LOGIN“จะ...จริงเหรอ! แกรู้ได้ไงแล้วแกมั่นใจได้ยังไงว่าพี่แดนทำแบบนั้นจริง” ฉันเข้าใจนางแรนด้านะที่จะไม่เชื่อเพราะนั้นก็คือพี่ห่าง ๆ ของมัน
“ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันกำลังจะพูดมันดูไม่น่าเชื่อสักเท่าไหร่ แต่รู้แค่ว่าฉันไม่ได้โกหกแล้วกัน ฉันสืบหาข้อมูลมาดีแล้ว” นางแรนด้าไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเพียงแต่มองฉันด้วยสายตานิ่ง ๆ แทน
สองชั่วโมงต่อมา
“ถ้าไม่ติดประชุมนะคงได้เมาท์กับแกยาว ๆ แน่” ฉันมองนางแรนด้าที่กำลังจัดเอกสารอยู่ ดูเหมือนอีกไม่กี่นาทีเธอกำลังมีประชุม
“ยังมีเวลาให้เมาท์อีกเยอะจ้ะ ยังไงฉันก็ได้เข้าทำงานที่นี้แล้ว” ฉันพูดเชิ่ด ๆ ใส่นางไปแบบที่ชอบทำใส่กันสมัยยังเรียนด้วยกันอยู่ พูดแล้วก็คิดถึงสมัยนั้นเลย สมัยที่ทุกอย่างมันดีไปหมด
“ผ่านด่านพี่ชายฉันให้ได้ก่อนเถอะ เห็นไล่คนออกอย่างกับสั่งขี้มูก” นางแรนด้าพูดพร้อมเบะปากใส่ฉัน
“ค่อยดูแล้วกันฉันไม่ยอมทำให้ตัวเองโดนไล่ออกมาง่าย ๆ หรอก ไม่งั้นทุกอย่างที่ฉันอุตส่าห์ทำมาต้องเสียเปล่านะสิ” ใช่แล้วถ้าฉันโดนไล่ออกสี่ปีที่ผ่านมาก็ไม่มีค่าเลยนะสิ เพราะงั้นฉันไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้นหรอกนะ
“แกมั่นใจแล้วใช่ไหมว่าการแก้แค้นมันจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นมาจริง ๆ ฉันไม่อยากเห็นแกมาเสียใจทีหลังกับสิ่งที่ทำนะมิรา” นางแรนด้าจัดเอกสารไปก็พูดกับฉันไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แกจะไม่มีวันได้เห็นวันนั้นวันที่ฉันเสียใจที่ได้แก้แค้น แต่แกจะได้เห็นว่าฉันจะต้องมีความสุขเมื่อการแก้แค้นของฉันมันสำเร็จแล้วเท่านั้นแรนด้า” ทำไมฉันจะต้องเสียใจด้วยล่ะในเมื่อฉันแค่จะเอาผิดกับคนที่มันชอบใส่ร้ายคนอื่น
“เฮ้อ ~ แล้วแต่แกเลยเพื่อน! แล้วนี่จะกลับยังไง” นางแรนด้าถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายเมื่อฉันพูดเถียงไม่หยุดพร้อมกับเอ่ยถามเรื่องอื่นต่อเพื่อเปลี่ยนบทสนทนาที่กำลังมาคุ
“น่าจะวินมอไซค์ ฉันเช่าคอนโดอยู่แถวนี้พอดีไม่ได้ไกลอะไรขนาดนั้น” นางแรนด้าพยักหน้าให้เพื่อรับรู้กับสิ่งที่ฉันพูด ฉันออกมาใช้ชีวิตอยู่คนเดียวได้สักพักใหญ่ ๆ แล้ว แต่ก่อนอาจจะพึ่งเงินของลุงนายก็จริง แต่หลังจากนี้เมื่อได้เข้าทำงานที่นี่ฉันก็ต้องพึ่งตัวเองแล้ว
“โอเค งั้นฉันขอไม่เดินไปส่งนะจ๊ะ สายละเดี๋ยวโดนพ่อกินหัวเอา” ฉันได้แต่ส่ายหัวไปมากับท่าทางโก๊ะ ๆ ของนาง
“ยะ!”
ชั้นล่างสุดของบริษัท
“คนเยอะอะไรขนาดนี้กันเนี่ย!” ฉันพูดออกมาอย่างหัวเสียเมื่อสายตามองไปเห็นตรงทางออกที่กำลังมีคนกำลังเข้าแถวตอกบัตรออกอยู่ ซึ่งแถวก็โคตรจะยาวเลย ถ้าไปยืนรอตอกแบบคนอื่นมีหวังคนแรก ๆ ที่ออกไปแย่งพี่วินฉันไปกันหมดแล้วนะสิ
ไปออกทางด้านหลังแล้ววิ่งอ้อมมาทางด้านหน้าก็ได้วะ!
“ให้ตายเถอะ บริษัทก็ออกจะใหญ่แต่ทางออกดี ๆ มีแค่ทางเดียวเนี่ยนะ เชื่อเขาเลย!” เดินไปก็บ่นไประยะทางที่ต้องเดินไปตรงทางออกด้านหลังนี้ก็ไกลพอควรเลย
“ดีนะที่คนไม่ได้เยอะเหมือนอีกทาง” เมื่อเดินมาถึงฉันก็เห็นมาแต่ไกลแล้วว่าแถวคนที่กำลังต่อออกด้านหลังไม่ได้เยอะแบบด้านหน้า
อีกอย่างมีฉันเป็นคนสุดท้ายมั้งที่มาต่อแถวนอกนั้นเขาก็พากันเดินไปอีกทางแทน ดีเหมือนกันไม่อึดอัด แต่แค่เดินไกล!
“ขอบคุณค่ะ” ฉันเอ่ยขอบคุณพี่พนักงานที่ตรวจบัตรพร้อมกับส่งยิ้มให้พี่แกไปหน่อย แต่หน้าพี่แกนี่บูดมากสงสัยจะยืนมานานละมั้ง
เอาเถอะคนทำงานเหนื่อยควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ก็เป็นแบบนี้ฉันไม่อยากถือสาเท่าไหร่ อีกอย่างความต้องการอยากกลับคอนโดมันมีมากกว่าจะมาด่าคนอีก
“เอ๊ะ! วินมาพอดีเลย พี่วินค่าจอดก่อนนนน!!!” เมื่อเดินออกมาแล้วฉันเห็นวินจอดอยู่พอดีก็เลยใส่เกียร์หมาวิ่งไปเลยแบบไม่สนอะไร เพราะด้วยความขี้เกียจเดินไปด้านหน้านั้นเอง
ตุบ!
“โอ๊ย!” ฉันร้องออกมาเสียงดังเมื่อชนเข้ากับใครบางคนที่น่าจะตัวสูงกว่าฉันมาก แถมกลิ่นบุรี่ก็ตีเข้ามาหึ่งเลยเหม็นโว้ยยยยย!!!
“อย่าลืมทำให้พี่ด้วยสิครับ อืมม” พี่เขาเองก็จับแขนฉันให้เอามือไปจับยังส่วนลูกชายของเขาเช่นกันนานหลายนาทีที่เราทำแบบนี้ให้กันจนฉันและเขาปลดปล่อยออกมา“พะ...พี่แดน” ฉันเรียกชื่อพี่เขาที่นั่งอยู่ตรงระหว่างขาของฉัน“จะให้พี่หยุดไหม?” พี่เขาพูดพร้อมกับใช้น้องชายถูส่วนนั้นของฉันอยู่ แล้วแบบนี้จะถามเพื่ออะไรกัน“…” ฉันเงียบแทนและหันหน้าไปมองทางอื่น พอฉันทำแบบนี้พี่เขาก็หัวเราะออกมาเสียงเบาหลังจากที่แกล้งฉันสำเร็จ“ผ่อนคลายไว้นะครับ เจ็บแป๊บเดียว”ปึก!“อื้อ!” ฉันร้องออกมาเสียงดังด้วยความเจ็บปวดที่พี่เขากระแทกเข้ามาทีเดียวโดยที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมเขายังมาจูบฉันเอาไว้ด้วยเพื่อไม่ให้ฉันร้องออกมาเสียงดังจนคนข้างนอกได้ยิน“อืม มิรา ~” พี่เขาเริ่มขยับส่วนตรงนั้นพลางเอ่ยเรียกชื่อฉันไปด้วย“อื้ออ อ๊า ~ บะ...เบาหน่อยพะ...พี่แดน” ฉันพูดออกไปไม่เป็นภาษาเมื่อแรงกระแทกของพี่เขามันรุนแรงมากขึ้นจนฉันต้องใช้มือจับที่ท้องน้อยของตัวเองด้วยความจุก“รัดพี่ขนาดนี้จะให้พี่ทำเบาได้ยังไง!” เราสองคนหอบหายใจเข้าออกอย่างแรงเหมือนกันหลายนาทีที่พี่เขาทำแบบนี้โดยเปลี่ยนท่าทางไปมา มีเพียงแค่เสียงหอบหายใจเสียงเ
“ครับแม่ ถ้าที่นู้นคงที่แล้วเมื่อไหร่ ผมก็จะกลับมาช่วยงานพ่อที่ไทยต่อครับ” ฉันยิ้มให้กับคำพูดของเขา“จริงเหรอลูก!” แม่ของเขาดูดีใจมาก เรื่องนี้ฉันรู้มาจากคุณปู่แล้วว่าพี่แดนเพื่อไปควบคุมคนและไปจัดการเรื่องการรับตำแหน่งนิดหน่อยนอกนั้นเขาก็สามารถไปกลับระหว่างไทยกับรัสเซียไทยถ้าเขาไม่เหนื่อยก่อนนะ“พ่อครับ...” รอบนี้เป็นพ่อของพี่แดนเองที่หันไปเรียกคุณปู่ที่นั่งทำหน้านิ่งอยู่ ฉันรู้ว่าปู่คงดีใจที่ลูกชายตัวเองหันมาเรียกพ่อแบบนั้นแต่แค่ปั้นหน้าเหมือนหลานตัวเองไม่มีผิดและที่พ่อของพี่แดนต้องหันไปหาปู่เพราะคงกำลังอยากรู้ว่าปู่จะปล่อยพี่แดนให้กลับมาได้จริงเหรอ“อะแฮ่ม! เออก็ตามที่มันพูดนั้นแหละ” ฉันได้แต่ยิ้มและส่ายหน้าออกไป“แม่ทานนี้หน่อยนะครับ” และพี่แดนก็เริ่มทำให้สิ่งที่ฉันไม่ได้ขอเอาไว้ นี่คงเป็นการทลายกำแพงที่เขามีแต่ครอบครัวของตัวเอง เขากำลังทำด้วยตัวเองโดยที่ฉันไม่ได้ขอก่อนหน้านั้นฉันขอให้เขาช่วยแสดงออกให้มากกว่านี้หน่อย อย่างน้อยเรียกคำว่าแม่ด้วยใบหน้าที่เต็มใจและหันกลับมาคุยและสนใจท่านบ้างได้ไหม ฉันไม่ได้บังคับว่าพี่แดนจะต้องทำแต่ฉันแค่อยากให้พี่แดนแสดงมันออกมาเท่าที่พี่แดนทำได้ก็
การที่ปู่ของเขาเรียกฉันไปคุยมันเกี่ยวอะไรกับการที่ฉันจะต้องไปจากเขากันเพราะสิ่งที่ทำให้ฉันเสียใจและเศร้าคือเรื่องสมัยเด็กของเขาต่างหากที่ปู่ได้ทำผิดกับพ่อแม่เขาโดยการพรากเขาไปจากพ่อแม่ของตัวเองปู่ของเขาเล่าเรื่องที่ตัวท่านเองทำผิดทั้งหมดให้ฉันฟังเพื่อหวังระบายมันออกมาและปู่ก็อยากทำเพื่อหลานของตัวเองด้วยการที่อยากจะให้ฉันดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่ฉันทำได้แต่เมื่อไหร่ถ้าหลานของท่านนอกใจหรือทำให้ฉันเสียใจปู่ก็บอกว่าฉันสามารถฟ้องท่านได้เลย เพราะท่านจะจัดการให้อย่างสาสมแต่ขอแค่ฉันรักหลานของท่านจริง ๆ เพราะเรื่องราววัยเด็กของเขามันช่างแตกต่างจากคนอื่นมากอีกอย่างฉันก็ต้องรับให้ได้ด้วยว่าเขาจะต้องกลับรัสเซียเพื่อไปรับตำแหน่ง มันจะทำให้เวลาของฉันกับพี่แดนมีน้อยลงมาก แต่ปู่ท่านเองก็บอกว่าฉันสามารถไปอยู่ที่นั้นได้ถ้าฉันต้องการเพราะแบบนี้สินะถึงได้ทำให้แม่ของเขามีสีหน้าแบบนั้นและสิ่งที่เขาทำกับแม่แบบห่างเหินเขาไม่ได้ตั้งใจทำ แต่แค่เขาไม่รู้ว่าควรจะปฏิบัติตัวยังไงกับมารดาของตัวเองมากกว่าเพราะตั้งแต่เด็กเขาอยู่กับปู่ที่เลี้ยงเขามาโดยตลอดเลยทำให้ความสัมพันธ์เขากับพ่อแม่ห่างหายไปเหมือนเป็นแค่คนแ
หรือปู่ท่านจะมาคุยกับฉันเรื่องที่ฉันทำกับหลานรักของตัวเองไว้งั้นเหรอ อย่าบอกนะว่าพี่แดนไปฟ้องปู่เขาอะ“หลานข้าเป็นยังไงในความคิดของแม่หนู” ฉันมองคนตรงหน้าพร้อมกับตั้งคำถามภายในใจว่าคนคนนี้จะมาไม้ไหนทำไมถึงได้ถามแบบนี้ออกมาแถมท่าทีก็เปลี่ยนไปจากข้างนอกเวลาอยู่ต่อหน้าสามคนข้างนอกปู่จะวางมาดน่ากลัวตลอด แต่ตอนนี้กับกำลังทำหน้าตาดีใจพร้อมกับถามฉันเรื่องของพี่แดนออกมา“ว่าไงล่ะเอ๊ะอย่าเงียบสิข้าถาม” ฉันละความคิดออกจากตัวเองที่เอาแต่ตั้งคำถามแล้วหันกลับมาตั้งสติตอบคนตรงหน้าที่เริ่มโมโหออกมาแล้วปู่กับหลานอารมณ์พอกันเลย“พี่เขาก็ขยันทำงานดีค่ะ” ฉันที่ไม่กล้าตอบด้านลบ ๆ ออกไปก็เลยพูดเรื่องดีแทน“แค่นี้? พูดมาสิข้อเสียมันมีอะไรบ้างไอ้เรื่องทำงานข้าเลี้ยงมันมาข้าก็ต้องสั่งสอนเรื่องนี้มาดีอยู่แล้ว” ปู่แกพูดด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ที่ฉันเอาแต่พูดชมหลานของเขาฉันเดาทางไม่ถูกละนะ“ให้หนูพูดข้อเสียเหรอคะ?” ฉันถามย้ำอีกครั้ง นี่เราไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม“ก็เออสิวะ!” ปู่เองก็ตอบออกมาด้วยเสียงที่ดังเหมือนกับกำลังโมโห“ถ้าข้อเสียก็คง...บ้างานไปหน่อยไม่สนใจความรู้สึกคนรอบข้างทำอะไรเกินตัวตลอดอย่างกับตัวเองเป็
“วันนี้คุณแดนดูมีความสุขจังเลยนะครับ” ฉันกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทันได้ฟังเสียงของลุงที่ดูแลสวนของบ้านพูดขึ้นมาพอดี“งั้นเหรอครับ” เขาตอบลุงคนนั้นพร้อมกับยิ้มแล้วหันมามองที่ฉัน เป็นรอยยิ้มที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน จนฉันถึงกลับหยุดมองหน้าเขาไปนานหลายนาทีเลยตั้งแต่ที่ทำงานกับเขามา เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขายิ้มได้น่ารักแบบนี้ไม่สิฉันต้องอย่าหลงกลไม่รู้เขาจะแกล้งอะไรอีกหรือเปล่า“พี่แดน! ลบออกเลยนะ” ฉันรีบวิ่งตามเขาเข้าไปในบ้านเมื่ออีกฝ่ายวิ่งหนีเข้าไปให้บ้านก่อนฉันแดน Talk“โอ๊ย! หยุดก็ไม่บอก” ระหว่างที่ผมวิ่งหนีมิราเข้ามาในบ้านโดยไม่ได้มองเลยว่ามีใครกำลังนั่งอยู่ตรงห้องรับแขกบ้าง และเมื่อเห็นว่ามีคนสำคัญนั่งอยู่ผมจึงต้องปรับตัวใหม่อัตโนมัติจนทำให้อีกคนที่วิ่งตามผมเข้ามาต้องมาชนเข้ากับหลังของผมแทน“ไงหลานรักดูมีความสุขจังเลยนะ” ผมปั้นหน้านิ่งแบบที่ชอบทำเมื่อคนตรงหน้าที่นั่งอยู่ตรงกลางโดยมีพ่อและแม่ผมนั่งทำหน้ากังวลกันคนละข้างอยู่จะเป็นปู่ที่เลี้ยงผมมาแต่เด็กปู่มักจะพูดกรอกหูผมตลอดว่าการมีความรักจะทำให้หน้าที่ของเราเสียเหมือนกับพ่อที่หนีไปกับแม่และย่าที่หนีปู่ไปเช่นกันจนปู่ถึงกับเสียการเสียง
“ว่าไง?” เขาถอนจูบออกเพื่อให้ฉันได้พักหายใจหายคอ แล้วเริ่มถามจี้ฉันอีกครั้งเพื่อให้ฉันตอบออกไปว่าตกลงจะยอมทำตามที่เขาบังคับมาไหมคือการตกลงคบกับเขาอย่างที่เขาพูดนั้นแหละ“เรื่องแบบนี้มันก็ต้องคะ...คิดกันก่อนสิคะ” ฉันดันหน้าอกของเขาเอาไว้เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะก้มลงมาจูบอีกครั้งเมื่อฉันตอบไม่ตรงกับที่เขาต้องการสายตาของเขาเอาแต่มองมาที่ริมฝีปากของฉันจนฉันเริ่มขยับตัวไม่ถูกแล้ว“พี่ต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นมิราก็ต้องนั่งให้พี่จูบอยู่แบบนี่เนี่ยแหละจนกว่าพี่จะได้คำตอบที่ต้องการ” เขาพูดอย่างเอาแต่ใจตัวเองแล้วก็เริ่มรุกรานฉันขณะที่เรายังนั่งอยู่ในรถและในบ้านที่มีพ่อแม่ของเขาอยู่“ดะ...เดี๋ย- อื้อ” คำพูดของฉันถูกอีกคนกลืนกินไปเมื่อเขาประกับจูบลงมาอีกครั้ง ต่อให้ฉันใช้แรงดันเอาไว้อยู่ที่ตามแต่สุดท้ายแรงผู้ชาย ฉันก็ไม่สามารถสู้ได้“หรือมิราจะบอกว่าไม่ได้รักพี่?” เขาหยุดจูบแล้วเอ่ยถามฉัน“ใช่ค่ะ! มิราไม่ได้คิดกับพี่แบบนั้นเพราะงั้นปล่อยมิราได้แล้ว” เพื่อจบเรื่องนี้ฉันจึงต้องตอบโกหกออกไปพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่นแทน“หึ ใบหน้าที่แดงเสียงเต้นของหัวใจและสุดท้ายสายตาที่ใช้มองพี่ เพียงแค่นี้ก็เป็นหลัก







