Home / วาย / 72 ชั่วโมงที่รักผลิบาน / บทที่ 2 ไม้กันหมา

Share

บทที่ 2 ไม้กันหมา

last update publish date: 2026-04-13 01:56:04

สาวิตรี รัตน์นาภิรมย์ หญิงสาววัยสี่สิบ เจ้าของร้านเบเกอรีโฮมเมดที่เปิดมานานกว่าสิบปี ตอนนี้เธอกำลังงุนงงกับบุคคลแปลกหน้าที่พยายามจะขอเข้ามาช่วยล้างอุปกรณ์ทำขนมทั้งที่ไม่ได้รู้จักมาก่อน แถมยังมีพิรุธเรื่องที่จะซื้อขนมร้านเธอให้ได้ ถึงขนาดขอซื้อบัตรคิวต่อจากลูกค้าคนอื่น หากเธอไม่เปิดกล้องวงจรปิดดูระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ ก็คงไม่รู้เรื่องนี้

“ขอบคุณที่มีน้ำใจนะคะ แต่ฉันไม่ต้องการผู้ช่วยตอนนี้ค่ะ”

เจ้าของบ้านย้ำชัดอีกครั้ง แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าก็ยังไม่ละเว้นความพยายาม

“โถ่ ก็ต้องการไว้สักคนสิคะ มีผู้ช่วยดีกว่าไม่มีนะคะ งานคุณจะได้เสร็จเร็ว ๆ ไง”

“ไม่เป็นไรค่ะ อีกอย่าง เราสองคนไม่รู้จักกันด้วย”

บานหน้าต่างกำลังจะถูกปิดอีกครั้ง แต่รัญรีบยื่นมือขวาไปตรงหน้าอีกฝ่ายทันที

“ฉันชื่อรัญค่ะ คุณชื่ออะไรคะ?” รัญยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว ดวงตาแพรวพราวระยิบระยับ

รอยยิ้มนั้นทำเอาคนที่ได้เห็นชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เพียงครู่เดียวสาวิตรีก็กลับมามีสีหน้าราบเรียบดังเดิม และยังไม่ยอมปริปากพูดอะไร รัญจึงเอ่ยต่อ

“เธอคะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เรามาทำความรู้จักกันมั้ยคะ”

“เธอ?” คนอายุมากกว่าขมวดคิ้วยิ่งขึ้น

“ก็เธอไม่ยอมทำความรู้จักกันนี่คะ จะให้เรียกว่าอะไรล่ะ”

รัญนึกยิ้มอยู่ในใจ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายชื่ออะไร อายุเท่าไหร่

“ฉันชื่อสาวิตรี เรียกสาก็ได้”

“สา ชื่อเพราะจัง แล้วคุณอายุ...?”

“สี่สิบ”

“โหววว ไม่น่าเชื่อ หน้าเด็กมากกกกกกก”

รัญลากเสียงยาวจนคนที่ได้ยินกลอกตาไปมา

“หมดธุระรึยัง กลับไปได้แล้ว ฉันมีงานต้องทำอีกเยอะนะคุณ อย่ามาเล่นอะไรไร้สาระ”

“เดี๋ยวค่ะ ๆ”

รัญเท้าสองแขนลงบนขอบหน้าต่าง คราวนี้แทบจะเอาร่างกายท่อนบนเอนเข้าไปทางบานหน้าต่าง

“รัญไม่ได้มาเล่น ๆ นะคะ ตั้งใจมาซื้อขนมจริง ๆ ค่ะ แต่ถ้าขนมหมดแล้ว งั้นเรามาทำความรู้จักกันมั้ยคะ”

“ไม่ค่ะ ขนมหมด คุณก็กลับไป นี่คือสิ่งที่ถูกต้อง”

“โถ่พี่สา”

สาวิตรีหันขวับมามอง เมื่ออีกฝ่ายเรียกเธอด้วยน้ำเสียงฟังดูสนิทสนมซะเหลือเกิน ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่นาทีด้วยซ้ำ

“คุณต้องการอะไร? คุณไม่ได้มาที่นี่แบบที่ลูกค้าทั่วไปเค้าทำกันนะ” สาวิตรีขมวดคิ้วมองอย่างจับพิรุธ

“ว้าว...แบบนี้ก็แปลว่ารัญเป็นลูกค้าคนพิเศษน่ะสิ เข้าท่าดีจัง”

คนเด็กกว่ายืนกอดอกพิงขอบหน้าต่าง เคาะนิ้วชี้กับต้นแขนตัวเองเบา ๆ ด้วยท่าทีสบายใจ พร้อมกับสายตาที่มองดวงอาทิตย์ที่คล้อยต่ำลงมาเรื่อย ๆ

“ถ้าคุณไม่กลับ ฉันจะโทรแจ้งตำรวจ”

รัญละสายตาจากดวงอาทิตย์หันไปมองหน้าเจ้าของบ้านทันที “โห ถึงขั้นเรียกตำรวจมาจับเลย โอเค งั้นกลับก็ได้ค่ะ ไว้มาใหม่วันหลัง”

ยังไม่ทันที่สาวิตรีจะตอบอะไรกลับไป เสียงโหวกเหวกโวยวายของใครคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาตรงถนนหน้าร้าน รัญขมวดคิ้วพลางชะโงกหน้ามองไปทางรั้วบ้าน

ขณะที่พี่สา...ปฏิกิริยาของเธอเปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น

ใบหน้าหวานที่เคยนิ่งสงบกลับซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาโตคู่นั้นสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก เธอรีบหดตัวกลับเข้าไปในเงามืดของบ้าน พยายามจะดึงบานหน้าต่างปิดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่สนว่ามือของรัญยังคั่นอยู่หรือไม่

“เดี๋ยว! พี่สา เป็นอะไรไปคะ?”

รัญร้องทักพลางรีบดึงมือออกตามสัญชาตญาณ ก่อนจะมองตามสายตาของพี่สาไปที่รั้วบ้าน

ผู้หญิงคนหนึ่งในชุดเดรสสีแดงเพลิงหรูหราก้าวเข้ามาในอาณาเขตบ้านไม้ด้วยท่าทางถือดี เธออายุรุ่นราวคราวเดียวกับรัญ ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจัดจ้านดูเฉี่ยวคม แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจและอารมณ์ที่คุกรุ่น

“พี่สา! วันนี้เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องค่ะ คริสบอกแล้วไงว่าคริสไม่เลิก พี่ออกมาคุยกับคริสเดี๋ยวนี้นะ!!”

เสียงแหลมปรี๊ดของแขกไม่ได้รับเชิญดังลั่นสวนที่เคยเงียบสงบ รัญหันกลับมามองพี่สาที่ตอนนี้ยืนตัวสั่นอยู่หลังเคาน์เตอร์ทำขนม มือไม้ของคนตัวเล็กกว่าคว้าเอาผ้าเช็ดมือมาบีบไว้แน่นราวกับเป็นที่พึ่งสุดท้าย

“เจ้าหนี้พี่เหรอ มายืนแว้ดอยู่หน้าบ้านน่ะ”

รัญถามเจ้าของบ้านด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

“ไม่ใช่เจ้าหนี้” สาวิตรีตอบเสียงสั่นพร่า ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่รัญไม่เคยเห็นมาก่อน

“เอ้า ไม่ใช่เจ้าหนี้แล้วใครคะ แล้วไมพี่ไม่ออกไปอะ เค้ามาหาพี่นะนั่น”

“แฟนเก่า”

รัญเลิกคิ้วขึ้นทันที แววตาที่เคยขี้เล่นเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอสัมผัสได้ถึงรังสีของความอึดอัดที่แผ่ออกมาจากตัวของผู้หญิงคนนี้

ผู้หญิงชุดแดงถือวิสาสะเปิดประตูรั้วไม้แล้วเดินเข้ามาในบ้าน เมื่อรัญหันกลับมามองพี่สาก็เห็นว่าอีกฝ่ายมองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังหาที่หลบซ่อน

“ช่วยหน่อย” สาวิตรีหันกลับมามองหน้ารัญ

“ว่าไงนะคะ?”

“ทำยังไงก็ได้ให้เค้ากลับไปหน่อย”

รัญยกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินแบบนั้น “ช่วยไงดีน้า”

“บอกเค้าไปว่าฉันไม่อยู่ หรืออะไรก็ได้ สักอย่างเหอะน่า” สาวิตรีบอกเสียงสั่นเมื่อเห็นว่าแฟนเก่าของเธอเดินเข้ามาเกือบจะถึงหน้าบ้านแล้ว

“อืม...ให้รัญช่วยเป็นไม้กันหมาให้มั้ยคะ พี่สาวคนสวย” รัญยังคงมีอารมณ์เย้าแหย่อีกฝ่ายไม่เลิก

“นี่ ฉันชื่อสา และฉันไม่ใช่พี่เธอ ไม้กันหมาบ้าบออะไรฉันไม่เอา แค่บอกให้เค้ากลับไป ทำได้มั้ย”

“ไอทำน่ะมันทำได้ค่ะ ว่าแต่...ถ้าทำได้แล้วจะได้ไรอะ?” รัญยิ้มกริ่ม

“โอ๊ย ก็ทำก่อนเหอะน่า บ้าจริง คริสเดินมาถึงนี่แล้ว”

สาวิตรีเบิกตาโพลงเมื่อเห็นว่าแฟนเก่าปากแซ่บของเธอมาหยุดอยู่ใกล้รัญแล้ว เธอจึงรีบหลบตัวลงต่ำแล้วเอาตัวเองมุดเข้าไปซ่อนใต้เคาน์เตอร์ด้านในร้าน ส่วนรัญก็หันไปยิ้มแฉ่งให้หญิงสาวชุดเดรสสีแดงที่มาหยุดอยู่ตรงหน้า

“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า วันนี้ร้านปิดแล้วค่ะ” รัญหันไปส่งยิ้มให้ผู้มาเยือน

“ฉันรู้ แต่ฉันไม่ได้มาซื้อขนม ฉันมาหาเจ้าของร้าน”

“เจ้าของร้านไม่อยู่ค่ะ”

“ไม่อยู่ได้ไง รถจอดอยู่โน่น”

ใบหน้าเรียวสวยที่แต่งแต้มเครื่องสำอางแบบจัดเต็มพยักพเยิดหน้าไปยังโรงรถด้านข้างตัวบ้านที่มีรถเก๋งสีขาวจอดอยู่

“รถอยู่แต่คนไม่อยู่ไงคะ ไม่อยู่ก็แปลว่าไม่อยู่เนอะ”

รัญเดินไปหยุดหน้าประตูบ้าน เพราะเห็นท่าทีแล้วว่าอีกฝ่ายจ้องมองไปที่ลูกบิดประตูหลายครั้ง เดาไม่ยากว่าในหัวกำลังคิดอะไรอยู่

“ไม่อยู่แล้วไปไหน จะกลับเมื่อไหร่ แล้วคุณเป็นใคร มารู้เรื่องพี่สาได้ไง”

“โอ๊ย ถามเยอะถามแยะจริงแม่คุณ ไม่รู้จะตอบคำถามไหนดีเนี่ย” รัญยืนกอดอกพิงประตูด้วยท่าทีสบายใจ ต่างจากอีกฝ่ายที่ร้อนรนแทบอยู่ไม่ติด

“งั้นก็ตอบมาคำถามเดียว คุณเป็นใคร ฉันมาที่นี่บ่อย ทำไมไม่เคยเห็นหน้า”

“ถามละเอียดเกินไป ขอไม่ตอบค่ะ แล้วคุณล่ะเป็นใคร มีธุระอะไรกับพี่สาไม่ทราบ” รัญถามเสียงนิ่ง แววตาจริงจัง

“ฉันเป็นแฟนพี่สา” หญิงสาวตรงหน้าตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

รัญเลิกคิ้วเล็กน้อย “เอ๊ะ เป็นแฟน? แน่ใจเหรอคะ เป็นแฟนแล้วทำไมไม่รู้ล่ะว่าแฟนตัวเองไปไหน?”

“ก็...ก็ฉัน เอ่อ”

“แฟน หรือแฟนเก่ากันแน่” รัญถามย้ำ

“แล้วมันเรื่องอะไรของคุณไม่ทราบ? ตกลงรู้รึเปล่าว่าพี่สาไปไหน ถ้าไม่รู้ก็ถอยไป ฉันจะเข้าไปรอพี่สาในบ้าน”

“ไม่ได้ค่ะ” รัญอ้าสองแขนออกกว้างขวางประตูบ้านเอาไว้ “ถ้าคุณเข้าไป ฉันจะแจ้งข้อหาบุกรุกนะคะ”

“คุณเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาแจ้งข้อหาฉัน”

“ฉันเป็นแฟนพี่สา...แฟนใหม่ แฟนปัจจุบัน แฟนคนเดียวของพี่สาค่ะ”

“ห้ะ” หญิงสาวตรงหน้าขมวดคิ้วด้วยความงุนงง “ไม่จริงอะ พี่สายังไม่มีแฟนใหม่ ยิ่งถ้านิสัยแบบนี้ ไม่มีทางที่พี่สาจะเอาเป็นแฟนแน่ ๆ”

“ทำไม? นิสัยแบบฉันมันทำไม”

“ก็พี่สาน่ะ ชอบคนสวย คนพูดเพราะ น่ารักนิสัยดี อย่างฉันนี่ แบบเธอน่ะฝันไปเถอะย่ะ!”

“ฮ่า ๆ คนสวยพูดเพราะที่มายืนแว้ด ๆ แบบคุณเนี่ยนะ คนบ้าอะไรอวยตัวเองก็ได้” รัญหัวเราะพร้อมกับส่ายหน้าเบา ๆ

“นี่ พูดให้ดี ๆ นะ แกว่าใครบ้า”

รัญญาวีร์ขยับยิ้มเยือกเย็น แววตาที่เคยขี้เล่นเมื่อครู่จางหายไป เปลี่ยนเป็นความนิ่งลึกอย่างยากจะเดาคำตอบ เธอสาวเท้าเข้าไปหาผู้หญิงในชุดเดรสแดงอีกหนึ่งก้าว ระยะห่างที่ลดลงทำให้คริสเป็นฝ่ายผงะถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว

“ว่าคุณนั่นแหละ” รัญตอกย้ำ

“แกสิบ้า! กล้าดียังไงมาว่าฉัน พี่สา! ออกมาดูเด็กปากเสียของพี่เดี๋ยวนี้นะ!” คริสแผดเสียงเรียกเข้าไปในบ้าน แต่กลับมีเพียงความเงียบตอบกลับมา

“เลิกโวยวายได้แล้ว พี่สามีแฟนใหม่แล้ว หยุดฝัน หยุดเพ้อเจ้อค่ะ กลับไปซะ ชิ่ว ๆ” รัญโบกมือไล่ราวกับกำลังไล่สัตว์บางชนิด

“อีเด็กนี่! แกเป็นใครกันแน่!” หญิงสาวตรงหน้ากำมือแน่น ใบหน้าของเธอแดงก่ำ แววตาสั่นระริก

“รัญญาวีร์ จิรเดชารัตน์ค่ะ...”

รัญเอ่ยชื่อจริงนามสกุลจริงด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่กลับทำให้คริสชะงักกึก นามสกุลที่คุ้นหูในแวดวงสังคมชั้นสูงและธุรกิจทำให้ความมั่นใจของหญิงสาวชุดแดงเริ่มสั่นคลอน

“ฉันไม่ใช่แค่แฟนใหม่ แต่ฉันคือคนที่จะไม่ยอมให้ใครมาทำกิริยาแย่ๆ ใส่แฟนของฉันอีกแล้ว เรื่องของคุณกับพี่สามันจบแล้ว ประตูอยู่โน่น เชิญ!!”

รัญยกมือถือเครื่องหรูขึ้นมา กดเปิดกล้องแล้วจงใจถ่ายภาพใบหน้าของคริสที่กำลังบิดเบี้ยวด้วยความโกรธไว้หนึ่งรูป

“นี่แกทำอะไร!”

“เก็บหลักฐานไงคะ...การที่คุณมุดรั้วเข้ามาในยามวิกาล ส่งเสียงดังรบกวนการพักผ่อน และพยายามจะบุกรุกเข้าเคหสถานโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งหมดนี้รวบรวมส่งให้ทนายของตระกูลฉันจัดการได้ไม่ยากเลย”

“แก... แกขู่ฉันเหรอ!” คริสตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธผสมความกลัว เธอรู้ดีว่าคนนามสกุลจิรเดชารัตน์ไม่ได้พูดเล่น และอำนาจเงินของคนตรงหน้าสามารถทำให้ชีวิตเธอพังได้ง่าย ๆ

“ไม่ได้ขู่ค่ะ...แต่สั่งให้กลับไป...เดี๋ยวนี้!”

รัญลดมือถือลง แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในตาของอีกฝ่าย “ถ้าภายในสามนาทีรถคุณยังไม่ออกจากซอยนี้ ฉันจะต่อสายหาตำรวจแจ้งข้อหาบุกรุก และพรุ่งนี้เช้าคุณจะได้รับหมายศาลข้อหาหมิ่นประมาทและคุกคามความเป็นส่วนตัวเพิ่มไปด้วย”

รอยยิ้มมุมปากของรัญดูเย็นเยียบจนน่าขนลุก คริสมองสลับระหว่างประตูกับใบหน้าจริงจังของรัญ เธอกำมือแน่นด้วยความแค้นใจ แต่เมื่อเห็นรัญเริ่มกดหมายเลขในมือถือ ความกลัวก็ชนะทุกสิ่ง

“ฝากไว้ก่อนเถอะ! พี่สาเลือกเด็กนิสัยเสียแบบนี้ พี่ต้องเสียใจแน่ ๆ!”

คริสสะบัดหน้าแล้วรีบก้าวเท้าฉับ ๆ เดินออกจากรั้วบ้านไม้ไปอย่างรวดเร็ว เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบหินกรวดดังถี่ ๆ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงสตาร์ทรถและเสียงล้อบดถนนที่พุ่งทะยานออกไปจากปากซอยอย่างรีบร้อน

ความเงียบกลับคืนสู่บ้านไม้สองชั้นอีกครั้ง รัญยืนนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา แววตาคมกริบเมื่อครู่มลายหายไป กลับกลายเป็นแววตาซุกซนเจ้าเล่ห์ตามเดิม

ให้ตายเถอะ ครั้งแรกในชีวิตที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้’

“ออกมาได้แล้วค่ะ เค้าไปแล้ว”

รัญมองลงไปที่ใต้เคาน์เตอร์แล้วค่อย ๆ โน้มตัวลงไปกระซิบเสียงใส

“ไม้กันหมาเกรดพรีเมียมทำงานเรียบร้อยแล้วค่ะ ถึงเวลาคุยเรื่องข้อแลกเปลี่ยนของเราแล้ว...พี่คนสวย”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • 72 ชั่วโมงที่รักผลิบาน   บทที่ 7 ของหวานที่อร่อยที่สุด

    ค่ำคืนนี้ยาวนานกว่าปกติ แสงไฟนีออนสีชมพูหม่นจากป้ายร้านด้านล่างสาดสะท้อนขึ้นมาถึงหน้าต่างกระจกของห้องพักชั้นสาม กลายเป็นเงารำไรที่วาดผ่านเตียงกว้าง กลิ่นอายในห้องยังคงเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างน้ำหอมแนวดาร์กของรัญญาวีร์และกลิ่นโลชั่นแป้งเด็กอ่อนนุ่มของสาวิตรี แต่วันนี้มีกลิ่นหอมของ ดอกกุหลาบอังกฤษ จากกระถางริมระเบียงที่รัญซื้อให้เมื่อวันวาเลนไทน์โชยเข้ามาด้วย เพิ่มบรรยากาศให้ความเงียบสงัดนี้ดูเย้ายวนใจมากกว่าที่เคยสาวิตรีเอนกายอยู่บนที่นอนหนานุ่ม เธอเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เส้นผมยังมีความชื้นจาง ๆ ทิ้งตัวลงบนหมอนสีขาวสะอาด ร่างกายที่เคยล้าจากการทำขนมมาทั้งวันดูผ่อนคลายลงภายใต้ชุดนอนผ้าไหมลื่นสีครีม ทว่าความสงบนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อแรงยุบตัวของเตียงข้างกายบอกให้รู้ว่า เจ้าหมาป่า ในคราบหมาเด็กกำลังคืบคลานเข้ามาหา“พี่สาคะ...”รัญญาวีร์กระซิบ เสียงของเธอทุ้มต่ำและแหบพร่ากว่าปกติรัญขยับตัวเข้ามาชิดจนลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดอยู่ที่ซอกคอขาว เธอสวมเพียงเสื้อกล้ามตัวบาง และกางเกงนอนผ้าแพรขายาวที่สวมไว้อย่างหมิ่นเหม่ ผิวพรรณของรัญที่ได้รับการดูแลอย่างดีสะท้อนแสงไฟสลัวดูเนียนละเอียด แขนเรียวพาดผ่านเอว

  • 72 ชั่วโมงที่รักผลิบาน   ตอนพิเศษ 6 รดน้ำดำหัว (ที่รัก)

    แสงแดดยามบ่ายของเดือนเมษายนแผดเผาลงมายังผืนดินของฟาร์มเกษตรแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม แต่ความร้อนกลับไม่สามารถทำลายความสดชื่นและความรื่นเริงของเทศกาลสงกรานต์ไปได้วันนี้บรรยากาศรอบฟาร์มถูกตกแต่งด้วยพวงมโหตรซึ่งเป็นกระดาษสีสันสดใสที่พริ้วไหวตามสายลมเย็น ๆ ที่พัดมาจากทุ่งหญ้า กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกมะลิและน้ำอบไทยลอยฟุ้งไปทั่ว ผสมผสานกับกลิ่นหญ้าและกลิ่นอายของธรรมชาติที่คุ้นเคยวันนี้รัญสวมเสื้อยืดตัวหลวมทับด้วยเชิ้ตสีดำแขนสั้น กางเกงขาสั้นสีเบจ และรองเท้าแตะคีบสีน้ำเงิน ผมยาวสีดำถูกมัดรวบหลวม ๆเธอยืนหมุนตัวไปมาหน้ากระจกบานใหญ่ในห้องพักชั้นสองของบ้านไม้ทรงไทย พยายามจัดทรงผมหางม้าให้ดูเรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ใบหน้าที่เคยดูเคร่งขรึมในตอนทำงาน ตอนนี้กลับดูสดใสและตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด“ที่รักคะ รัญแต่งตัวแบบนี้ดูโอเคมั้ยคะ? เรียบร้อยพอมั้ยคะ”รัญหันไปถามคนรักที่กำลังนั่งทำขันน้ำอบอยู่บนเตียงสาวิตรียิ้มละมุน วันนี้เธออยู่ในชุดเสื้อลายดอกสีอ่อน กางเกงขาสั้นสีฟ้า ผมยาวประบ่าถูกรวบครึ่งศีรษะดูน่ารักมากทีเดียว“โอเคมากเลยค่ะ ดูสดใสเข้ากับเทศกาลดีออก พ่อกับแม่พี่ท่านไม่ถือสาเรื่องการแต่งตัว

  • 72 ชั่วโมงที่รักผลิบาน   ตอนพิเศษ 5 หมอดูหมอเดา

    ท้องฟ้าที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในเช้าวันหยุดนี้ดูแจ่มใสเป็นพิเศษ รัญญาวีร์และสาวิตรีตัดสินใจจัดทริป ไหว้พระ 9 วัด เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตคู่และกิจการที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องวันนี้รัญอยู่ในชุดกางเกงผ้าลินินสีครีมดูทะมัดทะแมง เดินจูงมือคนรักที่สวมชุดผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตา ทั้งคู่ดูเหมือนกิ่งทองใบหยกที่เดินสายทำบุญด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยศรัทธาจนกระทั่งเดินทางมาถึงวัดที่ 9 ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่นอกเกาะเมือง บรรยากาศรอบข้างค่อนข้างร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ แต่ในความสงบนั้น รัญญาวีร์กลับสัมผัสได้ถึงสายตาแปลก ๆ จากใต้ต้นโพธิ์ใหญ่หน้าวิหาร“พี่สาคะ รัญว่าเราไหว้พระประธานข้างในเสร็จแล้วรีบกลับกันเถอะ รัญรู้สึกไม่ค่อยดีกับตรงนั้นเลย” รัญกระซิบบอกคนรัก“คิดมากไปรึเปล่าคะ นี่ในวัดนะคะไม่มีอะไรหรอก” สาวิตรียิ้มปลอบใจแต่ทันทีที่ทั้งคู่เดินก้าวพ้นประตูวิหารออกมาเพื่อจะไปยังที่จอดรถ หญิงชราท่าทางประหลาดที่สวมชุดนุ่งขาวห่มขาวแต่ดูมอมแมมก็เดินเข้ามาดักหน้า พร้อมกับจ้องเขม็งไปที่ทั้งคู่ด้วยสายตาที่ดูน่ากลัว“หยุดก่อนแม่หนู!” หญิงชราผู้นั้นตะโกนขึ้นจนนักท่องเที่ยวคนอื่นหันมามอง“ดวงของพวกแกสองคนน่ะ

  • 72 ชั่วโมงที่รักผลิบาน   ตอนพิเศษ 4 เทรนด์ดอกบัวของเจนซี

    บ่ายวันหยุดที่อากาศในกรุงเทพค่อนข้างร้อนระอุ รัญญาวีร์สังเกตเห็นความผิดปกติของแฟนสาวมาตั้งแต่ช่วงเช้า สาวิตรีเอาแต่นั่งจ้องหน้าจอมือถือพลางใช้นิ้วเลื่อนดูรูปภาพในโซเชียลมีเดียซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางครั้งก็แอบถอนหายใจยาวจนรัญที่กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ใกล้ ๆ ต้องละสายตาจากสมุดบัญชีร้านขึ้นมามอง“เป็นอะไรรึเปล่าคะที่รัก ตั้งแต่เช้ามาพี่ถอนหายใจไปแปดสิบครั้งแล้วนะคะ”“บ้า ไม่เยอะขนาดนั้นสักหน่อย” สาวิตรีหันไปมองค้อนแล้วถอนหายใจออกมาอีกครั้ง“นั่นไง ถอนหายใจอีกแล้ว แล้วนั่นดูอะไรอยู่คะ”รัญขยับเข้าไปแล้วชะโงกหน้าดูหน้าจอมือถือของคนรัก ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคือเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และวัยรุ่นเจนซี (Gen Z) ที่กำลังฮิตเทรนด์ถือดอกบัวสีชมพูฉลุกลีบอย่างประณีต ถ่ายรูปคู่กับสถาปัตยกรรมวัดเก่าหรือกำแพงวังในชุดไทยประยุกต์ดูละมุนตา“นั่นมันคอนเทนต์ดอกบัวที่กำลังฮิตตอนนี้นี่คะ”รัญเองก็เห็นภาพเหล่านี้บ่อย ๆ ผ่านหน้าฟีดมือถือ เมื่อเห็นคนรักเลื่อนดูรูปภาพเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอก็พอจะเข้าใจสาเหตุที่ทำให้สาวิตรีถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วนในวันนี้“รูปพวกนี้สวยจังเลยนะรัญ ดอกบัวสีชมพูตัดกับผ้าสไบ พี่เห็นแล้วรู้สึกว่ามั

  • 72 ชั่วโมงที่รักผลิบาน   ตอนพิเศษ 3 สาวิตรีบาร์เบอร์

    ทุกวันที่หนึ่งและสิบหกของเดือน ร้านเบเกอรีจะปิดทำการ ด้วยเหตุผลที่ว่า วันหวยออกบรรยากาศมักจะเงียบ และเพื่อให้พนักงานได้หยุดพักด้วยและวันนี้ก็เป็นวันที่สิบหก บรรยากาศภายในร้านจึงเงียบกว่าปกติ แสงแดดอ่อน ๆ ทอดผ่านกระจกหน้าร้านเข้ามายังเคาน์เตอร์ไม้ที่ไร้กลิ่นขนมปังอบใหม่ แต่กลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นสะอาดของน้ำยาถูพื้นและกลิ่นหอมของดอกไม้จาง ๆรัญญาวีร์นั่งอยู่บนโซฟาในห้องพักชั้นสาม เธอส่องกระจกบานเล็กในมือพลางใช้นิ้วม้วนปลายผมที่เริ่มยาวระต้นคออย่างขัดใจ ผมทรงเดิมที่เคยเซตมาอย่างดีเริ่มดูยุ่งเหยิงและหนาเกินไปจนรำคาญสายตา“พี่สาคะ...” รัญเอ่ยเสียงลากยาว สองตาจ้องมองร่างบางที่กำลังนั่งอ่านนิตยสารเบเกอรีอยู่ข้าง ๆ“ว่าไงคะ” สาวิตรีละสายตาจากหน้ากระดาษ หันมามองแฟนเด็กที่ทำหน้ามุ่ย“รัญว่าผมรัญยาวไปแล้วค่ะ มันจิ้มคอจิ้มหูไปหมดเลย รัญอยากตัดผม...”“งั้นไปตัดพรุ่งนี้มั้ยคะ ตอนที่ออกไปซื้อของที่ห้าง รัญแวะไปตัดผมก็ได้ค่ะ พี่ไปซื้อของคนเดียวได้สบายมาก”สาวิตรีเสนอแนวทางอย่างใจดี แต่แฟนเด็กของเธอกลับส่ายหน้าพลางทำหน้ามุ่ย“ไม่เอาค่ะ รัญไม่อยากไป ไม่อยากเจอคนเยอะ ไม่อยากไปนั่งรอคิว” รัญขยับตัวเข้าไป

  • 72 ชั่วโมงที่รักผลิบาน   ตอนพิเศษ 2 วาเลนไทน์แบบรัญ

    บรรยากาศในร้านขนมวันนี้อบอวลไปด้วยความหอมหวานมากกว่าปกติ กลิ่นสตรอว์เบอร์รีสดและช็อกโกแลตเกรดพรีเมียมลอยฟุ้งไปทั่วร้าน รัญญาวีร์สั่งตกแต่งร้านด้วยลูกโป่งหัวใจโทนสีชมพูและไฟนีออนรูปหัวใจสีแดงสลัว เพื่อต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ที่เวียนมาถึงลูกค้าคู่รักทยอยเข้ามาจับจองที่นั่งตั้งแต่ช่วงสาย เกี๊ยววิ่งวุ่นกับการเป็นตากล้องรับถ่ายรูปฟรี ในมือเธอมีกล้องถ่ายรูปโพลารอยด์ที่สามารถรอรับรูปได้เลย เป็นหนึ่งในสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการเป็นคู่แน่นอนว่ากิจกรรมนี้รัญเป็นคนคิด และจ้างเกี๊ยวมารับงานพิเศษ ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาด ลูกค้าที่มาซื้อขนมปังวันนี้ต่างก็ยิ้มกริ่มกันทุกคน เพราะนอกจากได้ขนมปังอร่อย ๆ กลับบ้านแล้ว ยังได้ภาพถ่ายคู่กับคนรักที่มีฉากหลังเป็นร้านของรัญ กลับไปเป็นที่ระลึกอีกด้วยส่วนสาวิตรีก็ยุ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์กับการแพ็ก กล่องขนมเซตวาเลนไทน์ ซึ่งเธอคิดค้นขนมปังสูตรพิเศษที่สอดไส้สตรอว์เบอร์รีลูกโต และมีจำหน่ายแค่วันที่สิบสี่กุมภาพันธ์วันเดียวเท่านั้น จึงทำให้มียอดจองถล่มทลายรัญญาวีร์เดินตรวจความเรียบร้อยรอบร้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ในมือของเธอถือไอแพดคอยเช็กคิวลูกค้า แต่สายตามักจะเ

  • 72 ชั่วโมงที่รักผลิบาน   บทที่ 30 จุดเริ่มต้น (จบ)

    “ฮ่า ๆ ใครเค้าพูดอะไรแบบนั้นกันล่ะ เราโดนพ่อพี่แกล้งแล้วล่ะ”สาวิตรีระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น เมื่อแฟนเด็กเล่าเรื่องราวการบีบนมวัววันนี้ให้ฟังตอนนี้เป็นเวลาสี่โมงเย็น หลังจากช่วยงานที่ฟาร์มจนเหงื่อซึม สาวิตรีก็พาคนรักมานั่งรับลมเย็น ๆ บนแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นมะม่วง โดยมีภาพวิวตรงหน้าเป็นทุ่งหญ้ากว้

  • 72 ชั่วโมงที่รักผลิบาน   บทที่ 29 ฟาร์มรัก

    นาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่มตรง รัญญาวีร์นั่งหลังตรงแน่วแน่ ในมือถือปากกาพร้อมสมุดโน้ตเล่มโปรด บนโต๊ะเต็มไปด้วยโพสต์อิทสีสดใสที่เขียนข้อความกำกับไว้มากมาย ขณะที่สาวิตรีเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เดินออกมาเห็นสภาพแฟนเด็กก็ได้แต่อมยิ้ม“โห ต้องจริงจังขนาดนี้เลยเหรอคะ แค่จะไปเยี่ยมพ่อกับแม่พี่ ต้องติวเข้มขนาดนี้เลย?”ร

  • 72 ชั่วโมงที่รักผลิบาน   บทที่ 28 ต่อไปนี้เราคือคนเดียวกัน

    สาวิตรียืนอยู่หน้าบ้านไม้สองชั้น พื้นที่ที่เคยเป็นเซฟโซนและทุกอย่างให้กับเธอ วันนี้สายตาเธอมองมันด้วยความรู้สึกปนเป ใจหนึ่งก็ไม่อยากย้ายออกไป แต่ใจหนึ่งก็คิดว่านี่จะเป็นอีกก้าวในการเปลี่ยนแปลงของชีวิตรถกระบะรับจ้างคันใหญ่จอดเทียบหน้าบ้านไม้ที่สาวิตรีใช้ชีวิตมานับสิบปี รัญในชุดลำลองกระฉับกระเฉงกำลั

  • 72 ชั่วโมงที่รักผลิบาน   บทที่ 15 ความสุขของเราทั้งคู่

    แสงไฟจากป้ายโฆษณาในห้างสรรพสินค้าสว่างไสวสวนทางกับบรรยากาศเงียบสงบในบ้านไม้ที่สาวิตรีเพิ่งจากมา ตอนนี้รัญญาวีร์ดูร่าเริงเป็นพิเศษ เธอเดินแกว่งแขนไปมาพลางฮัมเพลงเบา ๆ ขณะนำทางคนข้างกายไปยังโซนโรงภาพยนตร์ “พี่สารอตรงนี้นะ รัญไปซื้อตั๋วกับป๊อปคอร์นแป๊บเดียว ห้ามหนีกลับก่อนนะคะ” รัญกำชั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status