Share

CRUSH ON YOU พี่สาวครับ
CRUSH ON YOU พี่สาวครับ
Penulis: ACHICHI

บทที่ 1

Penulis: ACHICHI
last update Terakhir Diperbarui: 2025-03-12 17:35:11

CRUSH ON YOU

CHAPTER 1

23.30 น.

“พรุ่งนี้ผมไปรับเจ๊ที่ออฟฟิศนะ”

“อือ”

“แล้วเรา… ไปต่อกันดีไหม?”

“…”

ฉันรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องตอนที่โดนสายตาคาดหวังมองกันมาเหมือนทุก ๆ ครั้งที่พูดเรื่องทำนองนี้ ใบหน้าหล่อเหลาคมชัดไปทุกส่วนมองกันอยู่อึดใจก็หันกลับไปแล้วถอนหายใจเบา ๆ เครื่องปรับอากาศบนรถเย็นฉ่ำแต่ฉันกลับมีเหงื่อผุดซึมที่กรอบหน้าเพราะความประหม่า แต่เพราะไม่อยากให้บรรยากาศระหว่างเราอึดอัดมากไปกว่านี้ ฉันเลยจำใจต้องพูดอะไรบางอย่างออกไป

“เจ๊ว่าเราไปดูหนังต่อก็ได้…”

“อืม… โอเค…”

คนข้าง ๆ หันมาฝืนยิ้มให้กันอีกครั้ง ยกมือขึ้นมาลูบผมฉันเบา ๆ ก่อนจะพยักพเยิดไปทางรั้วบ้านที่ปิดสนิทอยู่ ถึงแม้ว่าบทสนทนาในวันนี้จะจบลงด้วยบรรยากาศอึมครึมเหมือนเคย แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่สุดท้ายแล้วฉันก็เลือกที่จะไม่พูดต่อถึงเรื่องที่อีกคนคาดหวัง และเจ้าตัวเองก็คงจะไม่อยากพูดเหมือนกัน

“เข้าบ้านเถอะเจ๊”

“อือ กลับบ้านดี ๆ นะ”

“ครับผม”

คนเป็นแฟนคลี่ยิ้มกว้างแล้วขยับตัวเข้ามาหอมแก้มกันฟอดใหญ่ราวกับว่าเมื่อนาทีก่อนระหว่างเราไม่ได้มีบรรยากาศผิดปกติใด ๆ

ฉันลงจากรถพร้อมทั้งยืนมองรถคันหรูเคลื่อนตัวห่างออกไป สวนกันก็มีรถอีกคันวิ่งเข้ามาจอดเทียบฟุตพาทหน้าบ้านแฝดหลังที่อยู่ติดกัน Mercedes AMG C43 coupe สีดำเงาวับที่ช่วงหลังมานี้ฉันได้เห็นบ่อย ๆ ดับเครื่องลง ก่อนที่เจ้าของมันจะเปิดประตูลงมา

ดวงหน้าหล่อเหลาจ้องมองมาด้วยสายตานิ่งสนิทก่อนที่ริมฝีปากหยักลึกสวยจะบิดยิ้มเล็กน้อยเมื่อเราสบตากัน ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งก็คงต้องเจอหน้ากัน เพราะพักหลังมาฉันได้เห็นรถของเจ้าตัวบ่อย ๆ แต่ก็อดตกใจไม่ได้เมื่อ ‘น้องชายข้างบ้าน’ ที่หายหน้าหายตาไม่กลับบ้านเลยมาตลอดสามปีตอนนี้ดูหล่อ เท่ แถมยังออร่าพุ่งแค่ไหน

คนตรงหน้าเมื่อเห็นอาการตกใจของฉันก็หัวเราะออกมาเบา ๆ แขนสองข้างวางพาดอยู่บนประตูรถ นัยน์ตาสดใสยังคงจ้องมองมาอยู่อย่างนั้นก่อนจะเป็นฝ่ายเอ่ยทักขึ้นก่อน

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

“ไท…”

“นา…”

ประตูรถถูกปิดลงพร้อมกับขายาว ๆ ก็เดินเข้ามาหา เพราะคนตรงหน้าสูงมากทำให้ฉันที่สูงเพียงแค่ 155 เซนติเมตรต้องเงยหน้าขึ้นมอง กลิ่นน้ำหอมของผู้ชายแบบที่เรียกได้ว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วลอยมาเตะจมูกทำให้ฉันพึงตระหนักได้ว่าตอนนี้น้องชายข้างบ้านคนนั้นได้เป็นหนุ่มเต็มตัวแล้ว ทั้งยังหล่อจัดชนิดที่ว่าคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าเราจะเคยสนิทสนมกัน

“นายังตัวเล็กเหมือนเดิมเลย”

“…”

ทันทีที่ถูกทักฉันถึงกับต้องก้มลงมองตัวเองที่อยู่ในชุดกระโปรงแขนตุ๊กตาสีฟ้าอ่อน ในขณะที่คนตรงหน้าดูโตขึ้นมาก แต่ฉันกลับยังเหมือนเดิม ขนาดว่าอายุ 26 ปี เข้าไปแล้ว แต่ก็ยังดูเหมือนเด็ก ๆ

“ไทจะกลับมาอยู่บ้านเหรอ?”

ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้สนิทกันเหมือนเมื่อก่อน แต่ฉันก็ไม่อาจจะทำเป็นไม่รู้จักเขา หรือเมินใส่ได้ เลยจำต้องเอ่ยปากทักทาย เพราะยังไง ‘ไท’

ก็เป็นลูกชายคนเดียวของคุณป้าสมรกับคุณลุงรัตน์ เพื่อนสนิทของแม่ฉันเอง และใช่… เราเป็นเพื่อนบ้านกัน…

“กลับมาอยู่บ้านได้หลายวันแล้ว… แต่ยังขนของไม่เสร็จเลยยังไม่ได้นอน ก็ว่าจะนอนคืนนี้คืนแรก…” คนตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงเรื่อย ๆ สายตายังคงลากผ่านร่างกายฉันเหมือนจะสำรวจกันอีกครั้งแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ

“อะไร…”

“นาทำงานแล้วก็ยัง… ดูเหมือนเด็กปีหนึ่งอยู่เลย”

“เจ๊แค่… ตัวเล็ก” ฉันมองค้อนตัวตัวโตเล็กน้อยเพราะความเคยชิน

ก่อนจะต้องหลุบตาลงต่ำเมื่อระลึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้ เราไม่ได้สนิทกันอีกแล้ว

“แล้ว… ไอ้ไนน์ไม่อยู่?”

“อือ น่าจะไม่กลับ”

“แล้วมันปล่อยให้นาอยู่คนเดียว?”

“ก็… อยู่ได้”

“อือฮึ…”

และเราก็เงียบเสียงลงอีกครั้ง อาจจะเพราะระหว่างเรามีระยะห่างกันไปหลายปี ทำให้ตัวฉันอดที่จะประหม่าในการคุยกับเขาอย่างเสียไม่ได้ ถึงไทจะทำเหมือนไม่มีอะไร แต่ก็ดูรู้นั่นแหละว่าอาการเดียวกัน

“เจ๊เข้าบ้านก่อนนะ”

“โอเค”

ฉันตัดบทสนทนาลงแค่นั้น และก็โชคดีที่ไทเองก็ไม่ได้คิดจะชวนคุยต่อ ร่างสูงเดินห่างออกไปหน้าบ้านตัวเองแล้วหันกลับมามองกันเล็กน้อย ฉันพยายามไม่ตื่นเต้นให้มันมากเกินไปนักรีบไขกุญแจเข้ารั้วบ้านตัวเอง

บ้านแฝดแปลนเดียวกัน แต่บรรยากาศระหว่างบ้านสองหลังค่อนข้างแตกต่างกัน ในขณะที่บ้านของไทเปิดไฟสว่างทั้งชั้นบนชั้นล่างมองเห็นได้ชัดจากข้างนอก แต่บ้านฉันกลับเงียบเชียบไร้ซึ่งสัญญาณชีพว่ามีคนอยู่ แสงไฟในบ้านไม่มีเล็ดลอดออกมาเลยสักดวง

‘ไนน์’ ที่ไทเอ่ยถึงคือน้องชายของฉันเอง ตอนนี้มันอายุ 22 เท่า ๆ กันกับไท กำลังเป็นหนุ่มเต็มตัว และแน่นอนว่าเหตุผลที่ทำให้น้องชายตัวดีของฉันไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องก็เป็นเพราะมันติดเที่ยว ติดสาว ฉันก็เลยต้องอยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่ เพราะพ่อกับแม่ย้ายไปบำบัดสุขภาพที่เชียงใหม่ได้สองปีแล้ว

ระหว่างที่ฉันอยู่คนเดียว ก็ได้คุณป้าสมรกับคุณลุงรัตน์คอยดูแลช่วยเป็นหูเป็นตาให้ เพราะเห็นว่าเป็นผู้หญิงอยู่บ้านตัวคนเดียว แม้ว่าไนน์จะมีแวะมาบ้าง แต่นั่นก็แค่มาเอาเสื้อผ้าแล้วก็กลับออกไปอีก

เราสองคนพี่น้องไม่ใช่ว่าไม่สนิทกัน แต่มันแค่กำลังอยู่ในวัยติดเที่ยวติดสาว และนั่นก็ทำให้คนเป็นพี่สาวซึ่งตามใจน้องชายมาตลอดแบบฉันไม่สามารถเอ่ยปากอะไรได้ ถึงแม้ว่าบางครั้งการอยู่บ้านตัวคนเดียวจะมีความหวาดระแวง หรือปัญหาอื่น ๆ ไม่น้อยก็ตาม

ก็อย่างว่า… ฉันโตแล้ว ทำงานแล้วด้วย… ถึงจะตัวเล็กเหมือนเด็กซ้ำหน้ายังดูไม่เป็นสาวเหมือนคนอื่น ๆ แต่ฉันก็อายุ 26 ปีเมื่อราวครึ่งปีก่อนนี้เอง

เสียงปิดประตูรั้วบ้านข้าง ๆ ดังขึ้นพร้อมกันกับที่ฉันปิดบานประตูตัวบ้านลง ในบ้านเงียบเชียบเหมือนทุกวัน เพราะไม่มีคนอยู่ ฉันชินกับการอยู่แบบนี้มานานมาก ตอนที่เดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของตัวบ้านเลยไม่ได้คิดจะเปิดไฟ แค่ใช้ลำแสงไฟฉายจากโทรศัพท์นำทางขึ้นไปเท่านั้น

และทันทีที่เดินเข้าห้องนอนก็ได้เห็นว่าตอนนี้คนที่เพิ่งเจอกันเมื่อครู่… กลับมาอยู่บ้านตัวเองแล้วจริง ๆ หลังจากหายหน้าไปสามปีเต็ม เพราะแสงไฟจากห้องนอนหนึ่งของบ้านแฝดหลังข้างกันถูกเปิดให้สว่างขึ้นมาหลังจากไม่ได้เห็นมานาน

มันเป็นห้องนอนของลูกชายคนเดียวของคุณลุงคุณป้านั่นแหละ ห้องของฉันกับไทอยู่ตรงข้ามกัน แต่ละหลังจะมีระเบียงยื่นออกมาเล็กน้อย เพราะตัวฉันเองยังไม่ได้เปิดไฟทำให้ตอนนี้ยังสามารถแอบมองคนบ้านข้าง ๆ ได้โดยที่เจ้าตัวก็คงจะไม่รู้ตัว

ร่างสูงของไทถอดเสื้อออกโยนไปไว้ตรงไหนสักที่ เรือนร่างกำยำแบบคนเป็นหนุ่มเต็มตัวทำให้ฉันถึงกับต้องกลืนน้ำลาย ไทไม่ใช่คนตัวใหญ่ แต่เป็นคนร่างสูงโปร่ง กล้ามเนื้อหนั่นแน่นก็ดูดีแบบที่สาว ๆ ชอบ ไม่ได้ล่ำบึกอะไรนัก ดวงหน้าหล่อเฉี่ยวดูคมชัดมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ผิวขาวออร่ายิ่งทำให้น้องชายข้างบ้านดูดีขึ้นจนคนแก่แบบฉันรู้สึกหูอื้อตาลายแล้วต้องรีบเบนสายตาหนี

รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เดินไปรูดผ้าม่านปิดนั่นแหละ ก่อนจะเดินกลับมาเปิดไฟในห้องตัวเอง อาจจะเป็นเพราะห้องฝั่งตรงกันข้ามไม่มีคนอยู่มานานแล้วก็เลยไม่ค่อยชินเท่าไร

จริง ๆ เพราะสนิทกับคุณลุงคุณป้าฉันก็รู้มาตลอดว่าไทแทบจะไม่กลับบ้านเลย เดาได้ไม่ยากว่าคงจะอาการเดียวกันกับน้องชายฉัน แค่ได้เจอวันนี้หลังจากที่ไม่ได้เจอมานานก็บ่งชัดว่าเขาโตเป็นหนุ่มแล้ว แถมยังคาริสมาสุด ๆ อีกต่างหาก

เราเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เด็ก ทั้งตัวฉันเอง ไนน์ รวมถึงไท แต่ระยะหลังมาเราห่างกัน ก็เพราะน้องชายทั้งสองคนดันมีปัญหากันเอง ซึ่งฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น รู้แค่ว่าทั้งคู่ไม่ได้คุยกันอีกเลยหลังจากเรียนจบมัธยม รู้ตัวอีกทีไทก็หนีหายไปเรียนมหา’ลัยโดยใช้วิธีอยู่คอนโด ถึงไนน์จะยังอยู่ที่นี่แต่ก็แทบจะอยู่ไม่ติดบ้านเหมือนกัน

มันก็… ผ่านมาสามปีได้แล้ว…

และฉันก็ไม่คิดเลยว่าการได้มาเจอหน้ากันอีกครั้งระหว่างฉันกับไทมันจะกระอักกระอ่วนขนาดนี้ คงเป็นเพราะเราไม่ได้เจอกันเลยตลอดสามปีทั้ง ๆ ที่บ้านก็อยู่ติดกันแท้ ๆ ไม่ใช่ว่าไทไม่กลับมาเลยหรอก แต่คงเป็นเพราะตัวฉันเองก็เริ่มเข้าสู่วัยทำงาน กว่าจะเลิกงานก็ดึก ๆ ดื่น ๆ ไม่เจอกันก็ไม่แปลก

แต่หลังจากนี้… อาจจะต้องเจอกันบ่อย ๆ เพราะคุณลุงรัตน์ท่าทางจะเอาจริงเรื่องที่ว่าจะให้ลูกชายคนเดียวย้ายกลับมาอยู่บ้านในช่วงปีสุดท้ายของการเรียนมหา’ลัย ฉันก็พอรู้อยู่หรอกว่าไทเองก็ทำตัวเกเรไม่ต่างจากไนน์ ก็คงโดนพ่อแม่คาดโทษนั่นแหละ…

ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนจากแชตไลน์ดังขึ้นทำให้ฉันต้องตื่นจากภวังค์ หน้าจอโชว์ว่าเป็น ‘บาส’ แฟนของฉันเองเป็นคนส่งเข้ามา ก็แค่ส่งมาว่าจะไปเที่ยวกับเพื่อนอีกแล้วเหมือนทุกวันนั่นแหละ

BAS: เจ๊นาวันนี้ผมไปกินเหล้ากับเพื่อนนะ

NANA: อือ กลับดี ๆ นะ

BAS: ครับผม ฝันดีนะ

NANA: พรุ่งนี้เจ๊เลิกงานไวนะ บาสจะมากี่โมง

BAS:

ฉันจ้องมองหน้าจอที่ยังคงค้างแชตอยู่อึดใจก่อนจะโยนโทรศัพท์ไปไว้บนที่นอนพร้อมทั้งถอนหายใจเบา ๆ เมื่อไม่ได้รับการตอบกลับจากคนที่เพิ่งจะทักมายังคุยกันไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ พักนี้เขาก็เป็นแบบนี้ตลอด… หลังจากที่ระหว่างเรามันไปกันได้ไม่ถึงไหน และฉันเองก็ขี้กลัวเกินกว่าจะยอมมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วย

ฉันเป็นคนขี้กลัว… ขี้ตกใจ… และบาสก็เป็นพวกชอบรุกรุนแรง

ก็ถ้าเกิดว่าเขาค่อยเป็นค่อยไปมากกว่านี้ก็คงจะดีไม่น้อย แต่ก็นั่นแหละ… คบกันมาจวนจะครบหนึ่งปีแล้วฉันก็ให้ได้อย่างมากแค่จูบ ถึงจะอายุมากกว่าเขาตั้งสี่ปีแต่ฉันเอง… ยังเวอร์จิ้นอยู่เลย…

ระหว่างที่ฉันกำลังถอดเสื้อผ้าออกเพื่อที่จะได้ไปอาบน้ำเข้านอนก็ต้องสะดุ้งตกใจจนเกือบจะร้องกรี๊ดออกมา เมื่อได้ยินเสียงเหมือนใครมาเคาะกระจกระเบียง ตอนแรกก็คิดว่าหูแว่ว แต่ตะแคงคอฟังอีกครั้งมันก็ชัดเจนว่าเป็นเสียงเคาะกระจกประตูระเบียง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“นา…”

“ไทเหรอ?”

“เปิดหน่อย”

“แป๊บหนึ่งนะ”

ถึงแม้ว่าจะตกใจ แต่พอนึกถึงเมื่อก่อนที่ไทชอบทำแบบนี้ก็อดจะคิดถึงขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ เวลาเขามีอะไรก็จะใช้วิธีปีนข้ามระเบียงกระโดดมาง่าย ๆ โดยให้เหตุผลว่าขี้เกียจเดินไปเข้าทางหน้าบ้าน เพราะยังไงระเบียงห้องเราก็ห่างกันไม่มาก คนตัวสูงแบบไทกระโดดแค่นิดเดียวก็ถึง

ฉันรีบหาชุดมาใส่ลวก ๆ แล้วรีบเดินไปเปิดม่านออกดู พบว่าตอนนี้เจ้าของเรือนร่างฮอต ๆ กำลังนั่งอยู่บนขอบระเบียงมือคีบบุหรี่เอาไว้ ถึงจะรู้ว่าน้องมันโตแล้ว แต่มันก็ไม่ค่อยชิน

“ไทมีอะไร?” ฉันเปิดประตูเลื่อนออก เลิกคิ้วถามร่างสูงที่ผุดตัวลุกขึ้นยืนเดินเข้ามาหา

“ไทขอเบอร์นาหน่อย ไลน์ด้วย” เจ้าตัวไม่พูดเปล่า แต่รีบส่งโทรศัพท์ของตัวเองมาให้ฉัน

“…”

“ยังไงไทก็จะกลับมาอยู่บ้านแล้ว เผื่อไว้ฉุกเฉินอะไรนาก็โทรเรียกไทได้ตลอด”

“เจ๊เกรงใจ…”

ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่กำลังทอดสายตามองมาอยู่ก่อนแล้ว ไทพ่นควันบุหรี่ไปอีกทางแล้วยกยิ้มมุมปาก สายตาที่มองมามันต่างออกไปจากเมื่อก่อนจนฉันสัมผัสได้ ตอนนี้ไทไม่ใช่น้องชาย แต่เป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง

“นาจะเกรงใจอะไร… ก็เราสนิทกัน…”

“…”

เป็นอีกครั้งที่ฉันพูดไม่ออกกับคำพูดราวกับจะมัดมือชกของเด็กบ้านี่

ริมฝีปากสวยกำลังคลี่ยิ้มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเห็นว่าฉันอยู่ในสถานะที่คงจะปฏิเสธอะไรไม่ได้

สุดท้ายก็เลยจำใจต้องให้ช่องทางการติดต่อไป… ถึงยังไงไทก็คงไม่ได้ทักหรือโทรมาหรอก… อาจจะแค่อยากเข้ามาทำความคุ้นเคยกันใหม่อีกรอบ เพราะยังไงเราก็เป็นเพื่อนบ้านกัน

“แล้วนา…”

“...”

“มีแฟนรึยัง?”

ฉันเงยหน้าขึ้นมองไทอีกครั้ง เราห่างกันไปนานจนเขาคงจะไม่รู้เลยว่าระหว่างที่เขาไม่อยู่บ้าน ตัวฉันเองมีแฟนที่คบกันมาได้จวนจะครบปีแล้ว ในสายตาไทก็คงยังมองเหมือนว่าฉันเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ทั้งที่ฉันอายุมากกว่าเขาตั้งสี่ปี คงเป็นเพราะรูปร่างหน้าตา รวมทั้งนิสัยขี้กลัวขี้ตกใจของฉันทำให้น้องมันไม่ค่อยจะเคารพกันเท่าไรนักหรอก

ยกตัวอย่างเช่น… ไทไม่เคยเรียกฉันว่าเจ๊ หรือ พี่ แต่จะเรียกสั้น ๆ

แค่ ‘นา’

“เจ๊มีแฟนแล้ว” ฉันบอกไปตรง ๆ พร้อมทั้งยื่นโทรศัพท์คืนให้เจ้าของ

“ตัวเล็กแบบนา…” ไทเลื่อนคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยลากสายตาสำรวจกันอย่างเปิดเผยจนฉันเผลอขยับตัวอย่างอึดอัด เจ้าตัวถึงได้เลื่อนสายตากลับมามองหน้ากัน

“เจ๊จะเข้านอนแล้ว”

“อือฮึ…”

“ไทกลับห้องไปได้แล้ว”

“อือฮึ…”

ฉันถึงกับเม้มริมฝีปากเมื่อเห็นว่าไอ้น้องชายข้างบ้านที่เมื่อก่อนไม่ได้กวนประสาทกันเท่าไร ตอนนี้ดูเหมือนจะกวนตีนขึ้นนิด ๆ ทั้งยังรอยยิ้มแบบนั้นก็อีก…

และเพราะทำตัวไม่ถูกฉันเลยตั้งท่าจะเลื่อนประตูปิดลง แต่มือของไทกลับคว้าขอบประตูเอาไว้ ใบหน้าหล่อเหลาคมชัดตัดกับผิวขาว ๆ โน้มลงมาจนสายตาเราอยู่ในระดับเดียวกัน ไททำท่าชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยบอก

“ไทว่านาต้องเปลี่ยนผ้าม่านนะ”

“…” ฉันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองสบนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่กำลังกวาดสายตามองหน้ากันในระยะประชิด เสียงกระซิบแผ่วเบาทว่าทำให้ฉันร้อนผ่าวขึ้นมาทั้งตัว...

“ผ้าม่านห้องนามันโปร่งแสง… ไทเห็นหมดเลย”

“!!!”

พระเจ้า! บอกทีว่าเมื่อกี้ฉันไม่ได้แก้ผ้าในห้องนอน!
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • CRUSH ON YOU พี่สาวครับ   บทที่ 91

    CRUSH ON YOUตอนพิเศษ 2 3 ไอ้ไนน์เรียกไปเล่นเกมที่บ้าน… เพราะไม่มีอะไรให้ทำ ผมก็สะบัดตัวออกจากผ้าห่มเดินออกไปที่ระเบียงเพื่อที่จะใช้วิธีปีนระเบียงข้ามไปบ้านข้าง ๆ แบบที่ชอบทำเป็นประจำ ก็ขี้เกียจจะไปเข้าทางประตูหน้ารั้วนั่นแหละ และเพราะทำแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร… คน

  • CRUSH ON YOU พี่สาวครับ   บทที่ 90

    CRUSH ON YOUตอนพิเศษ 1เจ็ดปีก่อน 1 “แดกข้าวยัง?” “ยัง แม่ไม่อยู่” “เจ๊นาทำข้าวเช้าไว้ให้ มึงเข้ามากินก่อนดิ” “…” ผมชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงอะไรออกไปมากกว่าการเดินตามคนที่เป็นเพื่อนสนิทมาตั้งแต่เด็กแบบไอ้ไนน์เข้าบ้านหลังที่อยู่ติดกันกับบ้

  • CRUSH ON YOU พี่สาวครับ   บทที่ 89

    “อืม… เดี๋ยวไว้กินข้าวเสร็จไปดูด้วยกันก็ได้” ฉันชำเลืองมองไทอย่างแปลกใจว่าทำไมตัวฉันถึงจะต้องไปดูด้วย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เรากินข้าวกันไปคุยกันไปเหมือนทุกวันไม่ได้มีอะไรต่างจากตอนที่ยังไม่แต่งงานเท่าไร แต่ที่ต่างคงเป็นเรื่องหัวข้อในการสนทนาเปลี่ยนเป็นอะไรที่โตขึ้นไม่ใช่แค่เร

  • CRUSH ON YOU พี่สาวครับ   บทที่ 88

    CRUSH ON YOUตอนที่ 44 สองปีต่อมา เราแต่งงานกันแล้ว… ตอนนี้ฉันกับไทแต่งงานกันได้ปีกว่าแล้ว และมีลูกด้วยกันหนึ่งคน แต่คนตั้งชื่อลูกกลับไม่ใช่ฉันหรือไทหรอก เป็นไนน์ต่างหาก… คุณป้าสมรกับคุณลุงรัตน์ย้ายไปอยู่บ้านที่เพิ่งซื้อมาเมื่อปีกลายได้สักพักแล้ว ตอนแรกก็ดูเหมือนว

  • CRUSH ON YOU พี่สาวครับ   บทที่ 87

    ไทหันมาเห็นกันก็ผุดตัวลุกขึ้นยืน เพราะต้องขับรถออกไปส่งกันเหมือนทุกวัน ไนน์มองมาเล็กน้อยแล้วก็หันกลับไป “แม่มาถึงกี่โมงอะเจ๊?” “เย็น ๆ นั่นแหละ ไม่ต้องออกไปไหนอีกล่ะ” “รู้แล้วน่า” “แล้วคุณลุงคุณป้ามาถึงวันนี้ไหม?” ฉันหันกลับมาถามอีกคนที่เดินนำออกไปนอกตัวบ

  • CRUSH ON YOU พี่สาวครับ   บทที่ 86

    CRUSH ON YOUตอนที่ 43 หลายเดือนต่อมา ในขณะที่ฉันกำลังงัวเงียตื่นเพราะถูกคนบางคนกวน แต่คนกวนดูเหมือนจะตื่นเต็มตามานานแล้ว เพราะนัยน์ตาสดใสที่กำลังเงยมองกันอยู่เป็นประกายวาววับ ผ้าห่มผืนหนาถูกสะบัดออกทันทีที่ฉันลืมตาขึ้นมอง ไทที่กำลังลากลิ้นเลียตรงกึ่งกลางร่างกายยังคงทำสิ่ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status