LOGINหลังจากทริปบาหลี ทรายทองก็ย้ายโรงเรียน แน่ล่ะ เธอไม่อยากเจอหน้าศยาภัทรอีก ทางฝ่ายนั้นเก็บคลิปวีดีโอไว้ แล้วก็เซฟให้พวกเธอไว้ด้วย
‘เผื่อคิดถึงกันยังไงล่ะ’
หล่อนเอ่ยทิ้งท้าย หัวเราะร่วน ขณะที่ทรายทองแทบอยากจะเอาแฟลชไดส์อันนั้นปาทิ้งไปเสีย
แต่...
เธอเก็บมันไว้ โดยไม่บอกกับแทน ว่าศยาภัทรให้เซ็กซ์คลิปมากับเธอด้วย
เธอรู้สึกขยะแขยงตัวเองอย่างบอกไม่ถูก ที่เตลิดเพริดไปกับสิ่งนั้น
สาวน้อยกลายเป็นคนเก็บตัว เงียบขรึม ไม่ใคร่ร่าเริง
เธอกำลังมีทุกข์บางอย่างสะสมในใจ
ร่างกายอันสวยงามนี้ถูกใช้...เป็นของเล่นสนุก
เช้าวันนี้ก็เช่นกันที่เธอไม่อยากตื่นเลย แต่เธอต้องไปสอบ ทรายทองถอนหายใจน้อยๆ แล้วลุกขึ้น เธอคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ เพื่อไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย เปลี่ยนเสื้อเป็นชุดนักเรียนแล้วเรียบร้อย เธอก็ค่อยเดินก้าวช้าๆ ลงมาจากชั้นสอง เดินตรงเข้าไปในห้องรับประทานอาหาร แทนนั่งรออยู่แล้ว เขากำลังหน้าเครียด เมื่อมองโทรศัพท์มือถือในมือ
“ข้าวต้มหรือว่าขนมปังไข่ดาวดีคะคุณหนู” ลำไยเอ่ยถาม
“นมแก้วหนึ่งก็พอแล้วล่ะค่ะ”
“ไม่ได้นะคะ คุณหนู พักนี้คุณหนูผอมมากเลย ต้องกินเยอะๆ ค่ะ”
แล้วคนรับใช้ก็เจ้ากี้เจ้าการจัดแจงมาทั้งข้าวต้ม และขนมปังปิ้ง ไข่ลวกให้เธออีกหนึ่งใบ กำชับให้เธอรับประทานให้หมด ทรายทองเพียงถอนใจ เธอหยิบช้อน ตามองไปยัง ‘ผู้ปกครอง’ ที่ตอนนี้ดูเครียดขรึม แถมยังไม่เอ่ยทักเธออย่างน่าผิดปรกติ
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
เธออดถามไม่ได้ เมื่อรับประทานไปแล้วสักครู่ แทนก็ยังไม่ทักทายเธอ เขาเงยหน้ามองเธอ ใบหน้านั้นซีดเผือด
“เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้ว ไปคุยกับพ่อที่ห้องทำงาน พ่อจะไปส่งหนูทรายเองนะคะวันนี้”
ทรายทองขมวดคิ้ว แต่เธอก็เร่งมือรับประทานอาหาร แทนไม่แตะต้องข้าวเช้าเลย กาแฟยังไม่ดื่มด้วยซ้ำ เมื่อเธอวางช้อนลงบอกว่าอิ่มแล้ว ลำไยกวาดตามองอาหารที่เสิร์ฟให้กับสาวน้อย มันพร่องไปเยอะพอสมควร แต่ยังไม่หมด
“กินอีกนิดนะคะ”
“หนูกินไม่ไหวแล้วจริงๆ ค่ะ พี่ลำไย ข้าวต้มอร่อยมากเลย”
เธอเอ่ยหยอดยาหอม ลำไยบ่นนิดหน่อยแต่ก็เก็บสำรับไป แทนเองก็สั่งให้เก็บส่วนของเขาไปได้เลย แม้จะสงสัยที่แทนไม่กิน หน้าเครียด แต่ลำไยก็ไม่ได้ถามอะไรนายหนุ่ม
แทนจูงมือสาวน้อยเข้าไปคุยกันในห้องทำงาน เขาดึงเธอให้นั่งบนตักเขา ทรายทองไม่ได้อิดออดปัดป้องอะไร เธอจำยอม...กับสัมผัสและพฤติกรรมแบบนี้ของพ่อเลี้ยงหนุ่ม
“ดูนี่สิ”
เขาบอกให้เธอดูที่หน้าจอโทรศัพท์ของเขา ทรายทองขมวดคิ้ว ก่อนจะอ่านสิ่งที่เห็นออกมา
“สาวน้อยทายาทค่ายละครดัง รถชนดับคาที่ อา...ยัยปลาดาว...ยัยปลาดาวใช่ไหมคะ”
“อืม”
แทนพยักหน้า เขาขอโทรศัพท์คืนจากเธอก่อนจะเปิดโปรแกรมไลน์ เขาเปิดข้อความของใครคนหนึ่ง แล้วส่งให้เธอดูอีกหน มันเป็นข้อความที่ถูกส่งมาจากแอคเคาท์ของศยาภัทร
ฉันรู้ว่าคุณกับลูกเลี้ยงของคุณ กับนังเด็กร่านนั่นทำอะไรกัน
คุณ...คือใคร?
ฉันคือแม่ของอีปลาดาว ฉันเห็นคลิปจังไรนั่นแล้ว
เอ่อ...คุณต้องการอะไร คุณลภัส
ฉันต้องการลูกสาวของคุณ มาทำงานให้กับค่ายละครของฉัน แลกกับความลับเลวๆ นี่ และแน่นอนว่าฉันจะลบมันเมื่อทางคุณเซ็นสัญญา
“อา...”
ทรายทองได้แต่อ้าปากค้างอย่างตกใจ มารดาของศยาภัทร รู้เรื่องเลวร้ายนี้เข้าแล้ว แทนถอนหายใจ เขาตกใจมากตอนแรกที่ได้ข้อความ แต่ก็ประหลาดใจนิดๆ ที่ลภัสเพียงแค่ต้องการตัวทรายทองไปเซ็นสัญญาให้ ค่ายละครของเธอค่อนข้างดังมาก ทำซีรีส์ป้อนช่องดังๆ ในประเทศ เรตติ้งดีทะลุสองหลักเกือบทุกเรื่อง และตอนนี้กำลังจะขยายฐานธุรกิจต่อไปอีก
เขาแปลกใจที่ลภัสเรียกร้องเพียงแค่นี้ แถมยังแนบสัญญามาด้วยว่า ลูกเลี้ยงของเขาจะได้รับค่าเหนื่อยเท่าไหร่ ไม่ใช่สัญญาเอาเปรียบอะไรด้วยซ้ำ
แต่เขาไม่อยากให้ทรายทองไปสู่วงการนี้เลย
เขาหวงหล่อน
ตั้งแต่กลับมาจากบาหลี เขาลบภาพเซ็กซ์หมู่นั่นไม่ออก แถมยังมีอารมณ์ร่านร้อนแรงกว่าทุกหน ยามคิดถึงภาพของโตมรเสพสมกับทรายทอง มันทั้งขมทั้งสุขล้นอาบ จนเขาคิดว่าเขาอาจจะมีปัญหาทางจิตไปแล้วด้วยซ้ำ เขาอยากเห็นทรายทอง...มีความสุขกับผู้ชายคนอื่นอีก แต่ก็หวงหล่อนเหลือเกิน และหล่อนก็คงจะไม่ยอมแน่ๆ เขาไม่ได้เข้าหาหล่อน เพราะนึกสงสารอีกทั้งงานที่ล้นมือในพักนี้ ยามเกิดอารมณ์เขาดูคลิปนั่น และสร้างความสุขให้กับตนเอง
“หนูทรายจะว่ายังไง”
“เรามีสิทธิ์ปฏิเสธด้วยหรือคะ”
เธอย้อนถามเขา ก่อนจะเม้มริมฝีปาก แทนถอนใจ พร้อมกับก้มลงจูบหน้าผากมนของสาวน้อยบนตักเบาๆ
“พ่อขอโทษที่ดึงหนูเข้ามาเจอเรื่องแบบนี้”
“มันเกินเวลาที่จะมาเอ่ยขอโทษหนูแล้วล่ะค่ะ” เธอยิ้มให้กับเขาอย่างขมขื่น
“มันไม่ควรเกิดเรื่องระยำนี้มาตั้งแต่เริ่ม”
แทนแสลงใจนักกับคำพูดของทรายทอง เขาเชยคางมนขึ้น แล้วจูบเธออย่างดูดดื่ม ทรายทองกัดเขาเบาๆ อา...เขาเจ็บจนต้องผงะหนี แม่สาวน้อยยิ้มยั่วให้เขา ให้ตาย! นั่นเลือด เลือดของเขา หล่อนกัดปากเขาจนได้เลือด
“เรื่องของเรามันเกินกว่าจะมาขอโทษกันแล้ว คุณพ่อที่รักของหนู”
หล่อนลูบมือไปที่แผงอกกว้าง แทนสะดุ้งเมื่อหล่อนก้มลงแล้วขบที่คอเขาเบาๆ พอให้รู้สึก แม่หนูของเขา หล่อนร้อนแรง และร้าย...เหลือเกิน
“อาหนูทราย”
“หนูจะทำให้คุณเจ็บ”
เธอเอ่ยเสียงเหี้ยมๆ เธอขบกัดเขา ปลดซิปกางเกงเขาลง แล้วมันก็ดีดผงาดขึ้นมา มือน้อยกอบกุม รูดชักจนมันแข็งขึง เธอรูดกางเกงในของตนเองออก ถลกกระโปรงนักเรียนขึ้น ส่วนสาวฉ่ำเยิ้มเต้นระริก เมื่อเธอกดมันลงไปบนความแข็งร้อน
เสียงครางดังสอดประสานกัน ไปกับจังหวะรักอันรุนแรงเร่งเร้า การปลดปล่อยเป็นไปอย่างรวดเร็ว และอาบล้น เขากอดร่างน้อยที่สั่นระริกบนตัก แล้วกดจูบพรมไปทั่ววงหน้างามนั้น
“พ่อรักหนู รักเหลือเกิน”
“เราจะไปกันหรือยังคะ?” เธอเอ่ยถาม แล้วเงยหน้าขึ้นมองเขาใจยังคงเต้นระทึกกับบทรักร้อนแรงเมื่อครู่
“หนูพร้อมแล้วที่จะไปเจรจา และเซ็นสัญญา แลกกับความลับของเรา”
ทรายทองมองไปที่เตียงสีขาวสะอ้าน ผู้ชายคนหนึ่งนอนเปลือยกาย หมดจดอยู่ตรงนั้น เหมือนวันที่เขาแรกคลอด เขาดูเหนื่อยล้าเหลือเกินหล่อนยิ้มที่มุมปาก ภาพที่เธอได้เห็นเมื่อก่อนหน้านี้กำลังทำให้เธอร้อนรุ่ม อยากปลดปล่อยเหลือเกินเธอคุ้นกับทุกสัดส่วนนั่น เธอเคยสัมผัสมันไม่เว้นแม้แต่ที่เดียว แน่ล่ะ...เขาเป็นคนสอนให้เธอได้เรียนรู้ ได้มีความสุขกับเซ็กซ์ ได้เรียนรู้ด้านมืดของจิตใจมนุษย์เธอเองคือมนุษย์ ที่มีด้านมืดเธอตรงไปนั่งที่ริมเตียง ในมือถือแก้วไวน์ คลึงมันเล่นเบาๆ เธอมีอะไรสนุกๆ อยากจะทำกับเขา...เธอค่อยคลานขึ้นไปบนเตียง เอาไวน์ในแก้วเทราดเขา เขาสะดุ้งสุดตัว นัยน์ตาคมกริบเบิกโพลง เนื้อตัวของเขามีร่องรอยแดงเป็นจ้ำ บางแห่งเขียวช้ำ อา...มันทำให้ทรายทองยิ่งนึกถึงภาพก่อนหน้า คนไหนกันนะ ที่ฝากรอยนั้นไว้ คุณนพพร หรือว่าคุณหญิงโฉมศรี“หนูทราย”“ขา...”เธอขานตอบเขา ร่างกายรุ่มร้อนต้องการปลดปล่อย ตามองส่วนนั้น...มันตกห้อยเหมือนจะหมดแรง แน่นอน เธอรู้ว่าทำแบบไหนมันถึงจะพร้อม..."พ่อขอร้อง...ปล่อยพ่อไปได้ไหม""คงจะไม่ได้หรอกค่ะคุณพ่อ..." ทรายทองตอบ ขณะที่คร่อมร่างเขา มือกำลังปลุกเร้าส่วนนั้น ให้มันพร้อมกับ
การที่ทรายทองทำให้ทริปล่มทำให้แทนหงุดหงิดมาก หล่อนหายไปจากบ้านถึงสองวันเต็มๆ สองวันที่เขาติดต่อหล่อนไม่ได้ หล่อนเพียงแค่ส่งไลน์ข้อความมาหาเขา บอกกับเขาว่าหล่อนกำลังทำงานกับภาพิไล ไม่ต้องเป็นห่วงไม่ให้ห่วงได้ยังไงเขาแทบจะคลั่งเลยด้วยซ้ำแต่จะทำอะไรออกหน้ามากมายก็ไม่ได้...มันกระทบแน่นอนล่ะถ้าเกิดเขาไปบุกชิงตัวหล่อนจากบ้านของภาพิไล เขาจึงจำทนต้องรอ รอ และรอนังเด็กร้ายกาจคอยดูเถอะถ้ากลับมาแทน...เพียงแค่คิดก็ร้อนรุ่มเสียแล้วเขาแทบจะไปยืนรอเธอที่หน้าบ้านอยู่แล้ว แต่เก็บอาการไว้ เขาไม่อยากให้คนในบ้านรู้สึกว่าเขาห่วงทรายทองจนเกินไปแทนนั่งหงุดหงิดอยู่ในห้องทำงาน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดโทรศัพท์ตามเธอเพราะนี่ก็เกือบจะสามทุ่มแล้ว...แต่เขาได้ยินเสียงรถเข้ามาในบ้าน ทำให้เขารีบเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ เดินเร็วๆ ออกมาข้างนอก ใบหน้าเคร่งเครียดหงุดหงิดของเขา ต้องเร่งปรับ เมื่อเห็นว่าทรายทองควงแขนมากับใคร ภาพิไลนั่นเอง หล่อนยิ้มให้เขา ก่อนจะพนมมือไหว้เขา แล้วเอ่ยทักทาย“สวัสดีค่ะ คุณแทน ขอโทษนะคะที่พาน้องทรายไปคุยงานเสียนานเลย พอดีต้องประชุมเครียดกันเลยน่ะค่ะ”“ครับ”เขารับไหว
ทรายทองเริ่มสนิทกับภาพิไลมากขึ้นทุกวัน เธอนึกชอบสาวสวยคนนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ภาพิไลเหมือนเข้าอกเข้าใจเธอจนน่าประหลาด บางถ้อยคำ บางคำพูด ทำให้เธอสะกิดใจ และปลอบประโลมเธอ บางหนทำให้เธอฮึกเหิม...ฮึกเหิม...“พี่ภากำลังทำอะไรอยู่หรือคะ”ทรายทองถาม เมื่อนั่งอ่านสิ่งที่ภาพิไลส่งให้เธอดู เพื่อพิจารณาเซ็นสัญญา พรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทเครื่องสำอางที่เปิดใหม่ของภาพิไล สองสาวนัดกันรับประทานอาหารที่ร้านซึ่งมีห้องจัดไว้ส่วนตัว จะได้ไม่มีคนวุ่นวายรบกวน“หมายถึงอะไรจ๊ะ?” “ทรายเห็นว่าพี่กำลังมีโครงการบางอย่าง วิจัยยาบางตัวอยู่น่ะค่ะ เลยอยากรู้ว่าเกี่ยวกับอะไร ถ้าเป็นเกี่ยวกับความงาม ทรายจะได้ฟินรอเลยค่ะ”“หึๆ นี่ไว้ใจของที่พี่วิจัยมากถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?” “มากค่ะ” ทรายทองยื่นแขนของตนเองให้กับภาพิไลได้ดูชัดๆ“ดูผิวของทรายสิคะ ยิ่งใช้ก็ยิ่งดี ยิ่งออร่า ก็เพราะครีมของพี่ภาเลยค่ะ”“เครื่องสำอางน่ะค่ะ พี่จะเปิดตัวพวกเครื่องสำอาง เมคอัพ จะทำให้เป็นของผลิตจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่า ถ้าพี่ทำแล้วพี่อยากจะ...ร่วมมือกับบริษัทของน้องทราย น้องทรายจะว่ายังไงคะ” ภาพิไลลองแง้
เมื่อได้พักงาน ทรายทองก็พักงานจริงจัง เธอบอกผู้จัดการว่าไม่รับงานอีเว้นท์ และงานโชว์ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เธอต้องการหยุดพัก ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นคนอื่นๆ บ้าง หกเดือน...เวลาทองของเธอ เธอให้โบนัสดรุณีไปพอสมควร และบอกให้ผู้จัดการสาวไปพักบ้าง ดรุณีอิดออดที่อดส่วนแบ่งจากการทำงาน แต่ก็หน้าบานเพราะโบนัสไม่ใช่น้อยๆ เลยทีเดียว ป่านนี้ดรุณีคงไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวแล้วกระมังเธอตั้งใจจะไปขอบคุณลภัสเป็นการส่วนตัวสักวัน ที่ทำให้เธอได้หยุด ได้พักผ่อน แปลกตรงพอเธอได้พัก กลับมีแต่คนอยากได้เธอไปทำงานด้วย ติดต่อมามากมาย ลภัสให้อิสระเธอในการรับเลือกงาน รับก็ได้ ไม่รับก็ได้ ไม่ได้กดดันอะไรทรายทองเลยแม้แต่น้อย และเธอก็เลือกที่จะพักผ่อน มากกว่าเลือกเงินเงินของเธอมีมากมายพอแล้ว พื้นที่การยอมรับ การถูกยกย่องในสังคมต่างหาก ที่ทรายทองต้องการ เธอจึงยังคงทำงานอยู่ในวงการนี้ ความกดดันจากชีวิตส่วนตัว ทำให้ทรายทองโหยหา...และการมีชื่อเสียง เป็นที่ต้องการจากแฟนคลับ คือการตอบโจทย์ของเธอ“สวัสดีค่ะน้องทราย” เสียงทักทายดังขึ้น ทรายทอง...หันไปยิ้มรับ ตามแบบที่เธอควรทำเมื่อเป็นคนมีชื่อเสียง “สวัสดีค่ะ”“ดีใจมากจริง
“หนูกำลังเหนื่อย...เลยอยากพักบ้างน่ะค่ะ อีกอย่างหนึ่งก็ใกล้จะสอบแล้ว ถ้าคุณลภัสเอ่อ...ไม่ว่าอะไร หนูอยากจะของดงานบางชิ้นได้ไหมคะ”“อืม...”ลภัสนิ่งไปเล็กน้อย ตลอดเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา ตอนแรกแม้เพียงแค่อยากแก้เผ็ดเด็กคนนี้กับพ่อเลี้ยง ที่ทำชั่วลับหลังเธอ และมองเห็นว่าทรายทองน่าจะเอามาปั้นให้ได้เป็นเพชรเวลาพิสูจน์แล้วว่าทรายทองคือเพชรเม็ดงาม ที่ทำให้ค่ายละครของเธอมีรายได้มหาศาลเลยทีเดียว เอาเถอะ...ก็ให้พักบ้างอะไรบ้าง หลังๆ มานี้ทรายทองแทบจะถูกเรียกว่านางเอกเจ็ดวัน เพราะทุกช่องฉายแต่ละครของเธอ “ได้สิ ฉันให้เธอพักงาน อ้อ...งานอีเว้นท์อะไรนั่นก็แล้วแต่เธอจะรับเลย ไม่ได้บังคับอะไร ส่วนงานละคร ฉันจะให้เธอหยุดสักหกเดือน”“โอ...”“สัญญาของเราทำกันไว้กี่ปีนะ”ลภัสแสร้งทวน เพราะอยากจะรู้ใจของทรายทอง ว่าจะยังอยากอยู่กับเธออีกต่อไปไหม“สามปีค่ะ”“อา...เธออยากจะต่อสัญญาไหม?”“ถ้าหนูไม่ต่อสัญญาจะมีอะไรเกิดขึ้นไหมคะ”เด็กคนนี้ไม่เบาหรอก ลภัสยิ้มนิดๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ“นั่นก็แล้วแต่หนูเลยสิจ๊ะ ถ้าหนูอยากทำงานกับเราต่อ ก็ดูแลกันไป ฉันก็มีงานป้อนให้หนูเหมือนเดิม”“คุณจะไม
“ขอบคุณมากสำหรับเงินโอนนะคะคุณโต”“ผมจะต้องไปงานของยัยปลาดาวด้วยไหม?” ทางนั้นตอบมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ จนเธอยิ้มกริ่ม ก่อนจะตอบโต้กลับไป“มาก็ดีค่ะ สร้างภาพนิดหน่อย ถ้าคุณหายไปเลย คนจะสงสัย”“มันจบแล้วใช่ไหม?”น้ำเสียงนั้นดูเรืองรองไปด้วยความหวัง แต่ลภัสจะดับฝันนั้นเสีย“มันขึ้นอยู่กับฉันค่ะ ว่าอยากให้มันจบหรือเปล่า ถ้าจะมาก็มาวันสวดคืนสุดท้ายก็แล้วกันค่ะ”“คุณไม่ใช่คนทำ...ใช่ไหม?”“มันคืออุบัติเหตุ” เธอตอบเขาเสียงเข้ม ก่อนจะหัวเราะ “จริงๆ ฉันก็อยากจะเป็นคนทำนะ คุณโต หึๆ ทั้งมันและทั้งคุณด้วย ไว้เจอกันค่ะ...” ลภัสวางสายก่อนจะเอนหลังกับเก้าอี้ พลางหลับตาลง ใบหน้าของเธอเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มของความสะสาใจเมื่อแรกที่เห็นคลิปบัดสีนั่น ลภัสก็ปรี่เข้าไปตบลูกสาวคนเดียวตัวร้ายของหล่อน จนเลือดกบปาก และขังนังเด็กร่านแรดนั่นไว้ ก่อนจะรุดไปเจรจากับ ‘อดีต’ คนรักหล่อนเก็บมันไว้ต่อรอง...รีดเงินจากโตมรนั่นทำเพราะความสะใจนังศยาภัทร มันยังคงปากดี หัวเราะเยาะหล่อน บอกว่านอกจากโตมรแล้ว คนรักปัจจุบันของลภัส มันก็จัดการเชือดทางนั้นแล้วเรียบร้อย มันลากเขาขึ้นเตียงสนองตัณหาของมันแล้ว มันหัวเราะใ







