สายของวันต่อมา
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านรูผ้าม่านเล็กๆ ที่ปิดไม่สนิทมากเข้ามาภายในห้องนอน ตกกระทบใบหน้าสวยหวานของสายขิมที่นอนหลับสนิทบนเตียงหนานุ่ม
ร่างบางเริ่มขยับร่างกายไปมา หัวคิ้วมนเลื่อนชนกันเป็นปมเมื่อโดนแสงส่องหน้า จนต้องพลิกตัวไปอีกทาง เปลือกตาที่แนบสนิทค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างช้าๆ
ความรู้สึกแรกหลังจากสมองเริ่มกลับมาประมวลผล คือความหนักอึ้งที่ศีรษะ ราวกับมีใครมากดบีบหัวเอาไว้ มือเล็กยกขึ้นคลึงขมับเบาๆ
เมื่อคืนดื่มหนักกันมาก เธอจำได้ว่านัตตี้เป็นคนมาส่ง จากนั้นก็ขึ้นมาคอนโดคนเดียว แล้วก็เจอเทรย์ซิส หลังจากนั้นเหมือนภาพทุกอย่างจะตัดไป จำอะไรไม่ได้อีกเลย
“ปวดหัวจัง…” เธอพึมพำเบาๆ คนเดียว ก่อนจะพลิกตัวนอนหงายมองเพดานนานสองนาน แต่แล้วความรู้สึกบางอย่างกลับทำให้เธอเริ่มตะหงิดใจว่านี่ไม่ใช่ห้องของตัวเอง
กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่ม…
โทนห้อง…
บรรยากาศที่ดูไม่คุ้นชิน…
สายขิมลุกขึ้นนั่ง กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องนอนโทนสีดำที่ดูยังไงก็ไม่ใช่ห้องนอนตัวเอง
“หะ…ห้องใครวะ” เธอกำผ้าห่มแน่น หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำจนแทบกระดอนออกจากอก เมื่อคืนเมาจนจำอะไรไม่ได้ ตื่นมาอีกทีโผล่ห้องใครก็ไม่รู้
หรือเมื่อคืน…
“ไม่ๆ ไม่ใช่แบบนั้นเด็ดขาด!” คิดไปเองต่างๆ นานา รีบสะบัดไล่ความคิดเรื่องอย่างว่าออกไปจากหัว พอก้มลงมองสำรวจตัวเองพบว่ายังคงใส่ชุดเดิมของเมื่อคืน ร่างกายปกติ ไร้ร่องรอยการ…มีเซ็กซ์
ถึงจะโล่งอก แต่ความกังวลก็ยังไม่หายไปไหน ตื่นมาอยู่ในห้องใครก็ไม่รู้แบบนี้ ใครมันจะไม่ตกใจบ้าง
สายขิมดึงผ้าห่มออกจากตัว ก่อนจะค่อยๆ ประคองร่างกายที่ยังแฮงก์ให้ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เธอก้าวขาเดินไปที่ประตูห้องนอน แล้วค่อยๆ แง้มมันออกอย่างระมัดระวัง
“ห้องคุ้นๆ”
ทันทีที่เปิดประตูออกมา ความรู้สึกเหมือนเคยเห็นห้องนี้ที่ไหนมาก่อนก็ผุดขึ้นในหัว ทำให้สายขิมหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน
“นะ…นี่มันห้องพี่เทรย์ซิส!” เธอเผลออุทานออกมาเสียงดัง พอรู้ตัวก็รีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันทีอย่างกลัวว่าเขาจะได้ยินเข้า
หลังจากรู้ว่านี่เป็นห้องของเทรย์ซิส สายขิมเริ่มอยู่ไม่สุข หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำยิ่งกว่าตอนตื่นมาแล้วรู้ว่าไม่ได้อยู่ห้องตัวเองเสียอีก
“มานอนห้องพี่เขาได้ยังไง”
ซวยแล้วยัยสายขิม
“รีบเผ่นดีกว่า” เธอเธอค่อยๆ แทรกตัวออกมา ทำทุกอย่างให้เบาที่สุด ก่อนจะตั้งท่าเตรียมวิ่งไปที่ประตู ใครจะไปยืนรอให้เจ้าของห้องมาเห็นกันล่ะ
หากแต่ว่า…
หมับ!
มือเย็นเฉียบของเจ้าของห้องคว้าเข้าต้นแขน แรงกระชากมหาศาลทำให้ร่างของเธอถูกดึงกลับไปอย่างรวดเร็ว หัวใจดวงน้อยหล่นวูบเมื่อเผลอสบตากับเทรย์ซิส
“พะ…พี่เทรย์ซิส…”
“อ่า ตื่นมาแล้วก็คิดหนีเลยแหะ”
“เมื่อคืน…ขิมมานอนห้องพี่ได้ยังไง”
“ลองเดาดูสิ”
“ขะ…ขิมเมา จำอะไรไม่ได้”
รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นมาบนมุมปากหยัก มือหนาอีกข้างเลื่อนมารั้งเอวบางเข้ามาใกล้ มือที่จับต้นแขนค่อยๆ คลายออก
“ตื่นมาในห้องผู้ชายแบบนี้ คิดว่ายังไงล่ะ”
เธอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ตอนแรกคิดว่ามันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คำพูดเมื่อครู่ รวมถึงหลักฐานที่ตื่นขึ้นมาในห้องของเขา มันกลับชัดเจนจนน่ากลัวว่า…อาจมีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ
“เมื่อคืนนี้เธอเด็ดมากเลยรู้ไหม”
ใบหน้าสวยหวานเห่อร้อนขึ้นมา หัวใจเต้นแรงหนักกว่าเดิมหลายเท่า เหตุการณ์นี้ทำให้เธอถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว
แสดงว่าเมื่อคืนเธอกับเขา…
ได้เสียกันแล้วหรือเนี่ย!
“มะ…ไม่จริง”
“ถ่ายคลิปตอนเธอครางชื่อฉันไว้ด้วย อยากดูไหม”
“ไม่จริง! พี่เทรย์ซิสโกหก”
“สงสัยคงต้องเอาหลักฐานให้ดูซะแล้ว” เขากระตุกยิ้ม ก่อนจะลากแขนสายขิมกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง
“ปะ…ปล่อยขิมนะ! ไม่งั้นขิมฟ้องแม่พี่แน่!”
เทรย์ซิสไม่สนใจ ในขณะที่สายขิมพยายามขัดขืนแต่กลับสู้แรงผู้ชายไม่ได้ มาถึงเตียงเขาผลักเธอลง ตุ้บ! ก่อนจะตามมาคร่อมร่างบาง กดข้อมือเล็กลงเตียงอย่างแรงจนคนใต้ร่างทำหน้าเบ้ด้วยความเจ็บ
“พี่เทรย์ซิส! ปล่อยขิมนะ!”
“ทีเมื่อคืนไม่เห็นพูดแบบนี้”
“เมื่อคืนขิมเมา จำอะไรไม่ได้”
“แต่ฉันจำได้ ทุกท่าเลย”
คนที่เกิดมาไม่เคยมีเซ็กซ์ถึงกับหน้าแดงปลั่ง เมื่อได้ยินคำพูดเรื่องใต้สะดือแบบนี้ สีหน้าของเขาตอนนี้มันดูสะใจมากไม่น้อย
“อยากให้ทบทวนไหม”
“มะ…ไม่เอา”
“แต่ฉันอยากทบทวนให้….” เขาเลื่อนมือขึ้นมาลูบไล้กรอบหน้ารูปไข่ ยิ่งเห็นสายขิมหน้าซีดเขายิ่งสะใจ
“พี่เทรย์ซิสปล่อยขิมไปเถอะนะ”
“อะไรกัน ทีเมื่อคืนยังขอให้ฉัน…”
“พอแล้ว!” เธอสวนขึ้นก่อนเขาจะพูดจบ ความรู้สึกตอนนี้อับอายจนแทบอยากหนีออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
“เข้ามาในถ้ำเสือแล้ว คิดว่าฉันจะปล่อยเธอไปง่ายๆ เหรอสายขิม” ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงไปใกล้สายขิม ริมฝีปากจรดลงข้างใบหู “ครั้งหน้าเมาแล้วก็หัดมีสติซะบ้าง เพราะถ้าเป็นคนอื่น…เธอเสร็จเขาไปนานแล้ว”
เทรย์ซิสผละตัวออกจากร่างบาง แววตาร้ายกาจเมื่อครู่กลับกลายเป็นเย็นชาเหมือนเดิม
“สะ…แสดงว่าเมื่อคืนไม่ได้เกิดอะไรขึ้นระหว่างเราสองคนเหรอคะ”
“ผิดหวัง?”
“เปล่าค่ะ” เธอส่ายหน้าไปมา “ขิมอยากรู้ว่า ทำไมขิมถึง…ตื่นขึ้นมาในห้องนอนของพี่”
“เมาแล้วคิดว่าห้องฉันเป็นห้องตัวเอง”
“คะ? ขิมทำแบบนั้นจริงๆ เหรอ”
“ก็เออน่ะสิ อุตส่าห์ลากกลับที่หน้าห้องตัวเองแล้วแท้ๆ แต่ยังเดินตามเข้ามาข้างใน” นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนทีไรยังหงุดหงิดไม่หาย
เมื่อคืนเขาต้องออกไปนอนอีกห้อง เพราะโดรสายขิมยึดห้องนอนไป ตอนแรกตั้งใจจะพาตัวปัญหากลับไปส่งห้อง แต่กลับหาคีย์การ์ดของเธอไม่เจอ ไม่รู้เมาแล้วทำหล่นไว้ที่ไหน
แต่คิดว่ามันคงไม่ได้หายที่ไหนไกล เพราะสายขิมต้องใช้มันแตะขึ้นมาข้างบน
“เอาคีย์การ์ดไว้ไหน?”
“ทำไมคะ”
“ฉันไม่อยากวุ่นวายกับเธอเหมือนครั้งก่อนที่ทำคีย์การ์ดหายอีกแล้ว”
“ในกระเป๋าไงคะ”
“ไม่เจอ”
เธอทำหน้าครุ่นคิด จำได้ว่าใช้แตะลิฟต์ขึ้นมาข้างบน ภาพเหตุการณ์บางส่วนค่อยๆ ไหลกลับเข้ามาในหัว ก่อนที่เธอจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง
“อยู่นี่ค่ะ”
“ออกไปจากห้องฉันได้แล้ว” เมื่อคืนมัวแต่หงุดหงิดจนลืมค้นตามกระเป๋าเสื้อผ้าบนตัวสายขิม ค้นแค่กระเป๋าของเธอไม่เจอ ก็เดินออกไปสูบบุหรี่เพื่อดับอารมณ์ขุ่นเคือง
“เมื่อคืนขิมขอโทษด้วยนะคะ” เธอยกมือไหว้เขาอย่างรู้สึกผิด “พี่เทรย์ซิส…อย่าเล่าให้ใครฟังได้ไหมคะ”
“ทำไมฉันต้องทำตามที่เธอขอ?”
“ขิมอาย…” เธอก้มหน้าบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หากเรื่องนี้หลุดออกไป รู้ถึงไหนอายถึงนั่น
“รีบกลับห้องไปได้แล้ว” เขาไม่ได้ตอบรับคำขอของเธอ เพียงแค่บอกให้สายขิมรีบออกไปจากห้อง เพราะวันนี้เพื่อนของเขาจะมาหา “ถ้าไม่รีบออกไป ฉันจะบอก”
คำขู่นั้นทำให้สายขิมชะงักไปเสี้ยววินาที ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ก่อนจะรีบพยักหน้ารัว
“ปะ…ไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” เธอผลุนผลันลุกขึ้นจากเตียงแทบจะทันที ก่อนจะก้าวลงจากเตียงอย่างลุกลี้ลุกลน
ร่างบางเดินออกไปอย่างรีบร้อน ราวกับกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ อีกทั้งยังเผลอสะดุดพรมเล็กน้อยจนต้องรีบตั้งหลัก
เทรย์ซิสยืนมองนิ่งๆ สายตาคมติดตามทุกการเคลื่อนไหวของสายขิมที่กำลังหนีออกจากห้องของเขาราวกับกำลังหนีเสือ
สายขิมหยิบรองเท้าตัวเองขึ้นมา ก่อนจะเอื้อมมือไปจับลูกบิดแล้วเปิดออกเพื่อกลับห้องตัวเอง หากแต่ว่า…
กึกกก!
เมื่อสายขิมเปิดประตูออกมาแล้วต้องชะงักทันที ดวงตาคู่สวยปะทะเข้ากับสายตาของสองหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าห้อง หัวใจดวงน้อยก็พลอยหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
เพื่อนสนิทของเทรย์ซิส…
“สะ…สวัสดีค่ะ….” เธอทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ สุดท้ายจึงได้แต่ยกมือไหว้ทื่อๆ อย่างคนที่ยังตั้งสติไม่ทัน เพราะทันทีที่เปิดประตูออกมา ก็พบว่าเพื่อนสนิทของเขาสองคนกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องเสียแล้ว
ตะวันกับคเชนทร์มองหน้ากันอัตโนมัติ พวกเขาทั้งคู่จำผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าได้ดี เพราะมักแซวเล่นกับเทรย์ซิสอยู่บ่อยๆ ว่าสายขิมคือ ‘เด็กของมัน’
ไม่คิดเหมือนกันว่า…การมาหาเพื่อนวันนี้จะทำให้ได้เห็นช็อตเด็ดแบบนี้เข้า
สายขิมเพิ่งเปิดประตูออกมาจากห้องของมัน
“ทำไมน้องถึง…มาอยู่ห้องเพื่อนพี่ได้?”