LOGINความเศร้าโศกมาเยือนครอบครัวเมื่อเสาหลักอย่างกวินทราจากไป ทรายทองเศร้าซึมโดยมีแทนคอยตามปลอบโยนสาวน้อยไม่ห่าง เขากลายเป็นผู้บริหารจัดการมรดกทุกอย่างของภรรยา...และดูแลลูกสาวคนเดียวของเธอ
การต้องจัดการงานศพของภรรยา และจัดแจงธุรกิจทำให้เขาเหนื่อยมาก กลับมาแทบจะหลับพัก แต่...เขาก็ไปนอนกับทรายทองทุกวันเพื่อเป็นเพื่อนเธอ ในสายตาของคนงานที่บ้าน ชายหนุ่มคือยอดคุณพ่อ ที่รักและห่วงใยทรายทองอย่างจริงใจ แม้จะไม่ใช่เลือดเนื้อ แต่เขาก็ดูแลสาวน้อยดีเหลือเกิน
ยกเว้นเพียงคนเดียวที่เห็นว่าอาการของแทน เกินคำว่าพ่อกับลูกสาว คือลำไย ที่คอยเฝ้าประกบถ้าแทนกับทรายทองอยู่กันตามลำพัง คอยสังเกตพฤติกรรมพ่อเลี้ยงหนุ่ม ที่มีต่อลูกสาววัยสะพรั่ง
เธอคอยสังเกต และตั้งใจจะรายงานไปยังมารดาของกวินทรา ถ้าเกิดว่าแทนทำอะไรเกินเลย
เธอคอยแอบคุยกับคุณหนู บอกเล่าเรื่องราวที่เป็นไปในสังคม เรื่องไม่ดีไม่งามของพ่อเลี้ยงลูกเลี้ยง สันดานดิบของผู้ชาย เกริ่นทำเหมือนเล่าเรื่อง เผื่อจะได้ให้คุณหนูของเธอสะกิดใจได้บ้าง
วันนี้ลำไยรับหน้าที่ทำอาหารของว่าง เพราะแม่ครัวประจำลา เธอมีฝีมือรองลงมา จึงได้รับหน้าที่นั้น ของว่างวันนี้เป็นขนมบัวลอยไข่หวาน คุณหนูของเธอชอบมาก และเธอก็ตั้งใจทำให้มันอร่อยที่สุด
"คุณหนูคะ พี่เอาขนมบัวลอยมาให้ค่ะ"
เธอเคาะประตูห้องบอกทรายทอง ในระยะไว้ทุกข์ทรายทองเก็บตัวแทบจะไม่ไปไหน สาวน้อยยังคงเศร้าซึมกับการจากไปของมารดา
"ค่ะพี่ลำไย"
ทรายทองเปิดประตูให้กับลำไย คนรับใช้ลอบมองหน้าของสาวน้อย หน้าตายังคงหมองหม่นอย่างน่าสงสาร
"กินเยอะๆ นะคะ พี่ทำกะทิอบควันเทียนเลยนะ"
ลำไยคะยั้นคะยอ นั่งพับเพียบบนพื้นพรม มองดูคุณหนูของเธอที่นั่งบนโซฟาตัวนุ่มสีสวย ยกถ้วยขนมขึ้นมาแล้วสูดกลิ่นหอมๆ นั้น
"ค่ะ..."
หล่อนตักชิม แล้วเอ่ยชมว่าหอมมันอร่อย แต่กินไปได้ไม่กี่คำก็วางช้อน
"อิ่มแล้วหรือคะ"
"อิ่มแล้วค่ะ"
สาวน้อยตอบ ฝืนยิ้มให้กับลำไย ก่อนจะวางถ้วยกับช้อนลง
"วันนี้คุณหนูไม่ออกไปไหนหรือคะ วันหยุดแบบนี้ น่าจะออกไปหาเพื่อน ไปเที่ยวเล่นบ้าง"
"หนูรอคุณพ่อ...หนูไม่อยากไปไหนคนเดียว คุณพ่อก็งานยุ่งๆ
" ทรายทองตอบ แล้วถอนใจ ลำไยกลืนน้ำลาย เธอกำลังรวบรวมคำพูดที่จะเอ่ยเตือนทรายทอง แน่ล่ะเธอทำเสมอเมื่ออยู่กันตามลำพัง
"คุณแทน...เอ่อ...เธอมานอนกับคุณหนูทุกคืนหรือคะ"
"ค่ะ หนูไม่อยากนอนคนเดียว หนูเหงา หนูคิดถึงคุณแม่"
"คุณหนูคะ คุณหนูเป็นสาวแล้ว ส่วนคุณแทนก็เป็นผู้ชาย...บางที มันก็ไม่เหมาะสมนะคะ"
"คะ?"
ทรายทองขมวดคิ้ว ไม่เหมาะสม...สาวน้อยยังอ่อนเดียงสา และเรียนรู้ด้านมืดของมนุษย์น้อยเหลือเกินอย่างหล่อน บางทีก็ไม่เข้าใจ เขลาปัญญาไปในด้านนี้
"คุณหนู" ลำไยจับแขนของสาวน้อยมาลูบเบาๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เราผู้หญิง มีสิ่งที่ผู้ชายต้องการ คุณหนูเข้าใจไหมคะ?"
"พี่ลำไยหมายถึงอะไรคะ"
"พี่หมายถึง...คุณหนูเป็นสาวแล้ว คุณหนูสวยมากด้วย ถึงคุณหนูจะไม่คิดอะไรเวลาที่ถูกกอด ถูกหอม แต่ควรระวังตัว รักษาระยะห่างกับคุณแทนบ้าง ผู้ชายน่ะ บางทีอารมณ์ก็ทำให้...เอ่อ...เขาอาจจะคิดทำอะไรเรามากกว่าที่เอ็นดูอย่างที่เราคิด พอมีอารมณ์แล้ว ตัณหาก็ทำให้หน้ามืด จนทำเรื่องไม่งามขึ้นได้ คุณหนูเข้าใจไหมคะ"
"เรื่องไม่งาม"
ทรายทองหน้าแดงก่ำ เธอคิดถึงสิ่งที่เขาทำกับเธอ ที่เขาเรียกว่าจูบ...นั่นคือสิ่งไม่งามที่ลำไยพูดใช่ไหม?
"ค่ะ ทางที่ดี ควรรักษาระยะห่างระหว่างกันนะคะคุณหนู"
"ถ้า...ถ้า..."
สาวน้อยอ้ำอึ้ง ลำไยเห็นหน้าแดงๆ นั้น ใจก็ไพล่คิดไปถึงทางเสียหาย เธอบีบมือคุณหนูแน่น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ถ้าคุณแทนทำอะไรคุณหนู มากกว่ากอด หอม ก็แสดงว่า คุณแทนคิดไม่ดีกับคุณหนูนะคะ"
"พ่อรักหนูนะคะพี่ลำไย พ่อจะทำอะไรหนูเหรอคะ"
"เพราะคำว่ารักนี่ล่ะค่ะ รักแบบไหนละคะ"
ลำไยทำเสียงแข็ง เพราะต้องการทำให้ทรายทองนึกหวาดกลัวเพศตรงข้ามไว้บ้าง
เพศที่ไม่น่าไว้ใจเมื่อมีอารมณ์ฝ่ายต่ำครอบงำ
"ถ้ารักแค่พ่อลูก คุณแทนก็จะเอ็นดู ดูแลคุณหนู แต่ก็ไม่ควรล่วงล้ำเนื้อตัวคุณหนู จำไว้นะคะ อย่าไว้ใจผู้ชาย เรามีสิ่งที่เขาต้องการ คือ...ตรงนั้น"
ลำไยพูดตรงๆ สั่งสอนตรงไปตรงมา เพราะรักและห่วง มากกว่าอย่างอื่น เธอเห็นทรายทองมาแต่เล็กแต่น้อย ได้ช่วยถนอมเลี้ยงดู ความผูกพันและความรักที่มีให้ จึงมากกว่านายและบ่าว
"ถ้าคุณแทนทำอะไรไปมากกว่ากอด และหอมคุณหนู ก็อันตรายแล้วนะคะ"
"..."
เธอนิ่ง เธอควรจะเล่าดีไหม ว่าแทนชอบจูบเธอ และ...จูบที่ตรงนั้น
"พี่..."
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเสียก่อน ที่เธอจะทันบอกเล่า ว่าบิดาเลี้ยงทำอะไรกับเธอลงไปบ้าง ก่อนจะผลักเข้ามา ร่างสูงของแทนยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับรอยยิ้มกว้างขวางส่งให้ทรายทอง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นลำไย ที่นั่งอยู่กับลูกเลี้ยงของเขา
"กลับมาแล้วจ้ะ เย็นนี้พ่อจะพาไปกินอาหารอร่อยๆ หนูทรายสนใจไหมลูก"
"ไปไหนคะ"
ทรายทองลุกขึ้น แล้วตรงไปจะโอบเอวเขาตามความเคยชิน แต่...คำเตือนของลำไย ทำให้เธอชะงักไว้ เปลี่ยนเป็นยืนข้างๆ เขาแทน
"ไปพัทยากัน นอนค้างสักคืน แล้วก็เล่นสวนน้ำ"
"น่าสนุกจังเลยค่ะ"
ทรายทองทำตาโต ตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยว แทนตอนแรกเกือบจะคว้าเธอมากอด แต่ติดที่สายตาของลำไย ทำให้เขาชะงักเช่นกัน
"เก็บของได้เลยจ้ะ"
เขาว่า ปรายตามองลำไย ที่ยังคงมองจ้องเขาเขม็ง ราวกับจะจับผิด เขาไม่ชอบแม่สาวใช้คนนี้เลย...ดูจะจุ้นจ้าน วุ่นวายนัก
เขาเดินออกมาจากห้องของบุตรสาว คืนนี้เขามีแผน...แทนคิดอย่างกระหยิ่มใจ
ทรายทองมองไปที่เตียงสีขาวสะอ้าน ผู้ชายคนหนึ่งนอนเปลือยกาย หมดจดอยู่ตรงนั้น เหมือนวันที่เขาแรกคลอด เขาดูเหนื่อยล้าเหลือเกินหล่อนยิ้มที่มุมปาก ภาพที่เธอได้เห็นเมื่อก่อนหน้านี้กำลังทำให้เธอร้อนรุ่ม อยากปลดปล่อยเหลือเกินเธอคุ้นกับทุกสัดส่วนนั่น เธอเคยสัมผัสมันไม่เว้นแม้แต่ที่เดียว แน่ล่ะ...เขาเป็นคนสอนให้เธอได้เรียนรู้ ได้มีความสุขกับเซ็กซ์ ได้เรียนรู้ด้านมืดของจิตใจมนุษย์เธอเองคือมนุษย์ ที่มีด้านมืดเธอตรงไปนั่งที่ริมเตียง ในมือถือแก้วไวน์ คลึงมันเล่นเบาๆ เธอมีอะไรสนุกๆ อยากจะทำกับเขา...เธอค่อยคลานขึ้นไปบนเตียง เอาไวน์ในแก้วเทราดเขา เขาสะดุ้งสุดตัว นัยน์ตาคมกริบเบิกโพลง เนื้อตัวของเขามีร่องรอยแดงเป็นจ้ำ บางแห่งเขียวช้ำ อา...มันทำให้ทรายทองยิ่งนึกถึงภาพก่อนหน้า คนไหนกันนะ ที่ฝากรอยนั้นไว้ คุณนพพร หรือว่าคุณหญิงโฉมศรี“หนูทราย”“ขา...”เธอขานตอบเขา ร่างกายรุ่มร้อนต้องการปลดปล่อย ตามองส่วนนั้น...มันตกห้อยเหมือนจะหมดแรง แน่นอน เธอรู้ว่าทำแบบไหนมันถึงจะพร้อม..."พ่อขอร้อง...ปล่อยพ่อไปได้ไหม""คงจะไม่ได้หรอกค่ะคุณพ่อ..." ทรายทองตอบ ขณะที่คร่อมร่างเขา มือกำลังปลุกเร้าส่วนนั้น ให้มันพร้อมกับ
การที่ทรายทองทำให้ทริปล่มทำให้แทนหงุดหงิดมาก หล่อนหายไปจากบ้านถึงสองวันเต็มๆ สองวันที่เขาติดต่อหล่อนไม่ได้ หล่อนเพียงแค่ส่งไลน์ข้อความมาหาเขา บอกกับเขาว่าหล่อนกำลังทำงานกับภาพิไล ไม่ต้องเป็นห่วงไม่ให้ห่วงได้ยังไงเขาแทบจะคลั่งเลยด้วยซ้ำแต่จะทำอะไรออกหน้ามากมายก็ไม่ได้...มันกระทบแน่นอนล่ะถ้าเกิดเขาไปบุกชิงตัวหล่อนจากบ้านของภาพิไล เขาจึงจำทนต้องรอ รอ และรอนังเด็กร้ายกาจคอยดูเถอะถ้ากลับมาแทน...เพียงแค่คิดก็ร้อนรุ่มเสียแล้วเขาแทบจะไปยืนรอเธอที่หน้าบ้านอยู่แล้ว แต่เก็บอาการไว้ เขาไม่อยากให้คนในบ้านรู้สึกว่าเขาห่วงทรายทองจนเกินไปแทนนั่งหงุดหงิดอยู่ในห้องทำงาน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดโทรศัพท์ตามเธอเพราะนี่ก็เกือบจะสามทุ่มแล้ว...แต่เขาได้ยินเสียงรถเข้ามาในบ้าน ทำให้เขารีบเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ เดินเร็วๆ ออกมาข้างนอก ใบหน้าเคร่งเครียดหงุดหงิดของเขา ต้องเร่งปรับ เมื่อเห็นว่าทรายทองควงแขนมากับใคร ภาพิไลนั่นเอง หล่อนยิ้มให้เขา ก่อนจะพนมมือไหว้เขา แล้วเอ่ยทักทาย“สวัสดีค่ะ คุณแทน ขอโทษนะคะที่พาน้องทรายไปคุยงานเสียนานเลย พอดีต้องประชุมเครียดกันเลยน่ะค่ะ”“ครับ”เขารับไหว
ทรายทองเริ่มสนิทกับภาพิไลมากขึ้นทุกวัน เธอนึกชอบสาวสวยคนนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ภาพิไลเหมือนเข้าอกเข้าใจเธอจนน่าประหลาด บางถ้อยคำ บางคำพูด ทำให้เธอสะกิดใจ และปลอบประโลมเธอ บางหนทำให้เธอฮึกเหิม...ฮึกเหิม...“พี่ภากำลังทำอะไรอยู่หรือคะ”ทรายทองถาม เมื่อนั่งอ่านสิ่งที่ภาพิไลส่งให้เธอดู เพื่อพิจารณาเซ็นสัญญา พรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทเครื่องสำอางที่เปิดใหม่ของภาพิไล สองสาวนัดกันรับประทานอาหารที่ร้านซึ่งมีห้องจัดไว้ส่วนตัว จะได้ไม่มีคนวุ่นวายรบกวน“หมายถึงอะไรจ๊ะ?” “ทรายเห็นว่าพี่กำลังมีโครงการบางอย่าง วิจัยยาบางตัวอยู่น่ะค่ะ เลยอยากรู้ว่าเกี่ยวกับอะไร ถ้าเป็นเกี่ยวกับความงาม ทรายจะได้ฟินรอเลยค่ะ”“หึๆ นี่ไว้ใจของที่พี่วิจัยมากถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?” “มากค่ะ” ทรายทองยื่นแขนของตนเองให้กับภาพิไลได้ดูชัดๆ“ดูผิวของทรายสิคะ ยิ่งใช้ก็ยิ่งดี ยิ่งออร่า ก็เพราะครีมของพี่ภาเลยค่ะ”“เครื่องสำอางน่ะค่ะ พี่จะเปิดตัวพวกเครื่องสำอาง เมคอัพ จะทำให้เป็นของผลิตจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่า ถ้าพี่ทำแล้วพี่อยากจะ...ร่วมมือกับบริษัทของน้องทราย น้องทรายจะว่ายังไงคะ” ภาพิไลลองแง้
เมื่อได้พักงาน ทรายทองก็พักงานจริงจัง เธอบอกผู้จัดการว่าไม่รับงานอีเว้นท์ และงานโชว์ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เธอต้องการหยุดพัก ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นคนอื่นๆ บ้าง หกเดือน...เวลาทองของเธอ เธอให้โบนัสดรุณีไปพอสมควร และบอกให้ผู้จัดการสาวไปพักบ้าง ดรุณีอิดออดที่อดส่วนแบ่งจากการทำงาน แต่ก็หน้าบานเพราะโบนัสไม่ใช่น้อยๆ เลยทีเดียว ป่านนี้ดรุณีคงไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวแล้วกระมังเธอตั้งใจจะไปขอบคุณลภัสเป็นการส่วนตัวสักวัน ที่ทำให้เธอได้หยุด ได้พักผ่อน แปลกตรงพอเธอได้พัก กลับมีแต่คนอยากได้เธอไปทำงานด้วย ติดต่อมามากมาย ลภัสให้อิสระเธอในการรับเลือกงาน รับก็ได้ ไม่รับก็ได้ ไม่ได้กดดันอะไรทรายทองเลยแม้แต่น้อย และเธอก็เลือกที่จะพักผ่อน มากกว่าเลือกเงินเงินของเธอมีมากมายพอแล้ว พื้นที่การยอมรับ การถูกยกย่องในสังคมต่างหาก ที่ทรายทองต้องการ เธอจึงยังคงทำงานอยู่ในวงการนี้ ความกดดันจากชีวิตส่วนตัว ทำให้ทรายทองโหยหา...และการมีชื่อเสียง เป็นที่ต้องการจากแฟนคลับ คือการตอบโจทย์ของเธอ“สวัสดีค่ะน้องทราย” เสียงทักทายดังขึ้น ทรายทอง...หันไปยิ้มรับ ตามแบบที่เธอควรทำเมื่อเป็นคนมีชื่อเสียง “สวัสดีค่ะ”“ดีใจมากจริง
“หนูกำลังเหนื่อย...เลยอยากพักบ้างน่ะค่ะ อีกอย่างหนึ่งก็ใกล้จะสอบแล้ว ถ้าคุณลภัสเอ่อ...ไม่ว่าอะไร หนูอยากจะของดงานบางชิ้นได้ไหมคะ”“อืม...”ลภัสนิ่งไปเล็กน้อย ตลอดเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา ตอนแรกแม้เพียงแค่อยากแก้เผ็ดเด็กคนนี้กับพ่อเลี้ยง ที่ทำชั่วลับหลังเธอ และมองเห็นว่าทรายทองน่าจะเอามาปั้นให้ได้เป็นเพชรเวลาพิสูจน์แล้วว่าทรายทองคือเพชรเม็ดงาม ที่ทำให้ค่ายละครของเธอมีรายได้มหาศาลเลยทีเดียว เอาเถอะ...ก็ให้พักบ้างอะไรบ้าง หลังๆ มานี้ทรายทองแทบจะถูกเรียกว่านางเอกเจ็ดวัน เพราะทุกช่องฉายแต่ละครของเธอ “ได้สิ ฉันให้เธอพักงาน อ้อ...งานอีเว้นท์อะไรนั่นก็แล้วแต่เธอจะรับเลย ไม่ได้บังคับอะไร ส่วนงานละคร ฉันจะให้เธอหยุดสักหกเดือน”“โอ...”“สัญญาของเราทำกันไว้กี่ปีนะ”ลภัสแสร้งทวน เพราะอยากจะรู้ใจของทรายทอง ว่าจะยังอยากอยู่กับเธออีกต่อไปไหม“สามปีค่ะ”“อา...เธออยากจะต่อสัญญาไหม?”“ถ้าหนูไม่ต่อสัญญาจะมีอะไรเกิดขึ้นไหมคะ”เด็กคนนี้ไม่เบาหรอก ลภัสยิ้มนิดๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ“นั่นก็แล้วแต่หนูเลยสิจ๊ะ ถ้าหนูอยากทำงานกับเราต่อ ก็ดูแลกันไป ฉันก็มีงานป้อนให้หนูเหมือนเดิม”“คุณจะไม
“ขอบคุณมากสำหรับเงินโอนนะคะคุณโต”“ผมจะต้องไปงานของยัยปลาดาวด้วยไหม?” ทางนั้นตอบมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ จนเธอยิ้มกริ่ม ก่อนจะตอบโต้กลับไป“มาก็ดีค่ะ สร้างภาพนิดหน่อย ถ้าคุณหายไปเลย คนจะสงสัย”“มันจบแล้วใช่ไหม?”น้ำเสียงนั้นดูเรืองรองไปด้วยความหวัง แต่ลภัสจะดับฝันนั้นเสีย“มันขึ้นอยู่กับฉันค่ะ ว่าอยากให้มันจบหรือเปล่า ถ้าจะมาก็มาวันสวดคืนสุดท้ายก็แล้วกันค่ะ”“คุณไม่ใช่คนทำ...ใช่ไหม?”“มันคืออุบัติเหตุ” เธอตอบเขาเสียงเข้ม ก่อนจะหัวเราะ “จริงๆ ฉันก็อยากจะเป็นคนทำนะ คุณโต หึๆ ทั้งมันและทั้งคุณด้วย ไว้เจอกันค่ะ...” ลภัสวางสายก่อนจะเอนหลังกับเก้าอี้ พลางหลับตาลง ใบหน้าของเธอเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มของความสะสาใจเมื่อแรกที่เห็นคลิปบัดสีนั่น ลภัสก็ปรี่เข้าไปตบลูกสาวคนเดียวตัวร้ายของหล่อน จนเลือดกบปาก และขังนังเด็กร่านแรดนั่นไว้ ก่อนจะรุดไปเจรจากับ ‘อดีต’ คนรักหล่อนเก็บมันไว้ต่อรอง...รีดเงินจากโตมรนั่นทำเพราะความสะใจนังศยาภัทร มันยังคงปากดี หัวเราะเยาะหล่อน บอกว่านอกจากโตมรแล้ว คนรักปัจจุบันของลภัส มันก็จัดการเชือดทางนั้นแล้วเรียบร้อย มันลากเขาขึ้นเตียงสนองตัณหาของมันแล้ว มันหัวเราะใ







