Masukคำว่า 'ยอมแพ้' ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของเธอ ก็พี่ชายเพื่อนหล่อขนาดนี้...ใครจะไปอดใจไหว
Lihat lebih banyakครืด ครืด
หากถามว่าเกลียดอะไรมากที่สุด คงหนีไม่พ้นจากถูกรบกวนเวลานอนในวันหยุด หลังจากเรียนอย่างหนักหน่วงมาตลอดมาสัปดาห์ อีกทั้งเมื่อคืนยังไปดื่มหนักพอสมควร หัวคิ้วมนขมวดเข้าหากันเป็นปมยุ่งเหยิง พลิกตัวไปอีกทางแล้วคลุมโปงอย่างไม่คิดคว้าโทรศัพท์มารับสาย เสียงโทรศัพท์เงียบลงในที่สุดเพราะสายตัดไปเอง คนที่หัวเสียกับการถูกรบกวนเวลานอนรู้สึกดีขึ้น แต่แล้ว… ครืด ครืด ดูเหมือนปลายสายจะไม่ยอมหยุดรามือง่ายๆ เจ้าของเตียงหกฟุตจึงเอาผ้าห่มออกแล้วหันไปคว้าโทรศัพท์มาดูว่าใครโทรมา ก่อนจะพบว่าเป็น ‘แม่’ สายนี้ไม่รับไม่ได้… “ตาลนอนอยู่ แม่โทรมาทำไมแต่เช้าเนี่ย” น้ำตาล พูดกับปลายสายด้วยน้ำเสียงงัวเงียและตายังคงปิดอยู่ (เช้าอะไรกัน นี่มันเที่ยงแล้ว) “ตาลเพิ่งนอนไปตีสี่กว่าๆ เองนะ” (ปาร์ตี้หนักเหรอเมื่อคืน เสียงแหบเชียว) “นิดหน่อยค่ะ” (แม่จะโทรมาบอกว่า เย็นนี้แม่นัดลูกชายคุณหญิงกันยาเอาไว้ ลูกแต่งตัวสวยๆ ไปเจอเขาด้วยนะ) คนที่นอนหลับตาอยู่ลืมตาขึ้นทันทีที่ได้ยินคนเป็นแม่พูดถึงลูกชาย ‘คุณหญิงกันยา’ ถอนลมหายใจออกมายาวๆ คุยเรื่องนี้ไปหลายรอบแล้วแต่ดูเหมือนแม่ไม่เข้าใจ ลูกชายคุณหญิงกันยาชื่อ ‘ปัณณ์’ เป็นรุ่นพี่ที่มหา’ลัยของเธอตอนนี้เรียนอยู่ปีสี่ หล่อ นิสัยดี อบอุ่น สูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้า ขาวออร่าแต่เธอไม่ชอบ เพราะเธอชอบคนที่ไม่ชอบตัวเองซึ่งก็คือ… “ตาลมีคนที่ชอบแล้ว” ปลายสายเงียบลงไปหลายวิ สมองกำลังประมวลผลกับสิ่งที่ลูกสาวพูดออกมา รอยยิ้มประดับบนใบหน้าคนเป็นแม่อย่างภาคภูมิใจที่วันนี้ลูกสาวชอบใครสักคนจริงๆ (แล้วหนุ่มคนนั้นเป็นใครเหรอหืม) เกวลิน เอ่ยถามลูกสาวด้วยท่าทางตื่นเต้น “เขาชื่อเซนต์ค่ะ” (ในที่สุดลูกสาวแม่ก็มีความรักสักที คุณคะๆ ลูกมีความรักแล้วค่ะ) น้ำเสียงดี๊ด๊าของเกวลินเอ่ยบอกสามี (พามาที่บ้านเลยสิเจ้าหญิงน้อยของพ่อ) เสียงพ่อดังแทรกเข้ามา พ่อชอบเรียกเธอว่า ‘เจ้าหญิงน้อย’ เพราะเธอเป็นลูกสาว และมีน้องชายมีคนนึงชื่อ ‘นภัทร’ อยู่มอห้า รายนั้นเรียนเก่งสมองเทพมากแต่เป็นอินโทรเวิร์ต “ไว้ตาลจีบเขาติดจะพาลูกเขยคนแรกไปแนะนำให้รู้จักนะคะ แต่ตอนนี้ตาลขอนอนก่อน” (จ้ะๆ ส่วนเรื่องนัดเดี๋ยวแม่แคนเซิลให้นะ) “ขอบคุณค่ะ” เธอกดวางสายจากแม่แล้วนอนต่อ หวังว่าจะไม่มีใครมารบกวนเวลานอนของเธออีกแล้วนะ เมื่อคืนหนักหน่วงมาก กลับถึงคอนโดจำได้ว่าวิ่งเข้าไปอ้วกในห้องน้ำ อาบน้ำเสร็จเตรียมนอนก็อ้วกอีกรอบ ไม่เอาแล้ว ไม่เก่งกับเหล้าแล้ว… กว่าจะตื่นก็ปาไปสี่โมงเย็น น้ำตาลลุกไปอาบน้ำหลังจากสั่งอาหารผ่านแกร๊บเสร็จ กดสั่งส้มตำเผ็ดๆ ร้านประจำไปเพราะตื่นมาแล้วกินอะไรไม่ได้ อยากกินแต่ของเผ็ดๆ หลังจากอาบน้ำเสร็จก้าวออกมาเป่าผมหน้าเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า มือเรียวเล็กพลางกดเลื่อนติกตอกดู เสียงดัง ติ๊ง จากแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาข้างบนสุดของหน้าจอทำให้เธอเหลือบสายตาขึ้นมอง ก่อนจะพบว่าเป็นการแจ้งเตือนโพสต์ใหม่ของคนที่เธอชอบ กดปิดเครื่องเป่าผมราคาแพงแล้ววางลง มือเรียวเสยผมที่ปรกใบหน้าไปด้านหลังลวกๆ ก่อนจะกดเข้าไปดูโพสต์ของเขาด้วยความตื่นเต้น พี่เซนต์โพสต์รูปเดินป่าสดๆ ร้อนๆ เธอรีบกดไลก์ก่อนเลื่อนดูรูปภาพ อยากให้เขาเห็นเธอว่าไลก์แล้วแม้จะเป็นคนที่ร้อยกว่าก็ตาม ใช่…เขาฮอตมาก ขนาดรีบกดเข้ามาดูด้วยความเร็วแสงเพียงแค่ห้าวิก็ไม่ทันสาวๆ คนอื่น เซ็งเป็ด… “หล่อจัง” หล่อจนเธอเผลออุทานออกมา เขาในชุดเดินป่าดีมาก นิ้วเรียวเลื่อนภาพถัดไปอย่างตื่นเต้น ก่อนหยุดนิ่งอยู่ที่รูปพี่เซนต์ในชุดเดินป่า เป็นเสื้อยืดสีดำเปียกเหงื่อแนบแผ่นอก ลำคอเผยเส้นเอ็นชัดๆ เพราะจังหวะนั้นเขาเงยหน้าดื่มน้ำจากขวดพอดี ติ๊ง… น้ำตาลรีบกดเข้าไปดูทันทีที่สตอรี่ไอจีของเซนต์แจ้งเตือน เป็นภาพธรรมชาติ ป่า น้ำตก พระอาทิตต์ตกดิน และวิดีโอเพื่อนๆ ที่ไปร่วมทริป แต่เอ๊ะ? เธอสังเกตว่าทริปนี้มีผู้หญิงไปด้วย เพราะช็อตสุดท้ายเห็นหันมายิ้มให้กล้อง เหมือนเดินอยู่ข้างๆ เขา เธอรีบกดออกจากสตอรี่เลื่อนอ่านคอมเมนต์ เผื่อมีคนที่ตามหาปรากฏใต้เม้น Pit : เชรดด พ่อหนุ่มเทสดี Four : อยากเดินป่าด้วยเลย Tinn : ดีๆ Puri : ทริปหน้าที่ไหนดี Chris : เหนื่อยแต่สนุก Keaw : คนอะไรโคตรหล่อ ตัวบิดามาก Nene : ไปอีกก เจอแล้ว… เธอกดเข้าไอจีผู้หญิงคนนั้นที่คาดว่าน่าจะไปกับแก๊งพวกพี่เซนต์ ผู้ติดตามห้าหมื่น สวยและน่ารักในคนเดียวกัน โพสต์ล่าสุดของผู้หญิงที่คาดว่าชื่อ ‘เนเน่’ เป็นโพสต์เดินป่า ระยะเวลาการลงหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว เลื่อนดูเรื่อยๆ กระทั่งสะดุดตาเข้ากับรูปนึง เป็นเหมือนภาพตอนถูกแอบถ่ายขณะยืนถ่ายรูปวิวธรรมชาติข้างๆ พี่เซนต์ ซึ่งเธอจำได้ว่าเขาเอาภาพวิวตรงนี้ลงในโพสต์ จู่ๆ ความรู้สึกหึงหวงก็เริ่มทำงาน เธอส่องยัยเนเน่อย่างละเอียดยิบยันไฮท์ไลท์ ทุกโพสต์ไม่มีการถูกกดไลก์จากพี่เซนต์รวมถึงคอมเมนต์ เธอรู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นมาหน่อย แต่เซ้นส์ผู้หญิงบอกว่ายัยนี่ชอบพี่เซนต์ชัวร์ จัดการแคปหน้าจอไอจีแล้วส่งไปให้เซลีน น้ำตาล : ส่งรูปภาพ น้ำตาล : คนนี้ใคร ไม่นานข้อความก็เปลี่ยนเป็นอ่านแล้ว เซลีน : อ๋อ พี่เนเน่ เพื่อนพี่เซนต์ น้ำตาล : เรียนวิศวะเหรอ? เซลีน : ช่าย เคยมาบ้านด้วยครั้งนึง เธออ่านแล้วขมวดคิ้วเป็นปม เริ่มตั้งคำถามแล้วว่าสรุปยังไงกันแน่ ตอนแรกใจชื้นที่ไม่เห็นชื่อไอจีพี่เซนต์ใต้โพสต์ผู้หญิงคนนี้ พอรู้ว่าเคยไปบ้านเท่านั้นแหละ รู้สึกหวงก้างขึ้นมาทันที เซลีน : มากับพวกพี่ภูริกับพี่คริสต์ มาทำงานกลุ่ม น้ำตาล : ทำไมไม่ส่งมาทีเดียวเล่า! เธอเกือบคิดไปเองแล้ว พอเห็นเซลีนพิมพ์ต่อก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา แต่ก็แอบไม่ชอบคนชื่อเนเน่อยู่ดี เซลีน : อย่าคิดมาก พี่เซนต์ไม่ชอบหรอก ไม่ใช่สเปก น้ำตาล : แบบไหนสเปกเขา แบบฉันไหม? เซลีนเงียบไปเกือบสองนาทีคิ้วก็เริ่มชนกัน ก่อนที่เธอจะพิมพ์กลับไปอีกประโยค น้ำตาล : อย่าหายสิยะ เซลีน : โทษทีๆ พอดีพี่ครินทร์ทักมาพอดีเลยไปตอบ เซลีน : แบบน้ำตาลเหรอ เซย์คิดว่าน่าจะสเปกนะ มั้ง เธอหุบยิ้มทันที เกือบดีแล้วถ้าเซลีนไม่พิมพ์ลงท้ายด้วยคำว่ามั้ง ส่งสติกเกอร์หมากอดอก มีก้อนลมหายใจออกจากจมูก สีหน้าโกรธๆ เธอกดออกจากแชตเซลีน ต้องทำอะไรสักอย่าง… ร้อนรนหลังจากรู้ว่าตอนนี้มีคู่แข่ง ถึงยังไม่ชัวร์ว่าใช่ไหมแต่คิดว่ายัยรุ่นพี่คนนี้ชอบพี่เซนต์ล้านเปอร์เซ็นต์! เธอมองปุ่มแชร์โพสต์ จัดการกดแชร์แต่…แชร์ไปในแชตของเขา น้ำตาล : ส่งโพสต์ น้ำตาล : เดินป่าที่ไหนเหรอคะ น่าไปจัง เดาว่าเขาไม่อ่านและไม่ตอบอีกตามเคย เธอเต๊าะเขาตั้งแต่เริ่มฟอลแรกๆ จนตอนนี้ครึ่งปีแล้วยังไม่มีวี่แววว่าเขาจะตอบกลับข้อความเธอเลย แชตหนักขวามากคุณน้า อ่านหน่อยก็ยังดี ครึ่งปีไม่เคยเปิดอ่าน ไม่อยากรู้หรือไงว่าเธอส่งอะไรไปบ้าง “ใจร้ายจัง สักวันตาลจะเอาพี่มาเป็นของตาลให้ได้คอยดูสิ!” ••• เซนต์ ที่กำลังนั่งดื่มเบียร์กับเพื่อน หลังจากเดินป่าเสร็จที่ร้านละแวกนั้นเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบเพราะมีแจ้งเตือนเด้งขึ้น ก่อนจะคว้ามาดูแล้วพบว่าเป็นน้ำตาล เขาไม่ได้กดเข้าไปอ่านโดยตรงแต่ดึงหน้าจอลงเพื่ออ่านข้อความ น้ำตาล : ส่งโพสต์ น้ำตาล : เดินป่าที่ไหนเหรอคะ น่าไปจัง “คุยกับสาวเหรอวะ” เสียงของ ‘ภูริ’ เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเซนต์จ้องโทรศัพท์เนิ่นนาน “ดูไปเรื่อย” “แดกเบียร์ๆ ยกบ้างมึงอะ” “ยกอยู่” เขาวางโทรศัพท์ลง คว้าแก้วเบียร์ไปชนกับเพื่อนแล้วกระดก สายตามองไปรอบๆ ลานนั่งชิล วันนี้เป็นวันสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพฯ เลยพากันมานั่งดื่มเบียร์แก้เหนื่อย “เดี๋ยวก็เมาหรอกเนเน่” เสียงของเพื่อนผู้หญิงอีกคนที่มาร่วมทริปด้วยปรามเนเน่ “นานๆ ทีดื่มไงมุก” “แกยิ่งเมาง่ายๆ อยู่” เนเน่ยิ้ม ก่อนจะเหลือบมองเซนต์ที่นั่งฝั่งตรงข้าม ใกล้แค่นี้แต่เขากลับไม่คิดจะหันมาคุยกันเลย เธอเลยยกเบียร์ดื่มถี่ๆ หวังให้้เมาเผื่อได้รับความสนใจจากเซนต์มากกว่านี้ “กูไปสูบบุหรี่ก่อน” “เออๆ” เซนต์ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปยังจุดสูบบุหรี่ ร่างสูงยืนเอามือล้วงกระเป๋าข้างนึง ส่วนอีกข้างก็คีบบุหรี่อัดควันสีเทาเข้าปอดแล้วพ่นออกมาเบาๆ อย่างใจเย็นท่ามกลางสายลมเย็นพัดผ่าน “ที่นี่บรรยากาศดีเนอะ” เสียงของเนเน่ดังขึ้นข้างๆ พอเซนต์หันไปมองอีกคนก็เผยรอยยิ้มสดใสหวังใช้โปรยเสน่ห์เพื่อนคนนี้ “นายชอบเดินป่าตั้งแต่เมื่อไหร่” “ชอบมาตั้งนานแล้ว กิจกรรมไหนลุยๆ ชอบหมด” “เหมือนกันเลย ดีจังที่พวกเรามาเจอกัน” เซนต์เหลือบมองเพียงนิดแต่ไม่พูดอะไร “คนชอบคิดว่าฉันเรียบร้อยไม่เหมาะกับกิจกรรมลุยๆ แต่ฉันโคตรชอบอะไรแบบนี้เลย ดีใจมากที่มาเจอพวกนาย” เนเน่พูดด้วยรอยยิ้ม “ไว้เรามาทริปเดินป่าด้วยกันอีกนะ” “อืม” อัดบุหรี่เข้าปากอีกครั้งแล้วพ่นควันสีเทาออกมา เขาไม่ได้สนใจเนเน่ คุยด้วยก็คุย ที่สำคัญเขาไม่ชวนคุยก่อนอยู่แล้วเพราะไม่อยากให้ความหวังใคร พอดูออกว่าเนเน่ชอบเขาเลยรักษาระยะห่างเอาไว้ “ว่าแต่เซนต์…” ไม่ทันพูดอะไรเซนต์ก็บี้บุหรี่ทิ้งแล้วเดินออกไป พอเหลือบสายตาดูก็พบว่าบุหรี่เหลือตั้งครึ่งมวนการจากไปของริวกิสร้างความโศกเศร้าให้แก่คนในตระกูลเป็นอย่างมากพิธีศพถูกจัดขึ้นที่ญี่ปุ่นตามขนบธรรมเนียม วันนี้ท้องฟ้าหม่นเทาราวกับร่วมไว้อาลัยให้กับการจากไปของประมุขตระกูลโถงพิธีถูกตกแต่งขาวดำ พวงดอกไม้สีขาวเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ภาพถ่ายของริวกิในกรอบไม้สีเข้มตั้งเด่นอยู่หน้าหิ้งบูชา ใบหน้านิ่งสงบในภาพทำให้หลายคนไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้แม้กระทั่งลูกน้องกลิ่นธูปลอยอบอวลในอากาศ เป็นสัญญาณว่านี่คือเรื่องจริงไม่ใช่ความฝันแขกที่มาร่วมงานล้วนเป็นบุคคลสำคัญ ทั้งผู้อาวุโสของตระกูลยากูซ่าต่างสาย นักธุรกิจระดับสูง รวมถึงผู้มีอิทธิพลที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ภายใต้การนำของริวกิเซนต์ ยืนอยู่แถวหน้าสุดในฐานะหัวหน้าตระกูลคนปัจจุบัน ใบหน้าคมคายเรียบนิ่ง แต่แววตาแดงก่ำ เขาสวมชุดสูทดำเรียบไร้เครื่องประดับ สายตาจับจ้องไปยังภาพถ่ายของพ่อนิ่งๆตลอดพิธี…เขาไม้ร้องไห้ ไม่ใช่เพราะไม่เจ็บปวด แต่เพราะในวันนี้เขาต้องยืนอยู่ในฐานะที่เข้มแข็งแทนพ่อข้างกายคือ เซลีน ใบหน้าสวยหวานนี้เต็มไปด้วยความเศร้าหมอง ดวงตาแดงก่ำไม่ต่างจากพี่ชาย คอยเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาเป็นระยะ โดยมีครินทร์คอยมองด้วยแววตาเป็นห่วงกรองแก้วยืนประส
สายลมเย็นๆ ยามเช้าของเขาใหญ่พัดผ่านผืนป่าอย่างแผ่วเบา งานแต่งในวันนี้เรียบง่าย ถูกจัดขึ้นที่บ้านพักตากอากาศที่ริวกิตั้งใจซื้อให้ลูกชายในวันเรียนจบ และวันนี้ถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานแต่งเล็กๆ แบบเรียบง่าย แขกที่มาร่วมงานมีเพียงคนรู้จักและคนในครอบครัวธีมในงานเป็นสีขาวและสีครีม ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นร่วมสมัย ด้านหน้าเป็นฉากดอกไม้สีขาวและชมพูอ่อน ดอกซากุระนำเข้าจัดแซมกับดอกไม้ชนิดอื่นๆ ที่ทั้งคู่เป็นคนลิสต์ให้ออแกไนต์จัดงานพิธีเริ่มต้นขึ้น…น้ำตาลปรากฏตัวพร้อมกับคนเป็นพ่อในชุดแต่งงานเกาะอกสีขาว ผมปล่อยสลวยและประดับด้วยเวลเจ้าสาว ลำคอระหงสวมสร้อยเส้นเดียวกับของแม่ในวันแต่งงาน ใบหน้าสวยหวานประดับด้วยรอยยิ้ม มือทั้งสองถือช่อดอกไม้ สายตาทอดมองเจ้าบ่าวที่ยืนรออยู่ไม่ไกลนักเซนต์ยืนรออยู่ปลายทางเดินในสูทสีดำ ใต้สูทเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว สายตาไม่ละจากเจ้าสาวที่กำลังก้าวเข้ามา ทุกย่างก้าวของเธอทำให้โลกของเขาแทบหยุดหมุนวันนี้เจ้าสาวของเขาสวยมาก…ดวงตาเอ่อร้นด้วยคราบน้ำตา เขายืนมองเจ้าสาวตัวเองทั้งน้ำตา เมื่อคืนนอนแทบไม่หลับเพราะตื่นเต้นกับงานวันนี้ตั้งแต่วันที่คบกันจนถึงวันนี้ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะเ
เรื่องราวของเธอและเขาเริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน…ความรู้สึกที่แอบชอบ เป็นฝ่ายตามตลอดระยะเวลาครึ่งปีไม่ได่ศูนย์เปล่า ใช้เวลานาน หากเทียบกับความสมหวังแล้วล่ะก็…เธอว่าคุ้มรู้ดีว่าไม่ใช่หลายคนที่จะสมหวังกับใครคนนั้นที่อยู่ในใจ จะเรียกว่าเป็นความโชคดีขอเธอก็ได้ กว่าเธอจะสมหวังกับเขาเล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันเป็นฝ่ายตาม…เป็นฝ่ายจีบก่อน…เคยท้อจนอยากล้มเลิกความคิดจีบเขา พอฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า นั่นเขาเลยนะ รักครั้งแรก และจะเอามาเป็น ‘แฟนคนแรก’ ให้ได้ได้ยินเรื่องราวของเขาผ่านเซลีนบ่อยๆ เวลาเขารักใครรักจริงถึงขั้นหวังแต่ง ใครได้เขาเป็นแฟนไม่ต่างจากถูกรางวัลที่หนึ่ง นั่นจึงทำให้เธออยากได้ผู้ชายคนนี้มาครอบครองตอนนี้เธอได้รางวัลที่หนึ่งมาแล้ว และขึ้นรางวัลโดยการเป็นแฟนแล้วเรียบร้อย…ขาเรียวเล็กก้าวตรงไปยังเคาน์เตอร์ครัว เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของแฟนหนุ่ม ยืนรวบผมเป็นดังโงะ หยิบไข่มาตอกลงถ้วยเช้านี้เธออยากทำอาหารเช้าให้เขาบ้าง ที่ผ่านมาเขาทำให้เธอมาเยอะแล้ว เลือกทำเมนูง่ายๆ ไส้กรอก ไข่ดาว และขนมปัง เป็นเมนูที่เธอมักทำกินตอนเช้าบ่อยๆน้ำตาลยืนทำอาหารเช้าพลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี หลังจากทำเ
ฟุบ…ดัชเชสมองเพื่อนสนิทที่เดินกลับมานั่งลงเงียบๆ ดวงตาแดงก่ำบอกว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้ ไม่ต้องถามก็ได้คำตอบว่าคงทะเลาะกัน“มึงโอเคไหม”“ไม่โอเค” เธอตอบแล้วสืบน้ำมูก ก่อนจะโน้มตัวไปหยิบกระดาษทิชชูตรงหน้ามาเช็ดน้ำมูกอีกที “เจนิสอยู่ที่งานกับเขา”“พี่เซนต์ว่าไง”“เขาบอกว่าลังเลจะบอกกูเรื่องเจนิสดีไหม ไม่อยากให้กูคิดมากเรื่องเจนิสอยู่ที่นั่น แต่ถึงอย่างนั้นกูก็อยากให้บอกกูทุกเรื่อง ไกลกันไม่พอยังไม่บอกความจริงกันอีก”“กูเข้าใจทั้งมึงและพี่เขานะ” ดัชเชสไม่เข้าข้างใคร ขอเป็นกลาง เพราะต่างคนต่างก็มีเหตุผลเป็นของตัวเอง“กูเข้าใจเขานะ คงงี่เง่าเองแหละ พอมันอยู่ไกลกันเหมือนกูยิ่งงอแงกับเขา แต่ถ้าไม่มีเรื่องเจนิสเข้ามากูคงไม่ไร้เหตุผล” ที่ผ่านมาเธอมีเหตุผลกับเขาเสมอ แต่พอห่างกันบวกคิดถึงเลยทำให้ยากที่จะคุยกันด้วยเหตุผลดัชเชสลูบหลังเพื่อนเบาๆ อย่างเข้าใจ ไม่ตัดสินใจใครถูกหรือผิด ปล่อยให้สองคนเคลียร์กันเอง อยู่ตรงนี้แค่ปลอบใจและรับฟังเท่านั้น“มึงว่ากูไร้เหตุผลไปไหม”“ไม่หรอก มึงก็มีเหตุผลที่โกรธ ส่วนเขาก็มีเหตุผลที่ไม่อยากบอก”น้ำตาลนิ่งเงียบ ดึงหน้าจอโทรศัพท์ลงมาเพื่อดูข้อความที่เขาทิ้งเอาไว้ว่