LOGIN“แกร๊ก! ๆ , แอ๊ดดด!”
.
ดูท่าจะไม่ทันการณ์ซะแล้ว เพราะทันทีที่สายถูกตัดไปประตูไม้หน้าบ้านก็อ้ากว้างออกแทบจะทันที หญิงสาวผงะหงายหลังให้แก่ชายร่างโย่งคนหนึ่ง ที่แม้จะเคยเห็นหน้ากันมาแล้วหนหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่การพบกันแบบประจันหน้าสองต่อสองในลักษณะนี้ แพรวจึงพยายยามเลี่ยงด้วยการชูโทรศัพท์ขึ้นมาประกบนาบกับสองฝ่ามือ แล้วผงกหัวไหว้ไปแบบส่ง ๆ พอเป็นพิธี
.
“สะ.. สวัสดีค่ะคุณพ่อ.. พอดีหนูว่าจะมาหาพีแต่ตอนนี้เหมือนมันจะไม่อยู่?”
.
“อะ.. แฮ่ม.. ม.. ม.. อืม พีไม่อยู่จริง ๆ นั่นแหละ ว่าแต่เธอเป็นใคร? ฉันไม่เห็นจำได้ว่าเราเคยรู้จักกัน.. อืม.. ม.. ม..”
เสียงอู้อี้ในลำคอซุ่มเสียงสำเนียงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเมาเต็มขั้น นี่ถ้าไม่ได้วงกบประตูค้ำไว้ล่ะก็ป่านนี้พ่อของพีคงล้มกระเท่เร่ไปแล้ว
.
“คือหนูเป็นเพื่อนพีค่ะ.. เราเคยเจอกันครั้งหนึ่งแล้วตอนที่พ่อมาเคลียร์กับด่านตรวจโควิดให้ แต่ถ้านึกไม่ออกก็ไม่เป็นไรนะคะคือหนูจะกลับแล้ว บังเอิญมีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย ขอโทษที่มารบกวนจริง ๆ ค่ะคุณพ่อ..”
โน้มตัวลงสนทนาอย่างสุภาพอ่อนน้อม และต่อให้เบื้องหน้าจะเป็นไอ้ขี้เหล้าเมายาแต่อย่าลืมกันสิว่าถ้านับตามศักดิ์แล้วล่ะก็ เขาคนนี้ก็คือพ่อผัวเธอเลยทีเดียว แพรวไม่มีทางผละตัวออกไปแบบไม่มีสัมมาคาราวะหรอก ถ้าไม่โดนแตะเนื้อต้องตัวซะก่อน!
.
“หมับบบ!”
.
“อุ๊ย!”
.
“เฮ้!.. เดี๋ยวเซ้!.. จะรีบไปไหนล่ะสาวน้อย! เธอต้องเป็น Grab ส่งอาหารที่ปลอมตัวมาแน่ ๆ อื้มมม.. ม.. ม.. อั๊ก.. ก.. ก.. ฉันจำชุดยูนิฟอร์มได้ ถึงตอนปกติมันจะไม่อูมตูมเบิ้ม ๆ นมเป็นนมแบบนี้ก็เถอะ ฮั่ว.. ฮ่า.. ฮ่า.. ฮ่า”
.
เป็นเรื่องจริงที่คุณพ่อจำแพรวไม่ได้สักนิด ทรวดทรงสุดสะบึมของเธอล้วนถูกปกปิดไว้ด้วยเสื้อผ้าตัวใหญ่ที่หยิบแบบมั่วซั่วมาจากห้องของพี แต่ก็มิวายอำพรางอะไรได้สักเท่าไหร่ มิหนำซ้ำตอนนี้หน้าสวย ๆ ของเธอก็ยังมาอยู่ใต้หน้ากากครอบแก้วรูปร่างคล้ายหมวกกันน็อคซะอีก ก็เลยไม่แปลกที่คนแก่เมา ๆ จะมาทำลามกใส่
.
“หืมมม.. ”
“ฉันจำได้แล้วล่ะ! ว่าฉันสั่งกับแกล้มเป็นชุดเอ็นไก่ทอดไป ก็ไม่คิดนะว่าคนที่มาส่งจะเป็นสาวสะโพกใหญ่ที่น่าตีก้นสักป๊าบ! อั๊ก.. ก.. ก.. อืมมม.. ม.. ม.. ม..”
"ซูดดดด! หอม.. ม.. ม.. ม.. ตัวหอมดีจัง.. ง.. ง.. ง.."
.
“ไม่นะคะคุณพ่อ! ไม่ใช่หนู! เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว ปล่อยมือหนูเถอะค่ะได้โปรดเถอะ”
“กรี๊ดดดดด! อย่าค่ะคุณพ่อ!”
.
ลมโชยโบยลำตัว ฤทธิ์ความเมาบวกกับความหื่นในหัวทำให้คุณพ่อหน้ามืด แกไม่สนดินสนฟ้าอะไรทั้งสิ้น ต่อให้ด้านนอกจะละม้ายคล้ายพายุเข้าแกก็ไม่สนใจ ไวรัสห่าเหวอะไรล่ะ พายุฝนปนกับเชื้อร้ายจะขยายอาณาเขตเพิ่มเติมยังไง ก็ไม่ใช่กงการอะไรของแก พ่อของพีรู้แค่ว่าต้องดึงนังหนูนี่เข้ามาในบ้านให้ได้ กลิ่นกายสาปสาวนั่นทำให้แกฉุดคิดถึงใครบางคน
.
“ฉันไม่ทำอะไรหรอกน่าาา.. เข้ามาก่อน.. แค่นั่งคุยกันเอง ฉันบวกทิปค่าเสียเวลาให้ด้วยก็ได้ คิดซะว่าเป็นบริการเสริมที่รู้กันแค่เราสองคนไง!”
.
“ก็บอกแล้วไงคะว่าหนูไม่ใช่ Grab หนูเป็นเพื่อนลูกคุณนะ! ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้!”
“ไม่งั้นจะกรี๊ดให้คนช่วยจริง ๆ ด้วย!"
.
จากที่ฝนทำท่าเหมือนจะตั้งเค้า จู่ ๆ ฟ้าก็ผ่าโครมลงมาฉาดใหญ่ บรรยากาศสลัวเทาขึ้นมาอย่างน่ากลัว ย้อมทุกสิ่งรอบตัวให้เต็มไปด้วยแรงกดดัน ถึงคราวที่แพรวจะต้องสู้กับวิกฤตบ้าง อสุจิคนเป็นลูกยังไม่ทันฝังตัวจะมาโดนของพ่อเข้าไปสมสู่อีกก็กระไรอยู่ หล่อนจึงดิ้นลนอย่างสุดกำลัง ทั้งสะบัดทั้งตีทั้งตบ เกิดเป็นการยื้อยุดฉุดกระชากที่พอจะสู้กันไหว
.
เพราะคนเมาก็ไม่ต่างจากคนพิการ ลำพังยืนยังลำบากเรี่ยวแรงของแพรวจึงพอจะงัดได้ ฝนเริ่มลงเม็ดถี่รัวฟ้าคำรามน่ากลัวถี่ขึ้น แล้วยิ่งเป็นแบบนี้การจะตะโกนเรียกใครให้ช่วยยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย ต่างคนต่างเห็นแก่ตัวที่จะเอาตัวรอด โควิดโดนฝนมีแต่จะซึมเข้าผิวหนังได้ไวกว่าปกติ บรรดาเพื่อนบ้านก็เลยพากันเก็บตัวเงียบ มิหนำซ้ำบางหลังยังถูกปล่อยทิ้งร้าง เนื่องจากชาวเมืองต่างพากันอพยพออกจากเมืองหลวงกันไปหมด
.
“โครมมม! , โครมมม! , ครื้มมม! , โครมมม!”
.
“กรี๊ดดดดด!!!”
“นี่ฉันควรจะกลัวอะไรก่อนดีเนี่ยะ! ช่วยด้วยค๊าาา! ช่วยหนูด้วยมีคนจะข่มขืนหนู!”
“กรี๊ดดดดด!!!”
.
เป็นเสียงกรีดร้องที่สะท้อนมุมตึกแต่ก็ไม่สามารถส่งไปถึงใครได้ แพรวเอี้ยวตัวกลับหลังเพื่อเช็คดูท้องถนนที่แต่ก่อนเคยมีวินวิ่งอยู่บ้าง มันคือพาหนะที่มาส่งเธอ แต่ตอนนี้กลับมีเพียงหลักเสาไฟสามถึงสี่ต้น แล้วก็ชุมสายด้านบนที่วูบไหวไปตามแรงลมที่กระหน่ำพัด
.
ไม่เว้นแม้กระทั่งบ้านไม้หลังนี้ที่โดนหางเลขไปด้วย มันตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ระหว่างความทันสมัยของตึกแถวด้านข้าง เป็นบ้านชั้นเดียวที่ทั้งผุแล้วก็พัง สนามหญ้าด้านข้างเต็มไปด้วยความรกชัฏอันขาดการดูแล ที่ด้านหลังกระบะบุโรทั่งคันเดิมที่เคยบึ่งไปช่วยพวกเด็ก ๆ ยังคงจอดแน่นิ่ง แพรวแทบคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าพ่อของพีเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ได้ยังไง คุณลุงหน้าโหดจิตใจดีที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ลูก ๆ รอด ทำไมถึงหื่นขนาดนี้เพียงแค่ก๊งเหล้า
.
ประตูหน้าต่างส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดหลอกหลอน พวกมันถูกลมพัดเพราะไมได้ลงกลอนแต่ก็ต้องยอมรับว่าโควิดจากฝน ก็กำลังกัดกินพวกมันอยู่เช่นกัน!
.
“เห็นไหม?! รีบเข้าไปข้างในกับฉันเดี๋ยวนี้ก่อนเราจะติดเชื้อ!”
คุณพ่อร้องเตือน ทั้งที่ร่างกายซวนเซหวิดจะล้ม
.
“ไม่ค่ะ! จะเป็นจะตายก็ไม่เข้าเด็ดขาด! หนูมีหน้ากากกันเชื้อหนูไม่กลัวหรอก”
“ลุงนั่นแหละปล่อยหนูซะที แล้วก็เข้าไปหลบข้างในได้แล้วถ้าไม่อยากตาย คนแก่ติดเชื้อง่ายกว่าวัยรุ่นไม่เคยดูข่าวเหรอคะ!”
พูดไปพลางสะบัดแขนหลุดพรวด
.
ชั่วเสี้ยวอึดใจนั้นนักศึกษาสาวคิดจะกระโดดถีบลุงขี้เมาให้ล้มหงายท้องด้วยซ้ำ เขาเมาจนแทบจะไม่สามารถประคองตัวเองได้แล้ว ดวงตาแดงก่ำยืนโซซัดโซเซหายใจออกมามีแต่กลิ่นแอลกอฮอล์ ก่อนที่สักพักแกจะทรุดตัวลงไปเอง ณ บริเวณวงกบหน้าประตูบ้าน
.
“ตุบ!"
.
“แอ๊ก.. ก.. ก.. ก.. อั๊ก.. ก.. ก.. อืม.. ม.. ม.."
"ไม่เข้ามาด้วยกันจริง ๆ เหรอ? ในบ้านฉันปลอดภัยกว่าที่เธอคิดมากนะสาวน้อย?”
กวักมือไหว ๆ สภาพไม่ต่างจากคนชราขาดความอบอุ่น
.
“ไม่ค่ะลุง ลุงเลิกยุ่งกับหนูเหอะ หนูไม่อยากทำร้ายร่างกายพ่อเพื่อน”
.
“แต่ฉันหวังดีนะ ทำไมถึงมองโลกในแง่ร้าย?”
.
“ก็ลุงดูชั่วร้ายไงคะหนูไว้ใจลุงไม่ได้หรอก บ้านหลังนี้แข็งแรงซะที่ไหนดูที่หน้าต่างบานนั้นสิ? มันยุ่ยจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมแล้ว!”
.
ชายสูงวัยหันตามโดยพลัน แน่นอนว่าบางส่วนของบ้านก็มีความสึกหรอจากโควิดไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้เว่อร์จนตรงกับที่แพรวบอก แล้วพอเจ้าตัวผินหน้ากลับมาก็พบว่าเด็กสาวได้กระชับหน้ากากครอบแก้ว แล้วก็เดินตากฝนออกไปจากตัวบ้านไปเป็นที่เรียบร้อย หุ่นเธอยังคงเซี้ยะตูดกลม ๆ ดิ้นดุ๊กดิ๊กน่ารัก ประกอบกับรูปทรงของหน้ากากครอบแก้วที่คล้ายกับหมวกกันน็อค จากด้านหลังตรงนี้ก็เลยยิ่งทำให้พ่อของพีนึกถึงใครบางคนขึ้นมามากกว่าเก่า ถึงตัวเองจะโดนหลอกแต่ก็เต็มใจให้เด็กมันหลอก ไม่ได้โกรธเคืองอะไรเลย
.
ตัดภาพกลับมาเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First person) ระหว่างที่เดินแบบเริ่ด ๆ เชิด ๆ ออกมาในอารมณ์ของผู้ชนะ แต่แล้วแพรวก็รับรู้ได้ถึงความไม่ปกติ เมื่อระดับโอโซนลดลงอย่างฮวบฮาบจนตัวเลขสถานะขึ้นเป็นสีแดงเถือก มิหนำซ้ำตัวเลขบอกเวลาตรงมุมบนด้านขวาก็ระบุว่า เหลือเวลาอีกแค่ 1 นาทีกับอีก 30 วิเท่านั้น หน้ากากจะหมดอายุ!
.
“ชิบหายแล้ว! ต้องเป็นเพราะเราตกใจมากแน่ ๆ อากาศบริสุทธิ์ข้างในเลยลดระดับเร็ว”
“แล้วนี่ก็เกือบ 3 ชั่วโมงมาแล้วด้วย นับตั้งแต่ที่เราสวมเจ้านี่มาจากตู้อัตโนมัติ"
"บ้าเอ๊ย! ดันลืมไปซะสนิท!”
.
ท่ามกลางฝนที่ลงเม็ดหนาตา พายุกำลังมาไวรัสกัดกินทุกอย่าง เสริมแรงด้วยตัวกลางอย่างน้ำที่แทรกซึมไปได้ทุกที่ แพรวหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าบ้าน ถนนแปดเลนโล่งและว่าง ฟ้าผ่า “โครมมมมมม!!!” และเธอโคตรจะกลัว!
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







