Se connecter“ไม่นิดนะคะ อีกตั้งปีกว่า ๆ แล้วตอนนี้นะรายงานท่วมหัวแทบเอาตัวไม่รอดเลยค่ะ” ฉันบ่น ๆ งานท่วมหัวที่ว่าไม่ใช่งานของฉันแค่คนเดียว
แต่เป็นรายงานของพวกไอ้สองเสือหนึ่งโบ้ด้วย ถ้าไม่ช่วยพวกมันก็คงเรียน ไม่จบไม่นานบะหมี่เกี๊ยวปูของฉันกับพี่ภีมก็ถูกนำมาเสิร์ฟ รับรู้ได้ว่าดวงตาของตัวเองกำลังแวววาวกับของกินตรงหน้า เรียกได้ว่าหิวมาก ๆ จัดการแกะตะเกียบ ใช้ช้อนซดน้ำโดยไม่ปรุง
“น้องข้าวไม่ปรุงเหรอคะ”
“ไม่ค่ะ ข้าวชอบแบบนี้” ฉีกยิ้มให้จนตาหยีพร้อมกับก้มหน้า
ก้มตากิน ใช้เวลาสักพักว่าจะเงยหน้าขึ้นมา แต่กลับต้องเบิกตาโตเมื่อเห็นว่าไอ้สองเสือ หนึ่งโบ้มันนั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ
ฉันยังไม่ได้บอกพวกมันว่าฉันมาทำงานที่ร้านของพี่ภีม แล้วในตอนนี้พวกมันเห็นฉันนั่งอยู่กับผู้ชาย พวกมันต้องคิดว่าคนนี้เป็นผู้ของฉันแน่ ๆ
ไอ้เลโอกับไอ้คีย์อมยิ้มมุมปาก ผิดกับไอ้พฤกษ์ที่ตอนนี้นั่งหน้านิ่ว
คิ้วขมวด เมื่อเย็นมันชวนฉันไปกินข้าว แต่ฉันปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าวันนี้กลับบ้านไอ้ขวัญข้าวตายแน่
เมื่อเห็นพวกมันทั้งสามคน ฉันก็ทำตัวไม่ถูก ได้แต่ส่งยิ้มบางเบาให้ จนคนตรงหน้าหันหลังไปมองว่าฉันกำลังสนใจอะไรอยู่
“รู้จักกันเหรอคะ”
“เอ่อ…ค่ะ เพื่อนในกลุ่มของข้าวเอง” บอกแค่นั้นก่อนจะก้มหน้าก้มตากินต่อ
เมื่อเรากลับมาที่รถในหัวของฉันก็ยังคงมีแต่เรื่องที่โกหกเพื่อนเอาไว้ มันจะว่ายังไงถ้ารู้ว่าฉันไม่ได้กลับบ้าน คนอื่นไม่เท่าไหร่เพราะยังเห็นมัน
ยิ้มได้ แต่กับไอ้พฤกษ์เดาทางไม่ออกเลย“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ เงียบตั้งแต่อยู่ที่ร้านแล้ว”
“เอ่อ ไม่มีอะไรค่ะ” ยิ้มแหย ๆ เด็กอนุบาลยังมองออกเลยว่าในตอนนี้ฉันกำลังโกหก ฉันเครียดจะตายอยู่แล้ว ลองคิดดูว่าถ้าไอ้พฤกษ์โกรธ บรรยากาศภายในกลุ่มจะเป็นยังไง
“น้องข้าว” พี่ภีมเรียกในตอนที่ฉันกำลังเริ่มมือจะเปิดประตูรถ
ฉันหรี่ตามองเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เพื่อเป็นการถามว่ามีอะไรหรือเปล่า “น้องข้าวมีแฟนหรือยัง”คำถามที่ได้ยินทำเอาฉันทำตัวไม่ถูก คำถามนี้คืออะไรพี่เขากำลังจะจีบอยู่หรือเปล่า คนปกติที่ไหนเขาถามกันแบบนี้เล่า
แต่ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองคิดไปเองฝ่ายเดียว ฉันเลยพยายามทำใจกล้าเลยถามเขากลับ “ยังไม่มีค่ะ ทำไมเหรอพี่ภีมจะจีบ?”
อยู่ ๆ ก็ไม่รู้ว่าเอาความมั่นหน้ามาจากไหนถึงถามแบบนั้น บอกตามตรงไม่ใช่ว่าตอนนี้ไม่มีแฟนอย่างเดียว ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครให้เรียกว่า ‘เบ๊บ’ เลยสักครั้ง
…ฟ้าประทานความสวยมาให้ แต่ไม่เคยประทานผู้
“ใช่ค่ะ พี่จะจีบข้าว”
แล้ววันนี้ก็มาถึงในวันที่นางฟ้าประจำตัวของฉันต้องทำงานสักที ในที่สุดท่านก็ประทานผู้ชายมาให้ ผู้ชายในรูปแบบอบอุ่นดูแลเก่ง อยู่ใกล้เฉยๆยังหวั่นไหวขนาดนี้ โดนจีบไม่รอดแน่ ใจฉันมีแค่นี้เอง
“พี่ภีมพูดเล่นหรือเปล่า”
“จริง ๆ ค่ะพี่อยากจีบข้าว” ฉันก็ไม่อยากปิดกั้นตัวเอง จึงทำได้เพียงพยักหน้าพร้อมกับส่งยิ้มให้ ถึงแม้ในใจตอนนี้จะเต้นไม่เป็นจังหวะมากก็ตาม ก็อย่างที่บอกฉันเป็นคนใจง่ายถ้าขอคบตอนนี้ฉันก็คงคบ ผู้ชายหล่อเพอร์เฟกต์ขนาดนี้ ใครจะกล้าปฏิเสธลง
เมื่อบอกลาและขอบคุณพี่ภีมเสร็จเรียบร้อยฉันก็เดินขึ้นมา
บนห้อง และแน่นอนฉันลืมเรื่องเครียดได้เพียงครู่เดียว พอมาอยู่คนเดียวอีกครั้งกลับคิดไม่ตกว่าพรุ่งนี้จะตอบไอ้สองเสือหนึ่งโบ้ว่ายังไงแต่สิ่งที่มันยากที่สุดไม่ใช่การปกปิดว่าฉันทำงานอยู่ แต่สิ่งที่
แย่กว่านั้นคือฉันจะโกหกเพื่อนเอาไว้ ไม่รู้จะง้อพวกมันยังไง ถ้าจะบอกว่าแม่เลื่อนนัด มีธุระด่วนก็คงจะไม่ได้…ก็ฉันเล่นพาผู้ไปกินข้าวซะขนาดนั้น พวกมันคงเชื่ออยู่หรอก
โอ๊ย แค่คิดไอ้ขวัญข้าวก็ปวดหัว
มหาวิทยาลัย
เช้าวันถัดมาหัวใจของฉันมันแทบจะทะลุออกมานอกเสื้อ มันรู้สึกใจหวิวหวิว ๆ เหมือนว่าตัวเองกำลังจะชะตาขาด วินาทีแรกที่มาถึงมหาลัยชั้นมองไปยังจุดโปรดที่แก๊งค์เรามักจะมานั่งกันเป็นประจำ
ฉันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อเห็นว่าไอ้แก๊งสองเสือหนึ่งโบ้กำลังนั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อน สายตาของพวกมันจับจ้องมาที่ฉันที่กำลังใช้มือกระชับสายกระเป๋าเอาไว้แน่น
“เอาไงดี” ฉันคือทำกับตัวเอง ก่อนสูดหายใจเข้าออกลึก ๆ
ฉีกยิ้มตั้งสมาธิสองเท้า ก้าวเข้าไปหาพวกมัน“ลมอะไรหอบพวกมึงมาแต่เช้าเนี่ย” ฉันพยายามทำตัวให้มันปกติมากที่สุด เพื่อหวังว่าพวกมันจะลืมเรื่องเมื่อคืน
“ลมไม่ได้ขอพวกกูมาเช้าครับ แต่ลมหอบมึงไปไหนมาถึงมาสายเอาป่านนี้ อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนจัดหนัก” ไอ้เลโอว่ายิ้ม ๆ คนแรกผ่านฉลุยมันไม่ได้โกรธอะไร เพราะหากมันโกรธมันคงไม่แซวซะหนักมากขนาดนี้
เอ๊ะ…จัดหนัก ไอ้นี่แม่งคิดลามก แต่ฉันก็ด่าอะไรมันไม่ได้พ่อทำความคิดเอาไว้ ทำได้เพียงฉีกยิ้มกลบเกลื่อน
“มีแฟนไม่บอกเพื่อน”
“น้องกิ่งก็อยากทำเค้กค่ะ” วางตัวเด็กทั้งคู่ลงจากนั้นกวินและ น้องกิ่งก็วิ่งนำไปที่ครัวที่มีแม่ของฉันอยู่“แล้วปะป๊าอยากไปทำเค้กด้วยไหมคะ”“เดี๋ยวพฤกษ์ช่วยข้าวนะ”“น่ารักที่สุด” ฉันบีบจมูกของเขาไปหนึ่งที“แล้ววันนี้วันเกิดข้าว ข้าวอยากไปไหนไหม” แต่งงานกันมาก็หกปีแล้ว การออกไปนอกบ้านทุกเทศกาลสำคัญมันก็ดูไม่น่าตื่นเต้นมากเท่าไหร่“ไม่เอาอะทำกับข้าวกินที่บ้านดีกว่า ชวนป๊ากับแม่ด้วยสิ”“แล้วก็เถ้าแก่เฮงด้วยดีไหม” เถ้าแก่เฮงที่บอกว่าตัวเองป่วยบ่อยกลัวว่าจะไม่เห็นหน้าหลาน ตอนนี้ก็ยังคงแข็งแรงดี พูดไปเพราะอยากจะเร่งรัดให้ฉันมีหลานเร็ว ๆ แค่นั้นแหละ“ได้” ฉันฉีกยิ้ม“พฤกษ์โทรชวนป๊ากับแม่มาก่อนนะ แล้วก็เถ้าแก่เฮงจะโทรบอกแล้วให้คนขับรถไปรับ” ฉันรู้ดีว่าต่อให้พฤกษ์บอกว่าจะให้คนขับรถไปรับเถ้าแก่ เดี๋ยวท่านก็ปฏิเสธอยู่ดีรายนั้นมาที่นี่ทีไรก็มักจะให้คนขับรถที่บ้านตัวเองพามาตลอด บอกว่าไม่อยากรบกวน“ปะเดี๋ยวเราไปทำขนมกัน” ฉันบอกพฤกษ์แต่คนตัวโตก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับประคอง“ข้าวจะไม่เหนื่อยใช่ไหม”“แค่ทำขนมเองจะเหนื่อยได้ยังไง”“พฤกษ์ไม่อยากให้ข้าวเหนื่อย เป็นห่วงเจ้าตัวเล็กด้วย” ตอนนี้ฉันตั้งท้องลูก
“ฮะ อย่าบอกนะว่า…”“เออ ตอนนี้กูกำลังจะเป็นพ่อแล้ว”“เฮ้ย ใครจะไปคิดว่าคนแบบมึงก็มีน้ำยา”“นี่มึงหมายความว่าอะไรไอ้เลโอ”“ก็เปล่า แล้วบอกไอ้คีย์หรือยัง”“กำลังจะโทร”“เออ ๆ รีบโทรเลย อยู่ไหนก็ส่งโลเคชันมาด้วยเดี๋ยวกูรีบไปหา กูจะมีหลานแล้วว่ะ” ตอนนี้น้ำเสียงของไอ้เลโอก็ดูตื่นเต้นไม่ต่างกันวางสายจากมันก็รีบโทรหาไอ้คีย์ทันที“มึงว่างหรือไงโทรหากู” ไอ้คีย์ก็ไม่ต่างกับไอ้เลโอมากเท่าไหร่การทักทายของมันจะพูดดี ๆ สักครั้งก็ไม่มี“ว่าง ว่างมากพอที่จะได้ปาร์ตี้กันคืนนี้ด้วย” ปาร์ตี้ที่ว่าผมไม่ได้ กะจะปาร์ตี้ให้เมามายอะไรก็แค่อยากจะฉลองให้กับหนูน้อยที่เกิดมา หนูน้อยที่เป็นความสุขของผมและข้าว “อารมณ์ไหนของมึงปาร์ตี้อะไร”“ก็ปาร์ตี้ปาร์ตี้แบบไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะตอนนี้กูจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่”“มึงเป็นบ้าอะไรของมึงเนี่ย”“กูกำลังจะเป็นพ่อคน”“ฮะ มึงว่าอะไรนะ”“กูบอกว่ากูกำลังจะเป็นพ่อคน”“ไม่ตลก”“กูพูดจริง ๆ กูไม่ได้ตลกเว้ย” ทำไมผมพูดความจริงมันเหมือนโกหกขนาดนั้นเลยเหรอไอ้คีย์มันถึงไม่เชื่อ “ปลื้มเป็นคนพาข้าวมาโรงพยาบาล”“เมียกูอยู่กับเมียมึง”“ไปทำอะไรให้เมียมึงงอนน่ะ”“กูเปล่า”“มึงก็รีบ ๆ
“น่าจะประมาณสิบโมงค่ะ”“ห่วงข้าว” ผมบอกออกไปตามความจริง เวลาเมียตัวเองไม่สบายใครกันจะอยากห่าง “ไม่ไปได้ไหม อยากอยู่ด้วย”“วันนี้มีประชุมไม่ใช่เหรอคะ ไปเถอะข้าวอยู่ได้ ไม่เป็นไร” คนดื้อ รีบพยายามทำตัวเองให้สดใสไม่ให้ผมเป็นห่วง“โอเคครับ” ผมผละตัวออกจากคนตัวเล็กไปแต่งตัว “ถ้าเข้าไม่ไหวอย่าฝืนนะ” ผมบอกข้าวก่อนออกจากบ้าน แต่ก็ก่อนจะออกได้ก็ทำใจอยู่นาน ผมไม่อยากให้เข้าอยู่คนเดียว ต่อให้รู้ว่าน้องปลื้มจะมาหาผมก็ยังเป็นห่วงอยู่ดีเมื่อมาถึงบริษัทผมก็รีบตรงเข้าห้องทำงานจัดการเคลียร์งานที่มีอยู่ แต่ยิ่งพยายามทำมากเท่าไหร่มันก็ไม่ลดลงเลยเพราะหัวของผมก็มีแต่ เป็นห่วงขวัญข้าว ขืนเป็นแบบนี้ผมได้กลับไปหาขวัญข้าวช้าแน่ ๆ“ท่านรองเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เลขาของผมเข้ามาในห้อง“เปล่าครับ ผมมีประชุมเลิกกี่โมงนะ”“มีประชุมประมาณบ่ายโมงค่ะ เลิกประชุมประมาณบ่ายสาม” ผมพยักหน้าเข้าใจ หากผมจัดการเอกสารกองนี้เสร็จผมจะได้กลับบ้านประมาณนั้นผมใช้เวลาว่างอยู่กับเอกสารจนเสร็จสิ้นกะว่าจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา แต่เราก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามีสายเรียกเข้าโทรเข้ามาเกือบ สิบสาย เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนโทรเข้ามาผม
“พฤกษ์เป็นขวัญข้าวนะครับ” แต่ละคำพูดที่บอกเธอก็กระแทกเข้าไปย้ำเหมือนกับว่าให้เธอสนใจ “จะรักแค่เมียและเอาเมียคนเดียว”“ข้าวก็จะรักพฤกษ์คนเดียว” ผมยิ้มพอใจ เวลาเสียงสั่น ๆ ของข้าวพูดบอกรักโคตรได้อารมณ์ เลื่อนมือไปจับสะโพกรั้งตัวเธอเข้ามากระแทกเข้าเร็ว ๆ จนเราทั้งคู่ขึ้นสวรรค์ไปพร้อม ๆ กันผมรับรู้ได้ว่าน้ำสีขาวขุ่นของตัวเองเอ่อนองอยู่ในตัวข้าวมากแค่ไหน คืนนี้ตั้งใจที่จะไม่ป้องกัน เพราะอยากได้โซ่ทองมาคล้องใจ อีกทั้งยังอยากสัมผัสข้าวให้แนบแน่นอย่างที่ไม่เคยจะทำ“เอาอีกไหม” ผมถามได้ขณะที่เราทั้งคู่ย้ายตัวเข้ามานั่งแช่อยู่ในอ่าง“เดี๋ยวค่อยไปต่อที่เตียง”“ไม่ชอบตรงนี้เหรอ”“ก็ชอบแต่รู้สึกมากเกินไป”“รู้สึกมากเกินไป มากเกินไปยังไง” หอมไปที่ผมกระชับกอดอย่าง รักใคร่“ข้าวไม่ชิน พฤกษ์ร้อนแรงจนข้าวยืนแทบไม่อยู่”“งั้นเราอาบน้ำกันก่อนเดี๋ยวไปต่อที่เตียงกันนะ” บอกไปอย่างนั้นสรุปสุดท้ายเพียงแค่ลูบไล้ไปบนเนื้อตัวของขวัญข้าวไฟก็ติดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ อีกรอบจากนั้นเราทั้งคู่ในมอบความรักในห้องน้ำให้แก่กันก่อนคืนนี้จะจบที่เตียงอย่างที่บอกเอาไว้ ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ผมจะอดใจไหวไม่ให้รัก ขวัญข้าวทั้งคืนไ
“ขอบคุณพฤกษ์เหมือนกัน” เธอหันหน้ามาหาลูบไล้ที่แผงอก ค่อย ๆ ไต่นิ้วลงไปเรื่อย ๆ จนถึงหน้าท้องลงไปเรื่อย ๆ จนถึงกึ่งกลางลำตัวขวัญข้าวจงใจใช้มือ สัมผัสตัวตนของผมที่ในตอนนี้มันตั้งชูชันพร้อมจะออกรบเต็มที่“ข้าว” เสียงของผมเริ่มไม่เหมือนเดิม สาเหตุก็มาจากคนน่ารักตรงหน้ากำลังยั่วโดยการใช้นิ้วลูบไล้ส่วนหัวคุณเบา ๆ เพียงแค่มือนิ่มกับทำให้ผมรู้สึกมากขนาดนี้ อย่างอื่นไม่อยากจะคิดกลัวทนไม่ไหวเสียก่อนขวัญข้าวไม่ได้พูดอะไร แกล้งบดเบียดหน้าอกเข้าหาจากนั้นก็หยิบไปที่ไวน์ขึ้นมากระดกมันเข้าปาก เอามาแบ่งให้ผมด้วยการจูบ ไวน์รสดีบรรจงถูกส่งเข้ามา จากนั้นเราก็แลกลิ้นสัมผัสกันแนบชิดตอนแรกขวัญข้าวในวันนี้ทำเอาตกใจอยู่เหมือนกัน ใครจะคิดก็คนซื้อ ๆ ที่ไม่ประสีประสาในตอนแรกตอนนี้กลับดูมีประสบการณ์ เพียงเพราะศึกษาเพื่ออยากเอาใจผม รู้ก็เพราะเคยถามมาซึ่งขวัญข้าวก็สารภาพว่าแอบเสิร์ชหาข้อมูลเยอะอยู่เหมือนกันที่จะทำให้ผมรู้สึกดีอย่างนี้“ขี้ยั่วจังเลยนะ”“แล้วชอบไหม”“ชอบครับ ชอบที่สุด” จูบซับไปที่หน้าผับนวลจากนั้นก็ใช้มือช้อนตัวขวัญข้าวพร้อมกับลุกขึ้น“จะทำอะไร”“ล้างตัวแป๊บนึง อยากไปเล่นตรงนั้น” บอกพร้อมกับหัน
“ชมแต่ขวัญข้าว น้องปลื้มไม่ชมพี่เลโอบ้างเหรอ เนี่ยพี่ก็จีบน้องพระพายตั้งหลายปีเลยนะ” ตอนนี้ไอ้เลโอกับน้องปลื้มดูจะเป็นคู่ซี้พี่น้องที่สนิทกันมาก ๆ สาเหตุก็มาจากน้องปลื้มช่วยให้มันได้คบกับน้องพระพายนั่นแหละ“เรื่องนี้ก็ยกนิ้วให้พี่เลโอเหมือนกัน เก่งมาก ๆ เลยค่ะ” “ให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่ว่าคนอื่นไม่เอาพี่เลโอหรอกเหรอ” พระพายพูดทำเอาผมกับขวัญข้าวแทบจะกั้นขำไม่อยู่พอ“น้องพระพาย น้องพระพายก็เห็นว่ามีคนเข้าหาพี่เยอะมากแค่ไหน” ก็จริงอย่างที่มันว่าเห็นแปลก ๆ แบบนี้มันก็มีสาว ๆ เยอะเหมือนกันอีกคนหนึ่งที่ในวันงานไม่ได้มาก็คือเจ้านายเก่าของขวัญข้าว รายนั้นฝากน้องปลื้มมาแสดงความยินดี ไม่ใช่ว่าเสียใจที่ผมกับขวัญข้าวแต่งงานกันเลยไม่มา ทว่าเขานั้นมีลูกน้อยฝาแฝดที่พึ่งคลอดเลยไม่สามารถมาได้จากที่ได้คุยกับข้าวก็พึ่งมารู้ว่า เขาไม่ได้คิดที่จะจีบข้าวจริงจังตั้งแต่แรก แต่มองในมุมน้องสาวมากกว่า“แล้ววันนี้เล็งไว้หรือยังว่าจะเอาแฝดสองหรือแฝดสาม” ไอ้เลโอก็ยังพูดจาทะลึ่งเหมือนเดิม“แฝดสี่ไปเลยดีไหม” ส่วนคนที่ทะลึ่งมากกว่าก็น่าจะเป็นผมเนี่ยแหละ“พฤกษ์”กิจกรรมล่วงเลยมาถึงช่วงดึก ในที่สุดก็ถึงเวลาเข้าหอสักที
![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






