Masuk"บ้ายบายยัยทราย ขอบคุณมากสำหรับของขวัญถูกใจมาก ไฮโซมาก เริดมาก"
"ต้องขอบคุณคุณพ่อ ที่เป็นสปอนเซอร์จ้ะ"
ทรายทองว่าเสียงกลั้วหัวเราะ แล้วแนบแก้มกับแขนของคนข้างๆ เจ้าของวันเกิดเงยหน้ามองผู้ปกครองของเพื่อน ด้วยนัยน์ตาเป็นประกายระยับ พร้อมกับยกมือไหว้เขา
"ขอบคุณมากๆ นะคะ คุณน้า เรียกแล้วก็กระดากปากอะยัยทราย คุณพ่อของเธออะ ยังหล่ออยู่เลย ให้เรียกพี่ก็ยังไหว"
"บ้า"
แทนมองหน้าของสาวน้อย ที่เอ่ยคุยกับทรายทอง ตามองเขาแพรวพราว...เกินเด็ก...เขาชักจะนึกอยากให้ทรายทองเลิกคบกับเด็กคนนี้ ตาของหล่อนทอดสะพานเชื่อมอ่อย แถมในงานปาร์ตี้ที่มีการเชิญ นักร้องวัยรุ่นมาแบบไพรเวท เป็นนักร้องชายที่กำลังโด่งดัง หล่อนก็ขึ้นไปนัวเนีย ลูบคลำฝ่ายนั้น เกินงาม...เกินวัย
เขาเพียงยิ้มส่งให้หล่อน ไม่ได้ตอบโต้ใดๆ เขานึกดีใจที่หนูทรายของเขา ยังใสนัก...นัยน์ตาแพรวพราวแบบที่เด็กคนนั้นมองเขา ถ้าเป็นยัยหนูมองเขาเล่า...
อา...แค่คิด...บางส่วนก็ถึงกับแข็งผ่าว
เขากระดกเครื่องดื่มในมือ แบบรวดเดียวหมดแก้ว แล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์ ที่มีบาร์เทนเดอร์ไว้บริการ ผู้ปกครองของศยาภัทรค่อนข้างร่ำรวย ปรนเปรอทุกอย่างให้ลูกยกเว้นเวลา ดูจากงานปาร์ตี้สุดแสนอลังการที่มีงบจัดน่าจะเจ็ดหลักของหล่อนก็ได้ เด็กๆ ในวันนี้ได้รับอนุญาตถ้าจะทดลองดื่มค็อกเทลเบาๆ ผู้ปกครองบางคนที่มาด้วยกับลูกสาวของตน ก็กำลังจับกลุ่มคุยกัน เพราะต่างอยู่ในวงการธุรกิจ มีฐานะ ลูกเล่นด้วยกัน เรียนด้วยกัน พ่อแม่ก็รู้จักกันไว้ เผื่อต่อยอดถ้าสายงานตรงกัน
เขาเห็นว่ายัยหนูดื่มค็อกเทลสีหวานไปสองสามแก้ว ตอนแรกเขาหรี่ตา นึกไม่ชอบใจนัก แต่...เขาสั่งให้บริกรผสมค็อกเทลบางสูตรให้ แล้วเดินถือไปให้หล่อนด้วยตนเอง
"อะไรคะ?"
เขายื่นค็อกเทลสีฟ้าสดใสส่งให้หล่อน แล้วยิ้มกว้าง นัยน์ตานั้นกำลังส่องประกายรัก..ใคร่...คนตรงหน้าอย่างเปิดเผย ลืมตัว
"ลองดูสิ อร่อยนะ"
"คุณพ่อให้หนูดื่มได้หรือคะ" เธอเอียงคอถาม แล้วย่นจมูกน้อยๆ
"ขืนคุณแม่รู้เข้า...เราจะต้องโดนดุแน่ๆ"
"พ่อเห็นว่าหนูดื่มเจ้านั่นไปสองสามแก้วแล้ว"
เขาหมายถึงแก้วที่หล่อนพึ่งจะวางลงไป มันผสมแอลกอฮอล์นิดหน่อย แต่ไม่แรงเหมือนแก้วที่เขาเอามาให้หล่อนแน่
"ก็ยัยป๊อกท้า"
ทรายทองทำตาโต หน้าแดงนิดๆ ใจสั่นหน่อยๆ ที่เขาจับได้ว่าเธอแอบดื่มของมึนเมา มันยังไม่ถึงวัยของเธอที่ควรจะลอง ทรายทองเองก็พึ่งจะมีโอกาสได้ลองดื่มอะไรแบบนี้เช่นกัน งานที่เธอมานี้คืองานของเพื่อนในห้อง เธอไม่ค่อยสนิทกับศยาภัทรนัก แต่หนนี้เพื่อนมากันทั้งห้อง เธอเลยต้องมาด้วย เพิ่งเปิดหูเปิดตาเธอวันนี้ล่ะว่า ศยาภัทรเป็นคนเปรี้ยว...และกล้าขนาดไหน
"หึๆ ลองนี่สิ เชื่อพ่อ"
"ค่ะ"
เธอรับไปจากมือเขา เพียงจิบก็รับรู้รสว่าทั้งขมทั้งหวาน ร้อนฉ่าลงไปในท้อง เขาคะยั้นคะยอให้เธอดื่มจนหมด และเติมให้เธออีกแก้ว หมดแก้วที่สอง สาวน้อยก็สั่นหน้า บ่นว่าไม่เอาอีกแล้ว พื้นกำลังหมุน เธอเริ่มเมา
"หึๆ"
เสียงหัวเราะของพ่อเลี้ยงของเธอดังข้างหู เดินไม่ไหวจนเขาต้องประคองช้อนอุ้มร่างน้อยไว้ในวงแขน และพาออกไปจากงานปาร์ตี้ ตรงไปที่รถ เขาวางเธอลงบนเบาะหลัง งานของศยาภัทรจัดขึ้นที่โรงแรมหรู เหมาฟร้อนท์จัดงาน ลานจอดรถชั้นนี้มีแต่รถของคนมาร่วมงาน ซึ่งตอนนี้ก็เงียบ...ไม่มีคนแม้แต่คนเดียว
ร่างน้อยนอนระทวยไปตามความยาวของเบาะ เธอหายใจแผ่ว หน้าหวานแดงเรื่อ ผมที่รวบไว้ลุ่ยหลุดลงมาเล็กน้อย แทนนั่งเคียงข้างกับเธอที่เบาะหลัง ไม่ได้ก้าวไปประจำที่ของตนเอง
เธอปรือตามองเขา แล้วย่นจมูกให้เขา หัวเราะคิกคัก เสียงหัวเราะแผ่วพลิ้วนั่น ริมฝีปากนั่น...ชุดเสื้อผ้าที่เธอใส่ยิ่งทำให้เธอเป็นสาวเกินวัย และแสนเซ็กซี่ยั่วใจนัก
เกินจะห้ามไหว
เกินจะต้านเงาดำกฤษณา
เขาก้มลงเคลียริมฝีปากตน กับกลีบปากอิ่มชื้นของสาวน้อย ที่เผยอรับเขาอย่างไม่ประสา แล้วเริ่มดึงดูด สอดปลายลิ้นเข้าไปรัดพัวพัน ดูดดื่มความหวานอย่างตะกละตะกราม
อา...หนูทรายของพ่อ
"อือ...อืม"
เสียงหวานครางออกมาเบาๆ เธอรู้สึกถูกล่วงเกินความเป็นส่วนตัว...แต่...แอลกอฮอล์ทำให้สาวน้อยรู้สึกอะไรบางอย่าง เมื่อถูกประกบจูบดื่มด่ำแบบนั้นจากพ่อเลี้ยง
ราวกับผีเสื้อกรีดปีก ในท้องของเธอ เลือดสาวไหลพล่านร้อนฉ่า ความรู้สึกในบางส่วนที่ถูไถกับร่างกายแข็งแกร่งกำยำนี้ มันทำให้เธอร้อนวูบวาบ...
"พ่อขา..."
"น่ารักเหลือเกิน...หนูทรายจ๋า"
เขายังคงดูดเม้มปากสาว อย่างอดไม่ได้ ทำนบสติพังกระเจิดกระเจิง เพราะพิษแห่งตัณหา ที่ทะลวงศีลธรรมอันดีที่ควรจะมี ให้ระเบิดทะลาย
"พ่อจะทำอะไรหนู"
ใจสาวน้อยเต้นระทึก เธอรู้สึกปะปนกัน วาบหวาม สับสน กลัว ไม่เข้าใจ กับความรู้สึกที่พ่อเลี้ยงกำลังล่วงล้ำ
"พ่ออยากจะจูบหนู" เขาจูบไซ้ปากจมูกไปตามแก้มหอม กลิ่นสาวทำให้เขาคลั่ง
"พ่อรักหนูนะคะ หนูทราย"
"มัน...เอ่อ..."
"หนูจ๋า พ่อรักหนูเหลือเกิน ให้พ่อจูบหนูนะคะ คนดี จูบแบบที่..."
มือของเขาเลื่อนไปที่ขาอ่อน ร่างน้อยนั่นอ่อนเปียก ระทวยกับอกเขา ชั้นเชิงชายที่เหนือกว่า ทำให้เขากล่อมเธอ ให้เห็นดีเห็นงาม...กับการกระทำอันผิดบาป
"หนูจะต้องมีความสุขมาก"
"คะ? อุ๊ย...อ๊า"
เขารั้งกางเกงในของเธอลงมาตามลำขา เปิดกระโปรงตลบขึ้นให้พ้นทาง และก้มหน้าลงซบกับกลีบกุหลาบอิ่มอูม เขาจูบผิวตรงนั้น ทรายทองอุทานอย่างตกใจ เมื่อผู้เป็นพ่อเลี้ยง กำลังก้มลง 'จูบ' ผิวตรงส่วนลี้ลับ ส่วนที่มารดาเคยพร่ำบอกว่าไม่ให้เปิดเผยให้ใครได้เห็นโดยเฉพาะผู้ชาย ห้ามใครจับ ใครมายุ่งเพราะเป็นส่วนสงวน
โอ...
แต่เขากำลังทำ
"พ่อขา...อย่า...ไม่นะคะ อะ..."
เธอพยายามจิกผมของเขาออกมาจากส่วนนั้น หากแทนแลบลิ้นออกเลียกรีดกลางร่อง ร่างน้อยสะท้านกับสัมผัสอันแสนน่าตกใจนั่น เขาประกบปากกับกลีบอิ่ม ตวัดลิ้นระรัวเลีย สาวน้อยที่ถูกปลุกอารมณ์ใคร่จากการจูบปากของเขา ถึงกับสะดุ้ง ความเสียวซ่านระเบิดพรั่งพรู ผิวเนื้ออ่อนไหวกำลังถูกดูดเร้า
"อ๊า...อื้อ...ยะ...อย่า"
มีเพียงเสียลิ้นละเลียดชิมเนื้อฉ่ำ ตอบกลับเสียงครางของทรายทอง กลิ่นของตัณหาหอมกรุ่น กลบทุกสิ่ง...
สติ...
ความเหมาะสม
ศีลธรรม
ถูกกระชากจนขาดวิ่นเป็นริ้ว ไม่เหลือแม้เศษเสี้ยว
"อ๊า...พ่อขา...ทราย...อ๊า"
เขาประกบดูดตาน้ำที่กำลังหลั่งรินน้ำหวานออกมา ร่างงามเกร็งกระตุก เป็นสัญญาณบอกว่าหล่อนถึงฝั่งแล้ว มือของเขาอีกข้างจับชักคลำคลึงความแข็งร้อนของตนเอง ไม่กี่ที มันก็ระเบิดมาพร้อมๆ กับสาวน้อยที่ร้องวี๊ดเบาๆ
"ชอบไหม? ที่พ่อจูบหนู"
เขาเอ่ยเสียงเป็นหอบน้อยๆ ขณะที่พรมจูบไปตามใบหน้างดงามของทรายทอง หล่อนหายใจรินโรย เปี่ยมสุข...ที่ถูกป้อนมาอย่างไม่เต็มใจ
"มะ...มัน...มันเรียกว่าอะไรคะ ที่พ่อทำให้หนู"
"พ่อกำลังทำรักให้หนู"
เขาหัวเราะชิดใบหูหอมกรุ่นนั่น อา...สาวน้อยแสนไร้เดียงสาของพ่อ ทรายทองหอบหายใจน้อยๆ ช้อนตามองแทน...หล่อนรู้สึกแปลกประหลาด กับการกระทำของเขา...ที่สัมผัสกับส่วนลี้ลับนี้ มันสุข...ปฏิเสธไม่ได้ แต่มันน่าอาย
และมันเหมาะควรแล้วหรือ? กับสิ่งที่เขาทำ
"ทำรัก...เอ่อ..."
"หนูชอบไหม? เสียวไหม น้ำหนูไหลไม่หยุดเลย"
เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปาก คราบน้ำรัก กลิ่นของหล่อน ยังอวลอยู่ในจมูก ปาก...และความรู้สึก
"นะ...หนู...หนู"
"พ่อรักหนู...พ่อถึงทำให้หนูมีความสุข หนูรักพ่อไหมคะ...คนสวยของพ่อ"
"ระ...รักค่ะ"
เธอรักเขา...เพราะเขาดีกับเธอ เขาเอาใจเธอ ให้ทุกสิ่งกับเธอ
"ชื่นใจเหลือเกิน"
แทนกระชับร่างน้อยให้นั่งตักเขา ยิ้มกระหยิ่ม อา...เขาดีใจที่เธอไม่ขัดขืน ซวนซบกับอกเขา และหายใจสม่ำเสมอเพราะหลับไปแล้วในที่สุด
หนูทรายของพ่อ
ที่รักของพ่อ
นี่คงจะไม่ใช่แค่ครั้งเดียว...
ที่เขาจะมอบความรักและทำรักกับหล่อน
ทรายทองมองไปที่เตียงสีขาวสะอ้าน ผู้ชายคนหนึ่งนอนเปลือยกาย หมดจดอยู่ตรงนั้น เหมือนวันที่เขาแรกคลอด เขาดูเหนื่อยล้าเหลือเกินหล่อนยิ้มที่มุมปาก ภาพที่เธอได้เห็นเมื่อก่อนหน้านี้กำลังทำให้เธอร้อนรุ่ม อยากปลดปล่อยเหลือเกินเธอคุ้นกับทุกสัดส่วนนั่น เธอเคยสัมผัสมันไม่เว้นแม้แต่ที่เดียว แน่ล่ะ...เขาเป็นคนสอนให้เธอได้เรียนรู้ ได้มีความสุขกับเซ็กซ์ ได้เรียนรู้ด้านมืดของจิตใจมนุษย์เธอเองคือมนุษย์ ที่มีด้านมืดเธอตรงไปนั่งที่ริมเตียง ในมือถือแก้วไวน์ คลึงมันเล่นเบาๆ เธอมีอะไรสนุกๆ อยากจะทำกับเขา...เธอค่อยคลานขึ้นไปบนเตียง เอาไวน์ในแก้วเทราดเขา เขาสะดุ้งสุดตัว นัยน์ตาคมกริบเบิกโพลง เนื้อตัวของเขามีร่องรอยแดงเป็นจ้ำ บางแห่งเขียวช้ำ อา...มันทำให้ทรายทองยิ่งนึกถึงภาพก่อนหน้า คนไหนกันนะ ที่ฝากรอยนั้นไว้ คุณนพพร หรือว่าคุณหญิงโฉมศรี“หนูทราย”“ขา...”เธอขานตอบเขา ร่างกายรุ่มร้อนต้องการปลดปล่อย ตามองส่วนนั้น...มันตกห้อยเหมือนจะหมดแรง แน่นอน เธอรู้ว่าทำแบบไหนมันถึงจะพร้อม..."พ่อขอร้อง...ปล่อยพ่อไปได้ไหม""คงจะไม่ได้หรอกค่ะคุณพ่อ..." ทรายทองตอบ ขณะที่คร่อมร่างเขา มือกำลังปลุกเร้าส่วนนั้น ให้มันพร้อมกับ
การที่ทรายทองทำให้ทริปล่มทำให้แทนหงุดหงิดมาก หล่อนหายไปจากบ้านถึงสองวันเต็มๆ สองวันที่เขาติดต่อหล่อนไม่ได้ หล่อนเพียงแค่ส่งไลน์ข้อความมาหาเขา บอกกับเขาว่าหล่อนกำลังทำงานกับภาพิไล ไม่ต้องเป็นห่วงไม่ให้ห่วงได้ยังไงเขาแทบจะคลั่งเลยด้วยซ้ำแต่จะทำอะไรออกหน้ามากมายก็ไม่ได้...มันกระทบแน่นอนล่ะถ้าเกิดเขาไปบุกชิงตัวหล่อนจากบ้านของภาพิไล เขาจึงจำทนต้องรอ รอ และรอนังเด็กร้ายกาจคอยดูเถอะถ้ากลับมาแทน...เพียงแค่คิดก็ร้อนรุ่มเสียแล้วเขาแทบจะไปยืนรอเธอที่หน้าบ้านอยู่แล้ว แต่เก็บอาการไว้ เขาไม่อยากให้คนในบ้านรู้สึกว่าเขาห่วงทรายทองจนเกินไปแทนนั่งหงุดหงิดอยู่ในห้องทำงาน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดโทรศัพท์ตามเธอเพราะนี่ก็เกือบจะสามทุ่มแล้ว...แต่เขาได้ยินเสียงรถเข้ามาในบ้าน ทำให้เขารีบเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ เดินเร็วๆ ออกมาข้างนอก ใบหน้าเคร่งเครียดหงุดหงิดของเขา ต้องเร่งปรับ เมื่อเห็นว่าทรายทองควงแขนมากับใคร ภาพิไลนั่นเอง หล่อนยิ้มให้เขา ก่อนจะพนมมือไหว้เขา แล้วเอ่ยทักทาย“สวัสดีค่ะ คุณแทน ขอโทษนะคะที่พาน้องทรายไปคุยงานเสียนานเลย พอดีต้องประชุมเครียดกันเลยน่ะค่ะ”“ครับ”เขารับไหว
ทรายทองเริ่มสนิทกับภาพิไลมากขึ้นทุกวัน เธอนึกชอบสาวสวยคนนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ภาพิไลเหมือนเข้าอกเข้าใจเธอจนน่าประหลาด บางถ้อยคำ บางคำพูด ทำให้เธอสะกิดใจ และปลอบประโลมเธอ บางหนทำให้เธอฮึกเหิม...ฮึกเหิม...“พี่ภากำลังทำอะไรอยู่หรือคะ”ทรายทองถาม เมื่อนั่งอ่านสิ่งที่ภาพิไลส่งให้เธอดู เพื่อพิจารณาเซ็นสัญญา พรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทเครื่องสำอางที่เปิดใหม่ของภาพิไล สองสาวนัดกันรับประทานอาหารที่ร้านซึ่งมีห้องจัดไว้ส่วนตัว จะได้ไม่มีคนวุ่นวายรบกวน“หมายถึงอะไรจ๊ะ?” “ทรายเห็นว่าพี่กำลังมีโครงการบางอย่าง วิจัยยาบางตัวอยู่น่ะค่ะ เลยอยากรู้ว่าเกี่ยวกับอะไร ถ้าเป็นเกี่ยวกับความงาม ทรายจะได้ฟินรอเลยค่ะ”“หึๆ นี่ไว้ใจของที่พี่วิจัยมากถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?” “มากค่ะ” ทรายทองยื่นแขนของตนเองให้กับภาพิไลได้ดูชัดๆ“ดูผิวของทรายสิคะ ยิ่งใช้ก็ยิ่งดี ยิ่งออร่า ก็เพราะครีมของพี่ภาเลยค่ะ”“เครื่องสำอางน่ะค่ะ พี่จะเปิดตัวพวกเครื่องสำอาง เมคอัพ จะทำให้เป็นของผลิตจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่า ถ้าพี่ทำแล้วพี่อยากจะ...ร่วมมือกับบริษัทของน้องทราย น้องทรายจะว่ายังไงคะ” ภาพิไลลองแง้
เมื่อได้พักงาน ทรายทองก็พักงานจริงจัง เธอบอกผู้จัดการว่าไม่รับงานอีเว้นท์ และงานโชว์ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เธอต้องการหยุดพัก ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นคนอื่นๆ บ้าง หกเดือน...เวลาทองของเธอ เธอให้โบนัสดรุณีไปพอสมควร และบอกให้ผู้จัดการสาวไปพักบ้าง ดรุณีอิดออดที่อดส่วนแบ่งจากการทำงาน แต่ก็หน้าบานเพราะโบนัสไม่ใช่น้อยๆ เลยทีเดียว ป่านนี้ดรุณีคงไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวแล้วกระมังเธอตั้งใจจะไปขอบคุณลภัสเป็นการส่วนตัวสักวัน ที่ทำให้เธอได้หยุด ได้พักผ่อน แปลกตรงพอเธอได้พัก กลับมีแต่คนอยากได้เธอไปทำงานด้วย ติดต่อมามากมาย ลภัสให้อิสระเธอในการรับเลือกงาน รับก็ได้ ไม่รับก็ได้ ไม่ได้กดดันอะไรทรายทองเลยแม้แต่น้อย และเธอก็เลือกที่จะพักผ่อน มากกว่าเลือกเงินเงินของเธอมีมากมายพอแล้ว พื้นที่การยอมรับ การถูกยกย่องในสังคมต่างหาก ที่ทรายทองต้องการ เธอจึงยังคงทำงานอยู่ในวงการนี้ ความกดดันจากชีวิตส่วนตัว ทำให้ทรายทองโหยหา...และการมีชื่อเสียง เป็นที่ต้องการจากแฟนคลับ คือการตอบโจทย์ของเธอ“สวัสดีค่ะน้องทราย” เสียงทักทายดังขึ้น ทรายทอง...หันไปยิ้มรับ ตามแบบที่เธอควรทำเมื่อเป็นคนมีชื่อเสียง “สวัสดีค่ะ”“ดีใจมากจริง
“หนูกำลังเหนื่อย...เลยอยากพักบ้างน่ะค่ะ อีกอย่างหนึ่งก็ใกล้จะสอบแล้ว ถ้าคุณลภัสเอ่อ...ไม่ว่าอะไร หนูอยากจะของดงานบางชิ้นได้ไหมคะ”“อืม...”ลภัสนิ่งไปเล็กน้อย ตลอดเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา ตอนแรกแม้เพียงแค่อยากแก้เผ็ดเด็กคนนี้กับพ่อเลี้ยง ที่ทำชั่วลับหลังเธอ และมองเห็นว่าทรายทองน่าจะเอามาปั้นให้ได้เป็นเพชรเวลาพิสูจน์แล้วว่าทรายทองคือเพชรเม็ดงาม ที่ทำให้ค่ายละครของเธอมีรายได้มหาศาลเลยทีเดียว เอาเถอะ...ก็ให้พักบ้างอะไรบ้าง หลังๆ มานี้ทรายทองแทบจะถูกเรียกว่านางเอกเจ็ดวัน เพราะทุกช่องฉายแต่ละครของเธอ “ได้สิ ฉันให้เธอพักงาน อ้อ...งานอีเว้นท์อะไรนั่นก็แล้วแต่เธอจะรับเลย ไม่ได้บังคับอะไร ส่วนงานละคร ฉันจะให้เธอหยุดสักหกเดือน”“โอ...”“สัญญาของเราทำกันไว้กี่ปีนะ”ลภัสแสร้งทวน เพราะอยากจะรู้ใจของทรายทอง ว่าจะยังอยากอยู่กับเธออีกต่อไปไหม“สามปีค่ะ”“อา...เธออยากจะต่อสัญญาไหม?”“ถ้าหนูไม่ต่อสัญญาจะมีอะไรเกิดขึ้นไหมคะ”เด็กคนนี้ไม่เบาหรอก ลภัสยิ้มนิดๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ“นั่นก็แล้วแต่หนูเลยสิจ๊ะ ถ้าหนูอยากทำงานกับเราต่อ ก็ดูแลกันไป ฉันก็มีงานป้อนให้หนูเหมือนเดิม”“คุณจะไม
“ขอบคุณมากสำหรับเงินโอนนะคะคุณโต”“ผมจะต้องไปงานของยัยปลาดาวด้วยไหม?” ทางนั้นตอบมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ จนเธอยิ้มกริ่ม ก่อนจะตอบโต้กลับไป“มาก็ดีค่ะ สร้างภาพนิดหน่อย ถ้าคุณหายไปเลย คนจะสงสัย”“มันจบแล้วใช่ไหม?”น้ำเสียงนั้นดูเรืองรองไปด้วยความหวัง แต่ลภัสจะดับฝันนั้นเสีย“มันขึ้นอยู่กับฉันค่ะ ว่าอยากให้มันจบหรือเปล่า ถ้าจะมาก็มาวันสวดคืนสุดท้ายก็แล้วกันค่ะ”“คุณไม่ใช่คนทำ...ใช่ไหม?”“มันคืออุบัติเหตุ” เธอตอบเขาเสียงเข้ม ก่อนจะหัวเราะ “จริงๆ ฉันก็อยากจะเป็นคนทำนะ คุณโต หึๆ ทั้งมันและทั้งคุณด้วย ไว้เจอกันค่ะ...” ลภัสวางสายก่อนจะเอนหลังกับเก้าอี้ พลางหลับตาลง ใบหน้าของเธอเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มของความสะสาใจเมื่อแรกที่เห็นคลิปบัดสีนั่น ลภัสก็ปรี่เข้าไปตบลูกสาวคนเดียวตัวร้ายของหล่อน จนเลือดกบปาก และขังนังเด็กร่านแรดนั่นไว้ ก่อนจะรุดไปเจรจากับ ‘อดีต’ คนรักหล่อนเก็บมันไว้ต่อรอง...รีดเงินจากโตมรนั่นทำเพราะความสะใจนังศยาภัทร มันยังคงปากดี หัวเราะเยาะหล่อน บอกว่านอกจากโตมรแล้ว คนรักปัจจุบันของลภัส มันก็จัดการเชือดทางนั้นแล้วเรียบร้อย มันลากเขาขึ้นเตียงสนองตัณหาของมันแล้ว มันหัวเราะใ







![[ดวงใจท่านรอง 1] รองประธาน (แอบรัก) พยาบาลฝึกหัด](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)