ANMELDENฉันรู้สึกตัวในช่วงสายของอีกวัน อาการครั่นเนื้อครั่นตัวทำให้ฉันขยับกายอย่างเชื่องช้า เหนื่อยๆ มีอาการปวดหัวคล้ายคนจะมีไข้ ไอเย็นของเครื่องปรับอากาศที่กระทบลงมายังพื้นที่ข้างเตียง ที่ฉันสัมผัสอย่างบังเอิญตอนที่กำลังขยับแขน ทำให้รู้ ว่าฉันนอนอยู่กลางเตียง หมายความว่า ฉันนอนแนบกายชิดกันกับหมอนั่นทั้งคืน
รู้สึกตัวตอนที่ตื่น ก็บอกไม่ถูกเลยว่าฉันควรรู้สึกยังไง เสียตัวให้ผู้ชายคนแรก ชีวิตของฉันก็เหมือนจะเปลี่ยนไปตลอดกาล "ขี้เซาจังเลยนะ" เสียงของคนที่ดังอยู่ข้างๆ ทำให้ฉันหันไปยังต้นเสียงนั้นทันที เห็นนายนิกกี้นุ่งผ้าขนหนูสีขาวพันรอบเอวไว้พอหมิ่นเหม่ ในขณะที่มือยังคงวุ่นวายกับการใช้ผ้าเช็ดผมที่เปียกหมาด ๆ หมอนั่นอาจจะพึ่งออกจากห้องน้ำมา "เตียงของฉันคงทำให้เธอนอนหลับสบาย จริงๆฉันเป็นคนตื่นง่าย แต่ไม่เห็นเธอมีอาการนอนกระสับกระส่าย หรือสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเลย บางที เตียงนอนของฉัน มันอาจจะเหมาะกับเธอ" ฉันปรายตามองเจ้าของคำพูดเพียงนิด ก่อนจะเมินหน้าหนี ไม่ได้คิดที่จะใส่ใจ "และแอร์ห้องของฉันมันก็คงจะเย็นมาก ๆ จนทำให้เธอหนาวมากจนต้องกอดฉันไว้ทั้งคืน" ฉันถอนหายใจออกมาหนัก ๆ ทันทีที่มีโอกาสได้พูดคุยกัน หมอนี่ก็เริ่มต้นด้วยการกวนประสาทฉันเลย ฉันกระชากผ้าห่มที่คลุมร่างออก ก่อนจะดันกายลุกขึ้นจากเตียง อาการเวียนหัว ทำให้ฉันเซจนเกือบจะล้มเพราะไม่ทันได้ระวังตัว แต่ยังโชคดีที่อีกคน รั้งตัวของฉันเอาไว้ได้ทัน วันนี้ฉันเพลียแปลกๆ คงจะมีไข้แน่ๆเลย "กำลังอ่อยฉันอยู่หรือไง" ฉันปิดเปลือกตาลงอย่างหงุดหงิด แต่ก็ยัง ใช้มือเกาะที่บ่าแกร่งเอาไว้ "สำหรับนาย ฉันไม่จำเป็นต้องอ่อย เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่ฉันอ่อย นายคงหลงฉันจะโงหัวไม่ขึ้น" หมอนั่นยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะตวัดแขนกอดฉัน "อะไรที่ทำให้เธอมั่นใจขนาดนั้น เพราะความสวยงั้นเหรอ ...จริงๆฉันเจอคนสวยๆแบบเธอมาเยอะมากนะ ก็ไม่เห็นว่าใครจะเอาฉันอยู่เลยสักคน" "เหตุผลอาจจะเป็นเพราะคนอย่างนายไม่รู้จักพอ" ฉันบอกแบบขอไปที ก่อนที่จะใช้มือดันอกแกร่ง พยายามที่จะผลักตัวออกห่าง ไม่อยากอยู่ใกล้หมอนี่เลยสักวินาที กวนประสาทเก่ง และหลงตัวเองเป็นที่สุด "เหมือนเธอจะเพลียๆอยู่นะ ถ้าอยากจะนอนต่อ ก็ได้นะ ฉันมีธุระกับไอ้แม็กซ์สักราวๆสองชั่วโมง ถ้าเธออยู่ต่อ เสร็จธุระฉันจะรีบกลับมาหา" "พูดเหมือนคนอย่างฉันสำคัญกับนายเลยนะ" ฉันว่ากลับไปไม่จริงจัง ฉันไม่ได้สนหรอก ว่าเขาจะไปไหน แล้วฉันก็ไม่ได้คิดที่จะอยู่รอใคร ฉันคว้าผ้าขนหนูอีกผืนของนายนิกกี้ ก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำ ไม่ได้คิดที่จะรอฟังคำตอบอะไรจากใคร เวลาผ่านไป "ทีหลังไม่ต้องฉีกเสื้อผ้าฉัน ฉันไม่ชอบ" ฉันบอกอย่างหงุดหงิด เพราะชุดของฉันเมื่อวาน ไม่สามารถนำกลับมาใส่ซ้ำได้ รอยฉีกชัดเจนแบบนั้น มันทุเรศเกินกว่าจะใส่ได้ "ใส่เสื้อของฉันเธอมีปัญหาอะไร?" "..." ฉันไม่ตอบ แต่เลือกที่จะโยนเสื้อผ้าพวกนั้นลงไปในถังขยะ "หรือกลัวใครคิดว่าเอาเสื้อผัวมาใส่?" หมอนั่นคว้าข้อมือของฉันเอาไว้ คนก็ยิ่งปวดหัว ไม่มีอารมณ์ที่จะพูดคุย หรือเถียงอะไรกับใครทั้งนั้น ฉันจึงเลือกที่จะชักสีหน้ากลับไป "นายกำลังทำตัวแปลกๆกับฉันอยู่นะ ไม่พอใจอะไรนักหนา ฉันมีอิทธิพลต่อนายมากขนาดนั้นหรือไง" นิกกี้ไม่ตอบอะไร เขาปล่อยฉันให้เป็นอิสระ ก่อนจะเดินนำฉันออกจากห้องนอนไป ฉันไม่ได้พูดอะไรกับหมอนั่นตลอดการเดินทาง เลือกที่จะหลับตาลงเงียบๆ และลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ในจังหวะที่รถยนต์จอดสนิทเมื่อมาหยุดที่หน้าคอนโดมิเนียมของฉัน "ไอ้แม็กซ์ตามฉันให้ไปหา ให้ไปช่วยเลือกของขวัญวันเกิดให้เมียมัน" "อื้อ" ฉันตอบรับสั้นๆ แล้วปลดสายรัดนิรภัยออกจากตัว "วันนี้จะไปไหนหรือเปล่า" เขาถาม ในจังหวะที่ฉันเลื่อนสายกระเป๋าขึ้นมาคล้องบ่า "ไม่อ่ะ" ฉันตอบสั้นๆ จากนั้นก็ผลักประตูรถให้เปิดออก แล้วเดินลงมาจากรถทันที ทันทีที่กลับมาถึงห้อง ฉันก็ควานหายาลดไข้มาทานก่อนเป็นอันดับแรก และไม่ลืมที่จะหายาอีกหนึ่งชนิด ที่ฉันจำเป็นต้องทานหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ แม้มันจะผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว แม้หลังจากที่ร่วมรัก ฉันจะรีบเข้าห้องน้ำ แล้วพยายามที่จะล้างในสิ่งที่หมอนั่นปลดปล่อยใส่ตัวฉัน แต่นั่นมันก็ไม่ได้ทำให้ฉันสบายใจ เท่ากับการพยายามหาวิธีป้องกันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลาดมีอะไรกับหมอนั่น มันก็มากเกินพอ ฉันไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองพลาดซ้ำสองหรอก อีกด้าน... "กว่าจะออกมาหากูได้ มัวแต่นอนกกผู้หญิงอยู่สินะ" คำพูดกระแนะกระแหนของคนเป็นเพื่อน ทำให้ผมชักสีหน้าใส่มันอย่างหงุดหงิด "ติดคนนี้ตั้งหลายเดือน ไม่จีบดีๆวะ" "มึงเสือกเก่งนะ" "กูไม่เคยเห็นมึงในมุมแบบนี้นี่หว่า หรือมึงจะบอกว่าไม่ได้สนใจคนนี้เป็นพิเศษ" "แค่มากกว่าคนอื่น ไม่ได้พิเศษอะไร" รำคาญมันฉิบหาย เหมือนลากกูมาซักไซ้ ทำอย่างกับผมเป็นชู้กับเมียมัน "กูว่ามึงรักยัยนั่นแล้วว่ะนิก" "รัก คนอย่างกูนี่นะจะรักใคร กูรักความโสด กูรักชีวิตที่อิสระ ที่สามารถควงใครก็ได้ ถ้าต้องมีเมีย แล้วต้องกลัวเมียแบบมึง กูขอไม่มีดีกว่า" "เหอะ แต่เท่าที่เห็น มึงไม่ควงใครมานานมากแล้วนะ กูก็เห็นว่ามึงตามแค่ผู้หญิงคนนั้น จิกอย่างกับกลัวว่าเขาจะมีชู้" "หากจะมีชู้ คนที่จะมี ก็คือกูเว้ย ยัยนั่นไม่มีทางมีใคร" ว่าไป พลางส่งยิ้มให้สาวสวยที่กำลังเดินผ่าน เมื่อเห็นว่าเธอมองผมนานแล้ว ผมก็คือผม ผมที่ไม่คิดจะหยุดที่ใคร "คนอย่างไอ้นิกกี้ หากเป็นเมื่อก่อน เมื่อตอนที่มันเจอผู้หญิงที่ถูกใจ มันจะเดินเข้าไปทักทายทันที แล้วสิ่งที่กูเห็นอยู่ในตอนนี้ มึงแค่กำลังตบตากูมากกว่า!" ไอ้แม็กซ์สบประมาทผมออกมา ซึ่งผมเลือกที่จะลบคำสบประมาทของมันด้วยการเดินเข้าไปหาสาวสวยคนนั้นทันที "สวัสดีครับ นิกกี้ครับ..." ผมส่งยิ้มละมุนไปให้ จากนั้นก็ยื่นโทรศัพท์ออกไป จนเหยื่อที่ผมใช้พิสูจน์ตัวเองส่งยิ้มเอียงอาย จากนั้นก็เลือกที่จะเพิ่มไอดีไลน์ลงไปในโทรศัพท์ของผมทันที ผมหันกลับไปมองที่แม็กซ์เวลล์ พลางยักคิ้วกลับไป ถือว่าผมกำลังบอกมันก็ได้ ว่าทุกอย่างที่เป็นผม ยังคงเหมือนเดิม "ไอ้เลวเอ้ย" ไอ้แม็กซ์ร้องด่า เมื่อผมกลับมาหามัน ส่วนผมไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ "ถ้าทิ้งสันดานเก่าไม่ได้ กูก็ขอภาวนาว่า อย่าให้เพื่อนของเมียกู รู้สึกอะไรกับเสือร้ายแบบมึงเลย" "หึ งั้นเหรอ" ผมยกยิ้มที่มุมปาก อยากตอกกลับนะ ว่าก่อนที่มันจะมีเมีย มันก็ไม่ได้ต่างจากผม แต่เพราะมันมีเมียนั่นแหละ มันถึงปลง "ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบผู้ชายเหี้ยหรอก ถ้าไม่อยากเสียเมีย มึงควรหยุดเหี้ย เชื่อกู!""ที่จริงกูก็ไม่ได้เหี้ยอะไร กูแค่ยังไม่คิดที่จะหยุดที่ใครสักคนแค่นั้นเอง" ผมยกยิ้มออกมา ไม่เห็นว่าสิ่งที่ผมพึ่งจะพูดออกไป มันจะผิดตรงไหน ผู้ชายแบบผม รักชีวิตโสด ชอบความอิสระ ไม่ชอบผูกมัด ไม่ชอบโดนบงการ และไม่ชอบการโดนเป็นเจ้าของจากใครสักคน"อย่าพลาดไปรู้สึกกับเขาก็แล้วกัน เพราะบางทีผู้หญิงแบบยัยนั่น อาจจะมีความคิดที่ชอบความโสด รักความอิสระแบบที่มึงชอบก็ได้ ก็อย่างว่า ขนาดมึงตามติดเป็นเดือนๆ ล่วงเข้าไปไม่รู้กี่เดือน กูยังไม่เห็นว่าเขาจะมีท่าทีที่บ่งบอกว่ารู้สึกอะไรกับมึงเลย" ไอ้แม็กซ์มองหน้าผม มันยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะส่ายหน้าไปมาผมไม่ได้แคร์หรอกนะ ว่ามิ้นท์จะรู้สึกกับผมแบบไหน แม้ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ มันจะเกิดขึ้นเพราะความเอาแต่ใจของผมฝ่ายเดียว แต่แล้วไง สุดท้ายคนแบบผม อยากได้อะไรก็ต้องได้อยู่ดี"ที่ชวนกูมาเนี่ย จะให้กูช่วยอะไร""ใกล้จะถึงวันเกิดของกัสแล้ว วันเกิดของกัสกับวันเกิดของมิลิน เป็นวันเดียวกัน กูต้องหาของขวัญวันเกิดคูณสอง แล้ววันนี้กูก็ต้องทำหน้าที่พ่อ ซื้อของเข้าบ้านแทนเมีย""เหอะ มีเมียแล้วยุ่งยากฉิบหาย มีลูกยิ่งแล้วใหญ่" ผมบ่นออกไปตามความคิด ทั้งที่จริงแล้ว
ฉันรู้สึกตัวในช่วงสายของอีกวัน อาการครั่นเนื้อครั่นตัวทำให้ฉันขยับกายอย่างเชื่องช้า เหนื่อยๆ มีอาการปวดหัวคล้ายคนจะมีไข้ ไอเย็นของเครื่องปรับอากาศที่กระทบลงมายังพื้นที่ข้างเตียง ที่ฉันสัมผัสอย่างบังเอิญตอนที่กำลังขยับแขน ทำให้รู้ ว่าฉันนอนอยู่กลางเตียง หมายความว่า ฉันนอนแนบกายชิดกันกับหมอนั่นทั้งคืนรู้สึกตัวตอนที่ตื่น ก็บอกไม่ถูกเลยว่าฉันควรรู้สึกยังไง เสียตัวให้ผู้ชายคนแรก ชีวิตของฉันก็เหมือนจะเปลี่ยนไปตลอดกาล"ขี้เซาจังเลยนะ" เสียงของคนที่ดังอยู่ข้างๆ ทำให้ฉันหันไปยังต้นเสียงนั้นทันที เห็นนายนิกกี้นุ่งผ้าขนหนูสีขาวพันรอบเอวไว้พอหมิ่นเหม่ ในขณะที่มือยังคงวุ่นวายกับการใช้ผ้าเช็ดผมที่เปียกหมาด ๆ หมอนั่นอาจจะพึ่งออกจากห้องน้ำมา"เตียงของฉันคงทำให้เธอนอนหลับสบาย จริงๆฉันเป็นคนตื่นง่าย แต่ไม่เห็นเธอมีอาการนอนกระสับกระส่าย หรือสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเลย บางที เตียงนอนของฉัน มันอาจจะเหมาะกับเธอ" ฉันปรายตามองเจ้าของคำพูดเพียงนิด ก่อนจะเมินหน้าหนี ไม่ได้คิดที่จะใส่ใจ"และแอร์ห้องของฉันมันก็คงจะเย็นมาก ๆ จนทำให้เธอหนาวมากจนต้องกอดฉันไว้ทั้งคืน" ฉันถอนหายใจออกมาหนัก ๆ ทันทีที่มีโอกาสได้พูดค
"หยุดเรียกฉันว่าเมียได้ไหม แล้วจำเอาไว้ ฉันโสด..." "งั้นเหรอมิ้นท์" ผมยกยิ้มที่มุมปาก พลางกวาดสายตาไปทั่วทั้งใบหน้างดงาม"งั้นเธอควรฟังฉันนะ คนโสด คือคนที่ไม่มีผัว แต่คนที่มีผัว เขาไม่เรียกว่าโสด!" "ว๊ายยย!" จบประโยค ผมก็พลิกร่างของคนที่นั่งอยู่บนหน้าตัก ลงไปกับเตียง พร้อมๆกับการประกบทับลงไป กางเกงบ็อกเซอร์ที่ผมใส่ ก็ถอดง่ายฉิบหาย ส่วนเสื้อยืดตัวเดียวของผมที่เธอเอาไปใส่ ในตอนนี้ก็ร่นขึ้นจนเห็นต้นขาขาว พอผมแยกขาเรียวออกจากกันเท่านั้น กลีบกุหลาบบานแย้ม อวบนูนที่มีแค่ผมที่ได้สัมผัส ก็ปรากฎแก่สายตาผมโน้มตัวลงไปหา พร้อมๆกับการชักรูดแก่นกายใหญ่ ที่ตั้งเป็นลำท้าทายตั้งแต่ตอนที่อีกคนนั่งอยู่บนหน้าตัก ก่อนจะเลื่อนไปถูไถที่ช่องทางรัก และอัดกระแทกเข้าไปจนสุดความยาวของมันสวบบบบ~"กรี๊ดดดดดดด!" "อ๊าาา แน่นว่ะ" ยอมรับตรงๆเลยว่า ไม่เคยมีร่างกายของผู้หญิงคนไหน ทำให้ผมมีความสุขได้เท่ากับคนที่อยู่ใต้ร่างของผมในตอนนี้ทุกอย่างที่เป็นมิ้นท์มันโครตดี เป็นแบบที่ตรงสเปคผมหมดเลยมิ้นท์ทุบต้นแขนของผมถี่ๆ ก่อนที่ผมจะขยับ เพื่ออัดกระแทกเข้าไปให้ลึกยิ่งกว่าเดิมปึก! ปึก! "จะ เจ็บ ฉันเจ็บ!" มิ้นท์เอี้ยวหน้า
ผมกระชากร่างของมิ้นท์ลุกจากเตียง แล้วดึงเธอเข้าไปในห้องน้ำ ฉีกกระชากเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อย่างเอาแต่ใจ เพียงแค่ เธอทำให้ผมหงุดหงิดจนควบคุมอารมณ์เอาไว้ไม่ไหวแล้วเพียงไม่นาน ทั้งผมและเธอ ก็เปลือยเปล่าไปด้วยกันซ่าาาาาาาาาา~"กรี๊ดดดดดดด ทำบ้าอะไรของนาย!" สายน้ำที่ไหลออกจากฝักบัว ทำให้มิ้นท์ถดถอยหายหนี แต่ผมก็เลือกที่จะคว้าข้อมือของเธอเอาไว้ แล้วใช้ฝักบัวฉีกไปทั่วทั้งร่างกายขาวผ่องด้วยตัวเอง"บ้า นายมันบ้าไปแล้ว!""เหอะ...!" ผมแสยะยิ้มออกมา พลางมองท่าทีเกรี้ยวกราดของอีกคนอย่างไม่ใส่ใจที่ผมต้องบ้า แล้วใครกันวะ ที่มันทำให้ผมต้องบ้า"นะ หนาว ฉันหนาวแล้ว!""ทน!" ผมบอกแค่นั้น พลางคว้าขวดแชมพูสระผมมาบีบใส่มือ แล้วชะโลมลงไปบนเส้นผมสลวย"พอ ฉันบอกให้พอ!""ไม่พอ เหม็น ฉันเหม็นกลิ่นผู้ชายคนอื่นจากตัวของเธอ!" ซ่าาาาา~"บ้า นายมันบ้าไปแล้ว!"ผมไม่ได้สนในสิ่งที่อีกคนโวยวาย หลังจากที่สระผมให้ ผมก็ใช้ครีมอาบน้ำ แล้วลูบไล้ไปทั่วร่างขาวเนียนของคนต้องหน้า มือไหนที่เธอใช้จับมือมัน ผมถูไถแรงๆ ไม่สนว่าอีกคนจะโวยวายแค่ไหนก็ตาม"เอาแต่ใจ นายมันเป็นผู้ชายที่เอาแต่ใจตัวเอง!" เออ ผมคงเป็นแบบนั้น แบบที่เธอว่าจร
แขนของฉันถูกกระชากอย่างแรง จนมันเจ็บแปล๊บขึ้นมา สีหน้าที่เกรี้ยวกราด เขาแสดงมันออกมาต่อหน้าฉัน แต่นายตี๋ก็กล้ามากพอที่จะช่วยฉัน ช่วยด้วยการกระชากแขนของฉันกลับคืน"เลิกยุ่งกับฉันสักที!" ฉันตะโกนออกไปอย่างเหลืออด และคว้าแขนนายตี๋ไว้เป็นเกราะป้องกัน แม้นายตี๋จะรั้งฉันเข้าสู่อ้อมกอด แม้ฉันจะไม่ชอบวิธีแบบนั้น แต่ถ้าฉันขัดขืน แล้วไม่ปล่อยเลยตามเลย สิ่งที่ฉันพยายามในวันนี้ มันจะสูญเปล่าทันที"ผู้หญิงเขาไม่เอา มึงก็ควรยอมรับความจริงไหมวะ" "อย่าปีนเกลียวให้มากไอ้สัส!" นายนิกกี้พูดจาร้ายกาจมาก หมอนั่นคว้าขวดเหล้าที่อยู่ในมือมาถือเอาไว้ ความตกใจทำให้ฉันทำอะไรไม่ถูก แต่นายตี๋ที่มีสติกว่า คว้าร่างของฉันแล้วดันไปหลบที่ทางด้านหลัง และสิ่งที่ฉันไม่คิดฝันมันก็เกิดขึ้นเพล้งงงงงงง! "กรี้ดดดดดดดดดด!" เสียงกรีดร้องดังไปทั่วบริเวณนั้น เมื่อขวดเหล้าที่อยู่ในมือของนิกกี้ ฟาดลงที่ ศีรษะของนายตี๋ทันทีเลือดสดๆ สีแดง ไหลออกมาต่อหน้าต่อตาของฉัน นายตี๋ในจังหวะนั้น อาจจะเป็นเพราะยังไม่ทันได้ตั้งตัวและไม่คิดว่าอีกคนจะกล้าทำฉันเข้าประคองนายตี๋ ที่อาจจะมีความรู้สึกมึนงง ฉันวางมือของฉัน แปะลงบนหน้าผากของหมอนั่น เ
ฉันทิ้งตัวลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนอย่างเหนื่อยล้า ทั้งที่วันนี้ฉันไม่ได้สนใจที่จะทำอะไรสักอย่าง ไม่มีอารมณ์ที่จะทำอะไรทั้งนั้น แต่ฉันกลับรู้สึกเหนื่อย เหนื่อยมากจริงๆ"แกดูเหนื่อยๆ นะมิ้นท์ ไม่ค่อยได้นอนหรือไง" ฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะม้าหินอ่อน โดยใช้แขนรองหน้าผากเอาไว้ ไม่มีแม้กระทั้งอารมณ์จะตอบอะไรออกไป"หรือเมื่อวานพี่นิกกี้เขาทำอะไรแก" ชื่อของผู้ชายคนนั้น ที่หลุดออกมาจากปากของเพื่อนฉัน ทำให้ฉันลืมตาทันที"ที่เขาพูดเมื่อวาน มันมีอะไรมากกว่านั้นใช่ไหม แล้วที่ฉันไลน์ไปถามแกเมื่อวาน แล้วแกบอกว่าไม่มีอะไรทั้งนั้น หรือแกแค่โกหกฉัน" "..." ฉันเลือกที่จะเงียบปาก แล้วฟุบหน้าอยู่กับแขนของตัวเองอย่างเดิม"หรือว่าแกกับพี่นิกกี้...""หมอนั่นเป็นแค่ผู้ชายที่เห็นแก่ตัว!" ฉันโพลงออกไป พร้อมกับการเงยหน้าขึ้นมาเผชิญกับความจริง ฉันยกมือสางผมตัวเองไปทางด้านหลังลวกๆ ยอมรับว่า ยังรู้สึกหงุดหงิดกับการที่ชีวิตของฉัน มีนายคนนั้นเขามาเกี่ยวข้อง"เขาทำอะไรแก แล้วเขามีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้กับแก" "ตอนแรกมันเป็นแค่เรื่องผิดพลาดเว้ย ฉันมีอะไรกับหมอนั่น แต่ฉันก็พยายามที่จะโทษ ว่ามันก็เป็นความผิดของฉัน ที่ฉันเมาจนไม่สามา







