เข้าสู่ระบบม่านควันจางหายไปคล้ายลมหมอก ทุกอย่างขาวโพลนประหนึ่งชายหนุ่มหญิงสาวที่จูงมือกันในงานวิวาห์สมรส ทว่าตอนนี้กลับไม่ใช่แบบนั้น พีกระเสือกกระสนดึงศีระตัวเองออกมาจากเครื่อง ฝ่าเท้าของเขาประทับแนบกับพื้นคอนกรีตฟุตบาทได้อย่างมั่นคง แม้จะยังมึนหัวอยู่สักหน่อย
.
ทัศนวิสัยค่อย ๆ ปรับชัดขึ้นทีละนิด ในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First person) ด้านในหน้ากากครอบแก้วจะมีตัวเลขแสดงค่าความเข้มข้นของโอโซนอยู่ตรงมุมบนด้านขวา ซึ่งจะแทนค่าความบริสุทธิ์ด้วยเฉดสีและตอนนี้มันก็เป็นสีฟ้าน้ำทะเล บ่งบอกว่าภายในหน้ากากทรงหมวกกันน็อคอันนี้คือสะอาดสุด ๆ เชื้อโรคสักตัวก็เข้ามาไม่ได้ เสียอย่างเดียวตรงที่มีกำหนดระยะเวลานับถอยหลังอยู่
.
“ติ๊ก! , ติ๊ก! , ติ๊ก! , ติ๊ก! , ติ๊ก!”
.
“ฟืดดด.. ด.. ด.. ด.. ด , ฮืดดด.. ด.. ด.. ด , ฮาดดด.. ด.. ด.. ด”
พีเร่งสูดลมหายใจโดยพลัน
.
“ชิ! นี่แหละธุรกิจ! นี่แหละโลกแห่งทุนนิยม! ถ้าใช้ซ้ำได้บริษัท AP ก็คงไม่รวยระเบิดระเบ้อขนาดนี้ ฉันล่ะอิจฉาเธอจริง ๆ เลยมิวท์ รวยขนาดนี้ทำไมถึงเอากับแฟนเพื่อนได้นะ!”
คิดในใจไปพลางโดยไม่ฉุดคิดสักนิดว่าตัวเองก็เพิ่งผ่านการมีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนมาหยก ๆ พีเร่งอ้าปากงับเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปให้ได้คราวละมาก ๆ
.
ด้วยความสัตย์จริงว่านาทีนี้เจ้าตัวไม่จำเป็นต้องรีบอะไรอีกต่อไป เพราะทันทีที่ใส่หน้ากากครอบแก้วเขาก็ไม่ตกเป็นเป้าสายตาของใครอีก กระเทยควายกลายเป็นเพียงชายคนหนึ่ง รูปร่างทรวดทรงอย่างเขาถ้าไม่ใช่คนที่รู้จักกันจริง ๆ ก็คงไม่มีใครมองออกหรอกว่าเขาคือหนึ่งในสาวประเภทสอง
.
ความสยองกึ่งลุ้นระทึกจึงหายไปในบัดดล พีเดินเตร็ดเตร่ได้อย่างชิวขาโดยที่ทีมแพทย์ต่าง ๆ นา ๆ ไม่มีใครสนใจเขาเลย บรรยากาศรอบตัวดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเสียงระเบ็งเซ็งแซ่ก็ยังคงอยู่ พีมองทะลุหน้ากากครอบแก้วออกมาก็ยังเห็น LGBTQ+ อีกหลายคนโดนกระชากขึ้นรถ มีการกระทบกระทั่งให้เห็นดาษดื่น มีการลงไม้ลงมือด้วยตาข่ายดักสัตว์ , ปืนช็อตไฟฟ้า , ไม้กระบอง และสารพัดความรุนแรง
.
“ช่างแม่งเถอะ! ยังไงซะเราก็ต้องรีบติดต่ออีแพรว"
"ไม่รู้ป่านนี้จะลงแดงตายไปรึยัง ข้อความเป็นพันที่มันส่งมาเหมือนจะเป็นห่วงเรามาก”
“หืม.. ม.. ม..”
“ไหนดูซิ.. มีอะไรบ้าง?”
.
กระเทยหนุ่มหลุบสายตาลงมองหน้าจอ มุมมองผ่านหน้ากากครอบแก้วนับว่าเป็นอะไรที่ลำบากมาก แต่ครั้นจะถอดมันออกก็ใช่เรื่อง สอดคล้องกับการที่ตัวเลขโอโซนบนมุมขวาที่ลดลงเรื่อย ๆ นาฬิกาจับเวลานับถอยหลังไม่ยอมหยุด ประเดประดังหลายอย่างรวมกันทำให้พีตัดสินใจออกวิ่งมันซะดื้อ ๆ
.
“ไม่ไหวอ่ะกว่าจะอ่านข้อความครบโอโซนคงเป็นศูนย์ ฉันว่าฉันวิ่งไปหามุมเงียบ ๆ โทรคุยกับอีแพรวเลยดีกว่า อย่างน้อยก็แจ้งมันสักหน่อยว่าเราปลอดภัยแล้วไม่ต้องเป็นห่วง!”
.
คิดได้ดังนั้นฝ่าเท้าก็โรมรันวิ่งพล่าน โทรศัพท์ถูกกำอยู่ในมือจนกระทั่งผ่านไป 5 นาทีพีก็มาหยุดลง ณ ซอกตึกแคบ ๆ แห่งหนึ่ง สองฟากฝั่งเงียบสนิทมีเพียงฝาผนังกับหมาตัวหนึ่ง แล้วก็ถังขยะใบโตที่ปิดกั้นบังสายตาของคนข้างนอกเอาไว้ ไม่รอช้าพีจัดแจงต่อสายหาเพื่อนสาวทันที
.
“ตู๊ดดด.. , ตู๊ดดด.. , ตู๊ดดด.. ”
เสียงสัญญาณดังยังไม่ถึงสามทีฝั่งโน้นก็กดรับ
.
“กึก”
.
/อีพี! , อีเหี้ย!!! , มึงเป็นไงบ้าง? , มึงอยู่ไหน?! , เค้าทำอะไรมึงรึเปล่า?! , กูเห็นคนโดนจับเป็นร้อยเลย?! /
.
/เฮ๊ยมึงใจเย็นก่อน.. กูปลอดภัยดี พูดช้า ๆ หน่อย/
.
/จะช้าได้ไง! กูโทรหามึงมึงแม่งปิดเครื่องใส่กูอ่ะ! กูก็นึกว่ามึงกำลังแย่!/
.
/อ่า.. ก็เกือบแย่จริง ๆ นั่นแหละ/
.
/แล้วข้อความทำไมไม่ตอบอีห่า จากข้อความสุดท้ายจนถึงตอนนี้แม่งเป็น 10 นาที คนเขาเป็นห่วงนะเว่ย! กูไม่เหลือใครแล้วนะพี กูมีมึงแค่คนเดียวอีบ้า!/
.
/เฮ๊ย! กูก็ปลอดภัยแล้วไงถึงได้โทรมาบอกเนี่ยะ มึงอย่าพูดงั้นสิกูจะร้องไห้ /
/แต่จริงของมึงว่ะแพรว! หมอพวกนั้นแม่งตั้งใจจะเล่นงาน LGBTQ+ ชัวร์ ๆ กูรู้สึกได้/
.
/หมาแมวมันก็ไม่เว้นเหอะ! ไม่อยากจะโม้!/
.
/เหี้ย! จริงดิ?/
.
/เออ.. กูเห็นกับตา! กูถึงได้พยายามจะช่วยมึงนักหนาไง แต่ปัญญากูก็มีแค่นี้กูพยายามจะโทรหาเพื่อนหาครูบาอาจารย์แล้ว แต่ก็ไม่เหลือใครอยู่ในเมืองหลวงเลย พอจะติดต่อหาตำรวจพวกเขาก็คงอยู่ข้างเดียวกับพวกหมออยู่ดี เผิน ๆ จะซวยทำให้มึงโดนจับตัวเร็วขึ้นกว่าเก่า กูทำเพื่อมึงจริง ๆ นะขนาดยาคุมกำเนิดของกู ๆ ยังไม่แคร์เลย/
.
/โถ.. อีแพรวผู้น่าสงสาร/
.
/นี่มึงประชดกูเหรอ?!/
.
/เปล่า ๆ ! แค่อยากให้มึงผ่อนคลายลง เอาเป็นว่ามึงหยุดช่วยกูได้แล้วตอนนี้ทุกอย่างโอเคแล้ว ด้วยมันสมองอันชาญฉลาดของกูทำให้กูหลุดออกมาจากสถานการณ์วิกฤตได้ กูใส่หน้ากากครอบแก้วไว้แล้วด้วย ไม่มีใครรู้หรอกว่าตัวตนที่แท้จริงของกูเป็นใคร มึงไม่ต้องห่วงนะแพรวไปหายาคุมกินซะ ชักช้าประเดี๋ยวกูจะกลายเป็นพ่อเด็ก/
.
/อีเวร! ยังมีอารมณ์มาแดกดันอีก คนเขาอุตส่าห์เป็นห่วง/
.
/เหอะ ๆ ตอนนี้กูอยู่มุมถนนบล็อค 12 มึงอยู่ไหนกูจะเข้าไปหา?/
.
จบคำพูดนี้จู่ ๆ ก็เหมือนสัญญาณจะถูกคลื่นแทรก เสียงจากปลายสายขาดหายเป็นช่วง ๆ พีได้ยินแพรวไม่ชัดเจนจนเขาต้องยกสมาร์ทโฟนออกจากหูแล้วสะบัด ๆ พลางเดินออกไปจากซอกตึกเพื่อรับสัญญาณใหม่
.
/เฮ้! ว่าไงล่ะ! ได้ยินกูไหมเนี่ยะ? ทำไมเงียบไปล่ะแพรว.. เฮ้!/
.
“ครืดดด.. ด.. ด.. ด.. , ครืดดดดดด…ด…ด…ด , ซ่าาาาา!!! , ซู่! , ซ่าาาาา!”
.
/พี?/
/พูดไปมึงต้องไม่เชื่อกูแน่/
.
สัญญาณกลับมาแล้วแต่น้ำเสียงแพรวเหมือนไม่ปกติ มันแผ่วเบาอย่างแปลกประหลาด คล้ายกับคนที่ทำความผิดแล้วขาดความมั่นใจ
.
/อะไร?! , มึงอยู่ที่ไหนบอกมาเร็ววว!/
.
/เอิ่ม.. ม.. ม คือ/
/ก็กูติดต่อใครไม่ได้.. ตำรวจก็ช่วยไม่ได้.. มิวท์ก็ไม่ถูกกัน.. กูไม่เห็นใครเลยที่จะช่วยมึงได้นอกจาก../
/พะ…/
.
/แพรว! อยากบอกนะว่ามึง?/
.
/อืม..ม..ม กูอยู่หน้าบ้านมึง กูมาตามพ่อมึงไปช่วยแล้วกูก็กดออดหน้าบ้านไปแล้วด้วย/
.
/เย็ดแม่ง! ชิบหายแล้ว!/
/เขาเมารึเปล่า?!/
.
/ไม่รู้สิแต่ฟังเสียงจากเครื่องอินเตอร์คอมหน้าบ้านแล้ว ก็อ้อแอ้อยู่.. /
/ฮัลโหล! , พี! , พี! , อีพี! , มึงฟังกูอยู่เปล่า? เสียงอะไรอ่ะดังตุบ ๆ !/
.
“ตุบ! , ตุบ! , ตุบ! , ตุบ! , ตุบ!”
.
จะเสียงอะไรซะอีกล่ะนอกจากเสียงฝีเท้าของพีที่ต้องออกวิ่งเป็นการด่วนอีกครั้ง เขาแทบไม่อยากจะจินตนาการว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเด็กสาวหุ่นเซี้ยะมายืนอยู่ต่อหน้าบิดาผู้เมามายในรสวิสกี้
.
/มึงรีบออกจากบ้านกูเดี๋ยวนี้แพรว! , เร็วววว!!! /
/กูกำลังหารถแว๊นเข้าไป กูขอร้องล่ะรีบออกจากบ้านกูให้เร็วที่สุดเลยนะ!/
.
ตะคอกใส่จอคอแทบพัง อะไรที่ทำให้พ่อน่ากลัวขนาดนั้น พีทำเหมือนวิกฤตการณ์ได้ย้ายข้างไปเล่นงานแพรวซะแล้ว
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







