Mag-log in“หนูวิวเจ้าขา…” เสียงของแม่ร้องเรียกเสียก่อน
“เจ้าขาคุณแม่” แม้ว่าจะกลัว แต่ก็ต้องขานรับ ไม่เช่นนั้นจะเจ็บกว่านี้
“รอบหน้าต้องไม่ทำให้แม่ผิดหวังนะเจ้าคะ หนูวิวเจ้าขาของแม่…” แม่เดินมาหอมที่กลางหน้าผากของฉันอย่างเอ็นดู
“เจ้าค่ะคุณแม่” ฉันฝืนยิ้มให้แม่ ไม่ยิ้มไม่ได้ ต้องยิ้ม
ต่อจากนั้นแม่จึงเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม แม่บ้านจึงรีบพาฉันเดินออกจากห้องของแม่ ก่อนที่แม่จะเปลี่ยนใจ
“เจ็บมากใช่มั้ยคะคุณหนู” แม่บ้านร่างท้วมใหญ่วางฉันลงที่เตียงนอน ฉันไม่ได้โต้ตอบอะไรออกไป แค่รอยแผลก็เป็นคำตอบได้แล้ว
“ขออนุญาตนะคะคุณหนู” เสื้อผ้าของฉันถูกตัดออกด้วยกรรไกร ฉันนอนคว่ำเนื่องจากต้องรักษาแผลที่แผ่นหลัง
“แสบหน่อยนะคะคุณหนู” เครื่องสมุนไพรที่ถูกตระเตรียมถูกนำมารักษาร่างกายของฉัน มันปวดแสบมากจริง ๆ
แต่ฉันจะต้องอดทนแม้ว่าการรักษาจะเจ็บแสบ ไม่เช่นนั้นแม่บ้านจะถูกลงโทษไปด้วย ถูกลงโทษเพราะแผลของฉันไม่หายยังไงล่ะ
แม่บ้านได้รับคำสั่งต้องดูแลผิวกายของฉันให้ขาวผ่องยองใยไร้รอยขีดข่วน ไม่ว่าจะโดนทำร้ายเช่นไรก็ต้องทำให้เป็นปกติที่สุด
ที่บ้านเป็นผู้รากมากดีมานานนมแล้ว ที่นี่มีแต่คนเก่าคนแก่ รู้เรื่องสมุนไพรยาดีที่มีสรรพคุณรักษาหายในเร็ววัน
แผลกายรักษาหายด้วยยาวิเศษ แต่แผลใจต่อให้ยาดีเท่าไหร่ก็ไม่มีทางหาย
ชื่อของฉันคือ ‘วาธิตา คงสมทรัพย์’ นามสกุลนี้ใช้มาตั้งแต่เกิด แต่มีเหตุให้ต้องเปลี่ยนเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ชื่อของฉันจึงมีนามสกุลตระกูลผู้ดีเก่าแก่พ่วงตามมา
นามสกุลที่ฉันไม่อยากจะได้สักนิด
“โทรศัพท์ค่ะ” แม่บ้านคนหนึ่งยื่นโทรศัพท์อีกเครื่องมาแนบที่หูให้ฉัน
คนในสายคือใครฉันพอจะคาดเดาได้ เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยเช่นกัน
ฉันแนบโทรศัพท์ที่ข้างหู ไม่ได้ส่งเสียงให้ปลายสายรับรู้
แต่เขาน่ะรู้ว่าฉันฟังอยู่
(รู้สึกยังไงกับการที่ไม่ได้ถูกเลือก) ดังเช่นคำถามนี้ที่ฉันมักได้ยินเป็นประจำ
“สะใจพี่แล้วใช่มั้ย” เสียงของฉันแหบแห้ง ถ้าคนไม่รู้ก็จะคิดว่าฉันเสียใจที่ถูกผู้ชายทิ้ง ทั้งที่ความจริงฉันเสียใจที่โดนแม่ลงโทษต่างหาก
(ก็...เล็กน้อย) เขาพูดวลีนี้ประจำ ต่อจากนั้นก็จะกดวางสายไปดื้อ ๆ
เขาคือเจ้ากรรมนายเวรที่มาในรูปแบบแฟนเก่า เขาเป็นแฟนเก่าที่ฉันเคยรัก
แต่เดี๋ยวนี้รักไม่ได้ ห้ามรัก ห้ามรู้สึก
และรักไม่ลง
เขา (เคย) เป็นผู้ชายที่น่ารัก
เขา (เคย) เป็นผู้ชายอ่อนโยน
เขา (เคย) เป็นคนที่รักฉัน
เขา (เคย) จะตายเพื่อฉัน
เขา (เคย) กอดขาอ้อนวอน
เขา (เคย) ร้องไห้เพื่อฉัน
เขา (เคย) เป็นของฉัน
แต่วันนี้เขาตรงข้ามทุกอย่างที่พูดมา
ฉันไม่ได้เจอเขามาเนิ่นนานหลายปีแล้ว ตั้งแต่หันหลังให้เขาในวันที่ฉันทิ้งเขาให้นั่งร้องไห้ พร้อมเลือดสีแดงสดไหลออกจากแขนของเขา ในวันนั้นฉันคิดแค่ว่า ‘ถ้าเขาจะตายก็เรื่องของเขา’
แต่แล้วเขาก็ไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองตายไงคะ
หลังจากนั้นมามีเพียงเสียงที่ผ่านโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาเบอร์โทรของพ่อฉัน เขาจะคอยโทรมาตอกย้ำสมน้ำหน้าฉันในเวลาที่ฉันโดนเขี่ยทิ้ง
‘รับรู้รสชาติของการไม่ถูกเลือกหน่อยเป็นไง’
นั่นคือวลีเมื่อหลายปีมาแล้วหลังจากที่ฉันเริ่มต้นคบคนใหม่ วลีนั้นมันคือจุดเริ่มต้นของความเจ็บปวด
และนับจากนั้น…ฉันก็โดนทิ้งมาตลอด
[END VIEW]
“ต้องบอกว่าพูดจนกว่ากูจะตายครับไอ้ห่าทิว” เคลิ้มตอบและเบนสายตามามองฉัน “วันนี้สวยนะเนี่ย”“อย่ามามองวิว” พี่ทิวดันตัวฉันให้ยืนหลบด้านหลัง“ทำหวงไอ้ห่า” เคลิ้มบิดยิ้มกวน“แก่ทั้งคู่แล้วยังทะเลาะอะไรกันอีกนะครับ พวกเฮียนี่เมื่อไหร่สมองจะโตกันน้า” นาฟขับรถเข้ามาจอดและรีบลงมาจากรถ จากนั้นก็ส่ายหน้าใส่พี่ทิวกับเคลิ้ม“หึ” พี่ทิวกับเคลิ้มส่งเสียงพร้อมกัน“ไงเรา” พี่ทิวเอ่ยทักคู่หมั้นของนาฟ เธอยิ้มเล็กน้อย แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือบางทีนี่อาจจะไม่ใช่รอยยิ้มจริง ๆ ของเธอ“สวัสดีค่ะพี่ ๆ” น้องคนดีเธอเอ่ยทักพร้อมกับยกมือไหว้พวกฉัน เธอชื่อ ‘คนดี’ เป็นคู่หมั้นของนาฟ“เข้าบ้านกันครับไอ้คุณพี่ทิว” เคลิ้มบิดยิ้มให้นาฟพร้อมสายตาเชิงขบขันกับสิ่งที่นาฟกำลังทำ จากนั้นก็วกกลับมาเอ่ยชวนพี่ทิวที่มองนาฟด้วยสายตาไม่ต่างจากที่เคลิ้มมอง“เข้าบ้านกันค่ะน้องคนดี” ฉันเอ่ยชวนพร้อมยิ้มสดใสให้เธอ ฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบเจออะไรแบบนี้ แต่เธอคงมีเหตุผลถึงได้เอาตัวเองมายืนอยู่จุดนี้“ค่ะพี่วิว” น้องคนดีเธอเดินมาเทียบข้างฉัน แต่โดนนาฟฉุดรั้งมือไปจับไว้ก่อน“มากับพี่ก็ต้องเดินกับพี่สิ พี่สะใภ้เขาก็ต้องเดินกับผัวเขา จะไปเกะ
เช้าวันใหม่ ไม่ได้สดใสอย่างที่ใจฉันคิด ทั้งที่ควรจะสดใสกว่าทุกวันเพราะวันนี้มีพี่ทิวมาอยู่ในชีวิตแต่อย่างที่รู้กันไงคะ มันไม่ใช่เลย“เบ้าตากูดำ เพราะมึงเลยไอ้เรียว” พี่ทิวโวยวายขณะที่นั่งตักกับข้าวใส่จานให้ฉัน ก็กว่าเขาทั้งสองจะถกเถียง ไม่ใช่สิ เรียกว่าสนทนา เขาสองคนเรียกแบบนั้น กว่าจะจบลงก็ปาเข้าไปดึกดื่น ต่อปากต่อคำจนฉันหลับไปก่อน“คนไม่หล่อ ทำอะไรก็ลำบากงี้แหละ” พี่เรียวพูดและยกยิ้มเยาะเย้ย“พวกมึงสองคนช่วยเลิกกัดกันทีเถอะ สงสารน้องบ้าง” เสียงของพี่เมืองไม้ค่ะ พี่เมืองไม้กลับมาเมื่อเช้าหลังจากที่เมื่อคืนฉันแอบส่งข้อความไปบอกพี่เมืองไม้ว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันแล้วโคตรลำบาก มาช่วยด่วน เช้ามาพี่เมืองก็มาถึงค่ะ“เสือก!!!” ทั้งสองคนพูดออกมาพร้อมกัน และมองหน้าพี่เมืองไม้ สายตาคล้ายมองฉันเมื่อคืนนี้เลย“กูตัดสินใจละ” พี่เมืองไม้พูดพร้อมตักข้าวใส่ปากประโยคของพี่เมืองไม้เรียกความสนใจพี่ทิวและพี่เรียวได้ดีเดียว พี่ทิวและพี่เรียวพูดออกมาพร้อมกัน “อะไร?”“กูจะเอาน้องไปอยู่บ้านกู พวกมึงไม่ต้องเสนอหน้าไป ถ้ายังทะเลาะกัน” พี่เมืองไม้พูดด้วยท่าทีไม่สนใจพี่ทิวและพี่เรียว“ไม่ ไม่ได้เด็ดขาด ถ้
“เดี๋ยวพรุ่งนี้กูจะซื้อหมามาสู้กับหมามึง”“เฮอะ หาตัวที่มันเชื่อง ๆ ล่ะ เดี๋ยวจะกัดเจ้าของอีก”“พอเถอะค่ะ วิวบอกแล้วใช่มั้ยคะว่าถ้าไม่นอนก็ไปคุยกันข้างนอก บ้านตั้งใหญ่โตมีห้องอื่นให้ทะเลาะกันอีกตั้งเยอะ ขอร้องเถอะค่ะ ขอแค่ไม่ใช่ที่นี่จะได้มั้ยคะ” ฉันเอ่ยขึ้นอีกครั้งเมื่อทั้งสองคนไม่ยอมเลิกรากันสักที“ใครทะเลาะ” เสียงของทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน “พวกเราแค่สนทนากันแค่นั้นเอง” และพูดประโยคเดียวกันอีกครั้งเหมือนกลายเป็นว่าฉันโดนรุม ส่วนเขาทั้งสองคนไม่ใช่คนผิด เหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพราะฉันที่เข้าใจผิดไปแค่นั้นเอง“ถ้าแค่สนทนา งั้นก็เลิกสนทนาเถอะค่ะเพราะวิวจะนอน แต่ถ้ายังคิดถึงกัน ยังอยากสนทนากันก็ไปสนทนาห้องอื่นเถอะนะคะ จะห้องของพี่เรียวก็ได้ สนทนากันให้หนำใจ” ฉันตามน้ำไปค่ะ ไม่ได้ประชด แต่อยากนอนเงียบ ๆ อยากพักผ่อนแล้ว แต่เหมือนทั้งสองคนจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือ“ไม่สนทนาแล้วค่ะ พี่อยากนอนกอดวิวแล้ว” พี่ทิววางกะทิลงข้าง ๆ ฉันอีกฝั่งหนึ่ง แล้วตัวของพี่ทิวก็นอนลงมาพร้อมโอบกอดฉัน“พี่ก็อยากนอนกอดน้องบ้าง แต่วันนี้ไม่มีที่ว่างให้พี่เลย พี่น้อยใจจังค่ะ” พี่เรียวทำหน้าน้อยใจอย่างชั
มันเหมือนจะดีใช่มั้ยคะ ที่พี่ทิวกับฉันกลับมาอยู่ด้วยกัน ฉันคิดว่าเป็นเรื่องดีแต่ที่ไหนได้ฉันลืมคิดไปว่าพี่ทิวกับพี่เรียวเขายังขึงขังใส่กันไม่เลิกรา มันจึงกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัว เมื่อพี่เรียวรู้ว่าพี่ทิวมาหาฉันที่บ้าน พี่เรียวก็รีบบินกลับมาไทยทันที คนสนิทของพี่เรียวบอกว่าพี่เรียวทิ้งงานในส่วนที่เหลือให้คนอื่นจัดการส่วนตัวของพี่เรียวนั้นก็… “กูจะนอนกับน้องกูจะผิดตรงไหน กูนอนของกูทุกวันมึงก็รู้” เสียงของพี่เรียวค่ะ เขากำลังต่อปากต่อคำกับพี่ทิว เป็นแบบนี้มาสักพักใหญ่แล้วไม่มีใครยอมใคร“ที่ผ่านมากูไม่อยู่ไง แต่ตอนนี้กูอยู่แล้ว กูจะนอนกับเมียกู” พี่ทิวเถียงกลับขอขยายความก่อนว่าปกติพี่เรียวจะมานอนเป็นเพื่อนฉันตลอด นับตั้งแต่ที่ฉันออกจากโรงพยาบาลหลังจากที่ผ่าตัดเสร็จ พี่เรียวจะมีที่นอนของเขา ซึ่งพี่เรียวสั่งคนขนเข้ามานอนข้างเตียงฉัน ส่วนเตียงของฉันก็จะมีกะทินอนข้างกาย คือตอนกลางคืนพี่เรียวจะเป็นคนดูแลฉันตลอด ไม่ให้พยาบาลพิเศษมาวุ่นวาย“กูก็จะดูแลน้องสาวกู” พี่เรียวบอกขณะที่นั่งอยู่บนเตียงของตัวเอง“เมียกูกูดูแลได้ มึงไม่ต้องมาดูแลแล้ว” พี่ทิวว่ากลับ ซึ่งพี่ทิวนั่งอยู่บนฟูกบนเตียงเดียวกัน
“คิดไปถึงไหนแล้วที่รัก พี่แค่จะบอกว่าพี่ก็เลยจัดการผู้หญิงคนนั้นให้หายออกไปจากครอบครัวของเรา ต่อไปวิวจะได้ไม่ต้องเกะกะตาเพราะผู้หญิงคนนั้นอีกแล้วนะคะ”“พี่ทิวพูดจริงเหรอคะ”“จริงสิคะ พี่ไม่ชอบโกหกวิวก็รู้”“แต่เมื่อกี้สีหน้าของพี่ทิวไม่ใช่แบบนั้นเลยนะคะ พี่ทิวทำอย่างกับว่าไปมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว”“พี่จะมีอะไรกับใครได้คะ นอกจากเมียพี่คนเดียว แล้วก็จดทะเบียนสมรสกับพี่แล้ว ที่รักไม่มีสิทธิ์คิดถึงใบหย่านะคะ” ฉันนั่งมองหน้าพี่ทิว ฉันรู้ว่าเขาไม่ใช่คนชอบโกหก แต่ท่าทางเมื่อครู่มันเหมือนจริงมากนะแล้วฉันควรเชื่ออันไหน“เชื่อพี่เถอะที่รัก คนอย่างพี่รักใครแล้วรักเลย พี่ไม่คิดรักคนอื่นอีก เมื่อกี้พี่แค่อยากแกล้งวิวบ้าง เพราะวิวทิ้งพี่ร้องไห้อยู่ได้ตั้งนาน พี่คิดถึงวิวมากรู้บ้างมั้ยคะที่รัก”“แค่แกล้งจริง ๆ ใช่มั้ยคะ”“จริงสิคะ ผู้ชายหวงตัวอย่างพี่ ต่อให้เมามากแต่ไหน แต่ถ้าผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่วิวมาแตะพี่ต้องรู้สึกตัวอยู่แล้ว วิวยังเป็นผู้หญิงคนแรกและจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ได้ทั้งตัวและหัวใจของพี่ตลอดไป” พี่ทิวยื่นมือมาจับมือของฉันไปจูบและสูดดม และเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ฉัน“พี่ทิวโกรธวิวมั้ยคะ”
[VIEW TALK]สามเดือนผ่านไปแล้วนับตั้งแต่วันที่ฉันผ่าตัด ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงกายภาพบำบัด เริ่มลงน้ำหนักก้าวเดินได้ แต่ยังไม่เหมือนคนปกติทั่วไปเดินกัน ซึ่งมาได้ขนาดนี้ก็นับว่าดีมากแล้วไม่น่าเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี แสดงว่าอาวอร์มของพี่ทิวเขาเก่งมากจริง ๆแฝดมาหาฉันแทบทุกวัน แฝดมากับมี้และป๊าเสือ ด้านพี่ทิวเห็นว่าเขารักษาตัวจนหายดีและกลับไปทำงานบริหารโรงแรมในส่วนของเขา พี่ชายของฉันบอกว่าพี่ทิวโอเคขึ้นมาก ๆ หลังจากที่เมาหัวราน้ำไปสักพักใหญ่มันก็เลยทำให้ฉันแอบคิดน้อยใจอีกว่าหรือพี่ทิวไม่ต้องการฉันแล้ว เขาถึงฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขนาดนั้นคือความจริงแล้วอะ เขาเป็นแบบนี้มันก็ดีแล้ว ผิดที่ฉันนี่แหละที่น้อยเนื้อต่ำใจไปเอง ทั้งที่ความจริงเขามีความสุขดี ฉันก็ควรมีความสุขด้วย เพราะคือสิ่งที่ฉันเลือกเอง“แล้วจะร้องไห้ทำไมล่ะ เธอควรดีใจสิ ควรดีใจที่พี่ทิวสบายดี” ฉันนั่งเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะความรู้สึกบ้าบอของตัวเองฉันคงงี่เง่างอแงเพราะอยู่คนเดียวมั้ง เนื่องจากพี่เรียวมีงานด่วนที่ญี่ปุ่น ส่วนพี่เมืองก็ไปเจรจากับนักลงทุนร่วม ตอนนี้ฉันจึงอยู่บ้านกับพยาบาลพิเศษ และแม่บ้านของพี่เรียว แล้วก็







