เข้าสู่ระบบวันต่อมา
น้ำตาลมาทำรายงานบ้านเซลีนในช่วงสิบโมงเช้า รถหรูจอดหน้าบ้านสองชั้นธรรมดาแต่ดูอบอุ่น รอบบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่น ดอกไม้นานาพันธุ์ที่แม่เซลีนชอบ ร่างบางในชุดเสื้อกล้ามมีขาวจากแบรนด์หรู กางเกงยีนส์ขายาวสีเข้มเอวต่ำ และรองเท้าแตะแอร์เมสก้าวลงจากรถหรู ผิวขาวสะท้อนกับแสงแดดเปล่งออร่าเรียกสายตาคนรอบข้างให้หันมามอง โดยเฉพาะป้าบ้านฝั่งตรงข้ามที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้ชะเง้อคอมองตั้งแต่เห็นรถขับมาจอด ค่อยๆ ขยับมาเรื่อยๆ จนใกล้รั้วบ้าน “แฟนเซนต์เหรอแม่หนู” ป้าบ้านฝั่งตรงข้ามเอ่ยขึ้น ราวกับแพ้เสียงในหัว น้ำตาลหันขวับ “เมื่อกี้…ว่าอะไรนะคะ?” “ป้าถามว่าแฟนเซนต์เหรอ” หญิงสาวยิ้มหน้าบานปานกระด้ง หลังจากโดนเอ่ยถามแบบนั้น “ป้านี่ตาถึงจังเลยนะคะ” อยากให้รางวัลป้าแกจริงๆ พูดถูกใจมากค่ะคุณป้า “แสดงว่าใช่” “เหมาะสมกันไหมคะ?” “สุดๆ จ้ะ สวยหล่อเหมาะสมกัน” “ไว้รอบหน้ามาอีกหนูซื้อขนมมาฝากนะคะ ฝากชงบ่อยๆ” เธอยิ้มหน้าบานเดินเข้าบ้านเซลีน จังหวะหันมาปิดประตูรั้วไม่วายยิ้มกับป้าบ้านฝั่งตรงข้าม ป้าคนนี้ตาแหลมมาก น้ำตาลเดินฮัมเพลงเข้าไปข้างใน ก่อนถึงส่งข้อความบอกแล้วเซลีนบอกว่าเข้ามาได้เลย จัดการถอดรองเท้าไว้หน้าบ้าน เดินเท้าเปล่าเข้าไปข้างใน “สวัสดีค่ะแม่” ใช่ เธอเรียกแม่เซลีนว่า ‘แม่’ เพราถก่อนหน้านี้เรียกป้าแล้ว แต่แม่เซลีนบอกว่าต่อไปนี้เรียกแม่ได้เลย “ตาลซื้อขนมมาฝากค่ะ” “ไม่เห็นต้องซื้อมาเลยลูก แม่เกรงใจ” “ขนมร้านนี้อร่อยค่ะ ตาลซื้อไปให้คุณพ่อคุณแม่ ท่านบอกอร่อยเลยแวะซื้อมาฝากค่ะ” “น่ารักจังเลยลูก” กรองแก้วชม “กินเยอะๆ นะคะ” “จ้า เดี๋ยวป้าแบ่งขึ้นไปให้เซลีนกับหนูตาลกินตอนทำรายงานด้วย” เธอยิ้มให้แม่เซลีน ก่อนจะขึ้นบันไดไปหาเซลีนข้างบน มาบ่อยจนเหมือนบ้านตัวเองไปแล้ว พอขึ้นมาข้างบนประตูห้องฝั่งตรงข้ามห้องนอนเซลีนก็ถูกเปิดออก กึกก! เป็นเซนต์ที่สวมเพียงกางเกงกีฬาขาสั้นสีดำตัวเดียว ข้างบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นซิกซ์แพ็กซ์ที่เรียงตัวกันสวยงาม น้ำตาลลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ “มองอะไร” เซนต์เอ่ยถามน้ำตาลเสียงเรียบ ไม่ได้ตกใจที่อีกคนมาเห็นตัวเองสภาพนี้ “อ่อยตาลเหรอคะ” เธอถามด้วยรอยยิ้มกริ่ม เต๊าะมาครึ่งปีหินไม่กร่อนให้มันรู้ไปสิ “เพ้อเจ้อ” ตัดจบแล้วเดินออกไปอย่างไร้เยื่อไย น้ำตาลยืนจิ๊ปากคนเดียว ก่อนจะเดินเลี้ยวไปห้องอีกฝั่ง ทันทีที่เปิดเข้ามาก็เห็นเพื่อนสนิทกำลังเป่าผมอยู่ ก่อนหน้านี้เซลีนบอกแล้วว่ายังไม่อาบน้ำ เธอที่อยากรีบมาเพื่อจะได้เจออนาคตหวานใจเลยบอกไม่เป็นไร ไม่รีบ ตามสบายเลยแค่ได้เจอเขาก็พอแล้ว และก็ได้เจอจริงๆ แถมยังเจอในสภาพ…ร่างทองอีกด้วย “ฉันเจอพี่เซนต์ด้วย พี่แกซิกซ์แพ็กซ์แน่นมาก!” น้ำตาลวางข้าวของลงบนโต๊ะ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงโซฟาแล้วบอกเซลีนด้วยท่าทางตื่นเต้น “เห็นแล้วน้ำลายไหล” “ขนาดนั้นเลย?” เซลีนปิดเครื่องเป่าผมแล้วตอบน้ำตาล ส่ายหน้าไปมาเบาๆ ด้วยความเอือมระอา น้ำตาลคลั่งรักพี่ชายเธอมาก แต่พี่ชายของเธอเนี่ยสิเย็นชามาก “อยากได้พี่แกเป็นผัวแล้วอ่า ช่วยชงหน่อย” “ช่วยอยู่ แต่ชงไม่เข้ม” น้ำตาลถอนหายใจหนักๆ ขนาดเซลีนช่วยชงขนาดนี้ยังไม่ใจอ่อน และไม่คิดจะหวั่นไหวกับเธอเลยสักนิด สวย รวย นิสัยดี สายเปย์ขนาดนี้…ผู้เมินเฉย! “แล้ว…ควรทำยังไงถึงจะจีบเขาติด?” “ยาก ตั้งแต่โดนนอกใจก็เข็ดหลาบจากความรักไปเลย ไม่คุยกับผู้หญิงคนไหน ไม่สนใจเลยแหละ ขนาดไอจียังไม่ฟอลผู้หญิงคนไหนนอกจากน้องสาว แต่ถ้าคนไหนสามารถทำให้เขารักได้ บอกเลยเขาไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือไปแน่นอน พี่เซนต์รักใครรักจริงหวังแต่งเลยนะ” “แกว่าฉันพอจะมีโอกาสไหม?” ยิ่งได้ยินเซลีนพูด เธอยิ่งอยากเป็นผู้หญิงที่โชคคนนั้น คงทนไม่ได้ถ้าเห็นเขาสมหวังกับคนอื่น พี่สะใภ้เซลีนต้องชื่อน้ำตาลเท่านั้น! “อืมมม ไม่รู้อะ ไม่กล้าให้ความหวังแต่เซย์เชียร์ตาลนะ” เพราะรู้นิสัยพี่ชายเลยไม่อยากให้ความหวังเพื่อน ถ้าถามว่าอยากให้สองคนนี้ลงเอยกันไหม แน่นอนอยู่แล้ว นิสัยคนละขั้วชัดเจนน่าจะลงตัวกัน ถ้าพี่เซนต์ได้น้ำตาลเป็นแฟนชีวิตคงมีสีสันขึ้นมาก ภายนอกน้ำตาลอาจดูเป็นคนแรงๆ และหยิ่ง แต่จริงๆ แล้วน้ำตาลนิสัยน่ารักมาก ใครได้เป็นแฟนคงโชคดีไม่ใช่น้อย “ฉันเต๊าะพี่เซนต์มาครึ่งปีแล้วไม่มีวี่แววที่เขาจะสนใจเลย” น้ำตาลพูดอย่างเซ็งๆ รู้ว่าเซลีนช่วยเต็มที่แล้วว่าเคยขายตัวเองให้พี่ชายฟัง แต่เขากลับตอบมาว่า… ‘ให้เพื่อนเซย์ไปเจอคนดีๆ เถอะ’ น้ำหยดลงหินทุกวันหินไล่ไปเจอคนดีๆ ดีกว่านี้ก็พระแล้วค่ะ ไม่เอาคนอื่นนอกจากคนชื่อ ‘เซนต์’ เท่านั้น สองสาวเริ่มรายงานหลังจากเซลีนแต่งตัวเสร็จ สีหน้าแต่ละคนดูตึงเครียดกับงานตรงหน้าไม่ใช่น้อย งานนี้ต้องส่งภายในอาทิตย์หน้าเลยต้องทำแข่งกับเวลาและเนื้อหาที่ค่อนข้างยากพอสมควร ช่วงบ่ายสองเศษๆ น้ำตาลสั่งอะไรมากิน ร่างบางเดินลงมาจากชั้นสองเพื่อไปเอาอาหาร และต้องชะงักเมื่อเห็นเซนต์นอนกอดอดหลัยอยู่บนโซฟา ในสภาพสวมเสื้อกีฬาและกางเกงขาสั้นธรรมดา ด้วยความรีบไปเอาอาหารจึงไม่ได้หยุดดูนาน หลังจากได้รับอาหารและให้ทิปคนขับ เธอเดินกลับเข้ามาข้างในบ้าน สายตาเหลือบมองเซนต์ที่ยังคงนอนหลับ มือเล็กยกโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดถ่ายภาพนั้น ใบหน้าสวยหวานเผยรอยยิ้ม ก่อนจะค่อยๆ ย่องเข้าไป คนอะไรหลับอยู่ยังหล่อ… หญิงสาวโน้มตัวลงไปใกล้คนตัวโต ดวงตาคู่สวยมองสำรวจใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติ มองมุมไหนก็หล่อและดูดีไปหมด จมูกโด่งสันเป็นธรรมชาติไม่ได้ผ่านการศัลยกรรม ผิวไม่ได้ขาวมากตามสไตล์ผู้ชายลุยๆ ชอบออกแดดแต่กลับดูมีเสน่ห์เหลือล้น คิ้วดำเข้มดก สันกรามชัดเจนดูกร้าวใจ ขณะเธอกำลังจดจำภาพความหล่อเหลาของเขาไว้ในความทรงจำ ชายหนุ่มที่นอนหลับอยู่กลับลืมตาพรึ่บขึ้นมา ทำให้เธอชะงัก เบิกตากว้าง ก่อนจะถอยกรูดออกไปทันที “พี่เซนต์…” เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ พร้อมกับส่งยิ้มแห้งให้ หลังเพิ่งโดนจับได้ว่าแอบมองตอนเขาหลับอยู่ “มาทำอะไรตรงนี้?” เซนต์เลิกคิ้วขึ้นสูง สายตามองน้ำตาลที่มีสีหน้าตื่นตระหนก “เอ่อ…ไม่มีอะไรค่ะ ตาลขอตัวนะ” พูดจบก็รีบตั้งท่าเตรียมหนี แต่ทว่า… หมับ! มือหนาคว้าแขนเล็กเอาไว้ในจังหวะที่กำลังหมุนตัวเดินออกไป น้ำตาลชะงัก สัมผัสจากมือหนาทำรู้สึกเสียวสันหลังวาบและใจเต้นแรงในเวลาเดียวกัน “มายืนมองฉันทำไม” “คะ…ใครมองพี่เซนต์ ไม่มี๊” “ฉันไม่อยากตอบผู้หญิงกลับไปว่าตอแหล” แร๊ง! แต่เธอรับได้เพราะชอบเขา ผู้ชายด่าแปลว่าผู้ชายรัก “ตาลเห็นแมลงวันตอมหน้าพี่เซนต์ตอนหลับ เลยเข้ามาไล่ให้” โกหกได้เนียนมากน้ำตาลเอ๊ย… “เหรอ” เขาตอบกลับสั้นๆ ด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ดูออกว่าน้ำตาลโกหก แต่ตั้งใจมาแอบดูตอนเขาหลับมากกว่า “ค่ะ ปล่อยตาลได้รึยังคะ ไม่งั้นตาลจะคิดว่าพี่เซนต์…มีใจให้ตาลนะ” เธอพูดแล้วอมยิ้มกริ่ม สายตาหลุบมองมือที่จับแขนอยู่อย่างแนบแน่น “มีใจก็บอกอย่ามาหลอกแต๊ะอั๋ง” เซนต์ปล่อยมือออกจากแขนเล็กโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะหยัดกายขึ้นเต็มความสูง น้ำตาลแหงนหน้าขึ้นมองเจ้าของความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ด ทำให้เธอสูงเพียงอกของเขาเท่านั้น “พอโดนจับได้ว่ามีใจก็จะหนีเหรอคะ” เธอขยับริมฝีปากพูดในจังหวะที่เขาจะเดินออกไป “เลิกเพ้อเจ้อ” เขาหันกลับไปบอกน้ำตาลที่มโนคิดไปเอง “ระวังน้า เมินตาลบ่อยๆ ระวังหลงรักตาลโดยไม่รู้ตัว” “ชอบอ่านนิยายรักเหมือนเซลีนรึไง ถึงได้เพ้อเจ้อเหมือนกัน” “คนอะไรปากร้ายซะจริง” เซนต์ไม่พูดอะไรนอกจาก้าวขึ้นบันไดไป น้ำตาลมองตามแล้วอมยิ้ม สายตาหลุบมองแขนข้างที่เขาเพิ่งจับไปหมาดๆยิ้มเขินจนตัวบิดเป็นเลขแปดเลยทีเดียว วันนี้จะไม่อาบน้ำเด็ดขาด!การจากไปของริวกิสร้างความโศกเศร้าให้แก่คนในตระกูลเป็นอย่างมากพิธีศพถูกจัดขึ้นที่ญี่ปุ่นตามขนบธรรมเนียม วันนี้ท้องฟ้าหม่นเทาราวกับร่วมไว้อาลัยให้กับการจากไปของประมุขตระกูลโถงพิธีถูกตกแต่งขาวดำ พวงดอกไม้สีขาวเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ภาพถ่ายของริวกิในกรอบไม้สีเข้มตั้งเด่นอยู่หน้าหิ้งบูชา ใบหน้านิ่งสงบในภาพทำให้หลายคนไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้แม้กระทั่งลูกน้องกลิ่นธูปลอยอบอวลในอากาศ เป็นสัญญาณว่านี่คือเรื่องจริงไม่ใช่ความฝันแขกที่มาร่วมงานล้วนเป็นบุคคลสำคัญ ทั้งผู้อาวุโสของตระกูลยากูซ่าต่างสาย นักธุรกิจระดับสูง รวมถึงผู้มีอิทธิพลที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ภายใต้การนำของริวกิเซนต์ ยืนอยู่แถวหน้าสุดในฐานะหัวหน้าตระกูลคนปัจจุบัน ใบหน้าคมคายเรียบนิ่ง แต่แววตาแดงก่ำ เขาสวมชุดสูทดำเรียบไร้เครื่องประดับ สายตาจับจ้องไปยังภาพถ่ายของพ่อนิ่งๆตลอดพิธี…เขาไม้ร้องไห้ ไม่ใช่เพราะไม่เจ็บปวด แต่เพราะในวันนี้เขาต้องยืนอยู่ในฐานะที่เข้มแข็งแทนพ่อข้างกายคือ เซลีน ใบหน้าสวยหวานนี้เต็มไปด้วยความเศร้าหมอง ดวงตาแดงก่ำไม่ต่างจากพี่ชาย คอยเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาเป็นระยะ โดยมีครินทร์คอยมองด้วยแววตาเป็นห่วงกรองแก้วยืนประส
สายลมเย็นๆ ยามเช้าของเขาใหญ่พัดผ่านผืนป่าอย่างแผ่วเบา งานแต่งในวันนี้เรียบง่าย ถูกจัดขึ้นที่บ้านพักตากอากาศที่ริวกิตั้งใจซื้อให้ลูกชายในวันเรียนจบ และวันนี้ถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานแต่งเล็กๆ แบบเรียบง่าย แขกที่มาร่วมงานมีเพียงคนรู้จักและคนในครอบครัวธีมในงานเป็นสีขาวและสีครีม ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นร่วมสมัย ด้านหน้าเป็นฉากดอกไม้สีขาวและชมพูอ่อน ดอกซากุระนำเข้าจัดแซมกับดอกไม้ชนิดอื่นๆ ที่ทั้งคู่เป็นคนลิสต์ให้ออแกไนต์จัดงานพิธีเริ่มต้นขึ้น…น้ำตาลปรากฏตัวพร้อมกับคนเป็นพ่อในชุดแต่งงานเกาะอกสีขาว ผมปล่อยสลวยและประดับด้วยเวลเจ้าสาว ลำคอระหงสวมสร้อยเส้นเดียวกับของแม่ในวันแต่งงาน ใบหน้าสวยหวานประดับด้วยรอยยิ้ม มือทั้งสองถือช่อดอกไม้ สายตาทอดมองเจ้าบ่าวที่ยืนรออยู่ไม่ไกลนักเซนต์ยืนรออยู่ปลายทางเดินในสูทสีดำ ใต้สูทเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว สายตาไม่ละจากเจ้าสาวที่กำลังก้าวเข้ามา ทุกย่างก้าวของเธอทำให้โลกของเขาแทบหยุดหมุนวันนี้เจ้าสาวของเขาสวยมาก…ดวงตาเอ่อร้นด้วยคราบน้ำตา เขายืนมองเจ้าสาวตัวเองทั้งน้ำตา เมื่อคืนนอนแทบไม่หลับเพราะตื่นเต้นกับงานวันนี้ตั้งแต่วันที่คบกันจนถึงวันนี้ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะเ
เรื่องราวของเธอและเขาเริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน…ความรู้สึกที่แอบชอบ เป็นฝ่ายตามตลอดระยะเวลาครึ่งปีไม่ได่ศูนย์เปล่า ใช้เวลานาน หากเทียบกับความสมหวังแล้วล่ะก็…เธอว่าคุ้มรู้ดีว่าไม่ใช่หลายคนที่จะสมหวังกับใครคนนั้นที่อยู่ในใจ จะเรียกว่าเป็นความโชคดีขอเธอก็ได้ กว่าเธอจะสมหวังกับเขาเล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันเป็นฝ่ายตาม…เป็นฝ่ายจีบก่อน…เคยท้อจนอยากล้มเลิกความคิดจีบเขา พอฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า นั่นเขาเลยนะ รักครั้งแรก และจะเอามาเป็น ‘แฟนคนแรก’ ให้ได้ได้ยินเรื่องราวของเขาผ่านเซลีนบ่อยๆ เวลาเขารักใครรักจริงถึงขั้นหวังแต่ง ใครได้เขาเป็นแฟนไม่ต่างจากถูกรางวัลที่หนึ่ง นั่นจึงทำให้เธออยากได้ผู้ชายคนนี้มาครอบครองตอนนี้เธอได้รางวัลที่หนึ่งมาแล้ว และขึ้นรางวัลโดยการเป็นแฟนแล้วเรียบร้อย…ขาเรียวเล็กก้าวตรงไปยังเคาน์เตอร์ครัว เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของแฟนหนุ่ม ยืนรวบผมเป็นดังโงะ หยิบไข่มาตอกลงถ้วยเช้านี้เธออยากทำอาหารเช้าให้เขาบ้าง ที่ผ่านมาเขาทำให้เธอมาเยอะแล้ว เลือกทำเมนูง่ายๆ ไส้กรอก ไข่ดาว และขนมปัง เป็นเมนูที่เธอมักทำกินตอนเช้าบ่อยๆน้ำตาลยืนทำอาหารเช้าพลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี หลังจากทำเ
ฟุบ…ดัชเชสมองเพื่อนสนิทที่เดินกลับมานั่งลงเงียบๆ ดวงตาแดงก่ำบอกว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้ ไม่ต้องถามก็ได้คำตอบว่าคงทะเลาะกัน“มึงโอเคไหม”“ไม่โอเค” เธอตอบแล้วสืบน้ำมูก ก่อนจะโน้มตัวไปหยิบกระดาษทิชชูตรงหน้ามาเช็ดน้ำมูกอีกที “เจนิสอยู่ที่งานกับเขา”“พี่เซนต์ว่าไง”“เขาบอกว่าลังเลจะบอกกูเรื่องเจนิสดีไหม ไม่อยากให้กูคิดมากเรื่องเจนิสอยู่ที่นั่น แต่ถึงอย่างนั้นกูก็อยากให้บอกกูทุกเรื่อง ไกลกันไม่พอยังไม่บอกความจริงกันอีก”“กูเข้าใจทั้งมึงและพี่เขานะ” ดัชเชสไม่เข้าข้างใคร ขอเป็นกลาง เพราะต่างคนต่างก็มีเหตุผลเป็นของตัวเอง“กูเข้าใจเขานะ คงงี่เง่าเองแหละ พอมันอยู่ไกลกันเหมือนกูยิ่งงอแงกับเขา แต่ถ้าไม่มีเรื่องเจนิสเข้ามากูคงไม่ไร้เหตุผล” ที่ผ่านมาเธอมีเหตุผลกับเขาเสมอ แต่พอห่างกันบวกคิดถึงเลยทำให้ยากที่จะคุยกันด้วยเหตุผลดัชเชสลูบหลังเพื่อนเบาๆ อย่างเข้าใจ ไม่ตัดสินใจใครถูกหรือผิด ปล่อยให้สองคนเคลียร์กันเอง อยู่ตรงนี้แค่ปลอบใจและรับฟังเท่านั้น“มึงว่ากูไร้เหตุผลไปไหม”“ไม่หรอก มึงก็มีเหตุผลที่โกรธ ส่วนเขาก็มีเหตุผลที่ไม่อยากบอก”น้ำตาลนิ่งเงียบ ดึงหน้าจอโทรศัพท์ลงมาเพื่อดูข้อความที่เขาทิ้งเอาไว้ว่
ณ คฤหาสน์ตระกูลริวกิลานหินกว้างถูกปกคลุมด้วยความเงียบงัน ลมเย็นพัดผ่านสวนสนญี่ปุ่น เสียงใบไม้เสียดสีกันเบาๆ ราวกับเป็นพยานในพิธีสำคัญเซนต์ยืนอยู่กลางลานในชุดกิโมโนสีดำสนิท ทรงผมถูกจัดอย่างเรียบร้อย ใบหน้าคมคายเรียบเฉยจนแทบเดาอารมณ์ไม่ออก ทุกสายตาจับจ้องมาที่ ‘ว่าที่หัวหน้ายากูซ่าคนใหม่’ริวกินั่งนิ่งอยู่บนเบาะทาทามิในกิโมโนสีเทาเข้ม แววตานิ่งเรียบ แฝงไปด้วยความรู้สึกที่ยากอ่านออก มองลูกชายเพียงครู่เดียว ก่อนจะหลุบตาลงเซนต์คุกเข่าลงอย่างมั่นคงหลังตรง ถ้วยสาเกถูกยื่นมาตรงหน้า เขารับมันด้วยสองมือ การดื่มสาเกไม่ใช่แค่พิธี แต่มันคือการยอมรับอำนาจ หน้าที่ และสายเลือดในตัวเองเมื่อของมีคมถูกวางลงบนถาดไม้ เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดังชัดในความเงียบเซนต์ไม่แสดงสีหน้าใดๆ เพียงยื่นมือออกไป วางนิ้วลงบนคมมีดตามธรรมเนียม เลือดสีแดงเข้มซึมออกมาเล็กน้อย“นับจากวันนี้เป็นต้นไป เซนต์ คือหัวหน้าตระกูลอย่างเป็นทางการ”สิ้นคำพูด… ทุกคนต่างโค้งหัวคำนับให้หัวหน้าประจำตระกูลคนใหม่อย่างพร้อมเพียงเซนต์ลุกขึ้นยืนสายตากวาดมองทุกคน หยุดมองริวกิเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันหลังให้ทันที เหมือนเส้นแบ่งระหว่าง ‘พ่อ’ ก
วันต่อมา เซนต์บอกน้ำตาลว่าไม่ต้องมาส่งที่สนามบิน เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ทั้งที่ในใจกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงเหตุผลนั้นเขาไม่กล้าพูดออกไปตรงๆ ว่าเขากลัว…กลัวว่าถ้าได้เห็นเธอยืนโบกมือลา กลัวว่าถ้าได้เห็นเธอหันหลังเดินกลับขึ้นรถเพียงลำพัง โดยไม่มีเขานั่งอยู่ข้างๆ เหมือนทุกวัน หัวใจของเขาอาจจะทนไม่ไหวแต่สำหรับน้ำตาล คำว่า ‘ไม่ต้องมา’ ไม่เคยอยู่ในตัวเลือกตั้งแต่แรกเธอดึงดันจะมาให้ได้ ไม่ว่าเขาจะพูดกล่อมยังไงก็ตาม เพราะสำหรับเธอ การได้มาส่งเขาไม่ใช่แค่การบอกลา แต่มันคือการยืนยันกับตัวเองว่าเขาไม่ได้หายไปไหน แค่บินไปไกลแล้วจะกลับมารู้ดีว่าตอนต้องแยกกัน มันจะเจ็บ แต่เธอก็ยอมเจ็บ ดีกว่านั่งรออยู่บ้านแล้วจินตนาการภาพเขาเดินจากไปเพียงลำพังสุดท้ายเขาแพ้ให้กับความดื้อของเธอ ยอมให้มาส่งแต่โดยดี“พี่ไม่อยู่หนึ่งอาทิตย์ อย่าดื้อนะ”“ไม่ดื้อค่ะ” เธอใกล้จะร้องไห้แล้ว…พยายามฮึบไว้ไม่ปล่อยน้ำตาต่อหน้าเขา ยังคงยิ้มแย้มเหมือนทุกครั้งราวกับไม่เป็นอะไร ช่วงเวลาของการอยู่กันทำไมมันสั้นอย่างนี้ เขาไปอาทิตย์เดียวเดี๋ยวก็กลับ แต่สำหรับคนรอมันนานเหลือเกิน“ไปอยู่นู่นอาทิตย์นึง ห้าม







