“แย่สัส...” เสียงเล็กพึมพำหลังจากกลืนน้ำมึนเมาลงคอ
ไม่รู้ว่า ‘แย่สัส’ ในความหมายของคนตัวเล็กนั้นหมายถึงรสชาติของแอลกอฮอล์ที่ผสมปนเปจนแยกรสชาติไม่ได้ หรือหมายถึงความรู้สึกจมดิ่งในจิตใจของเธอกันแน่
Rrr!
เสียงริงโทนจากโทรศัพท์ทำให้มือเล็กที่กำลังถือแก้วแอลกอฮอล์ขึ้นจรดริมฝีปากเป็นรอบที่สองต้องชะงัก เธอวางมันลงบนพื้น ก่อนจะใช้มือควานไปบนโซฟาที่ตนพิงอยู่ทางด้านหลัง เมื่อคว้าโดนโทรศัพท์ก็รีบกดรับโดยไม่ได้มองหน้าจอเลยว่าเป็นใครที่โทรมาหากันแน่
“โหล...”
(มึงเป็นไงบ้าง ไหวมั้ย ไอเหี้ยวันนี้อาจารย์แม่งบอกขอเวลาอีกสามสิบนาที จะแจ้งรายละเอียดเรื่องสอบย่อย ปล่อยกูเลทไปอีก มึงอยู่คนเดียวได้มั้ย ถ้าไม่ไหวกูจะให้สายรุ้งมันไปอยู่เป็นเพื่อน) เสียงปลายสายเอ่ยอย่างร้อนรนเนื่องจากเป็นห่วงเพื่อนที่อยู่ห้องคนเดียวทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะโดนแฟนบอกเลิกเมื่อตอนหัวเที่ยงของวัน
“ไหว” วลีเดียวจากริมฝีปากบางสีชมพูเอ่ยตอบ
หากแต่คำว่าไหวของคนตัวเล็กนั้น ฟังจากน้ำเสียงแล้วกลับดูไม่น่าไหวอย่างที่ปากว่าเลย
(ไอเหี้ยมึงไหวจริงปะเนี่ย เอาดี ๆ นะตาหวาน)
‘ตาหวาน’ คือชื่อเล่น ส่วนชื่อจริงคือ ‘ชนัญชิดา ศิริธำรงค์’
สาเหตุที่ชื่อตาหวานก็เป็นเพราะดวงตากลมโตงดงามคู่นั้นของเธอหวานใสคล้ายกับดวงตาของกวางน้อยตั้งแต่ยังเล็ก พ่อแม่เลยยินยอมพร้อมใจตั้งชื่อให้ว่าตาหวาน
ดวงตาทรงเสน่ห์คู่นั้น ไม่ว่าใครที่ได้จับจ้องก็เป็นอันต้องตกตะลึงกับความงดงามของดวงตาเธอ อารมณ์ความรู้สึกทุกอย่างมักจะถูกแสดงออกผ่านดวงตาคู่สวย ไม่ว่าเธอจะทำหน้านิ่งปกปิดความรู้สึกภายในเพียงใด แต่สุดท้ายดวงตาก็ฟ้องอย่างชัดเจนว่าขณะนั้นเธอกำลังรู้สึกอะไรอยู่
อย่างเช่นในตอนนี้ที่เธอกำลังรู้สึกเศร้าเสียใจ ใบหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ แต่ดวงตากลับอาบเคลือบไปด้วยความเศร้าสร้อยจนปิดไม่มิด
“ไหว กูไหวอยู่ ฮึก... ไหวดิมึง จะไม่ไหวได้ไง” ยิ่งพูดความเจ็บก็ยิ่งกัดกินหัวใจมากขึ้นจนกลืนก้อนสะอื้นไม่ลงคอ
ไม่อยากพูดแล้ว ไม่อยากพูดอะไรแล้วจริง ๆ บอบช้ำเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
(มึง... ไอเหี้ยกูสงสาร รอกูก่อนนะ อีกสามสิบนาที ไม่นาน ๆ รอกูนะเพื่อน)
“อือ”
(งั้นแค่นี้ก่อนนะมึง กูวางก่อน อาจารย์จะเริ่มละ)
ตู๊ด...
หลังจากเพื่อนวางสายไป มือเล็กก็คว้าเอาแก้วแอลกอฮอล์ยกขึ้นดื่มอีกครั้ง เธอขอแค่ให้สติสตังถูกแอลกอฮอล์มอมเมาเพื่อไม่ให้นึกถึงความเจ็บปวดนั้นก็พอ ขอแค่ผ่านค่ำคืนนี้ไปโดยที่หัวใจไม่เจ็บมากก็พอ ขอแค่นี้จริง ๆ
แอลกอฮอล์แก้วแล้วแก้วเล่าถูกยกขึ้นดื่มไม่รู้กี่แก้วแล้วในเวลาสิบนาทีที่ผ่านมา รู้เพียงว่าน้ำตาที่หลั่งไหลเป็นสายน้ำก่อนหน้านี้ได้แห้งเหือดไปแล้ว มีเพียงร่างกายที่โอนอ่อนลงนอนหายใจอยู่บนพื้นแทน ดวงตาสวยจับจ้องภาพเบื้องหน้าด้วยความว่างเปล่า หัวสมองมึนงงจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ไม่รับรู้สิ่งใดอีก
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันอินสตาแกรมดังขึ้น ปลุกคนตัวเล็กที่นอนอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้นมาหยิบโทรศัพท์เปิดดูอีกครั้ง มันเป็นแจ้งเตือนจากสตอรีของคนเป็นแฟนเก่าหมาด ๆ อย่าง ‘กีตาร์’ ที่เพิ่งอัปสตอรีรูปกุมมือกับผู้หญิงอื่นลงพร้อมแคปชันประกอบสตอรีว่า ‘tonight with you’ และไม่ได้แท็กถึงคนในรูป ทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้เลยว่าผู้หญิงที่ใช้เวลาในค่ำคืนนี้กับตาร์แฟนเก่าของเธอนั้นเป็นใคร
“เลิกกับกูปุ๊บ ไปหาเอาคนอื่นปั๊บ เหอะ…” ริมฝีปากบางฝืนยิ้มแห้งออกมาด้วยหัวใจที่ขมขื่น
สติที่บัดนี้ถูกแอลกอฮอล์กลืนกินไปครึ่งค่อนแล้วได้แต่คิดถึงเรื่องการนัดมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าเพื่อหวังว่ามันจะช่วยทำให้เธอลืมตาร์ไปได้บ้าง
ความคิดในหัวตีกันวุ่นวายว่าจะทำแบบนั้นหรือไม่ทำดี แต่ด้วยสติที่ถูกเผาผลาญไปแล้วบางส่วนก็ทำให้มือเล็กตัดสินใจกดเข้าทวิตเตอร์ค้นหาแฮชแท็ก #นัดเย็ดเกริกวิทย์ และได้พบกับทวีตล่าสุดของแฮชแท็กดังกล่าว
สนใจเดมครับ #นัดเย็ดเกริกวิทย์
เป็นทวีตเดียวที่ไม่มีรายละเอียดให้ชวนมีเพศสัมพันธ์ใด ๆ เลย แตกต่างจากทุกทวีตในแท็กที่มีการโปรโมตตัวเองพร้อมรูปถ่ายสุดสยิว หรือมีข้อความต่าง ๆ อันหยาบโลนหรือชี้ชวนเรื่องการมีเพศสัมพันธ์
เธอตัดสินใจกดนิ้วเข้าไปส่องโปรไฟล์ดังกล่าว ที่มันกลับมีแค่ทวีตเก่าสองสามทวีตที่ถูกพิมพ์ในทำนองเดียวกับทวีตข้างต้นที่เธอเห็น เรียวคิ้วของตาหวานขมวดเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจกดที่กล่องข้อความของโปรไฟล์ พิมพ์ทักทายเจ้าของทวีตไปว่า
@Me: สนใจค่ะ
@Zoon_CY: นักศึกษาเกริกวิทย์ใช่มั้ยครับ
@Me: ใช่ค่ะ คุณก็นักศึกษาเกริกวิทย์เหรอ
@Zoon_CY: ครับ
@Zoon_CY: ที่ไหนดีครับ
@Zoon_CY: ห้องผมได้มั้ย คุณสะดวกเปล่าครับ
@Me: สะดวกค่ะ
@Me: ที่ไหนคะ
@Zoon_CY: หอ PL place ชั้น 5 ห้อง 503 ครับ
ทันทีที่ปลายทางตอบที่อยู่กลับมา คนตัวเล็กก็ต้องชะงักค้างและก้มหน้าลงมองพื้นด้านล่างทันที ไม่คิดฝันเลยว่าโลกใบนี้จะมีคำว่าบังเอิญอยู่จริง ๆ เขากับเธออยู่หอเดียวกัน ห้องตรงกัน แต่คนละชั้นเท่านั้นเอง
ตาหวานอาศัยอยู่กับรูมเมตชื่อ ‘ท้องฟ้า’ หรือ ‘ฟ้า’ ผู้หญิงที่โทรมาหาเธอเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ห้องที่ตาหวานอยู่คือชั้น 6 ห้อง 603 เป็นห้องด้านบนซึ่งอยู่ตรงกับห้อง 503 ที่อยู่ชั้นล่างของเธอ
@Zoon_CY: คุณ
@Zoon_CY: มาถูกมั้ยครับ
@Me: ถูกค่ะ
@Zoon_CY: โอเคครับ รอนะครับ
หลังจากนัดแนะสถานที่กันเสร็จเรียบร้อย เสียงลมหายใจถูกผ่อนปรนออกจากริมฝีปากสวยได้รูปแทบจะทันที เธอคิดถูกไหมไม่รู้เหมือนกัน แต่ความเสียใจที่กัดกินตัวตนของเธอในเวลานี้กำลังเรียกร้องหาใครสักคนให้เยียวยาแผลใจ ไม่ต้องด้วยการปลอบประโลมทางจิตใจก็ได้ ขอแค่ได้ระบายให้เขาฟังในระหว่างมีเซ็กซ์กันก็พอ กับคนแปลกหน้ายังไงก็สบายใจกว่าการระบายให้คนรู้จักฟังเป็นไหน ๆ
ตาหวานพยุงร่างที่สติพร่าเลือนลงทีละนิดของตัวเองตรงออกจากห้อง เลือกใช้ลิฟต์แทนที่จะใช้บันไดอย่างที่เคยทำเนื่องจากมันห่างกันเพียงชั้นเดียว จนในที่สุดเธอก็สามารถเคี่ยวเข็ญร่างกายให้มายืนอยู่หน้าห้อง 503 ได้สำเร็จ ดวงตากลมสวยทอดทองบานประตูด้วยหัวใจที่ว้าวุ่น การมีเซ็กซ์ครั้งแรกกับคนแปลกหน้ามันจะดีจริง ๆ ใช่ไหม เธอสงสัยเหลือเกิน
ก๊อก ๆ
กำปั้นเล็กยกขึ้นทุบบานประตูห้องสองครั้ง ร่างกายโอนเอียงไปทางขวาเล็กน้อยเนื่องจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ผสมกันถึงสามอย่าง เพียงไม่นานประตูที่ปิดสนิทก็ถูกคนด้านในเปิดออก ร่างสูงสมส่วนในชุดเสื้อยืดพลิ้วสีกรมกับกางเกงจอกกิ้งสีเดียวกันปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา ผมยาวของเขาปิดบังดวงตาจนมิดชิด ไม่เผยให้เห็นเลยว่าคนด้านหน้ากำลังแสดงออกซึ่งอารมณ์ใด
“ที่นัดกันเหรอครับ”
“…” ตาหวานพยักหน้า
“มาเร็วจังครับ อยู่ใกล้ ๆ แถวนี้เหรอ”
“…” เธอพยักหน้าอีกเป็นครั้งที่สอง
“เป็นใบ้เหรอครับ ทำไมไม่พูดไม่จ...”
หมับ!
ร่างเล็กถลาเข้าโอบกอดคนตัวสูงอย่างว่องไวจนเขาเซถอยหลังเล็กน้อย คิ้วเข้มของ ‘ซุน’ หรือ ‘ชยันต์ พิชัยยุทธ’ ค่อย ๆ ขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงง เขาไม่สามารถเข้าใจการกระทำของอีกฝ่ายได้เลย การที่โผเข้าโอบกอดกันแบบไม่มีสัญญาณบอกกล่าวล่วงหน้าแบบนี้คืออะไร
“คุณครับ...”
“ช่วย ฮึก... ช่วยทำให้ลืมเขาที ทำยังไงก็ได้ ฮือ... จะเอากันจะอะไรก็ได้ ทำเลย ขอแค่ทำให้ลืมเขาได้ในคืนนี้ก็พอ ช่วยหน่อยนะ”
ซุนรับรู้ได้ถึงความอุ่นชื้นที่แทรกซึมเข้ามาผ่านเนื้อผ้าของเสื้อยืดตัวเอง ฝ่ามือที่ทิ้งลงข้างกายถูกยกขึ้นมาลูบลงบนแผ่นหลังบอบบางอย่างแผ่วเบา ถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ซุนก็เข้าใจดีว่าคนตรงหน้ามีจิตใจบอบช้ำอย่างแสนสาหัสแค่ไหน
แล้วแบบนี้ใครมันจะไปใจร้ายเอาลง...
“ไม่ทำหรอก” ฝ่ามืออบอุ่นลูบขึ้นลงช้า ๆ ตบลงบนเนื้อนุ่มสองสามครั้ง “ถ้าอยากระบายก็ระบายได้ จะนั่งฟังให้”
“เสร็จหรือยังครับ”เสียงทุ้มตะโกนถามเข้าไปในห้องน้ำซึ่งตาหวานหายเข้าไปนานมากแล้วก็ยังไม่ออกมาสักทีจนคนพี่เริ่มกระวนกระวายอยู่ไม่สุข ร่างสูงผุดลุกจากโซฟาอย่างร้อนรนเมื่อไร้เสียงตอบกลับ จ้ำฝีเท้าเดินมุ่งหน้าตรงไปยังจุดหมาย ทันทีที่มือแกร่งสัมผัสลูกบิดชั่วครู่ บานประตูก็ถูกคนด้านในเปิดพรวดออกมาตาหวานผงะเล็กน้อยเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงที่ยืนรออยู่หน้าประตูก่อนแล้ว คนตัวเล็กเอียงคอ พลางใช้มือข้างหนึ่งหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กบนบ่าขึ้นมาเช็ดผมที่เปียกลวก ๆ“มีอะไรเหรอ”“เปล่าครับ พี่นึกว่าเธอ...”ดวงตาคมไล่สำรวจร่างกายของคนน้องเพื่อหาจุดบกพร่อง ทว่าเนื้อตัวขาวสะอาดสะอ้านของคนตัวเล็กนั้นไม่ได้มีร่องรอยของความบาดเจ็บแต่อย่างใดเขาคงคิดมากไปเอง“กลัวเราเป็นอะไรเหรอ ไม่เป็นไรหรอกน่า สบายดี”ถึงแม้คนน้องจะยืนยันอาการว่าตอนนี้ตนเองสบายดีด้วยรอยยิ้มกว้าง ทว่าในรอบอาทิตย์ที่ผ่านมา ตาหวานวูบไปแล้วถึงสามรอบจากการโหมเรียนอย่างหนักจนพักผ่อนไม่เป็นเวลา ทำให้ตารางชีวิตรวนจนส่งผลในทางลบต่อสุขภาพ ซุนเอ็ดคนน้องไปหลายครั้งว่าถ้าไม่ไหวก็พักก่อน แต่แฟนคนสวยของเขาก็ช่างดื้อดึงเสียเหลือเกิน บอกว่าตัวเองไหวอยู่นั่
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นครับ เล่าได้นะ”“เมื่อเช้าฟ้ามาหาเราที่ห้อง มันมาขอโทษ แต่เราไล่มันกลับไป เราบอกให้มันเลิกยุ่งกับเรา เราทำถูกแล้วใช่มั้ยซุน”“พี่ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจว่าเรื่องนี้ถูกหรือผิด แต่พี่เข้าข้างเธอครับ”ผมไม่มีสิทธิ์ตัดสินว่าเรื่องนี้ตาหวานทำถูกหรือทำผิด เพราะผมเองเป็นคนนอก แต่ยังไงผมก็เข้าข้างแฟนตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว ผมไม่อยากให้ตาหวานเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับสองคนนั้นอีก มันมีแต่จะทำให้เธอนึกถึงแต่เรื่องที่เจ็บปวด พอเธอเจ็บปวดก็จะร้องไห้ แล้วก็มานั่งอมทุกข์กับตัวเองผมไม่ชอบแบบนั้น ไม่ชอบให้ตาหวานเจ็บ เพราะถ้าเธอเจ็บผมเองก็เจ็บไปด้วย“กอดเราแน่น ๆ หน่อยซุน ให้กำลังใจเราหน่อย”ผมกระชับอ้อมแขนของตัวเองแน่นขึ้นเพื่อปลอบโยนคนอ่อนแอ ก้มหน้าลงจุมพิตบนเส้นผมนุ่มสลวยของคนตัวเล็กแผ่วเบา พอเห็นเธอร้องไห้แบบนี้แล้วเหมือนหัวใจตัวเองถูกมีดกรีดไปด้วยเลย เจ็บเป็นบ้าทะนุถนอมมาแทบตาย สุดท้ายก็ยังเปราะบางเหมือนเดิม“จูบมั้ยครับ เผื่อเธอจะสบายใจขึ้น”นึกขึ้นได้ว่าตาหวานเคยบอกว่าเธอจะชอบจูบผมในตอนที่ตัวเองมีเรื่องไม่สบายใจ เธอบอกว่าจูบแล้วจะทำให้สมองลืมเรื่องทุกข์ใจไปได้ชั่วคราว ดังนั้นนี
Zoon talks.ไลน์!“เย้ดแม่...”เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ดังกรอกหูผมอยู่เกือบห้านาทีได้ มันไม่ได้เด้งรัวทุกวินาที แต่หนึ่งนาทีก็เด้งเกือบยี่สิบครั้ง โทรศัพท์มือถือถูกวางชาร์จแบตอยู่ตรงกล่องไฟหน้าทีวี เตียงอยู่ห่างจากทีวีประมาณสามเมตร เท่ากับว่าถ้าผมต้องลุกไปปิดแจ้งเตือนโทรศัพท์ก็ต้องแหกขี้ตาพาร่างกายที่ต้องการการนอนหลับอย่างเต็มอิ่มไปปิดเสียเวลานอนฉิบหายเลยไอ้เวรผมลุกออกจากเตียง พาร่างกายที่สุดแสนจะง่วงงุนของตัวเองตรงไปยังชั้นวางทีวีโดยที่ตายังคงปิดสนิท ระหว่างทางก็เดินชนนั่นสะดุดนี่บ้าง กว่าจะคว้าโดนโทรศัพท์ก็ทุลักทุเลพอสมควรอย่าให้รู้ว่าแชตมาเรื่องไม่สำคัญนะ จะด่าให้ลืมเนื้อหาที่เรียนมาเลยพวกเพื่อนเหี้ยซอยแบด (7)@nameอ่านว่าเนมี: apexหน่อยปะ@nameอ่านว่าเนมี: วันหยุดทั้งที ว่างจัด@อ้ายที่แปลว่าพี่ชายปะจ๊ะ: ว่างมากก็มาช่วยกูทำกับข้าวอีสัส@อ้ายที่แปลว่าพี่ชายปะจ๊ะ: นอนเล่นโทรศัพท์อยู่นั่น@JJ: มันอยู่ห้องมึงเหรออ้าย@อ้ายที่แปลว่าพี่ชายปะจ๊ะ: เออ@JJ: ห้องตัวเองไม่อยู่แล้ว@nameอ่านว่าเนมี: วันหยุดก็อยากอยู่กับแฟนบ้างไรบ้าง...@มะหอกครับพี่: มีใครเอาไรปะพี่@มะหอกครับพ
ก๊อก ๆ!“อื้อ...”ฉันยกมือขึ้นขยี้ตา พลางพลิกตัวหมุนเข้าหาความอบอุ่น ก่อนจะต้องขมวดคิ้วอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องดังอีกเป็นหนที่สองในเวลาไล่เลี่ยกัน ความหงุดหงิดที่ถูกรบกวนตอนเช้าตรู่ในวันที่ไม่มีเรียนทำให้หัวคิ้วขมวดชนกัน ก่อนที่ร่างกายจะผุดลุกขึ้นจากเตียงทั้งที่ตายังปิดสนิท“ใคร” ตะโกนถามออกไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก“หวาน...” น้ำเสียงอันคุ้นเคยตอบกลับมา “เปิดประตูหน่อยได้มั้ย กูขอคุยด้วยหน่อย”คนที่แทนตัวเองว่ากูและเรียกชื่อเล่นฉันแค่หวาน ส่วนมากก็จะมีแต่กลุ่มเพื่อนที่สนิทกัน หรือเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยประถมกับมัธยมเท่านั้น เสียงที่ตะโกนตอบกลับมาเป็นเสียงผู้หญิง ดังนั้นกีตาร์นี่ตัดทิ้งไปได้เลย ส่วนสายรุ้งก็ไม่ใช่แน่นอน เสียงรุ้งไม่ได้เป็นแบบนี้ จะเหลือก็แต่...ฉันลืมตาโพลงเมื่อชื่อของใครคนหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิด“อะไรนักหนาวะ”สะบัดผ้าห่มออกจากลำตัว ก่อนจ้ำอ้าวเดินตรงไปส่องตาแมวที่ประตูเพื่อดูผู้มาเยือนท้องฟ้ามาทำไมอีก?ทันทีที่ตาเห็นว่าคนที่ยืนอยู่หลังประตูเป็นใคร ฉันก็รีบบิดลูกบิดเปิดประตูห้องให้ทันที“หวาน คุยกันหน่อยได้มั้ย แป๊บเดียวก็ได้ คุยกับกูหน่อยนะ”สองม





