Share

BadFriend Engineer เพื่อนที่ร้าย สุดท้ายที่รัก
BadFriend Engineer เพื่อนที่ร้าย สุดท้ายที่รัก
Author: เดลิล

บทนำ

last update publish date: 2026-07-24 13:37:48

ในห้องที่เต็มไปด้วยความอึดอัด 

ร่างเล็กจ้องเพื่อนผ่านแว่นตาหนา เธอได้แต่อึกอัก ทำตัวไม่ถูก ส่วนเพื่อนชายก็มองเธอรอลุ้นตาม แต่ไม่ได้กดดัน เขายังคงใจเย็นและรอคอย 

ในที่สุด...

"ฉันว่าฉันชอบปลื้ม..." พูดจบเธอก็หน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินมือไม้พันกันไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน

ธาวินที่นั่งฟังเพื่อนมาสารภาพเพื่อนอีกคนนึงพอเห็นอาการก็แอบยิ้มแต่ไม่แม้แต่แสดงอาการตกใจด้วยซ้ำ ก็รู้ตั้งนานแล้ว เขาแค่พยักหน้าแล้วถามกลับ

"แล้วไอ้ปลื้มมันรู้ยัง?"

ผักกาดส่ายหน้าช้า ๆ "ไม่รู้หรอก แล้วฉันก็ไม่คิดจะบอกด้วย"

จากนั้นเธอเล่าทุกอย่างให้ธาวินฟัง ระบายความอัดอั้นทั้งหมดที่เธอเก็บเอาไว้มาตลอด ทั้งเรื่องที่มันควงผู้หญิงคนนั้นคนนี้ 

ที่เธอเห็นทีไรแล้วเจ็บปวดทุกครั้ง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเราแค่เป็นเพื่อนกัน 

ตอนนี้มันอัดอั้นไปหมดไม่รู้จะไประบายที่ไหน

ธาวินนั่งฟังเงียบ ๆ มองคนเล่าไปน้ำตาไหลไป ด้วยความสงสาร มือหนาหยิบทิชชู่คอยส่งให้เธออยู่ตลอด อันที่จริงธาวินก็ไม่เคยปลอบใจใคร ตอนนี้เขาทำได้เพียงรับฟังปัญหาของเพื่อนเงียบ ๆ

พอเธอเล่าจบดวงตาทั้งสองข้างก็แดงก่ำ ธาวินมองเพื่อนที่ร้องไห้จนหน้าตาแดงไปหมดก่อนจะถอนหายใจ เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านมานาน เธอน่าจะหิวก็กะว่าจะไปหาซื้ออะไรมาให้เธอกินซะหน่อย เดี๋ยวจะหมดแรงไปซะก่อนดูเหมือนว่าตอนนี้อาการหนักน่าดู

"เดี๋ยวกูลงไปซื้ออะไรมากิน เผื่อมึงจะรู้สึกดีขึ้น"

"ไม่เอาหรอก ฉันไม่หิว"

"เอาเถอะ เผื่อกินแล้วจะได้สดชื่น อย่าหนีกลับล่ะ"

พูดจบธาวินก็เดินออกจากห้อง ทิ้งให้ผักกาดนั่งเศร้าอยู่คนเดียว

เธอเงยหน้ามองเพดานดวงตายังคงมีน้ำตาไหลอยู่ตลอด สูดลมหายใจเข้าแรง ๆ พยายามกลั้นน้ำตาแต่มันก็ทำไม่ได้

เธอหยุดร้องไม่ได้

…

"ฮึก!!"

ในที่สุดเธอก็ปล่อยให้มันไหลออกมาพร้อมกับเสียงร้องไห้โฮที่ดังลั่นและเธอก็ร้องอยู่แบบนั้นคนเดียวจนเวลาผ่านไปพักใหญ่ เมื่อได้สติก็กลัวว่าธาวินจะกลับมาเห็นเธอในสภาพที่ดูไม่ได้เลยรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตาพยายามทำให้ตัวเองให้สดชื่น

แต่ในจังหวะที่กำลังจะเปิดประตูออกไป เสียงเปิดประตูห้องก็ถูกเปิดออก เธอคิดว่าธาวินน่าจะกลับมาแล้ว แต่ในตอนที่เธอกำลังหมุนลูกบิดประตู เสียงคนที่พูดคุยกันกลับไม่ใช่ธาวิน

ชื่อของตัวเองอยู่ในบทสนทนาทำให้มือที่กำลังหมุนลูกบิดหยุดชะงัก ใบหูขาวแนบลงที่ประตูจนได้ยินเสียงชัด คนที่คุยกันนั้นก็ไม่ใช่ใคร

เธอจำได้ดีว่าเป็นเสียงปลื้มคนที่ทำเธออารมณ์ก่อนไหวอยู่ตอนนี้ อีกคนก็เป็นคิงนั่นเอง แต่ยิ่งเธอได้ยินสิ่งที่ทั้งสองคนคุยกันมากเท่าไหร่ หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้น

เธอเพิ่งรู้ว่าในวันที่บาดเจ็บวันนั้น ธุระที่ปลื้มต้องไปทำแทนที่จะไปส่งเธอก็คือเขาไปหาควีนเพื่อนของเธอ

ที่ด้านนอก

"เรื่องที่มึงไปส่งควีนวันนั้น แล้วยังเอากระเป๋าไปคืนให้อีก ทั้งที่ผักกาดก็เจ็บอยู่ มึงคิดว่ามันโอเคเหรอวะ?" เสียงของคิงดังขึ้นชัดเจน ในหัวของเธอ หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ต่างจากขาที่รู้สึกเหมือนจะหมดแรง

"แล้วไงวะ?" เสียงปลื้มตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูรำคาญ "ก็แค่ไปส่งแล้วก็เอากระเป๋าไปคืน ไม่เห็นต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่"

"ไม่ต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่เหรอ..หึ!" คิงหัวเราะเยาะในลำคอ

"มึงรู้ไหมว่าผักกาดคิดยังไงกับมึง เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ทำไมมึงต้องทำให้เธอเจ็บด้วยวะ"

ผักกาดเม้มปากแน่น หัวตาแสบร้อนขึ้นมาอีกครั้ง

"กูบอกแล้วไง ว่ามันไม่มีอะไร"

"แล้วเรื่องที่ไอ้วิน 'ท้า' มึงล่ะ?" คิงถามต่อ เสียงของเขาเริ่มจริงจังขึ้น "กูบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าไม่มีใจ อย่าไป 'ลองใจ' เธอมึงคิดว่าแม่งเป็นเรื่องสนุกเหรอ?"

ท้า..

ลองใจ...

สองคำนี้ทำเอาหัวใจของผักกาดกระตุกวูบ น้ำตาร่วงหล่นลงมาโดยไม่รู้ตัว เธอพยายามสะกดกลั้นตัวเองไม่ให้ส่งเสียงสะอื้น มือบางที่จับลูกบิดสั่นระริก

"ไอ้ปลื้ม กูว่ามึงพอได้แล้ว มึงอยากลองใจผักกาดเพราะอะไร หรือจริง ๆ แล้วมึงเอง...ก็มีใจให้เธอ?"

ปลื้มยังคงนิ่ง ไม่มีคำพูดใด ๆ หลุดออกมา

ผักกาดที่แอบฟังอยู่ เธอแทบจะกลั้นหายใจรอคำตอบ หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก

ขอแค่...ขอแค่บอกว่าเขารู้สึกอะไรบ้าง...สักนิดก็ยังดี แต่แล้วคำตอบที่ออกจากปากเขากลับทำให้เธอแทบทรุดลงไปกองกับพื้น

"กูไม่ได้รู้สึกอะไรกับผัก...และไม่เคยรู้สึก!"

ราวกับโลกทล่มลงต่อหน้า ร่างเล็กไร้เรี่ยวแรงจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เพิ่งตระหนักได้ในตอนนี้ว่าที่เขาใกล้ชิดเธอทำดีกับเธอพาไปกินข้าวดูหนัง จับมือ นั่นเป็นแค่การลองใจกัน 

เขาไม่รู้สึกอะไรกับเธอเลย

ต่างจากเธอที่คิดเข้าข้างตัวเอง ถึงขั้นต้องมาปรึกษาเพื่อนเพื่อที่ตัวเองจะได้ไปสารภาพรักกับเขาแต่ที่ไหนได้ทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เขาสร้างขึ้นมา

"อึก...!"

 เสียงหัวใจเธอแตกสลายดังชัดเจนในความเงียบงัน

คำว่าไม่เคยรู้สึก...มันยังดังก้องอยู่ในตอนนี้

เธอหลับตาลง พยายามกลั้นเสียงสะอื้นสุดกำลัง

ทั้ง ๆ ที่ผ่านมาเธอคิดว่าเขาคงรู้สึกอะไรบ้าง แม้จะไม่มาก แม้จะไม่ได้ชัดเจน แต่ก็คิดว่าสักเศษเสี้ยวในใจเขาจะมีความรู้สึกให้เธอบ้าง

แต่ไม่เลย...ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว ว่าทุกอย่างมันเป็นแค่ภาพลวงตา เป็นแค่เรื่องหลอกลวง

มือบางค่อย ๆ บิดลูกบิดประตู เธอรู้ดีว่าถ้าขืนอยู่ตรงนี้นานกว่านี้ เธออาจจะทนไม่ไหว

เสียง 'แกร๊ก' ที่ดังขึ้นทำให้สายตาสองคู่หันไปมอง

ปลื้มกับคิงชะงักไปทันทีเมื่อเห็นร่างบางเดินออกมาจากห้องน้ำคล้ายกับคนหมดแรง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาแดงก่ำดูบอบช้ำราวกับคนที่กำลังแตกสลายทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที

และในตอนนั้นเองเจ้าของห้องก็เปิดประตูเข้ามาพอดีอย่างกับจังหวะนรก เขามองเพื่อนทั้งสองคนก่อนจะถามขึ้น

"อ่าว...พวกมึงมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ" เขาถามขึ้นก่อนจะมองเลยไปเห็นผักกาดเดินร้องไห้ออกมาจากห้องน้ำ

"ผักกาด!" ธาวินอุทานออกมาอย่างตกใจ

ผักกาดเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเพื่อนทั้งสามคน สายตาที่มองไปทางพวกเขามีแต่ความเจ็บปวด

"ผัก..." คิงเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ ตกใจที่เห็นผักกาดจนหน้าซีดลง ขาอ่อนแรงขึ้นมา

ผักกาดไม่ได้สนใจเพื่อนอีกสองคนที่ทำท่าราวกับถูกผีหลอก เธอเอาแต่จ้องใบหน้าของปลื้ม ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง หัวใจเจ็บเกินจะทนไหว เธอกำมือแน่น สะอื้นในลำคอ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ทุกอย่างที่นายทำ...เป็นแค่การแสดงสินะ?”

"ผักกาด..." คิงพยายามจะพูดอะไรสักอย่าง แต่มันพูดไม่ออก ไม่ต่างจากเพื่อนทั้งสองคนที่เหมือนถูกตรึงอยู่กับที่

ปลื้มเองก็ตกใจเมื่อได้เห็นเธอในสภาพนี้ ดวงตาของเขาไหววูบ หัวใจกระตุก รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา

"ฮา ฮ่า ๆ ..." เสียงหัวเราะของผักกาดบาดลึกลงไปในหัวใจ เธอหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา 

มันสั่นสะเทือนกรีดลึกลงไปในหัวใจของหนุ่มทั้งสาม

"ฉันมันโง่เองที่เชื่อว่าอย่างน้อยนายก็คงรู้สึกอะไรบ้าง"

"...."

"ทั้ง ๆ ที่ฉันแค่อยากอยู่เงียบ ๆ ข้าง ๆ นายแค่นั้น" ผักกาดหอบหายใจแรง เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศ

"ฉันแอบชอบนายมานาน..." เธอพูดเสียงเบาหวิวแต่ทุกคนได้ยินชัดเจน "ฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้อยู่ใกล้นาย แม้กระทั่งแค่ได้เป็นเพื่อน ฉันก็ยอม"

"แต่สิ่งที่นายตอบแทนฉันคืออะไร...สนุกกันมากใช่มั้ย"

ปลื้มยังคงนิ่งไม่พูดอะไร

"เพราะฉันไม่ได้สวยเหมือน 'ควีน' ใช่ไหม? นายถึงไม่เคยมองฉันเลย"

"...."

ปลื้มยังคงเงียบงัน กำหมัดแน่นขึ้น ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง เขาอยากจะพูดอะไรออกมาแต่มันกลับพูดไม่ออก

ผักกาดยิ่งสะอื้นหนักขึ้น หัวใจเหมือนถูกบีบรัดแน่นจนหายใจไม่ออก

"ฮึก!! คะ..แค่เป็นเพื่อนกันก็ได้ ฉะ...ฉันยอมเก็บทุกอย่างเอาไว้ในนี้"

ปึก! ปึก!

มือบางตบไปที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเองอย่างแรงหลายครั้ง น้ำตาไหลพรากด้วยความเสียใจอย่างรุนแรง

"แล้วทำไม? ฮึก!!" เธอหยุดไปนิดเพราะแรงสะอื้นอย่างหนักทำให้เธอพูดไม่ออก

"ทะ..ทำไมนายต้องมาแกล้ง จะ..จีบ ฉันด้วย ฮึก! ถ้านายชอบควีน...นะ...นายก็ไปหาควีน ฮึก! ละ..เลยสิ! " ผักกาดถามต่อด้วยน้ำเสียงขาด ๆ หาย ๆ ทั้งร้องไห้ไปพูดไปทำเอาคนที่มองรู้สึกจุกหน่วงไปด้วย

ปลื้มอ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่เธอไม่ให้โอกาส ไม่รวมถึงคิงที่ยังช็อกไม่หาย

เสียงหัวเราะอย่างขมขื่นดังขึ้น

“ฉันยอมแล้ว...ฉันยอมแพ้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • BadFriend Engineer เพื่อนที่ร้าย สุดท้ายที่รัก   ตอนพิเศษ ว่าที่ลูกเขยจากเมืองกรุง

    รถสปอร์ตคันหรูแล่นไปตามถนนสายเล็กที่ทอดตัวผ่านทุ่งนาและสวนผลไม้สองข้างทาง เสียงเครื่องยนต์ทุ้มต่ำดังแทรกผ่านความเงียบสงบของหมู่บ้าน จนชาวบ้านหลายคนที่กำลังนั่งจับกลุ่มอยู่ใต้ถุนบ้านต้องชะเง้อคอมองตามด้วยความสนใจ บางคนถึงกับวางมือจากงานที่กำลังทำ ก่อนจะหันไปสะกิดคนข้างตัวให้มองรถสีดำเงาวับคันนั้น“รถใครล่ะนั่น ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”“มาจากกรุงเทพฯ หรือเปล่า ดูแพงเชียว”“จะมาหาบ้านใครกันนะ”เสียงพูดคุยดังไล่หลังมาตลอดทาง ขณะที่ผักกาดนั่งตัวเกร็งอยู่บนเบาะข้างคนขับ เธอเหลือบมองกระจกด้านข้าง เห็นสายตาของชาวบ้านแทบทุกหลังคาเรือนกำลังมองตามรถของปลื้มมาอย่างไม่ปิดบัง หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหน้าอย่างอับอายเล็กน้อย“เค้าบอกแล้วว่าให้เช่ารถธรรมดามาก็ได้ ตัวเองดันเอาคันนี้มา ดูสิ คนมองกันทั้งหมู่บ้านแล้ว”ปลื้มเหลือบมองแฟนสาวที่แทบจะย่อตัวลงไปหลบใต้คอนโซล ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ“ก็มันเป็นรถเค้า จะให้เค้าไปเช่ารถคันอื่นทำไมล่ะ”“แต่รถตัวเองมันเด่นเกินไป”“เด่นตรงไหน ธรรมดาจะตาย”ผักกาดหันขวับไปมองคนที่พูดคำว่า ‘ธรรมดา’ ได้อย่างหน้าตาเฉย รถคันนี้ราคาสูงกว่าบ้านทั้งหลังของเธอเสียอีก หากนี่เรียกว่าธรรมดา

  • BadFriend Engineer เพื่อนที่ร้าย สุดท้ายที่รัก   ตอนที่ 43 เป็นแฟนกัน

    ในห้องทำงานผักกาดนั่งตัวแข็งเมื่อเจอเข้ากับสายตาของพ่อปลื้มที่จ้องกันอยู่ ยิ่งไม่มีใครอยู่ด้วยแล้ว ห้องนี้กลายเป็นห้องเย็นไปเลย เธอไม่กล้าแม้แต่จะละสายตาไปจากท่านเลย และดูเหมือนว่าท่านก็รู้ว่าเกร็งมากพ่อปลื้มส่ายหัวเบา ๆ พร้อมหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นท่าทางของเธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงแววเอ็นดู"หึ! ทำตัวตามสบายเถอะ นั่งแข็งเป็นท่อนไม้แบบนั้น เดี๋ยวก็เป็นตะคริวกันพอดี"ได้ยินแบบนั้น ผักกาดที่กำลังนั่งตัวเกร็งอยู่เผลอถอนหายใจออกมายาวพรืดอย่างโล่งอกพ่อของปลื้มเหลือบตามอง ก่อนจะหัวเราะอีกครั้ง"คิดว่าฉันจะกินเธอหรือไง ถึงได้นั่งหน้าซีดหน้าเซียวขนาดนั้น?"ผักกาดยิ้มแห้ง ไม่รู้เลยว่าสีหน้าออกขนาดนั้น ก่อนรีบปรับท่านั่งให้ดูผ่อนคลายขึ้นแม้ในใจจะยังเต้นรัว ทำใจสบาย ๆ ตามที่ท่านบอก"เอาล่ะ..." พ่อปลื้มเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ จ้องเธอด้วยสายตาพิจารณา "ฉันมีเรื่องอยากถามเธอสักหน่อย""ค่ะ..." ผักกาดขานรับเสียงแผ่ว"ทำไมถึงรักลูกชายฉัน?"คำถามสั้น ๆ แต่กลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงกว่าเดิมเธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามเรียบเรียงคำพูด ก่อนจะตอบไปตามความจริง"ตอนแรกหนูก็คิดว่า...ตัวเองแค่ชอ

  • BadFriend Engineer เพื่อนที่ร้าย สุดท้ายที่รัก   ตอนที่ 42 ครอบครัวของปลื้ม

    เรื่องของควีนจบลง แต่ยังมีอีกคนที่ผักกาดต้องเคลียร์ พี่ชายของปลื้ม...เธอตัดสินใจไปพบเปรมที่ผับเพื่อเคลียร์ใจกับเขาเป็นครั้งสุดท้าย เรื่องที่เขาร่วมมือกับควีน เธอรู้ความจริงหมดแล้วแต่เธอไม่ได้โกรธเขาเลยสักนิด เธอรู้ดีว่าลึก ๆ แล้ว เปรมเป็นคนดีผักกาดพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเรียบแต่จริงใจ "ฉันมาวันนี้เพื่อขอลาออกค่ะ และก็เพื่อจะบอกว่าฉันเองก็ให้อภัยพี่เปรมแล้วเหมือนกัน และก็ขอบคุณที่พี่ช่วยดูแลฉัน"เปรมชะงักไปชั่วขณะก่อนจะหัวเราะเบา ๆ มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่อนโยน"รู้เรื่องหมดแล้วสินะ?""อืม...ฉันรู้แล้วว่าพี่ร่วมมือกับควีนเพื่อแยกฉันกับปลื้มออกจากกัน"เปรมไม่ได้แสดงท่าทีตกใจอะไร เขาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจยาวอย่างยอมรับ"ก็คงสมควรแล้วที่เธอจะเกลียดฉัน""ฉันไม่เกลียดพี่หรอกนะ" ผักกาดพูดด้วยรอยยิ้ม"ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาเราจะอยู่กันคนละฝั่ง แต่พี่เปรมก็ไม่เคยทำร้ายฉันจริง ๆ ซะหน่อย"เปรมเงียบไป ก่อนจะตัดสินใจพูดความรู้สึกในใจออกมา"รู้ไหม...พี่เองก็ชอบเธอจริง ๆ นะ"คำพูดนั้นทำให้ผักกาดชะงักไปทันที"พี่เองก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองเริ่มรู้สึกแบบนี้กับเธอตั้งแต่เมื

  • BadFriend Engineer เพื่อนที่ร้าย สุดท้ายที่รัก   ตอนที่ 41 แฟนใครนะ น่ารักจัง

    ใช่แล้ว…เขาเคยเป็นเด็กหนุ่มที่ถูกกีดกัน ถูกบังคับ ถูกตีกรอบจากครอบครัว แต่สุดท้ายเขาก็จับมือภรรยาคนนี้ ฝ่าฟันมาด้วยกันจนถึงวันนี้"ฉันรู้ว่าคุณห่วงตาปลื้ม แต่เขาควรได้มีโอกาสเรียนรู้เองบ้าง ไม่ว่าจะผิดหรือถูก ขอแค่เราคอยดูอยู่ห่าง ๆ ก็พอ" แม่ของปลื้มมองสามีด้วยสายตาอ่อนโยน จับมือสามีของเธอเอาไว้ นี่คงเป็นสิ่งที่คนเป็นแม่ต้องการขอร้องเพื่อลูกสักครั้ง เพราะก่อนหน้านั้น เธอไม่เคยขัดแย้งสามีเรื่องการเลี้ยงดูของเขาเลย"ให้โอกาสเด็ก ๆ ได้เรียนรู้กันและกันไปเถอะค่ะ"พ่อของปลื้มเงียบไปชั่วขณะ แต่ในหัวของเขาเริ่มคิดทบทวนตั้งแต่ลูกชายคนนี้เกิดมา เขาไม่เคยถามเลยว่า ปลื้มต้องการอะไรเขาตัดสินใจทุกอย่างแทนลูก วางเส้นทางให้ลูกกำหนดทิศทางของชีวิตตามที่เขาคิดว่าดี แต่เขาไม่เคยไตร่ตรองเลยว่า…ไอ้ความดื้อรั้น หัวแข็ง เอาแต่ใจของปลื้ม มันเป็นเพราะต้องการต่อต้านเขาหรือเปล่า?เขาลืมคิดไปเสียสนิทว่า ครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยเป็นเหมือนลูกชายคนนี้เคยเป็นวัยรุ่นที่หัวแข็ง เคยเป็นเด็กหนุ่มที่ต่อต้านกฎเกณฑ์ เคยเป็นคนที่คิดว่าตัวเองถูกที่สุด และยิ่งไปกว่านั้น…เขาก็เคยดื้อแพ่งกับครอบครัวตัวเองและตอนนี้เองที่เขาได

  • BadFriend Engineer เพื่อนที่ร้าย สุดท้ายที่รัก   ตอนที่ 40 อย่าเป็นอะไรนะ

    เธอคิดว่าตัวเองคงตาฝาด คิดถึงปลื้มแม้กระทั่งในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต มือบางพยายามยื่นไปตรงหน้า แต่มันยากลำบากเหลือเกิน สติของเธอค่อย ๆ ดับวูบลง ทุกสิ่งรอบตัวจมหายไปในความมืดสนิทและสายน้ำที่เย็นเฉียบในตอนที่คิดว่าเธอไม่รอดแน่ แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนมีคนเรียกชื่อเธอดังแว่วอยู่ข้างหู"ผัก...ผักกาด!"อึก! แค่ก! แค่ก! ทันทีที่รู้สึกตัวเธอก็สำลักน้ำออกมาอย่างแรง ลมหายใจขาดห้วง ร่างกายเหมือนถูกฉุดกลับมาจากความตายเปลือกตาหนักอึ้งค่อย ๆ ลืมขึ้นทีละน้อย ภาพพร่ามัวตรงหน้าค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น และสิ่งแรกที่เธอเห็นคือใบหน้าของปลื้มดวงตาของเขาแดงก่ำสั่นระริกดูหวาดกลัว เสียงที่เอ่ยเรียกชื่อเธอยังคงสั่นเครือ"ผัก! เธอฟื้นแล้ว เป็นยังไงบ้าง ฉันตกใจแทบแย่!"ก่อนที่เธอจะตั้งสติได้ดี ปลื้มก็ดึงร่างเธอเข้ามากอดแน่น ร่างแกร่งสั่นสะท้านราวกับคนที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดในชีวิตมาเธอเบิกตากว้าง รู้สึกถึงสัมผัสอบอุ่นของเขาที่โอบรัดเธอไว้แนบแน่น"ขอบคุณ...ขอบคุณที่กลับมา...ฉันนึกว่าเธอจะไม่ฟื้นขึ้นมาซะแล้ว ฉันเป็นห่วงแทบบ้า!" เขาพึมพำเสียงเครือข้างหูเธอยังคงงุนงง รู้สึกเหมือนยังไม่ตื่นจากฝันร้าย ดวงตา

  • BadFriend Engineer เพื่อนที่ร้าย สุดท้ายที่รัก   ตอนที่ 39 ถ้าไม่มีเธอ ฉันก็คงไม่เจ็บ

    ควีนถึงกับหัวเราะออกมา สายตาที่มองผักกาดคล้ายสมเพช แต่ลึกลงไปกลับแฝงไปด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะพูดสิ่งที่เก็บเอาไว้ในใจ"เธอรู้อะไรมั้ย! ที่ผ่านมาน่ะ แม้ว่าฉันจะอิจฉาเธอมาตลอด แต่ฉันไม่เคยเกลียดเธอเลยนะ !" ควีนเอ่ยเสียงเรียบ ริมฝีปากเหยียดเป็นรอยยิ้มน้อย ๆ "มีหลายครั้งที่ฉันแอบคิดว่า ถ้าฉันได้เป็นเพื่อนกับเธอจริง ๆ คงเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะเธอเป็นคนเก่ง เธอทำอะไรก็ได้ดีไปหมด มีแต่คนชื่นชมเธอ"ดวงตาของควีนสะท้อนความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นอยู่ภายใน อดีตที่ฝังลึก ความรู้สึกที่ค้างคา และไฟริษยาที่คุกรุ่นมาตลอด"แล้วทำไมต้องทำแบบนี้..." ผักกาดถามกลับ น้ำเสียงสั่นเครือ "ฉันเคยทำอะไรให้เธอเหรอ? ฉันไม่เคยคิดร้ายกับเธอเลยนะควีน ฉันจริงใจกับเธอมาตลอด!"ควีนแค่นหัวเราะ มองผักกาดด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป สายตาดุดันและเต็มไปด้วยความเคียดแค้น"จริงใจ? หึ… เธอเรียกสิ่งที่เธอทำว่าความจริงใจงั้นเหรอ?""หมายความว่ายังไง ฉันทำอะไร?" ผักกาดยังคงไม่เข้าใจ ว่าไปทำอะไรให้ควีน ถึงได้เจ็บแค้นเธอขนาดนี้ ขนาดอยากจะฆ่าให้ตาย"ก็เพราะเธอ…" ควีนขบกรามแน่นก่อนจะกระแทกเสียงตวาดออกมา"เพราะเธอมาชอบผู้ชายคนเดียวกับฉันยั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status