分享

Ep43

last update publish date: 2026-05-08 00:34:06

หลายวันแล้วที่ฉันเอาแค่หมกตัวยุ่งอยู่แต่กับการทำงาน ในระหว่างที่ล่ามพักฟื้นอยู่โรงพยาบาลพ่อของฉันก็เลยให้พี่รันต์เข้าไปช่วยงานอาคีชั่วคราวเพราะว่าตอนนี้งานที่บริษัทอาคีค่อนข้างยุ่งเนื่องจากมีโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องทำร่วมกับบริษัทของพ่อฉันและเพื่อนคนอื่น ๆ ซึ่งในส่วนนี้อาคีได้มอบหมายให้ล่ามรับหน้าที่ดูแลแต่พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมันเลยทำให้แผนงานต่าง ๆ ที่วางไว้ชะงักลงไป ทั้งพ่อ อาคี และคนอื่น ๆ เลยร่วมกันหาลือว่าระหว่างที่ล่ามพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลก็ให้พี่รันต์ดูแลงานแทนไปก่อน

"ล่ามออกจากโรงพยาบาลแล้วนะลูกไม่ไปเยี่ยมเขาหน่อยหรือไง ตอนเขาอยู่โรงพยาบาลก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเขาจะใจจืดใจดำลกับล่ามมันไปถึงไหนกัน" ฉันเงยหน้าจากหน้าจอแมคบุ๊คขึ้นมามองแม่ที่นั่งปอกผลไม้อยู่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามฉัน

หลังจากที่ฉันทะเลาะกับแม่เรื่องฉันกับล่ามเมื่อครานั้นตอนนี้ฉันกับแม่ก็กลับมาคุยกันปกติ กลับมารักกันเหมือนเดิมแต่ก็จะมีบ้างบางครั้งที่แม่บ่นฉันเรื่องของล่ามเสมอ ท่านมักบอกว่าฉันมันใจจืดใจดำขนาดล่ามนอนเจ็บปางตายฉันก็ไม่คิดจะไปเหลียวแลเขาสักนิดซึ่งฉันก็ไม่คิดจะตอบโต้อะไรปล่อยให้แม่พูดไปคนเดียวเพราะต่อให้แม่จะด่าจะว่ายังไง จะชักแม่น้ำทั้งห้ามาอ้อนวอนฉันให้ไปเยี่ยมล่ามฉันก็ไม่มีวันไป

แค่รู้ว่าเขาปลอดภัยฉันก็ดีใจมากแล้ว ส่วนไอ้เรื่องไปเยี่ยมไปเฝ้าฉันขอบาย ให้ล่ามเขารู้ซะบ้างว่าคนอย่างเรยาใช่ว่าจะยอมใจอ่อนให้เขาง่าย ๆ เพียงเพราะว่าเขาโดนแทงเกือบตายมาหรอกนะ

"แล้วทำไมหนูต้องไปเยี่ยมล่ามด้วยคะแม่ก็ในเมื่อตอนนี้เขาหายแล้ว" ฉันพูดพลางยักไหล่อย่างไม่แยแสก้มหน้าตรวจงานในแมคบุ๊คต่อ

"น้ำใจไงลูก คนรักกันควรมีน้ำใจให้กัน"

"หนูไม่ได้รักมัน หนูเกลียดมันจะตาย" ฉันเถียงแม่กลับคอเป็นเอ็นไม่ทันที่แม่จะพูดจบด้วยซ้ำ

แม่กล้าพูดมาได้ยังว่าฉันกับล่ามรักกัน ทั้งที่ความจริงแล้วมีเพียงฉันที่แอบรักเขาฝ่ายเดียวมาตลอด และตอนนี้ฉันก็ไม่ได้รู้สึกรักล่ามแบบเมื่อก่อนแล้ว

ยอมรับว่ายังมีความรู้สึกให้เขาอยู่แต่นั่นมันก็แค่เศษหนึ่งส่วนสิบเท่านั้น

"ทำปากแข็งไปเถอะ เขาหนีไปมีคนอื่นขึ้นมา แล้วมาร้องไห้ใส่ แม่ไม่โอ๋นะบอกก่อน"

"ไม่มีวันนั้นแน่นอน แม่เตรียมไปโอ๋ไอ้ล่ามมันตอนโดนหนูปฏิเสธมันดีกว่า" ฉันเชิดหน้าตอบแม่กลับอย่างไม่ยอมแพ้ ตอบแม่ด้วยความมั่นใจที่ฉันมีเกินร้อยและฉันเชื่อเหลือเกินว่าคนที่แม่ต้องกอดปลอบไม่ใช่ฉันแน่ ๆ แต่เป็นล่ามลูกชายนอกไส้ของแม่ต่างหากล่ะรอดูได้เลย

"จะไม่ให้อภัยล่ามจริง ๆ เหรอลูกเขาก็ดูสำนึกกับสิ่งที่ทำอยู่นะ แม่ว่าล่ามเองก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรขนาดนั้น ล่ามน่ะแค่เป็นเด็กเอาแต่ใจจนกลายมาเป็นคนเห็นแก่ตัวจากการเลี้ยงดูมาในแบบผิด ๆ ของครอบครัวเขา และแม่ก็ดูออกว่าตอนนี้ล่ามเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอยู่นะลูก"

"จ้า" ฉันกระแนะกระแหนแม่อยากไม่จริงจังมากนัก ก็รู้หรอกน่าว่าแม่ฉันน่ะรักล่ามและอยากได้มันเป็นลูกเขยมากขนาดไหนแต่มาอวยมันเกินหน้าเกินตาแบบนี้ก็เกินไป

ฉันเชื่อคำที่แม่บอกว่าล่ามไม่ใช่คนเลวนะ แต่ถ้าให้เอาปากกามาวงหาความดีของล่ามบอกเลยว่าไม่มีให้วงเหมือนกัน

"ลองให้โอกาสล่ามดู" อยากรู้จริง ๆ ว่าล่ามมันจ้างแม่ฉันมาพูดเรื่องของฉันกับมันเท่าไหร่ แม่ฉันถึงได้คะยั้นคะยอขอโอกาสจากฉันให้มันได้ขนาดนี้

"แม่ไม่คิดจะให้หนูเปิดโอกาสให้ผู้ชายคนอื่นบ้างเหรอคะ"

"ก็เคยเปิดแล้วหนิ แล้วเป็นไงผู้ชายคนนั้นมันต่างจากล่ามตรงไหน"

ฉันสะอึกกับคำพูดแม่ แม่เล่นเอาซะฉันไปต่อไม่ถูกเลยเหมือนกันรู้สึกเหมือนกำลังโดนแม่ด่าว่าโง่ทางอ้อมยังไงยังงั้นเลย

"คนเรามันผิดพลาดกันได้ค่ะแม่ คนเรามันสามารถก้าวพลาดกันได้" ฉันชักแม่น้ำทั้งห้ามาต่อกลอนกับคนเป็นแม่ที่ดูท่าจะไม่ยอมอ่อนข้อลงให้ฉันง่าย ๆ

"คนเราก็สามารถก้าวพลาดกับคนเดิมได้ ดูอย่างพ่อเราสิทำเลวกับแม่มาตั้งเท่าไหร่แม่ยังเริ่มใหม่กับพ่อเราได้เลย" เมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมง่าย ๆ แม่ก็เริ่มเอาเรื่องของฉันเปรียบเทียบกับเรื่องของตัวเอง "ล่ามมันยังง้อลูกนะ แต่พ่อเราไม่เคยง้อแม่สักครั้งนี่ถ้าแม่ไม่ท้องพี่รันต์ถ้าคุณยายไม่บังคับแม่แต่งงานกับพ่อคิดเหรอว่าพ่อกับแม่จะมีวันนี้"

ฉันนั่งฟังในสิ่งที่แม่เล่าเงียบ ๆ เพราะไม่บ่อยมากนักที่แม่จะเล่าเรื่องในอดีตของพ่อกับแม่ให้ฉันกับพี่รันต์ฟัง

"พ่อเรากับอาคีน่ะขึ้นชื่อเรื่องความเลวเลยนะ พวกเขาสองคนถึงได้เป็นเพื่อนที่รักกันมายืดยาวขนาดนี้"

แม่เล่าเรื่องพ่อกับอาคีสมัยก่อนให้ฉันฟัง แม่บอกว่าสมัยนั้นความเจ้าชู้มั่วผู้หญิงของพ่อกับอาคีเป็นที่เลื่องลือมากทำตัวเลวและเหลวแหลกกันสุด ๆ เพิ่งจะมาหยุดสันดานเสีย ๆ ในตอนแม่ท้องพี่รันต์ อาดาท้องล่ามนั่นเอง

ฉันที่ได้ฟังเรื่องที่แม่เล่าก็ไม่ได้ออกความคิดเห็นอะไร สำหรับฉันเรื่องผู้ใหญ่จะเป็นยังไงฉันไม่ได้สนใจ ฉันโฟกัสแค่ปัจจุบันที่ล่ามทำให้ฉันเสียใจ ทำเหมือนฉันไม่มีค่าอะไรเป็นแค่อีตัวที่มีไว้ให้เขาระบายความใคร่เพียงเท่านั้น

เขาทำให้ฉันมีความรู้สึกกับเขาแบบฉุดไม่อยู่ และเขาก็เป็นคนที่ดึงความรู้สึกของฉันให้ดิ่งแบบฉุดรั้งไม่ทัน เขาทำให้ฉันเสียใจซ้ำ ๆ จากการกระทำและคำพูดของเขา

แม้ว่าความรู้สึกโกรธที่มีต่อเขา ณ ปัจจุบันมันจะลดน้อยลงไปมากแล้วก็ตามแต่ทว่าความเสียใจที่มีมันไม่เคยลดน้อยลงเลยสักนิดเดียว

เที่ยงวันฉันขับรถออกจากบ้านมานั่งทำงานอยู่คาเฟ่ที่ห่างจากบ้านเพียงสิบกี่โลเมตรเท่านั้น ฉันเลือกนั่งมุมสงบผู้คนไม่พลุกพล่าน มุมเหมาะแก่การนั่งทำงาน คิดงาน พร้อมกับสั่งกาแฟและขนมมาทานระหว่างทำงานด้วย

พรึ่บ

ในขณะที่ฉันนั่งทำงานอยู่นั้นฉันก็รับรู้ถึงการมาเยือนใหม่ของใครบางคนเมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมองว่าเป็นใครกันที่มานั่งโต๊ะฉัน ฉันก็ชะงักเมื่อฉันเผลอสบตากับคนตรงหน้าเต็ม ๆ ล่ามนั่งจ้องหน้าฉันอยู่เขาจ้องหน้าฉันเขม็งสายตาพร้อมจะฆ่าฉันมาก

"คิดถึงมากรู้ไหม" ฉันคิดว่าเขาจะด่าฉันเรื่องที่ฉันไม่ไปดูดำดูดีเขาซะอีกแต่ผิดคาด คำว่าคิดถึงที่ออกมาจากปากของล่ามทำเอาใจฉันเต้นระส่ำอย่างไม่เป็นสุขเป็นความรู้สึกที่ฉันเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่ามันคืออะไร ยิ่งได้เห็นสายตาของล่ามที่มองมายังฉันตอนนี้ฉันก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก สายตาของเขาที่มองมามันสื่อได้เลยว่าเขาคิดถึงฉันแบบที่ปากเขาพูดจริง ๆ "เธอคิดถึงฉันแบบที่ฉันคิดถึงเธอไหมเรยา"

"จะไปไหนก็ไปเกะกะคนจะทำงาน" ฉันเลือกที่จะเมินคำถามของล่ามเอ่ยไล่เขาให้ลุกไปนั่งไกล ๆ สายตาฉันแทน

"ยังไม่หายโกรธกันอีกเหรอ" ล่ามถามฉันเสียงแผ่วมองฉันด้วยแววตาเศร้าสร้อยชวนน่าสงสาร

"ฉันไม่ได้โกรธ" ฉันบอกออกไปเสียงเรียบ ล่ามที่ได้ยินฉันพูดแบบนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างก่อนที่รอยยิ้มของเขาจะเลือนหายเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของฉัน "แต่ฉันเกลียดนายต่างหาก"

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    ตอนพิเศษ3

    กลับจากฮันนีมูนก็กลับมาลุยงานกันต่อ เวลาพักผ่อนนี่มันผ่านไปเร็วจริง ๆ เลยเนอะแตกต่างจากเวลาทำงานที่เวลามันผ่านไปอย่างเชื่องช้านึกว่าเต่าคลานยังไงยังงั้น การไปฮันนีมูนของฉันกับล่ามเป็นอะไรที่ดีมาก หื้มมจะเรียกว่าเราไปฮันนีมูนกันได้ไหมน้าในเมื่อความเป็นจริงเราไปปั้มเบบี้กันมามากกว่า บรรยากาศที่นั่นน่ะดีมาก ๆ สถานที่ก็เป็นใจ อาหารก็อร่อย ฉันอยากลาพักร้อนสักเก้าเดือนและถ้าหากเป็นไปได้ก็อยากลาพักร้อนเร็ว ๆ นี้มันซะเลย พอกลับมาทำงานเวลาที่ฉันกับล่ามจะเจอกันก็ดูเหมือนจะน้อยลงไปทุกวันเพราะล่ามน่ะมีงานที่ต้องรับผิดชอบเยอะมากต่างจากฉันที่ยังมีพ่อกับพี่รันต์คอยทำเองทุกอย่าง ฉันแค่ช่วยในส่วนที่เล็กน้อยน้อยมาก แต่ล่ามน่ะต้องรับผิดชอบเองคนเดียวทั้งหมด และที่บอกว่าเราเจอกันน้อยลงทุกวันน่ะเป็นเพราะว่าล่ามน่ะเลิกงานดึกมากบางครั้งเขากลับมาบ้านฉันก็หลับไปแล้ว ตื่นเช้ามาก็เจอกันแค่แป๊บ ๆ แต่ต่อให้ฉันกับเขาจะไม่ค่อยมีเวลาให้กันล่ามน่ะก็ไม่มีเรื่องผู้หญิงเข้ามาทำให้ฉันปวดหัวเลยค่ะเอ๊ะหรือว่าฉันจับไม่ได้กันแน่น้า และเนื่องจากเวลาที่ไม่ค่อยตรงกันวันนี้ล่ามเลยอาสามารับไปฉันกินข้าวเที่ยงเพราะวันนี

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    ตอนพิเศษ2

    แต่งงานกันมาจะครบหนึ่งปีแต่ฉันกับล่ามยังไม่เคยไปฮันนีมูนตามประสาคู่รักที่เพิ่งแต่งงานกันเลยสักครั้งด้วยภาระหน้าที่การงานที่ฉันกับเขาต้องดูแลกันมันเพิ่มมากขึ้น ด้วยความที่ล่ามเป็นลูกคนเดียวและตอนนี้อาคีก็ได้ให้ล่ามเป็นคนดูแลงานในบริษัทเองทั้งหมดโดยมีอาคีคอยหนุนหลังอยู่ห่าง ๆ นั่นแปลว่าจากที่เคยรับผิดชอบชีวิตพนักงานแค่ครึ่งหนึ่งตอนนี้ล่ามกลายเป็นที่พึ่งพึงของพนักงานทั้งหมด มองดูเขาในตอนนี้กับเขาในตอนนั้นก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองอยู่เหมือนกันว่าคนอย่างล่ามจะเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้เชียวเหรอ จากที่เขาเคยดูจริงจังกับงานตอนนี้เขาดูจริงมากขึ้นเป็นร้อยเท่า จากเป็นคนใจร้อนก็ดูใจเย็นลงจนน่าเหลือเชื่อ เขาคิดก่อนพูดอยู่เสมอและฟังเหตุผลของคนอื่นมากขึ้น เวลานี้เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้า ฉันที่แต่งตัวเสร็จก่อนล่ามก็ออกมาทำมื้อเช้ารอเขาเมื่อทำเสร็จฉันก็ยกมื้อเช้ามาวางไว้ให้ล่ามก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้อีกฝั่งหยิบไอแพดคู่ใจขึ้นมาตรวจงาน ฟอด นั่งตรวจงานเพลิน ๆ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ริมฝีปากเรียวกดจูบหนัก ๆ ที่แก้มนวลของฉัน "ชื่นใจจัง" ไม่ว่าเปล่าล่ามยังฉีกยิ้มร่าก่อนจะยื่นแก้มเข้าหาให้ฉันหอม

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    ตอนพิเศษ1

    หลังจากที่ฉันกลับมาคืนดีกับล่าม เรียกว่าคืนดีได้ใช่ไหมคะ ทุกคนจะไม่หมั่นไส้เบะปากใส่ฉันใช่ไหมฮ่าฮ่า ก็ตามนั่นแหละค่าเพราะหลังจากที่ฉันคืนดีกับล่ามได้ไม่นาน แม่ของฉันที่รอคอยเวลานี้มานานก็ไม่รอช้าที่จะจับฉันกับล่ามแต่งงานกันเหตุผลง่าย ๆ ที่แม่ฉันรีบขนาดนั้นก็เพราะว่าท่านกลัวฉันเปลี่ยนใจและที่สำคัญไปกว่านั้นเริ่มมีคนเอาเรื่องของฉันกับล่ามไปนินทาในทางเสีย ๆ หาย ๆ แม่ฉันก็เลยจัดการจัดงานแต่งให้ฉันกับล่ามสยบขี้ปากชาวบ้านซะเลยโดยที่ไม่มีใครเอ่ยคัดค้านใด ๆ ทุกคนต่างพากันพร้อมใจเห็นด้วยกับแม่ฉันทุกคน และคนที่ดูดีใจออกนอกหน้ากว่าใครเห็นทีว่าก็น่าจะไม่พ้นล่ามอยู่ดีรายนั้นน่ะดีใจยิ่งกว่าอะไรเสียอีก หลังจากจบงานแต่งงานของเราฉันกับล่ามก็ตัดสินใจย้ายออกจากบ้านมาอยู่คอนโดด้วยกันสองคนตามลำพังเนื่องจากทั้งฉันและเขาต่างคนต่างต้องการความเป็นส่วนตัวเราเลยลงความเห็นร่วมกันว่าออกมาซื้อคอนโดใหม่อยู่ด้วยกันสองคนดีกว่า และที่ฉันกับล่ามตัดสินใจซื้อคอนโดใหม่แทนบ้านใหม่นั่นก็เพราะว่าเราต่างก็มีบ้านที่หลังใหญ่อยู่แล้วไม่รู้ว่าจะซื้อบ้านใหม่ให้เปลืองตังค์เพิ่มไปทำไมเพราะยังไงในอนาคตเราก็ต่างต้องย้ายกลับไปอยู่บ

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    Ep45 end

    ฉันบอกแล้วว่าคนไงว่าคนอย่างล่ามไม่มีทางลดตัวลงมาทำอะไรแบบที่ฉันขอไปแน่ ๆ เพราะนี่ก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วฉันยังไม่เห็นว่าเขาจะมาขมาแบบที่ฉันขอไปเลยทั้งที่ฉันกับเขาเราเจอหน้ากันทุกวัน ทั้งที่เขามาตามง้อฉันอยู่ตลอดแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าเขาจะทำแบบนั้นมีแต่คำขอโทษ ขอโอกาสที่เขาพูดกรอกหูฉันทุกวันจนฉันหลอนคำพูดพวกนั้นไปเสียแล้ว วันนี้ฉันมาทำงานที่บริษัทกับพี่รันต์หลังจากที่ล่ามรักษาตัวจนหายดีเขาก็กลับมาทำงานของเขา พี่รันต์ก็กลับมาทำงานของตัวเอง และพี่รันต์บอกกับฉันว่าวันนี้เพื่อนของเขาจะเข้ามาคุยงานเลยอยากให้ฉันเข้าร่วมรับฟังและเรียนรู้งานจากตรงนี้ด้วย ดังนั้นในตอนนี้ฉันเลยต้องมานั่งอยู่ในห้องทำงานของพี่รันต์ ด้านหน้าของฉันมีเพื่อนพี่รันต์กับเหมยอิงนั่งอยู่ ฟังไม่ผิดค่ะเหมยจริง ๆ ในขณะที่คนอื่นเขาคุยงานกันเหมยอิงเธอก็นั่งกินมะม่วงอย่างหน้าตาเฉยโดยที่สายตาของเธอก็เอาแต่จ้องหน้าฉันไม่วางตา คราแรกที่เดินเข้ามาแล้วเห็นเธอนั่งอยู่ยอมรับว่าฉันตกใจมาก ๆ และฉันก็ต้องตกใจเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าเธอท้อง "งั้นเดียวแกนั่งคุยกับเหมยอิงไปก่อนนะพี่จะพาไอ้เทียนไปพบพ่อ" เมื่อคุยงานกันอย่างลงตัวพี

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    Ep44

    "ฉันไม่ได้โกรธ" ฉันบอกออกไปเสียงเรียบ ล่ามที่ได้ยินฉันพูดแบบนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างก่อนที่รอยยิ้มของเขาจะเลือนหายเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของฉัน "แต่ฉันเกลียดนายต่างหาก" "........" เขานิ่งลงไปเลยเมื่อได้ยินฉันพูดแบบนั้นก่อนที่เขาจะระบายยิ้มฝืด ๆ ออกมา เมื่อเห็นว่าล่ามนิ่งฉันเองก็นิ่งตามเขาไปด้วยเหมือนกันระหว่างที่นั่งมองหน้ากันอยู่นั้นฉันอดไม่ได้ที่จะเบนสายตามองสำรวจร่างกายของล่ามว่าเขายังเป็นอะไรตรงไหนไหมแต่พอเห็นว่าร่างกายของเขาตอนนี้กลับมาเป็นปกติทุกอย่าง "เฮ้อ" ฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ "เป็นห่วงฉันเหรอ" ฉันชะงักกับคำถามนี้ของล่าม ฉันแสร้งชักสีหน้าใส่ล่ามกลบเกลื่อนอาการเล่อล่าของตัวเองที่เผลอไปแสดงออกชัดเจนว่าเป็นห่วงจนโดนเขาจับได้ "ใครมันจะไปเป็นห่วงนาย คนอย่างนายตายซะได้ก็ดี" ฉันเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นเมื่อรู้สึกตัวว่าเมื่อกี้ตัวเองเผลอพูดอะไรออกไป หน้าล่ามเองก็สลดไปเลยเหมือนกันเมื่อได้ยินฉันพูดแบบนั้น "ขะ ขอ" "เธอเกลียดฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ" ฉันที่กำลังจะเอ่ยขอโทษล่ามก็ต้องชะงักเมื่อล่ามเขาพูดสวนขึ้นมา ล่ามถามฉันน้ำเสียงแผ่วเบาสีหน้าเขามันดูเจื่อนลงไปมากจนฉันสัมผัสได

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    Ep43

    หลายวันแล้วที่ฉันเอาแค่หมกตัวยุ่งอยู่แต่กับการทำงาน ในระหว่างที่ล่ามพักฟื้นอยู่โรงพยาบาลพ่อของฉันก็เลยให้พี่รันต์เข้าไปช่วยงานอาคีชั่วคราวเพราะว่าตอนนี้งานที่บริษัทอาคีค่อนข้างยุ่งเนื่องจากมีโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องทำร่วมกับบริษัทของพ่อฉันและเพื่อนคนอื่น ๆ ซึ่งในส่วนนี้อาคีได้มอบหมายให้ล่ามรับหน้าที่ดูแลแต่พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมันเลยทำให้แผนงานต่าง ๆ ที่วางไว้ชะงักลงไป ทั้งพ่อ อาคี และคนอื่น ๆ เลยร่วมกันหาลือว่าระหว่างที่ล่ามพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลก็ให้พี่รันต์ดูแลงานแทนไปก่อน "ล่ามออกจากโรงพยาบาลแล้วนะลูกไม่ไปเยี่ยมเขาหน่อยหรือไง ตอนเขาอยู่โรงพยาบาลก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเขาจะใจจืดใจดำลกับล่ามมันไปถึงไหนกัน" ฉันเงยหน้าจากหน้าจอแมคบุ๊คขึ้นมามองแม่ที่นั่งปอกผลไม้อยู่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามฉัน หลังจากที่ฉันทะเลาะกับแม่เรื่องฉันกับล่ามเมื่อครานั้นตอนนี้ฉันกับแม่ก็กลับมาคุยกันปกติ กลับมารักกันเหมือนเดิมแต่ก็จะมีบ้างบางครั้งที่แม่บ่นฉันเรื่องของล่ามเสมอ ท่านมักบอกว่าฉันมันใจจืดใจดำขนาดล่ามนอนเจ็บปางตายฉันก็ไม่คิดจะไปเหลียวแลเขาสักนิดซึ่งฉันก็ไม่คิดจะตอบโต้อะไรปล่อยให้แม่พูดไปคนเดียวเพราะต่อให้แม่

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status