Share

ตอนที่ 37 ถูกจับ

Penulis: เดลิล
last update Tanggal publikasi: 2026-09-01 19:37:41

ใบหน้าของเธอร้อนฉ่าจนแทบลุกไหม้ เธอจะทำหน้ายังไง ถ้าออกไปเจอเขา

ผักกาดยืนกอดตัวเองแน่น ใบหน้าร้อนจัดจนแทบจะระเบิด เธอพยายามคิดหาทางออก อยากหนีไปจากตรงนี้ แต่ก็ยังคิดอะไรไม่ออก ปลายนิ้วถูกยกขึ้นขบกัด เธอเดินไปเดินมาด้วยความเครียด 

จู่ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น

ก๊อก ๆ ๆ

“ผัก...ออกมาคุยกันหน่อย” เสียงปลื้มดังขึ้นจากอีกฝั่งของประตู น้ำเสียงทุ้มฟังดูหลอกล่อ เธอส่ายหน้าหงึ! ไม่ยอมหลงกลง่าย ๆ 

“ฉันสัญญาว่าจะไม่บังคับอะไรเธอ” 

ไม่ ๆ ๆ อย่าไปเชื่อนะ...!

ผักกาดกัดริมฝีปากแน่น ไม่ไว้ใจคำพูดของเขาแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนนิ่ง ไม่ขานรับ ไม่ขยับออกไป

เงียบ...

แต่เงียบได้ไม่กี่วินาทีดี

“...ถ้าเธอไม่ออกมา ฉันจะลงโทษเธอ!”

!!!

คำขู่ที่เอ่ยออกมาเรียบ ๆ แต่กลับทำให้ผักกาดสะดุ้งโหยง

เธอคิดถึง 'บทลงโทษ' ที่เขาเคยทำเมื่อคืนแล้วก็หน้าร้อนวูบ รีบคว้าเสื้อคลุมมาสวม ก่อนจะค่อย ๆ เปิดประตูออกไป

และสิ่งแรกที่เธอเห็นก็คือ...

ปลื้มที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันอย่างหมิ่นเหม่ 

ผักกาดเบิกตากว้าง อ้าปากพะงาบ ๆ สมองสั่งให้เบือนหน้าหนี แต่ตากลับไม่ยอมเชื่อฟัง เผลอกวาดสายตามองต่ำไปถึงหน้าท้องแกร่งและแผงอกเปลือยเปล่า นึกไปถึงกล้ามแน่นที่เธอทั้งลูบทั้งจับ 

ฉ่าาา!!! หน้าร้อนขึ้นมาทันที

ให้ตายเถอะ!

ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งสติได้ดี ปลื้มก็ใช้จังหวะนั้น ดันร่างบางให้เดินเข้าไปข้างในห้องน้ำ

ปัง!

เสียงประตูถูกปิดลง พร้อมกับเสียงล็อกดังประตูดังตามมา 

“ปลื้ม นะ..นายจะทำอะไร เข้ามาทำไม!” ผักกาดรีบถอยหลังกรู มองเขาด้วยสายตาหวาดระแวง

“ทำโทษเธอไง”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ก่อนที่ร่างสูงจะขยับเข้ามาหา เธอรีบหมุนตัวเพื่อจะหนีออกไป แต่ไม่ทันแล้ว

เขาไว้มาก เพียงพริบตาร่างสูงใหญ่ก็ยืนขวางประตูเอาไว้อย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปาก วงแขนแข็งแรงก็โอบเอวเธอยกขึ้น

“ว๊าย!”

เธอร้องลั่นด้วยความตกใจ  เธอถูกเขาจับยกขึ้นไปนั่งบนอ่างล้างหน้าได้อย่างง่ายดาย วงแขนแข็งแกร่งกักตัวเธอไว้ จนไม่มีช่องว่างให้หลบหนีเธอพยายามดิ้นขยับหนี ใช้สองมือดันอกแกร่งเอาไว้

"ออกไปนะปลื้ม! อย่ามาทำบ้า ๆ แบบนี้!" เสียงของเธอสั่น ๆ หน้าตาตื่น

แต่เขากลับโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดอยู่ข้างแก้มเธอ เสียงกระซิบเสียงแหบพร่าเอ่ยออก 

"โทษฐานที่ถีบฉันเธอต้องถูกลงโทษ...ครับ" 

เธอยังไม่ทันได้อ้าปาก ก็ถูกปลื้ม คว้าต้นคอ โน้มเข้าไปประกบจูบอย่างรวดเร็ว

“อื้อ...!!”

ริมฝีปากร้อนบดขยี้ลงมาโดยไม่ให้โอกาสได้ขัดขืน สัมผัสร้อนแรงและดุดันจนเธอเผลอสะท้านไปทั้งร่าง มือบางพยายามผลักอกแกร่งออก แต่เรี่ยวแรงกลับอ่อนลงเรื่อย ๆ ยิ่งถูกจูบหนักหน่วงขึ้น เธอก็ยิ่งควบคุมตัวเองไม่ไหว

ปลื้มไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสตั้งตัว ลิ้นร้อนสอดเข้ามาตักตวงความหวานจากโพรงปาก จนเธอเผลอเงยหน้ารับสัมผัสนั้นโดยไม่รู้ตัว

ร่างสูงกระชับวงแขนแน่น ดันเธอให้นั่งแนบชิดกับขอบอ่างล้างหน้า กักกันเธอไว้ ไม่เปิดโอกาสให้ขยับหนีไปไหน

“อึก...ปลื้ม พอแล้ว...” เสียงแหบพร่าของเธอหลุดรอดออกมา เมื่อเขาเปิดโอกาสให้ได้เธอหายใจแต่แทนที่เขาจะหยุด กลับกลายเป็นว่าเขาฉวยโอกาสลากริมฝีปากไปตามลำคอระหง ซุกไซ้และขบเม้มจนเธอตัวสั่น 

“ฉันเตือนแล้วนะ ว่าจะลงโทษ...” เสียงทุ้มแหบดังชิดริมหูก่อนจะแลบลิ้นตวัดเลียใบหูขาวทำเอาเธอรู้สึกซ่านหวิว 

ไม่ต้องถามว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น

ในห้องน้ำเหมือนสนามรบอีกครั้ง ความดุดัน เร่าร้อนและเร้าใจจนเธอขาอ่อนไปหมด

จนเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง

ผักกาดแทบหมดแรง ร่างเล็กซบอยู่กับอกเขาอย่างสิ้นเรี่ยวแรง เธอขยับตัวไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ถ้าเขาไม่ประคองเธอเอาไว้ แน่นอนว่าเธอคงล้มพับไปตรงหน้า

ร่างสูงยกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นสภาพเธอ เธอได้แต่ส่งค้อนให้เขาเพราะแม้แต่เสียงพูดเธอก็ไม่มี

แต่เขากับยิ้มกว้างดูกระปรี้กระเปร่าทั้งที่เป็นคนออกแรงไม่น้อย 

เขาอุ้มเธอขึ้นในอ้อมแขน ก่อนจะพาเธอกลับไปที่เตียงอย่างอ่อนโยน ปากหยักกดจูบที่แก้มก่อนจะจูบหนัก ๆ ที่ริมฝีปากที่บวมเจ่อ

"หวังว่าคราวนี้เธอจะไม่ถีบฉันอีกนะ"  เสียงทุ้มแฝงแววหยอกเย้า ผักกาดไม่มีแม้แต่แรงจะตอบ ได้แต่นอนซุกอยู่กับหมอน ฝังใบหน้าร้อนผ่าวลงกับผ้าปูที่นอน

จะมีแรงอะไรไปถีบ แม้แต่เรี่ยวแรงที่จะเถียงยังไม่มีเลย

จำ...!!! บอกตัวเอง

หลังจากบทรักที่เร่าร้อนผ่านไปอีกครั้ง ผักกาดก็สลบไปราวกับถูกดูดพลังทั้งหมดไปจนหมด

เมื่อดวงตาคู่สวยลืมขึ้นมาอีกครั้ง แสงแดดยามสายก็ลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา เธอขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะรู้สึกถึงอาการปวดระบมทั่วร่าง

บ้าที่สุด มันบ้ามาก!

เธอยังไม่ทันตั้งสติ เสียงกุกกักจากด้านนอกก็ดังเข้ามา เธอหันไปมองผ่านช่องประตูที่เปิดอ้า เห็นร่างสูงในกางเกงลำลองตัวเดียวเดินไปเดินมาอยู่ในครัวเล็ก ๆ ของเขา 

เธอได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาแตะจมูก

หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว นี่เขาลงทุนทำอาหารเองเลยหรือ แต่ก่อนที่เธอจะคิดอะไรไปมากกว่านั้น ปลื้มหันมาเห็นพอดี

"อ้าว ตื่นแล้วเหรอ?" เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาหาเธอ พร้อมส่งยิ้มละลายใจมาให้ แต่เธอไม่หลงเคลิ้มให้กับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาหรอกนะ

"ไปกินข้าวกัน ฉันทำอาหารไว้แล้ว" เขาบอกด้วยใบหน้าที่ยังติดยิ้ม รู้สึกว่าช่วงนี้จะยิ้มง่ายเสียเหลือเกิน

ผักกาดเบือนหน้าหนี สองมือกำผ้าห่มแน่น รู้สึกประหม่าไม่รู้จะทำตัวยังไง ตอนนี้ทุกอย่างมันดูสับสนไปหมด เรื่องที่ค้างคาในอดีตก็ยังทำใจลืมไม่ได้ แต่ว่าตอนนี้เธอกับเขาเกินเลยไปมาก ย้อนกลับไม่ได้อีก 

"ฉันว่า...ฉันต้องกลับแล้ว"

เพราะความสับสนคิดไม่ตกใจหัว ทำให้เธอไม่อยากอยู่ต่อ เธอต้องไปจากที่นี่ เธอต้องการเวลาคิด ต้องการพื้นที่ของตัวเอง 

ปลื้มที่เดินเข้ามาก็หยุดชะงัก มองหน้าเธอด้วยสีหน้าหม่น พยายามรั้งเธอไว้ "ไม่อยู่กินข้าวก่อนเหรอ?" 

ผักกาดไม่อยากใจอ่อน เธอหันไปมองหน้าเขา 

"ปลื้ม...ฉันต้องการเวลา" 

เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เผชิญหน้ากับเขาอย่างคนที่ตัดสินใจแล้ว

"เรื่องที่ผ่านมา ฉันยังลืมมันไม่ได้ และฉันก็ยังไม่แน่ใจว่าตอนนี้ฉันรู้สึกยังไงกันแน่" เธอกลั้นใจพูดออกไปตรง ๆ 

เธอรู้ว่าเขาพยายามมากแค่ไหน พยายามเข้าหาเธอ พยายามให้เธอใจอ่อน แต่ตอนนี้เธอยังไม่พร้อมจริง ๆ 

"ฉันขอเวลาได้ไหม...ขออยู่กับตัวเองก่อน"

ปลื้มนิ่งเงียบ สีหน้าของเขาครึ้มลงเล็กน้อย แววตาฉายความเศร้าอย่างปิดไม่มิด

ปลื้มเห็นท่าทางดื้อรั้นไม่ยอมอ่อนข้อของเธอ เขาก็ถอนหายใจยาว รู้ว่ายังไงเขาก็ต้องปล่อยเธอไปก่อน

เขารู้ว่าเธอไม่พร้อม แต่เขาก็ไม่ถอยเหมือนกัน เขาเคยทำเลวกับเธอไว้ ยังรู้สึกผิดจนถึงตอนนี้ ถึงแม้ว่าเธอจะยังเลือกที่จะถอยห่างจากเขา แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอกนะ

เมื่อเห็นความดื้อรั้นในแววตาคู่นั้น ปลื้มก็ได้แต่ถอนหายใจยาว เขาเข้าใจดีว่าถึงแม้เอาช้างมาฉุด เธอก็ไม่อยู่

"ให้ฉันไปส่งเถอะ" เขายื่นข้อเสนอเป็นครั้งสุดท้าย แต่เธอก็ยังปฏิเสธ

"ไม่ต้อง! ฉันขอเวลาก็คือตามนั้น ถ้านายล้ำเส้นอีกแม้แต่ครั้งเดียว ฉันจะหนีไปจากนาย ไม่ให้เจอหน้ากันอีก!"

ปลื้มชะงักกับคำขู่ของเธอที่ไม่ได้ฟังดูเล่น ๆ เลยสักนิด และเขารู้ว่าเธอทำจริงแน่ถ้าเขายังคงดึงดันจะไปส่ง

เขาไม่อยากเสียเธอไปอีก

ร่างสูงได้แต่ยืนนิ่ง มองเธอเดินออกจากไปโดยไม่กล้าตาม ไม่กล้าแม้แต่จะเรียกชื่อเธอ ได้แต่ยืนมองเธอจากไป จนลับสายตา

และการที่ถูกเธอปฏิเสธและขีดเส้นครั้งนี้ทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบในใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้ เจ็บเพราะถูกเธอปฏิเสธ และมันทำให้เขาตระหนักได้ชัดเจนว่า เขาหลงรักเธอเข้าแล้วจริง ๆ

หลังจากออกจากห้องของปลื้ม เธอก็เดินก้มหน้าก้มตาเข้าไปในลิฟต์ มือบางยกขึ้นปาดน้ำตา คิดแต่เรื่องราวของเขากับเธอ

ในตอนที่ลิฟต์เปิดออกเธอก็เดินก้มหน้าร้องไห้ไม่หยุด เมื่อมาถึงชั้นล่าง เธอเดินออกจากคอนโดไปตามทางโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองรอบตัว

เธอเดินออกมาที่ถนนเพื่อจะโบกรถ ทันใดนั้นเอง 

เอี๊ยด!

เสียงเบรกของรถดังลั่นทำเอาเธอตกใจ เท้าของเธอหยุดชะงัก เมื่อเห็นรถตู้สีดำขับมาจอดอยู่ข้าง ๆ ท่าทางไม่น่าไว้ใจ

ก่อนที่เธอจะทันได้ขยับตัว ประตูรถก็ถูกเลื่อนเปิดออก และชายฉกรรจ์สองคนที่สวมหมวกปิดหน้า ก็กระโจนลงมาจับลากเธอเข้าไปข้างใน

"กรี๊ด!!"

เธอกรีดร้อง ดิ้นรนสุดแรง พยายามสะบัดตัวให้หลุดจากการจับกุมของพวกมัน

"ปล่อยฉันนะ! ช่วยด้วย!"

แต่ไม่เป็นผล พวกมันลากเธอขึ้นไปอย่างไม่ปรานี 

ตุบ!

ร่างเล็กถูกผลักเข้าไปข้างใน ข้อมือบางถูกมัดไพล่หลัง ขาทั้งสองข้างถูกจับมัดไว้แน่น ผักกาดหายใจหอบ น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความหวาดกลัวเมื่อไม่มีทางให้หนี 

"พวกแกเป็นใคร! ต้องการอะไรจากฉัน! อึก!"

เธอพูดได้เพียงแค่นั้นก่อนจะถูกผ้ามัดปิดปากเอาไว้ 

แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือเสียงหัวเราะเย้ยหยันจากใครบางคนที่นั่งอยู่เบาะด้านหลัง

"โอ๊ย กลัวเหรอ? ทำไมต้องกลัวขนาดนั้นล่ะ เพื่อนรัก"

หัวใจของเธอกระตุกวูบ เธอค่อย ๆ หันไปมอง และสิ่งที่เห็นทำให้เธอแทบหยุดหายใจร่างเพรียวระหงของหญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างอยู่ด้านใน

ริมฝีปากแดงของเธอแต้มรอยยิ้มร้ายกาจ 

"ควีน...!!"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • BadFriend Engineer เพื่อนที่ร้าย สุดท้ายที่รัก   ตอนพิเศษ ว่าที่ลูกเขยจากเมืองกรุง

    รถสปอร์ตคันหรูแล่นไปตามถนนสายเล็กที่ทอดตัวผ่านทุ่งนาและสวนผลไม้สองข้างทาง เสียงเครื่องยนต์ทุ้มต่ำดังแทรกผ่านความเงียบสงบของหมู่บ้าน จนชาวบ้านหลายคนที่กำลังนั่งจับกลุ่มอยู่ใต้ถุนบ้านต้องชะเง้อคอมองตามด้วยความสนใจ บางคนถึงกับวางมือจากงานที่กำลังทำ ก่อนจะหันไปสะกิดคนข้างตัวให้มองรถสีดำเงาวับคันนั้น“รถใครล่ะนั่น ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”“มาจากกรุงเทพฯ หรือเปล่า ดูแพงเชียว”“จะมาหาบ้านใครกันนะ”เสียงพูดคุยดังไล่หลังมาตลอดทาง ขณะที่ผักกาดนั่งตัวเกร็งอยู่บนเบาะข้างคนขับ เธอเหลือบมองกระจกด้านข้าง เห็นสายตาของชาวบ้านแทบทุกหลังคาเรือนกำลังมองตามรถของปลื้มมาอย่างไม่ปิดบัง หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหน้าอย่างอับอายเล็กน้อย“เค้าบอกแล้วว่าให้เช่ารถธรรมดามาก็ได้ ตัวเองดันเอาคันนี้มา ดูสิ คนมองกันทั้งหมู่บ้านแล้ว”ปลื้มเหลือบมองแฟนสาวที่แทบจะย่อตัวลงไปหลบใต้คอนโซล ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ“ก็มันเป็นรถเค้า จะให้เค้าไปเช่ารถคันอื่นทำไมล่ะ”“แต่รถตัวเองมันเด่นเกินไป”“เด่นตรงไหน ธรรมดาจะตาย”ผักกาดหันขวับไปมองคนที่พูดคำว่า ‘ธรรมดา’ ได้อย่างหน้าตาเฉย รถคันนี้ราคาสูงกว่าบ้านทั้งหลังของเธอเสียอีก หากนี่เรียกว่าธรรมดา

  • BadFriend Engineer เพื่อนที่ร้าย สุดท้ายที่รัก   ตอนที่ 43 เป็นแฟนกัน

    ในห้องทำงานผักกาดนั่งตัวแข็งเมื่อเจอเข้ากับสายตาของพ่อปลื้มที่จ้องกันอยู่ ยิ่งไม่มีใครอยู่ด้วยแล้ว ห้องนี้กลายเป็นห้องเย็นไปเลย เธอไม่กล้าแม้แต่จะละสายตาไปจากท่านเลย และดูเหมือนว่าท่านก็รู้ว่าเกร็งมากพ่อปลื้มส่ายหัวเบา ๆ พร้อมหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นท่าทางของเธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงแววเอ็นดู"หึ! ทำตัวตามสบายเถอะ นั่งแข็งเป็นท่อนไม้แบบนั้น เดี๋ยวก็เป็นตะคริวกันพอดี"ได้ยินแบบนั้น ผักกาดที่กำลังนั่งตัวเกร็งอยู่เผลอถอนหายใจออกมายาวพรืดอย่างโล่งอกพ่อของปลื้มเหลือบตามอง ก่อนจะหัวเราะอีกครั้ง"คิดว่าฉันจะกินเธอหรือไง ถึงได้นั่งหน้าซีดหน้าเซียวขนาดนั้น?"ผักกาดยิ้มแห้ง ไม่รู้เลยว่าสีหน้าออกขนาดนั้น ก่อนรีบปรับท่านั่งให้ดูผ่อนคลายขึ้นแม้ในใจจะยังเต้นรัว ทำใจสบาย ๆ ตามที่ท่านบอก"เอาล่ะ..." พ่อปลื้มเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ จ้องเธอด้วยสายตาพิจารณา "ฉันมีเรื่องอยากถามเธอสักหน่อย""ค่ะ..." ผักกาดขานรับเสียงแผ่ว"ทำไมถึงรักลูกชายฉัน?"คำถามสั้น ๆ แต่กลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงกว่าเดิมเธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามเรียบเรียงคำพูด ก่อนจะตอบไปตามความจริง"ตอนแรกหนูก็คิดว่า...ตัวเองแค่ชอ

  • BadFriend Engineer เพื่อนที่ร้าย สุดท้ายที่รัก   ตอนที่ 42 ครอบครัวของปลื้ม

    เรื่องของควีนจบลง แต่ยังมีอีกคนที่ผักกาดต้องเคลียร์ พี่ชายของปลื้ม...เธอตัดสินใจไปพบเปรมที่ผับเพื่อเคลียร์ใจกับเขาเป็นครั้งสุดท้าย เรื่องที่เขาร่วมมือกับควีน เธอรู้ความจริงหมดแล้วแต่เธอไม่ได้โกรธเขาเลยสักนิด เธอรู้ดีว่าลึก ๆ แล้ว เปรมเป็นคนดีผักกาดพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเรียบแต่จริงใจ "ฉันมาวันนี้เพื่อขอลาออกค่ะ และก็เพื่อจะบอกว่าฉันเองก็ให้อภัยพี่เปรมแล้วเหมือนกัน และก็ขอบคุณที่พี่ช่วยดูแลฉัน"เปรมชะงักไปชั่วขณะก่อนจะหัวเราะเบา ๆ มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่อนโยน"รู้เรื่องหมดแล้วสินะ?""อืม...ฉันรู้แล้วว่าพี่ร่วมมือกับควีนเพื่อแยกฉันกับปลื้มออกจากกัน"เปรมไม่ได้แสดงท่าทีตกใจอะไร เขาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจยาวอย่างยอมรับ"ก็คงสมควรแล้วที่เธอจะเกลียดฉัน""ฉันไม่เกลียดพี่หรอกนะ" ผักกาดพูดด้วยรอยยิ้ม"ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาเราจะอยู่กันคนละฝั่ง แต่พี่เปรมก็ไม่เคยทำร้ายฉันจริง ๆ ซะหน่อย"เปรมเงียบไป ก่อนจะตัดสินใจพูดความรู้สึกในใจออกมา"รู้ไหม...พี่เองก็ชอบเธอจริง ๆ นะ"คำพูดนั้นทำให้ผักกาดชะงักไปทันที"พี่เองก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองเริ่มรู้สึกแบบนี้กับเธอตั้งแต่เมื

  • BadFriend Engineer เพื่อนที่ร้าย สุดท้ายที่รัก   ตอนที่ 41 แฟนใครนะ น่ารักจัง

    ใช่แล้ว…เขาเคยเป็นเด็กหนุ่มที่ถูกกีดกัน ถูกบังคับ ถูกตีกรอบจากครอบครัว แต่สุดท้ายเขาก็จับมือภรรยาคนนี้ ฝ่าฟันมาด้วยกันจนถึงวันนี้"ฉันรู้ว่าคุณห่วงตาปลื้ม แต่เขาควรได้มีโอกาสเรียนรู้เองบ้าง ไม่ว่าจะผิดหรือถูก ขอแค่เราคอยดูอยู่ห่าง ๆ ก็พอ" แม่ของปลื้มมองสามีด้วยสายตาอ่อนโยน จับมือสามีของเธอเอาไว้ นี่คงเป็นสิ่งที่คนเป็นแม่ต้องการขอร้องเพื่อลูกสักครั้ง เพราะก่อนหน้านั้น เธอไม่เคยขัดแย้งสามีเรื่องการเลี้ยงดูของเขาเลย"ให้โอกาสเด็ก ๆ ได้เรียนรู้กันและกันไปเถอะค่ะ"พ่อของปลื้มเงียบไปชั่วขณะ แต่ในหัวของเขาเริ่มคิดทบทวนตั้งแต่ลูกชายคนนี้เกิดมา เขาไม่เคยถามเลยว่า ปลื้มต้องการอะไรเขาตัดสินใจทุกอย่างแทนลูก วางเส้นทางให้ลูกกำหนดทิศทางของชีวิตตามที่เขาคิดว่าดี แต่เขาไม่เคยไตร่ตรองเลยว่า…ไอ้ความดื้อรั้น หัวแข็ง เอาแต่ใจของปลื้ม มันเป็นเพราะต้องการต่อต้านเขาหรือเปล่า?เขาลืมคิดไปเสียสนิทว่า ครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยเป็นเหมือนลูกชายคนนี้เคยเป็นวัยรุ่นที่หัวแข็ง เคยเป็นเด็กหนุ่มที่ต่อต้านกฎเกณฑ์ เคยเป็นคนที่คิดว่าตัวเองถูกที่สุด และยิ่งไปกว่านั้น…เขาก็เคยดื้อแพ่งกับครอบครัวตัวเองและตอนนี้เองที่เขาได

  • BadFriend Engineer เพื่อนที่ร้าย สุดท้ายที่รัก   ตอนที่ 40 อย่าเป็นอะไรนะ

    เธอคิดว่าตัวเองคงตาฝาด คิดถึงปลื้มแม้กระทั่งในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต มือบางพยายามยื่นไปตรงหน้า แต่มันยากลำบากเหลือเกิน สติของเธอค่อย ๆ ดับวูบลง ทุกสิ่งรอบตัวจมหายไปในความมืดสนิทและสายน้ำที่เย็นเฉียบในตอนที่คิดว่าเธอไม่รอดแน่ แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนมีคนเรียกชื่อเธอดังแว่วอยู่ข้างหู"ผัก...ผักกาด!"อึก! แค่ก! แค่ก! ทันทีที่รู้สึกตัวเธอก็สำลักน้ำออกมาอย่างแรง ลมหายใจขาดห้วง ร่างกายเหมือนถูกฉุดกลับมาจากความตายเปลือกตาหนักอึ้งค่อย ๆ ลืมขึ้นทีละน้อย ภาพพร่ามัวตรงหน้าค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น และสิ่งแรกที่เธอเห็นคือใบหน้าของปลื้มดวงตาของเขาแดงก่ำสั่นระริกดูหวาดกลัว เสียงที่เอ่ยเรียกชื่อเธอยังคงสั่นเครือ"ผัก! เธอฟื้นแล้ว เป็นยังไงบ้าง ฉันตกใจแทบแย่!"ก่อนที่เธอจะตั้งสติได้ดี ปลื้มก็ดึงร่างเธอเข้ามากอดแน่น ร่างแกร่งสั่นสะท้านราวกับคนที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดในชีวิตมาเธอเบิกตากว้าง รู้สึกถึงสัมผัสอบอุ่นของเขาที่โอบรัดเธอไว้แนบแน่น"ขอบคุณ...ขอบคุณที่กลับมา...ฉันนึกว่าเธอจะไม่ฟื้นขึ้นมาซะแล้ว ฉันเป็นห่วงแทบบ้า!" เขาพึมพำเสียงเครือข้างหูเธอยังคงงุนงง รู้สึกเหมือนยังไม่ตื่นจากฝันร้าย ดวงตา

  • BadFriend Engineer เพื่อนที่ร้าย สุดท้ายที่รัก   ตอนที่ 39 ถ้าไม่มีเธอ ฉันก็คงไม่เจ็บ

    ควีนถึงกับหัวเราะออกมา สายตาที่มองผักกาดคล้ายสมเพช แต่ลึกลงไปกลับแฝงไปด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะพูดสิ่งที่เก็บเอาไว้ในใจ"เธอรู้อะไรมั้ย! ที่ผ่านมาน่ะ แม้ว่าฉันจะอิจฉาเธอมาตลอด แต่ฉันไม่เคยเกลียดเธอเลยนะ !" ควีนเอ่ยเสียงเรียบ ริมฝีปากเหยียดเป็นรอยยิ้มน้อย ๆ "มีหลายครั้งที่ฉันแอบคิดว่า ถ้าฉันได้เป็นเพื่อนกับเธอจริง ๆ คงเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะเธอเป็นคนเก่ง เธอทำอะไรก็ได้ดีไปหมด มีแต่คนชื่นชมเธอ"ดวงตาของควีนสะท้อนความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นอยู่ภายใน อดีตที่ฝังลึก ความรู้สึกที่ค้างคา และไฟริษยาที่คุกรุ่นมาตลอด"แล้วทำไมต้องทำแบบนี้..." ผักกาดถามกลับ น้ำเสียงสั่นเครือ "ฉันเคยทำอะไรให้เธอเหรอ? ฉันไม่เคยคิดร้ายกับเธอเลยนะควีน ฉันจริงใจกับเธอมาตลอด!"ควีนแค่นหัวเราะ มองผักกาดด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป สายตาดุดันและเต็มไปด้วยความเคียดแค้น"จริงใจ? หึ… เธอเรียกสิ่งที่เธอทำว่าความจริงใจงั้นเหรอ?""หมายความว่ายังไง ฉันทำอะไร?" ผักกาดยังคงไม่เข้าใจ ว่าไปทำอะไรให้ควีน ถึงได้เจ็บแค้นเธอขนาดนี้ ขนาดอยากจะฆ่าให้ตาย"ก็เพราะเธอ…" ควีนขบกรามแน่นก่อนจะกระแทกเสียงตวาดออกมา"เพราะเธอมาชอบผู้ชายคนเดียวกับฉันยั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status