ANMELDEN"ตอนบ่ายเธอก็มารับฉันก็แล้วกันนะ จะพาไปช้อปปิ้งให้หนำใจเลย"
"อืม..."
กวินทราพยักหน้า แล้วฝืนยิ้มส่งให้เพื่อน เธอยังคงมีอาการแจ็คเล็กเล็กน้อยเพราะเวลาที่เปลี่ยน แต่ก็ยังมาส่งเพื่อนสนิทได้
"เอารถไปใช้เลยก็ได้ ไปดูสถานที่ไว้ก่อนไง"
"นอนสักตื่นก่อนแล้วจะออกไปดูก็ดีเหมือนกัน"
"ยัยก้อย" อลิษาร้องเรียกเพื่อนไว้ก่อนที่กวินทราจะออกรถ
"ว่าไง"
"เธอเลิกคิดมากเรื่องคุณแทนกับน้องทรายหรือยัง"
"ก็..."
กวินทรายักไหล่ เวลาเดือนหนึ่ง เวลาที่ไม่มีอะไรผิดปรกติ แถมว่าแทนก็ยังจะทำให้เธอสบายใจด้วยการไม่ค่อยแตะเนื้อต้องตัว โอบกอด สนิทกับยัยหนูจนเกินงาม มันทำให้เธอสบายใจ
สบายใจแต่ก็ยังระแวง...
"อย่าคิดเยอะ ยัยก้อย เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ เรื่องเรียนต่อน่ะ ค่อยคุยกับยัยหนูเอาถ้าเธออยากให้แกมาเรียนที่นี่จริงๆ"
"อืม ฉันชอบการศึกษาที่นี่น่ะ แล้วก็อยากจะให้ลูกโตขึ้น อยู่ไกลจากอ้อมอกของแม่บ้าง ยัยหนูจะได้มีประสบการณ์ชีวิตเยอะๆ"
"ก็ต้องแล้วแต่ลูกด้วยนั่นแหละ ว่าเขาอยากจะมาหรือเปล่า"
"ฉันจะลองกล่อมหนูทรายดูอีกที แต่อีกเป็นปีกว่ายัยหนูจะจบการศึกษาทางเมืองไทย"
"จ้ะ ขับรถกลับดีๆ ล่ะ เอ่อ...ร้านขายซ้อปพ์ (ขนมปังขาว) ที่เธอกรี๊ดน่ะ วันนี้เปิดนะ"
"ฉันจะแวะซื้อก่อนกลับ แล้วเธอต้องไปทำฟองดูชีสให้ฉันกินด้วยล่ะ"
อลิษาโบกมือให้เธอ ก่อนจะเดินเข้าไปในอาคาร กวินทราออกรถในความเร็วที่ไม่มากนัก เธอไม่ค่อยชินกับการใช้พวงมาลัยซ้าย จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
เธอแวะที่ร้านเบอเกอรี่ที่เพื่อนบอกว่ามีขนมปังแบบสวิสที่เธอชอบ กวินทราแวะดื่มกาแฟในร้านสตารบักคเพื่อให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ดื่มด่ำกับความหอมของกาแฟ และรสชาติของบราวนี่ เดือนหนึ่งที่ผ่านมาเธอยอมรับว่าเครียดมาก ที่คอยจ้องจับผิดสามี นี่เป็นการห่างจากเขาเป็นครั้งแรกในรอบเดือน ครั้งแรกที่เธอไม่ต้องมองจับจ้องคนใกล้ชิดด้วยความหวาดระแวง
ถึงแล้วเที่ยวให้สนุกนะที่รัก ไม่ต้องห่วงทางนี้
ข้อความของสามี ทำให้เธอยิ้มน้อยๆ เธอส่งข้อความตอบเขา และเปิดดูข้อความของลูกสาว ยัยหนูยังคงงอนเธอ ไม่ยอมอ่านข้อความของแม่เลย ไม่เป็นไร เธอจะง้อลูกสาวด้วยของชอบ
แม่รักหนูนะ หนูทราย แม่จะซื้อช็อคโกแลตและขนมที่หนูชอบกลับไปด้วยเยอะๆ อ้อ...คอลเลคชั่นใหม่ของพราด้า กระเป๋าที่หนูจะต้องรักมากๆ
ส่งไปแล้วก็แวะดูแอพ...ที่เธอติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ เธอเช็คมันเกือบทุกวัน...และไม่มีอะไรผิดปรกติ เธอหวังว่าวันนี้ ก็คงจะไม่มีอะไรที่ผิดปรกติเช่นกัน
ยัยหนูนอนบนเตียง...ดูเหมือนจะหลับไปทั้งๆ ที่ยังไม่ปิดไฟ และยังถือโทรศัพท์ไว้คามือ น่าตีจริงๆ ลูกสาวของเธอนี่ กวินทราส่ายหน้าน้อยๆ แต่เธอก็ต้องหลับตาเสียข้างหนึ่ง ทำไม่รู้ไม่เห็นเรื่องน่าขัดใจพวกนี้ไปบ้าง ถ้าไม่อย่างนั้น...ลูกสาวเธอรู้ว่าเธอติดกล้องไว้ในห้องของแก จะต้องโกรธเธอมากแน่ๆ ที่ถูกสอดแนมความเป็นส่วนตัว
เหตุการณ์ปรกติ...
กวินทราถอนใจ เธอกลั้นใจทุกหนยามเปิดแอพนี้เพื่อเช็คว่ามีใครเข้าออกที่ห้องบุตรสาวไหม เธอกำลังจะปิดมัน แต่ประตูห้องของทรายทองก็แง้มเข้ามา ชายร่างสูง รูปร่างที่เธอแสนคุ้นตา คุ้นใจ ก็ก้าวเข้ามาในห้อง
เขาอาจจะมากล่าวราตรีสวัสดิ์กับยัยหนู...
กวินทราเม้มริมฝีปาก แทบจะลืมหายใจ เมื่อเห็นว่าสามีทรุดลงนั่งบนเตียงของลุกสาว
ภาพต่อมาทำให้เธอทำแก้วกาแฟตกลงบนพื้น...
โลกของเธอเหมือนถล่มล่มครืนลงต่อหน้า
เธอเดินออกมาจากที่ตรงนั้นอย่างเลื่อนลอย ลืม...ทุกอย่างทิ้งไว้ตรงนั้น กระเป๋าถือ ของที่ซื้อมา กุญแจรถของอลิษา มือถือไว้เพียงโทรศัพท์ ตอนนี้มันสั่นเทา
กวินทรากดหมายเลขของสามี เขารับสายและเอ่ยทักทายเธอด้วยน้ำเสียงสดใส
"ครับ ถึงแล้วเหรอ"
"คุณ....เข้าไปทำอะไรที่ห้องของยัยหนู"
"หืม นี่คุณกำลังพูดอะไรคุณก้อย"
"คุณ...ทำอัปรีย์แบบนั้นกันลูกสาวฉันกี่หนแล้ว!"
"คุณ...คุณพูดเรื่องบ้าอะไรกัน"
"คุณนั่นแหละทำบ้าอะไร ฉันจะรีบกลับเมืองไทย ฉันจะไปหย่าจากคุณ ไอ้คนเลว"
"เฮ้...เดี๋ยวก่อน ก้อย ก้อย"
เธอปิดการติดต่อจากเขา ทรุดลงนั่งร้องไห้ตรงข้างทาง เธอไม่รู้ว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ที่ไหน หัวใจของเธอแตกสลาย แข้งขาของเธออ่อนแรง
กวินทราเดินเหม่อออกมาไกล...ไกลมาก ตอนนี้เธอนั่งร้องไห้ที่ข้างถนน มีต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้ม เธอเงยหน้าขึ้น มองท้องฟ้า แต่มองไม่เห็นเพราะมันมัวเหลือเกิน น้ำตากบตาจนเธอมองแทบไม่เห็นอะไร มันมืด มัว...
เสียงแตรรถดังลั่น เมื่อรถคันหนึ่งแล่นมาด้วยความเร็วสูง เขามองไม่เห็นกวินทราที่นั่งอยู่ข้างทาง รถของเขากำลังเสียการควบคุม เพราะระบบขัดข้อง
โครม!
เสียงปะทะของรถกับร่างของกวินทราและต้นไม้ข้างทาง...ปลิดชีพของเธอให้หลุดลอย...เธอเสียชีวิตคาที่แทบจะไม่เจ็บปวดเลยเสียด้วยซ้ำ
มีเพียงความเจ็บช้ำจากความรู้สึกสุดท้าย ที่ถูกคนรักทรยศ ย่ำยีของรักของเธอ ที่ติดตามไปในโลกของคนตาย
ทรายทองมองไปที่เตียงสีขาวสะอ้าน ผู้ชายคนหนึ่งนอนเปลือยกาย หมดจดอยู่ตรงนั้น เหมือนวันที่เขาแรกคลอด เขาดูเหนื่อยล้าเหลือเกินหล่อนยิ้มที่มุมปาก ภาพที่เธอได้เห็นเมื่อก่อนหน้านี้กำลังทำให้เธอร้อนรุ่ม อยากปลดปล่อยเหลือเกินเธอคุ้นกับทุกสัดส่วนนั่น เธอเคยสัมผัสมันไม่เว้นแม้แต่ที่เดียว แน่ล่ะ...เขาเป็นคนสอนให้เธอได้เรียนรู้ ได้มีความสุขกับเซ็กซ์ ได้เรียนรู้ด้านมืดของจิตใจมนุษย์เธอเองคือมนุษย์ ที่มีด้านมืดเธอตรงไปนั่งที่ริมเตียง ในมือถือแก้วไวน์ คลึงมันเล่นเบาๆ เธอมีอะไรสนุกๆ อยากจะทำกับเขา...เธอค่อยคลานขึ้นไปบนเตียง เอาไวน์ในแก้วเทราดเขา เขาสะดุ้งสุดตัว นัยน์ตาคมกริบเบิกโพลง เนื้อตัวของเขามีร่องรอยแดงเป็นจ้ำ บางแห่งเขียวช้ำ อา...มันทำให้ทรายทองยิ่งนึกถึงภาพก่อนหน้า คนไหนกันนะ ที่ฝากรอยนั้นไว้ คุณนพพร หรือว่าคุณหญิงโฉมศรี“หนูทราย”“ขา...”เธอขานตอบเขา ร่างกายรุ่มร้อนต้องการปลดปล่อย ตามองส่วนนั้น...มันตกห้อยเหมือนจะหมดแรง แน่นอน เธอรู้ว่าทำแบบไหนมันถึงจะพร้อม..."พ่อขอร้อง...ปล่อยพ่อไปได้ไหม""คงจะไม่ได้หรอกค่ะคุณพ่อ..." ทรายทองตอบ ขณะที่คร่อมร่างเขา มือกำลังปลุกเร้าส่วนนั้น ให้มันพร้อมกับ
การที่ทรายทองทำให้ทริปล่มทำให้แทนหงุดหงิดมาก หล่อนหายไปจากบ้านถึงสองวันเต็มๆ สองวันที่เขาติดต่อหล่อนไม่ได้ หล่อนเพียงแค่ส่งไลน์ข้อความมาหาเขา บอกกับเขาว่าหล่อนกำลังทำงานกับภาพิไล ไม่ต้องเป็นห่วงไม่ให้ห่วงได้ยังไงเขาแทบจะคลั่งเลยด้วยซ้ำแต่จะทำอะไรออกหน้ามากมายก็ไม่ได้...มันกระทบแน่นอนล่ะถ้าเกิดเขาไปบุกชิงตัวหล่อนจากบ้านของภาพิไล เขาจึงจำทนต้องรอ รอ และรอนังเด็กร้ายกาจคอยดูเถอะถ้ากลับมาแทน...เพียงแค่คิดก็ร้อนรุ่มเสียแล้วเขาแทบจะไปยืนรอเธอที่หน้าบ้านอยู่แล้ว แต่เก็บอาการไว้ เขาไม่อยากให้คนในบ้านรู้สึกว่าเขาห่วงทรายทองจนเกินไปแทนนั่งหงุดหงิดอยู่ในห้องทำงาน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดโทรศัพท์ตามเธอเพราะนี่ก็เกือบจะสามทุ่มแล้ว...แต่เขาได้ยินเสียงรถเข้ามาในบ้าน ทำให้เขารีบเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ เดินเร็วๆ ออกมาข้างนอก ใบหน้าเคร่งเครียดหงุดหงิดของเขา ต้องเร่งปรับ เมื่อเห็นว่าทรายทองควงแขนมากับใคร ภาพิไลนั่นเอง หล่อนยิ้มให้เขา ก่อนจะพนมมือไหว้เขา แล้วเอ่ยทักทาย“สวัสดีค่ะ คุณแทน ขอโทษนะคะที่พาน้องทรายไปคุยงานเสียนานเลย พอดีต้องประชุมเครียดกันเลยน่ะค่ะ”“ครับ”เขารับไหว
ทรายทองเริ่มสนิทกับภาพิไลมากขึ้นทุกวัน เธอนึกชอบสาวสวยคนนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ภาพิไลเหมือนเข้าอกเข้าใจเธอจนน่าประหลาด บางถ้อยคำ บางคำพูด ทำให้เธอสะกิดใจ และปลอบประโลมเธอ บางหนทำให้เธอฮึกเหิม...ฮึกเหิม...“พี่ภากำลังทำอะไรอยู่หรือคะ”ทรายทองถาม เมื่อนั่งอ่านสิ่งที่ภาพิไลส่งให้เธอดู เพื่อพิจารณาเซ็นสัญญา พรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทเครื่องสำอางที่เปิดใหม่ของภาพิไล สองสาวนัดกันรับประทานอาหารที่ร้านซึ่งมีห้องจัดไว้ส่วนตัว จะได้ไม่มีคนวุ่นวายรบกวน“หมายถึงอะไรจ๊ะ?” “ทรายเห็นว่าพี่กำลังมีโครงการบางอย่าง วิจัยยาบางตัวอยู่น่ะค่ะ เลยอยากรู้ว่าเกี่ยวกับอะไร ถ้าเป็นเกี่ยวกับความงาม ทรายจะได้ฟินรอเลยค่ะ”“หึๆ นี่ไว้ใจของที่พี่วิจัยมากถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?” “มากค่ะ” ทรายทองยื่นแขนของตนเองให้กับภาพิไลได้ดูชัดๆ“ดูผิวของทรายสิคะ ยิ่งใช้ก็ยิ่งดี ยิ่งออร่า ก็เพราะครีมของพี่ภาเลยค่ะ”“เครื่องสำอางน่ะค่ะ พี่จะเปิดตัวพวกเครื่องสำอาง เมคอัพ จะทำให้เป็นของผลิตจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่า ถ้าพี่ทำแล้วพี่อยากจะ...ร่วมมือกับบริษัทของน้องทราย น้องทรายจะว่ายังไงคะ” ภาพิไลลองแง้
เมื่อได้พักงาน ทรายทองก็พักงานจริงจัง เธอบอกผู้จัดการว่าไม่รับงานอีเว้นท์ และงานโชว์ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เธอต้องการหยุดพัก ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นคนอื่นๆ บ้าง หกเดือน...เวลาทองของเธอ เธอให้โบนัสดรุณีไปพอสมควร และบอกให้ผู้จัดการสาวไปพักบ้าง ดรุณีอิดออดที่อดส่วนแบ่งจากการทำงาน แต่ก็หน้าบานเพราะโบนัสไม่ใช่น้อยๆ เลยทีเดียว ป่านนี้ดรุณีคงไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวแล้วกระมังเธอตั้งใจจะไปขอบคุณลภัสเป็นการส่วนตัวสักวัน ที่ทำให้เธอได้หยุด ได้พักผ่อน แปลกตรงพอเธอได้พัก กลับมีแต่คนอยากได้เธอไปทำงานด้วย ติดต่อมามากมาย ลภัสให้อิสระเธอในการรับเลือกงาน รับก็ได้ ไม่รับก็ได้ ไม่ได้กดดันอะไรทรายทองเลยแม้แต่น้อย และเธอก็เลือกที่จะพักผ่อน มากกว่าเลือกเงินเงินของเธอมีมากมายพอแล้ว พื้นที่การยอมรับ การถูกยกย่องในสังคมต่างหาก ที่ทรายทองต้องการ เธอจึงยังคงทำงานอยู่ในวงการนี้ ความกดดันจากชีวิตส่วนตัว ทำให้ทรายทองโหยหา...และการมีชื่อเสียง เป็นที่ต้องการจากแฟนคลับ คือการตอบโจทย์ของเธอ“สวัสดีค่ะน้องทราย” เสียงทักทายดังขึ้น ทรายทอง...หันไปยิ้มรับ ตามแบบที่เธอควรทำเมื่อเป็นคนมีชื่อเสียง “สวัสดีค่ะ”“ดีใจมากจริง
“หนูกำลังเหนื่อย...เลยอยากพักบ้างน่ะค่ะ อีกอย่างหนึ่งก็ใกล้จะสอบแล้ว ถ้าคุณลภัสเอ่อ...ไม่ว่าอะไร หนูอยากจะของดงานบางชิ้นได้ไหมคะ”“อืม...”ลภัสนิ่งไปเล็กน้อย ตลอดเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา ตอนแรกแม้เพียงแค่อยากแก้เผ็ดเด็กคนนี้กับพ่อเลี้ยง ที่ทำชั่วลับหลังเธอ และมองเห็นว่าทรายทองน่าจะเอามาปั้นให้ได้เป็นเพชรเวลาพิสูจน์แล้วว่าทรายทองคือเพชรเม็ดงาม ที่ทำให้ค่ายละครของเธอมีรายได้มหาศาลเลยทีเดียว เอาเถอะ...ก็ให้พักบ้างอะไรบ้าง หลังๆ มานี้ทรายทองแทบจะถูกเรียกว่านางเอกเจ็ดวัน เพราะทุกช่องฉายแต่ละครของเธอ “ได้สิ ฉันให้เธอพักงาน อ้อ...งานอีเว้นท์อะไรนั่นก็แล้วแต่เธอจะรับเลย ไม่ได้บังคับอะไร ส่วนงานละคร ฉันจะให้เธอหยุดสักหกเดือน”“โอ...”“สัญญาของเราทำกันไว้กี่ปีนะ”ลภัสแสร้งทวน เพราะอยากจะรู้ใจของทรายทอง ว่าจะยังอยากอยู่กับเธออีกต่อไปไหม“สามปีค่ะ”“อา...เธออยากจะต่อสัญญาไหม?”“ถ้าหนูไม่ต่อสัญญาจะมีอะไรเกิดขึ้นไหมคะ”เด็กคนนี้ไม่เบาหรอก ลภัสยิ้มนิดๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ“นั่นก็แล้วแต่หนูเลยสิจ๊ะ ถ้าหนูอยากทำงานกับเราต่อ ก็ดูแลกันไป ฉันก็มีงานป้อนให้หนูเหมือนเดิม”“คุณจะไม
“ขอบคุณมากสำหรับเงินโอนนะคะคุณโต”“ผมจะต้องไปงานของยัยปลาดาวด้วยไหม?” ทางนั้นตอบมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ จนเธอยิ้มกริ่ม ก่อนจะตอบโต้กลับไป“มาก็ดีค่ะ สร้างภาพนิดหน่อย ถ้าคุณหายไปเลย คนจะสงสัย”“มันจบแล้วใช่ไหม?”น้ำเสียงนั้นดูเรืองรองไปด้วยความหวัง แต่ลภัสจะดับฝันนั้นเสีย“มันขึ้นอยู่กับฉันค่ะ ว่าอยากให้มันจบหรือเปล่า ถ้าจะมาก็มาวันสวดคืนสุดท้ายก็แล้วกันค่ะ”“คุณไม่ใช่คนทำ...ใช่ไหม?”“มันคืออุบัติเหตุ” เธอตอบเขาเสียงเข้ม ก่อนจะหัวเราะ “จริงๆ ฉันก็อยากจะเป็นคนทำนะ คุณโต หึๆ ทั้งมันและทั้งคุณด้วย ไว้เจอกันค่ะ...” ลภัสวางสายก่อนจะเอนหลังกับเก้าอี้ พลางหลับตาลง ใบหน้าของเธอเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มของความสะสาใจเมื่อแรกที่เห็นคลิปบัดสีนั่น ลภัสก็ปรี่เข้าไปตบลูกสาวคนเดียวตัวร้ายของหล่อน จนเลือดกบปาก และขังนังเด็กร่านแรดนั่นไว้ ก่อนจะรุดไปเจรจากับ ‘อดีต’ คนรักหล่อนเก็บมันไว้ต่อรอง...รีดเงินจากโตมรนั่นทำเพราะความสะใจนังศยาภัทร มันยังคงปากดี หัวเราะเยาะหล่อน บอกว่านอกจากโตมรแล้ว คนรักปัจจุบันของลภัส มันก็จัดการเชือดทางนั้นแล้วเรียบร้อย มันลากเขาขึ้นเตียงสนองตัณหาของมันแล้ว มันหัวเราะใ







