LOGINบทที่ 2
เขตออกนอกเมือง
“คุณมิราคะ คุณมิรา” ฉันลืมตาตื่นด้วยความยากลำบากความรู้สึกในตอนนี้ของหนังตามันหนักอึ้งไปหมด แถมฉันยังรู้สึกหนักหัวคล้ายกับกำลังจะไม่สบายอีกด้วย เสียงผู้หญิงที่กำลังเรียกให้ฉันตื่นคงไม่พ้นนางพยาบาลคนเดิม
“ถึงแล้วงั้นเหรอ?” ฉันยันตัวลุกขึ้นนั่งในท่าสบายพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง สิ่งที่ฉันกำลังเห็นอยู่ตอนนี้เล่นเอาฉันคิดหนัก ฉันต้องมาอยู่ในที่แบบนี้จริง ๆ งั้นเหรอ
พื้นที่ที่มีแต่ป่าปกคลุมรอบตัวบ้านไม้เก่า ๆ ไม่พอเท่านั้นละแวกบ้านก็ไม่มีบ้านหลังอื่นเลยนอกจากบ้านหลังนี้ ไหนจะแสงไฟที่พร้อมจะดับตลอดเวลานั้นอีก
ฉันที่แต่ก่อนเคยอยู่อย่างสุขสบายและมีความสุขกับครอบครัวแต่ไม่กี่นาทีที่ผ่านมามันกลับตาลปัตรไปหมดฉันสูญเสียคนสำคัญในชีวิตไปไม่พอ บ้านก็กลับไม่ได้แถมยังต้องหลบหนีจากคนที่มันจ้องจะทำร้ายฉันอีก
“ใช่ค่ะ” นางพยาบาลส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้กับฉัน แต่ฉันไม่ได้รู้สึกอยากจะอ่อนโยนไปกับเธอเลยสักนิดเธอคนนี้ช่างเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีซะเหลือเกิน
“มือถือก็ไม่มี” ฉันพูดบ่นกับตัวเองเมื่อนึกได้ว่าตั้งแต่เกิดเรื่องฉันก็ทำมือถือตกหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ แบบนี้ฉันจะติดต่อหาเพื่อนฉันได้ยังไงกันสิ่งสำคัญที่สุดเลยคือฉันจำเบอร์ของนางแรนด้าไม่ได้เลย
“น้ำขิงคิดว่าไม่น่าจะมีสัญญาณด้วยนะคะ” นางพยาบาลพูดขึ้นพร้อมกับยกมือถือขึ้นมาก่อนจะถอนหายใจตามทีหลังเมื่อเธอคงเห็นว่าที่ตรงนี้มันไม่มีสัญญาณเลย
“แล้วนี่นายนั้นมันไปไหน” ฉันละความสนใจจากน้ำขิงก่อนจะหันมาสนใจตรงคนขับรถที่ไม่มีใครนั่งอยู่
“เห็นว่ากำลังไปตรวจเช็กความปลอดภัยภายในบ้านให้อยู่ค่ะ” ฉันพยักหน้าเข้าใจแล้วเอนหลังพิงกับเบาะรถพลางมองออกไปนอกกระจกเพื่อดูบรรยากาศด้านนอกที่มีแต่ป่าไม้เต็มไปหมด
ชีวิตต่อจากนี้ไม่ว่าจะเจออะไรฉันต้องสู้ สู้ให้ได้และจะต้องอดทนเพื่อสักวันนึงฉันจะลากคอไอ้คนที่มันทำให้ครอบครัวฉันต้องมาเป็นแบบนี้เข้าคุกให้ได้ ฉันไม่ยอมและจะไม่ปล่อยให้พวกมันได้ลอยหน้าลอยตาแน่
ค่อยดูเถอะ บริษัทที่ว่าดีที่ว่าดังที่ว่าคุณภาพงั้นเหรอ ฉันนี่แหละจะเป็นคนเปิดโปงเบื้องลึกเลวทรามของพวกมันเอง
“มิราลูก” ฉันรีบหันหน้ากลับไปตรงประตูรถเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
“ลุงนายคะ” ฉันรีบขยับตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมกับมองลุงนายที่กำลังก้าวขาขึ้นมาหมายจะนั่งลงข้างฉันโดยมีน้ำขิงเป็นคนเปิดประตูให้ เมื่อลุงนายได้ที่นั่งของตัวเองเสร็จก็มองไปที่น้ำขิงดูเหมือนเธอจะรับรู้บางอย่าง นั้นจึงทำให้ภายในรถมีเพียงฉันกับลุงนายอยู่เท่านั้น
“เป็นไงบ้างลูก ตอนนี้หนูโอเคขึ้นหรือยัง” ลุงนายถามฉันด้วยความเป็นห่วง นี่สินะที่เวลาดูคนก็ให้ดูตอนลำบาก ชีวิตฉันในตอนนี้ก็เหลือเพียงแต่ลุงนายแล้วที่จะช่วยฉันได้
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะลุงนาย” ฉันรีบร้อนถามลุงนายออกไปด้วยความอยากรู้ ฉันพอเดาได้นิดหน่อยแต่มันจะดีที่สุดถ้าลุงนายเป็นคนเล่าออกมาเอง
“เรื่องมันก็มาถึงขนาดนี้แล้วถ้าลุงไม่บอกมิราก็คงจะไม่ยอมใช่ไหม” ลุงนายพูดพร้อมกับทำหน้าลำบากใจนิดหน่อย
“…” ฉันไม่ได้พูดตอบอะไรออกไปแต่ทำเพียงภาษากายคือการพยักหน้าตอบลุงนายออกไปแทน จนลุงนายถึงกับพ่นลมหายใจออกมา
“ที่บริษัทใหญ่เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น คือข้อมูลสำคัญรั่วไหลไปถึงอีกบริษัทนึงที่เป็นคู่แข่ง นั้นจึงทำให้รู้ว่าภายในบริษัทมีหนอนบอนไส้ ทางบอร์ดบริหารจึงได้ทำภารกิจลับบางอย่างเพื่อจับตัวคนที่มันเอาข้อมูลไปขาย จนในที่สุดก็จับได้...” ลุงนายเงียบลงเมื่อต้องพูดถึงคนที่เอาข้อมูลบริษัทไปขาย
“แล้วคนที่เอาข้อมูลของบริษัทไปขาย ก็คือพ่อของมิรางั้นเหรอคะ” ฉันพูดออกมาแทนลุงนายที่เอาแต่นั่งเงียบ
“…” ลุงนายเงียบไม่ยอมพูดะไรออกมาสักคำ
“ไม่จริง มิราไม่เชื่อพ่อมิราไม่ใช่คนแบบนั้นลุงนายเองก็น่าจะรู้จักพ่อมิราดีที่สุดนิคะ” ฉันอยู่กับพ่อมาทั้งชีวิตฉันเห็นมาตลอดว่าพ่อรักบริษัทนี้มากแค่ไหนไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่พ่อจะทรยศบริษัทที่ตัวเองรัก
“อย่าลืมทำให้พี่ด้วยสิครับ อืมม” พี่เขาเองก็จับแขนฉันให้เอามือไปจับยังส่วนลูกชายของเขาเช่นกันนานหลายนาทีที่เราทำแบบนี้ให้กันจนฉันและเขาปลดปล่อยออกมา“พะ...พี่แดน” ฉันเรียกชื่อพี่เขาที่นั่งอยู่ตรงระหว่างขาของฉัน“จะให้พี่หยุดไหม?” พี่เขาพูดพร้อมกับใช้น้องชายถูส่วนนั้นของฉันอยู่ แล้วแบบนี้จะถามเพื่ออะไรกัน“…” ฉันเงียบแทนและหันหน้าไปมองทางอื่น พอฉันทำแบบนี้พี่เขาก็หัวเราะออกมาเสียงเบาหลังจากที่แกล้งฉันสำเร็จ“ผ่อนคลายไว้นะครับ เจ็บแป๊บเดียว”ปึก!“อื้อ!” ฉันร้องออกมาเสียงดังด้วยความเจ็บปวดที่พี่เขากระแทกเข้ามาทีเดียวโดยที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมเขายังมาจูบฉันเอาไว้ด้วยเพื่อไม่ให้ฉันร้องออกมาเสียงดังจนคนข้างนอกได้ยิน“อืม มิรา ~” พี่เขาเริ่มขยับส่วนตรงนั้นพลางเอ่ยเรียกชื่อฉันไปด้วย“อื้ออ อ๊า ~ บะ...เบาหน่อยพะ...พี่แดน” ฉันพูดออกไปไม่เป็นภาษาเมื่อแรงกระแทกของพี่เขามันรุนแรงมากขึ้นจนฉันต้องใช้มือจับที่ท้องน้อยของตัวเองด้วยความจุก“รัดพี่ขนาดนี้จะให้พี่ทำเบาได้ยังไง!” เราสองคนหอบหายใจเข้าออกอย่างแรงเหมือนกันหลายนาทีที่พี่เขาทำแบบนี้โดยเปลี่ยนท่าทางไปมา มีเพียงแค่เสียงหอบหายใจเสียงเ
“ครับแม่ ถ้าที่นู้นคงที่แล้วเมื่อไหร่ ผมก็จะกลับมาช่วยงานพ่อที่ไทยต่อครับ” ฉันยิ้มให้กับคำพูดของเขา“จริงเหรอลูก!” แม่ของเขาดูดีใจมาก เรื่องนี้ฉันรู้มาจากคุณปู่แล้วว่าพี่แดนเพื่อไปควบคุมคนและไปจัดการเรื่องการรับตำแหน่งนิดหน่อยนอกนั้นเขาก็สามารถไปกลับระหว่างไทยกับรัสเซียไทยถ้าเขาไม่เหนื่อยก่อนนะ“พ่อครับ...” รอบนี้เป็นพ่อของพี่แดนเองที่หันไปเรียกคุณปู่ที่นั่งทำหน้านิ่งอยู่ ฉันรู้ว่าปู่คงดีใจที่ลูกชายตัวเองหันมาเรียกพ่อแบบนั้นแต่แค่ปั้นหน้าเหมือนหลานตัวเองไม่มีผิดและที่พ่อของพี่แดนต้องหันไปหาปู่เพราะคงกำลังอยากรู้ว่าปู่จะปล่อยพี่แดนให้กลับมาได้จริงเหรอ“อะแฮ่ม! เออก็ตามที่มันพูดนั้นแหละ” ฉันได้แต่ยิ้มและส่ายหน้าออกไป“แม่ทานนี้หน่อยนะครับ” และพี่แดนก็เริ่มทำให้สิ่งที่ฉันไม่ได้ขอเอาไว้ นี่คงเป็นการทลายกำแพงที่เขามีแต่ครอบครัวของตัวเอง เขากำลังทำด้วยตัวเองโดยที่ฉันไม่ได้ขอก่อนหน้านั้นฉันขอให้เขาช่วยแสดงออกให้มากกว่านี้หน่อย อย่างน้อยเรียกคำว่าแม่ด้วยใบหน้าที่เต็มใจและหันกลับมาคุยและสนใจท่านบ้างได้ไหม ฉันไม่ได้บังคับว่าพี่แดนจะต้องทำแต่ฉันแค่อยากให้พี่แดนแสดงมันออกมาเท่าที่พี่แดนทำได้ก็
การที่ปู่ของเขาเรียกฉันไปคุยมันเกี่ยวอะไรกับการที่ฉันจะต้องไปจากเขากันเพราะสิ่งที่ทำให้ฉันเสียใจและเศร้าคือเรื่องสมัยเด็กของเขาต่างหากที่ปู่ได้ทำผิดกับพ่อแม่เขาโดยการพรากเขาไปจากพ่อแม่ของตัวเองปู่ของเขาเล่าเรื่องที่ตัวท่านเองทำผิดทั้งหมดให้ฉันฟังเพื่อหวังระบายมันออกมาและปู่ก็อยากทำเพื่อหลานของตัวเองด้วยการที่อยากจะให้ฉันดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่ฉันทำได้แต่เมื่อไหร่ถ้าหลานของท่านนอกใจหรือทำให้ฉันเสียใจปู่ก็บอกว่าฉันสามารถฟ้องท่านได้เลย เพราะท่านจะจัดการให้อย่างสาสมแต่ขอแค่ฉันรักหลานของท่านจริง ๆ เพราะเรื่องราววัยเด็กของเขามันช่างแตกต่างจากคนอื่นมากอีกอย่างฉันก็ต้องรับให้ได้ด้วยว่าเขาจะต้องกลับรัสเซียเพื่อไปรับตำแหน่ง มันจะทำให้เวลาของฉันกับพี่แดนมีน้อยลงมาก แต่ปู่ท่านเองก็บอกว่าฉันสามารถไปอยู่ที่นั้นได้ถ้าฉันต้องการเพราะแบบนี้สินะถึงได้ทำให้แม่ของเขามีสีหน้าแบบนั้นและสิ่งที่เขาทำกับแม่แบบห่างเหินเขาไม่ได้ตั้งใจทำ แต่แค่เขาไม่รู้ว่าควรจะปฏิบัติตัวยังไงกับมารดาของตัวเองมากกว่าเพราะตั้งแต่เด็กเขาอยู่กับปู่ที่เลี้ยงเขามาโดยตลอดเลยทำให้ความสัมพันธ์เขากับพ่อแม่ห่างหายไปเหมือนเป็นแค่คนแ
หรือปู่ท่านจะมาคุยกับฉันเรื่องที่ฉันทำกับหลานรักของตัวเองไว้งั้นเหรอ อย่าบอกนะว่าพี่แดนไปฟ้องปู่เขาอะ“หลานข้าเป็นยังไงในความคิดของแม่หนู” ฉันมองคนตรงหน้าพร้อมกับตั้งคำถามภายในใจว่าคนคนนี้จะมาไม้ไหนทำไมถึงได้ถามแบบนี้ออกมาแถมท่าทีก็เปลี่ยนไปจากข้างนอกเวลาอยู่ต่อหน้าสามคนข้างนอกปู่จะวางมาดน่ากลัวตลอด แต่ตอนนี้กับกำลังทำหน้าตาดีใจพร้อมกับถามฉันเรื่องของพี่แดนออกมา“ว่าไงล่ะเอ๊ะอย่าเงียบสิข้าถาม” ฉันละความคิดออกจากตัวเองที่เอาแต่ตั้งคำถามแล้วหันกลับมาตั้งสติตอบคนตรงหน้าที่เริ่มโมโหออกมาแล้วปู่กับหลานอารมณ์พอกันเลย“พี่เขาก็ขยันทำงานดีค่ะ” ฉันที่ไม่กล้าตอบด้านลบ ๆ ออกไปก็เลยพูดเรื่องดีแทน“แค่นี้? พูดมาสิข้อเสียมันมีอะไรบ้างไอ้เรื่องทำงานข้าเลี้ยงมันมาข้าก็ต้องสั่งสอนเรื่องนี้มาดีอยู่แล้ว” ปู่แกพูดด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ที่ฉันเอาแต่พูดชมหลานของเขาฉันเดาทางไม่ถูกละนะ“ให้หนูพูดข้อเสียเหรอคะ?” ฉันถามย้ำอีกครั้ง นี่เราไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม“ก็เออสิวะ!” ปู่เองก็ตอบออกมาด้วยเสียงที่ดังเหมือนกับกำลังโมโห“ถ้าข้อเสียก็คง...บ้างานไปหน่อยไม่สนใจความรู้สึกคนรอบข้างทำอะไรเกินตัวตลอดอย่างกับตัวเองเป็
“วันนี้คุณแดนดูมีความสุขจังเลยนะครับ” ฉันกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทันได้ฟังเสียงของลุงที่ดูแลสวนของบ้านพูดขึ้นมาพอดี“งั้นเหรอครับ” เขาตอบลุงคนนั้นพร้อมกับยิ้มแล้วหันมามองที่ฉัน เป็นรอยยิ้มที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน จนฉันถึงกลับหยุดมองหน้าเขาไปนานหลายนาทีเลยตั้งแต่ที่ทำงานกับเขามา เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขายิ้มได้น่ารักแบบนี้ไม่สิฉันต้องอย่าหลงกลไม่รู้เขาจะแกล้งอะไรอีกหรือเปล่า“พี่แดน! ลบออกเลยนะ” ฉันรีบวิ่งตามเขาเข้าไปในบ้านเมื่ออีกฝ่ายวิ่งหนีเข้าไปให้บ้านก่อนฉันแดน Talk“โอ๊ย! หยุดก็ไม่บอก” ระหว่างที่ผมวิ่งหนีมิราเข้ามาในบ้านโดยไม่ได้มองเลยว่ามีใครกำลังนั่งอยู่ตรงห้องรับแขกบ้าง และเมื่อเห็นว่ามีคนสำคัญนั่งอยู่ผมจึงต้องปรับตัวใหม่อัตโนมัติจนทำให้อีกคนที่วิ่งตามผมเข้ามาต้องมาชนเข้ากับหลังของผมแทน“ไงหลานรักดูมีความสุขจังเลยนะ” ผมปั้นหน้านิ่งแบบที่ชอบทำเมื่อคนตรงหน้าที่นั่งอยู่ตรงกลางโดยมีพ่อและแม่ผมนั่งทำหน้ากังวลกันคนละข้างอยู่จะเป็นปู่ที่เลี้ยงผมมาแต่เด็กปู่มักจะพูดกรอกหูผมตลอดว่าการมีความรักจะทำให้หน้าที่ของเราเสียเหมือนกับพ่อที่หนีไปกับแม่และย่าที่หนีปู่ไปเช่นกันจนปู่ถึงกับเสียการเสียง
“ว่าไง?” เขาถอนจูบออกเพื่อให้ฉันได้พักหายใจหายคอ แล้วเริ่มถามจี้ฉันอีกครั้งเพื่อให้ฉันตอบออกไปว่าตกลงจะยอมทำตามที่เขาบังคับมาไหมคือการตกลงคบกับเขาอย่างที่เขาพูดนั้นแหละ“เรื่องแบบนี้มันก็ต้องคะ...คิดกันก่อนสิคะ” ฉันดันหน้าอกของเขาเอาไว้เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะก้มลงมาจูบอีกครั้งเมื่อฉันตอบไม่ตรงกับที่เขาต้องการสายตาของเขาเอาแต่มองมาที่ริมฝีปากของฉันจนฉันเริ่มขยับตัวไม่ถูกแล้ว“พี่ต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นมิราก็ต้องนั่งให้พี่จูบอยู่แบบนี่เนี่ยแหละจนกว่าพี่จะได้คำตอบที่ต้องการ” เขาพูดอย่างเอาแต่ใจตัวเองแล้วก็เริ่มรุกรานฉันขณะที่เรายังนั่งอยู่ในรถและในบ้านที่มีพ่อแม่ของเขาอยู่“ดะ...เดี๋ย- อื้อ” คำพูดของฉันถูกอีกคนกลืนกินไปเมื่อเขาประกับจูบลงมาอีกครั้ง ต่อให้ฉันใช้แรงดันเอาไว้อยู่ที่ตามแต่สุดท้ายแรงผู้ชาย ฉันก็ไม่สามารถสู้ได้“หรือมิราจะบอกว่าไม่ได้รักพี่?” เขาหยุดจูบแล้วเอ่ยถามฉัน“ใช่ค่ะ! มิราไม่ได้คิดกับพี่แบบนั้นเพราะงั้นปล่อยมิราได้แล้ว” เพื่อจบเรื่องนี้ฉันจึงต้องตอบโกหกออกไปพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่นแทน“หึ ใบหน้าที่แดงเสียงเต้นของหัวใจและสุดท้ายสายตาที่ใช้มองพี่ เพียงแค่นี้ก็เป็นหลัก