LOGINปลายลิ้นสากลากวนหัวถันยอดเกสรลุกชูชันเกินจะต่อต้าน แพรวเริ่มขยับหนีตามจริตจะกร้านด้วยเพราะรู้โดยสันดานว่าตัวเองก็สมยอม แต่ก็ต้องพยายามขัดเอาไว้หน่อยไม่ให้ฝ่ายนั้นคิดว่าง่ายเกินไป เธอกระเถิบตัวขึ้นไปพิงกับพนักวางแขนของโซฟา ครานั้นพีก็ยังตามขึ้นมาโดยการใช้คางพาดไว้บนเนินอก
.
“หนีทำไม?”
เขาเค้นเสียงถาม ลมหายใจร้อนผ่าวจนผิวเต้าเกร็งลุก
.
“…….”
แพรวไม่ตอบเธอเหลือบมองไปทางอื่น พลันใช้มือปิดบังหน้าอกตัวเองเอาไว้ ก่อนจะดันร่างอันบอบบางกระเถิบหนีขึ้นไปพิงกับพนักโซฟา
.
“กูไม่ให้มึงหนีหรอก มึงพลาดแล้วที่คิดจะยั่วกูอีแพรว!”
.
ร่างหนาโผขึ้นไปประกบ ชั่วเสี้ยวอึดใจสองกายก็กลมกลึงรวมเป็นหนึ่ง พีสอดแขนเข้าล็อคตัวแพรวเอาไว้ก่อนจะใช้เข่าดันลำตัวส่วนบนอันแน่นหนาทาบลงไปทับ ช่างรุนแรงผิดมนุษย์มนาแรงจนแยกไม่ออกว่าเขาคิดจะปล้ำหรือบ้าคลั่งกันแน่ ซอกคอเนื้อบางใสจึงโดดดูดเข้าอย่างจัง
.
“จ๊วบบบ!!!”
.
“อ่าาา~ พี.. อืม..ม..ม.. พี.. อือ..อ..อ~”
.
แพรวสยิวเสียวจนเผลอหลุดเสียงครางออกมา เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแพรหนวดแหลม ๆ ของเกย์คิงย์จะสร้างมธุรสแห่งกามกำหนัดได้มากถึงเพียงนี้ ทุกครั้งที่พีบี้บดธอจึงต้องพยายามหันคอเปลี่ยนมุม ให้จุดบอบบางได้รับอานิสงห์แห่งความเสียวได้ถ้วนทั่ว
.
สาบานได้ว่าโคตรจะมีความสุขเลย ร่างกำยำของพีรูปคลึงไปโดนส่วนไหนก็มีแต่ความล่ำ ยิ่งเขารุกล้ำแพรวยิ่งมีแต่ความฟิน แต่ทว่าใบหน้านี่สิที่แสนจะเรียบเฉย ต่อให้พีจะเลื้อยขึ้นมาเลียเข้าที่ซอกหูแพรวก็ยังคงทำเป็นเฉยชา เธอไม่หลุดเสียงครางออกมาอีกเลยนับจากครั้งแรกแถมยังเลือกที่จะนอนนิ่งเป็นท่อนไม้แข็งทื่อไร้ความรู้สึก
.
“ทำกูเลยสิ! อยากทำอะไรก็ทำพวกผู้ชายสารเลว!”
เธอประชด
.
“มึงไม่ต้องพูดหรอกกูเอามึงแน่อีแพรว!”
.
กระเทยควายถลกเสื้อออก ตามติดมาด้วยการปลดตะขอกางเกงด้วยความคล่องแคล่ว ไม่ถึงชั่วเคี้ยวหมากแหลกร่างอันล่อนจ้อนก็จู่โจมหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดราวกับปีศาจร้าย กิจกามนี้ไม่จำเป็นต้องยื่นกู้ แค่ชูขาให้สูงเข้าไว้อวัยวะแห่งความเป็นชายก็โยกย้ายทิ่มแทงแต้มสะสม
.
ดอกเบี้ยไม่ต้องคิด ค่าธรรมเนียมก็ไม่ต้อง แค่ทำเป็นเนียนเอากับเพื่อนได้นั้นก็แย่ยิ่งกว่าหมาตัวหนึ่งแล้ว พีร้องครางราวกับอยู่ในโรงฆ่าสัตว์ อวัยวะของเขาแหวกผ่านโพลงสวรรค์ด้วยน้ำหล่อเลี้ยงที่ปริ่มออกมาพอหลอมแหลม สิ่งนี้บ่งบอกว่าแพรวเองก็ไม่ได้มีอารมณ์เท่าไหร่ เธอขืนตัวเองไว้ นิ่งเงียบ จากจะเงี่ยนกลายเป็นเหลือเพียงความรังเกียจรังงอน
.
แพรวเหงื่อไคลเปรอะเปื้อนเต็มตัว อีกทั้งลำตัวก็ถูกจับโยนไปไหนต่อไหน หญิงสาวกำลังโดนประทุษร้ายโดยเจตนา หว่างขาของเธอถ่างอ้าร้อนวาบไปยันหัวหน่าวแถมยังแสบทรวงจวนจะทนมิอยู่ อีกนิดเดียวคงจะร้องให้พีหยุดกระหน่ำเป็นแน่ แต่ก็ทำไม่ได้เนื่องจากโดนริมฝีปากหนา ๆ โน้มลงมาประกบจูบซะก่อน
.
“จุ๊บ , จุ๊บ , จุ๊บ , จ๊วบบบ!”
.
“อ่าาา~ มึงเสร็จกูล่ะอีแพรว”
พีถอนปากออกมากระซิบที่ข้างหู โดยที่บั้นเอวยังคงทำงานเป็นแท่งปั้มไฮโดรลิค
.
“ช่างแม่งมึงสิ”
แพรวตอบกลับ ทั้งที่เหงื่อท่วมตัวปอยผมเปียก ๆ แปะเปื้อนแนบหน้าอก
.
“ปากดีนักนะมึง! หันหลังมา! อ้าาาา! เยส!!! , เร็ว! , กูบอกให้หันหลัง!”
.
“พรึบ!”
.
“ว๊ายยย!”
“พีอย่า! กูไม่ชอบท่านี้กูจุก!”
.
“เปรี๊ยะ!!!”
.
“โอ๊ย!.. อีพี.. ซีดดดด~!”
.
“เปรี๊ยะ!!!”
.
“อีเหี้ย! นั่นตูดกูนะ!”
.
“หึ! ตูดมึงก็เสร็จกูอยู่ดี กูจะล่อแม่งทั้งหน้าทั้งหลังเลย!”
.
จบคำพูดนี้สองเพื่อนซี้ก็ไม่มีบทสนาต่อกันอีกเลย กระบวนท่ารักกลายเป็นการด็อกกี้แบบสมบูรณ์แบบ น่มน๊มของแพรวพาดคาอยู่กับพนักพิงโซฟาดวงหน้าเธอแหงนเชิดขึ้นในทุก ๆ ครั้งที่พีกระแทกสวน เขาประกบหลังในท่าคุกเข่าใช้ฝ่ามือดึงรั้งกับหัวไหล่สาวเจ้า บางจังหวะก็ลามปามไปถึงการจิกผม
.
พีกระหน่ำสอดท่อนรักจนเนื้อตัวโยกโยน เสียงตุ๊บ ๆ ตั๊บ ๆ ทำเอาผมเผ้ากระเซอะกระเซิงเสียทรง หยาดเหงื่อหยดกระเซ็นช่านซัดใส่แผ่นหลัง ตัดภาพลงไปด้านล่างจะเห็นขาโซฟาโยกไปตามน้ำหนักตัว มันกระเถิบขึ้นหน้าทำระยะได้ 2 มิลิเมตรในทุกๆ ครั้งที่พีกระแทกดุ้น จากที่ตั้งอยู่กลางห้องหน้าจอทีวีบัดนี้ด้วยฤทธาของการบี้บด โซฟามหัศจรรย์ได้นำพาพีกับแพรวเขยื้อนมาจนจะชนกับผนังห้องฝั่งตรงข้ามอยู่รำไร แล้วถ้าหากก้มลงไปมองแล้วไซร้ เราจะเห็นหลักฐานเป็นรอยครูดลากยาวที่ทำกับพื้นอพาร์ทเมนท์
.
“แกร็ก ๆ , แกร็ก ๆ , แกร็ก ๆ , แกร็ก ๆ”
เสียงโซฟาร้องทรมานพอ ๆ กับคนที่กำลังทำเซ็กส์
.
โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ใกล้เสร็จกิจ การซอยยิกของมันยิ่งสั่นรัวยิ่งกว่าดิลโด้ที่ต่อกับไฟบ้านซะอีก พีหลับตาในขณะที่แพรวเองก็ด้วย เขาเกร็งจากขาไล่ขึ้นมาจนสุดลำ พลันพ่นน้ำกามอัดเขาใส่กลีบร่องแบบไม่เกรงใจ
.
“อ๊าาาาาาาาาา!!!”
.
“ปิ๊ดดดด!”
.
แพรวพุ่งตัวขึ้นหน้า ก้นของเธอสะบั้นสั่นสะท้านพลันโย้ขึ้นไปตามแรงกระแทก ทิ้งไว้เพียงมวลของเหลวยืดขาวที่หลากลงมาจากร่องเสียว หยดใส่โซฟาเกรอะกรัง
.
“แฮ็ก ๆ , แฮ็ก ๆ , แฮ็ก ๆ , เฮ้อ..!”
หญิงสาวหายใจหอบรัวเธอพาดใบหน้าเข้ากับพนักพิงโซฟา และทันทีที่แหงนขึ้นมาก็เจอเข้ากับผนังทึบตันไร้ซึ่งการหลบหนี ด้วยความสัตย์จริงว่าสีหน้าแพรวดูไม่ดีนัก อาจจะเป็นเพราะตกใจหนักไม่คิดว่าเพื่อนจะปล่อยในก็เป็นได้
.
“อีพี! อีเหี้ยเอ๊ย!”
เธอคิดในใจก่อนจะหลับตาลงทิ้งลำตัวส่วนบนเข้ากับพนักวางแขน แล้วหอบหายใจต่ออีกสักพัก
.
ตรงข้ามกับพีที่ถึงกับหมดสภาพ กระเทยควายหลับลงที่ด้านข้างแพรวเขาพาดลำตัวดำขลับลงติด ๆ กับเธอ แล้วก็มีการสบตากันอยู่แว็บหนึ่ง ก่อนที่เสี้ยวอึดใจต่อมาแรงโน้มถ่วงจะลากพีลงไปกองกับพื้นด้านล่างสลบไสล
.
“ตุ๊บ!”
.
“แพรวของมึงดีจริง กูยอมรับเลย”
ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วภาพก็ตัดไป พีหลับด้วยพิษของความเหนื่อย
.
“อีห่าแล้วมึงคิดว่ากูไม่เจ็บกับไอ้นั่นของมึงรึไง แฮ็ก ๆ , แฮ็ก ๆ เสือกแตกในเป็นอีก มึงมันไม่ใช่ตุ๊ดแล้วอีเวร!”
“เฮ้อ.. เหนื่อย..ย..ย..ย~!”
สาวเจ้าพลิกตัวเป็นนอนหงายยกขาเรียวขึ้นพาดกับพนักโซฟา วางศีรษะกับที่วางแขนจากตรงนี้พอมองลงไปแพรวยังเห็นกลีบร่องของตัวเองแดงเรื่ออยู่เลย
.
“เจ็บชะมัดอีเพื่อนเหี้ย!”
“วู่วววว.. เอาเป็นว่ากูขอนอนพักเป็นเพื่อนมึงก่อนล่ะกัน”
.
หลับตาลงอีกครั้งซึ่งคราวนี้ก็ทำให้ทั้งคู่หลับไหลกันไปเลย แพรวนอนบนโซฟาล่อนจ้อนพีเองก็ล่อนจ้อนเช่นกันแต่แผ่หลาอยู่บนพื้น นี่มันคือการได้กันประเภทไหน จะว่าฝืนก็ไม่ใช่จะว่าเต็มใจก็ไม่เชิง ความสัมพันธ์ของพวกเขาเมื่อเพื่อนได้กับเพื่อนแล้วจะมองหน้ากันติดอยู่หรือเปล่า?
.
ร่องรอยจากขาโซฟาที่กรีดร้าวพื้นกระเบื้องที่ครูดจนแทบจะแตกเป็นเสี่ยง แพรว , พี , มิวท์ , เปรม , พวกเขาอาจจะร้าวกันขนาดนี้แล้วก็ได้ (แค่ยังไม่รู้ตัว)
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







