تسجيل الدخول“ แกกลับเลยไหม ” ฉันถามน้ำหวานในขณะที่เราสองคนกำลังเดินลงมาจากอาคารเรียนที่พึ่งปั่นงาน และไปส่งมาเมื่อกี้
“ กลับเลยอ่ะ งานบ้านั้นสูบพลังฉันหมดแล้ว ” อย่าว่าแต่น้ำหวานเลยฉันก็เหมือนกัน
“ แล้วแกอ่ะผัก กลับเลยไหมหรือวันนี้ทำงาน ”
“ กลับหอเลยวันนี้ไม่มีงาน ” โชคดีมากๆที่วันนี้เป็นวันหยุดไม่งั้นฉันคงต้องพาร่างกายพังๆของตัวเองกลับห้องแน่ ๆหลังจากทำงานเสร็จ
“ ให้ฉันไปส่งไหม ” น้ำหวานเอารถมาเองนะ
“ ไม่เป็นเไรเดี๋ยวให้คนขับรถมารับ ”
“ ย๊ะ! คนขับรถแกนี้ใจดีจังเลยเนอะ รับคนมาเป็นสิบ ” ฉันหัวเราะให้กับคำพูดประชดของน้ำหวาน คนขับรถที่ว่าก็คือ พี่คนขับรถเมล์
“ ไม่ให้ไปส่งจริงดิ ไปส่งได้นะ ” น้ำหวานถามย้ำอีกครั้งเมื่อเดินมาถึงทางแยก
“ จริงๆ แกขับรถกลับดีๆละ อย่าไปจูบท้ายรถใครเขานะ ”
“ เป็นการอวยพรที่ดีจริงๆ เจอกันวันจันทร์ ” ทั้งฉันและน้ำหวานก็แยกกัน น้ำหวานไปเอารถส่วนฉันก็เดินไปรอรถเมล์หน้ามหาลัยเหมือนเดิม
ตึก ตึก ตึก
ขวับ !
ฉันตัดสินใจหันกลับไปมองด้านหลังเมื่อรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามมา แต่พอหันกลับไปมองก็ไม่มีใคร
“ หรือฉันจะจิตปรุงแต่งเหมือนที่น้ำหวานพูดจริงๆ ” เพราะฉันหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ บางครั้งก็แอบกลัวนะไม่รู้ว่าใครหรืออะไรกันแน่ที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้
“ เห้อออ ” ฉันยืนรอรถเมล์อยู่สักพักแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมาสักที ฉันเลยหยิบหูฟังขึ้นมา และเปิดเพลงในแอปพลิเคชันหนึ่งในโทรศัพท์แล้วนั่งรอรถเมล์ต่อ
บอกฉันดีกว่า
ว่าความรักจริงจริงไม่ต้องเลย
ที่ใช้เวลาเนิ่นและนานเรียนรู้
เพราะดูที่ตอนแยกทาง
มันไม่นาน
เมื่อเธอหายไปเหลือเพียงน้ำตา
ตกลงมากับฝนให้คนได้ขาดใจ
.
.
.
รักในครั้งนี้ยังไม่จบลงใช่ไหม
ไม่ว่าอะไร
เปียกปอนฉันภาวนา
ให้เป็นเพราะฝนอย่าให้ต้องเปียกเพราะน้ำตา
Cr. - เพลงเป็นเพราะฝน POLYCAT -
ฉันหลับตาลงและซึมซับกับบทเพลงบวกกับสายลมเบาๆที่พัดมาโดนตัวฉันยิ่งทำให้เพลงนี้ยิ่งน่าฟังไปอีก มันทำให้ฉันดำดิ่งลงไปสู่บทเพลง เพลงนี้เป็นหนึ่งในเพลงโปรดของฉันถ้าให้เลือกเพลงที่ชอบก็จะมีเพลงนี้ติดอยู่ใน top 5 ของฉันแน่ ๆ
“ ป้ายหน้าค่ะ ” ฉันบอกพี่กระเป๋ารถเมล์และยื่นเงินให้พี่เค้าไป แล้วฉันก็กลับมาฟังเพลงต่อนี่คงเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันได้พักผ่อน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ
เอี๊ยดดด !!!
ฉันก้าวลงจากรถเมล์เมื่อมาถึงป้ายที่ฉันต้องการ จริงๆป้ายนี้คือป้ายที่ฉันลงประจำอยู่แล้วถ้าเวรฉันเข้าไปทำงานฉันก็จะไปทางซ้ายแต่วันนี้ไม่มีฉันเลยเดินไปทางขวา อธิบายง่ายๆก็คือที่ทำงานกับหอฉันมันไม่ไกลกันมาก ถ้าฉันทำงานเสร็จฉันก็จะเดินกลับหอได้เลยโดนไม่ต้องเสียค่ารถ ประหยัดไปอีก หอที่ฉันพักอยู่เป็นหอราคาที่ไม่สูงมากห้องก็ไม่ได้ใหญ่อะไรเยอะแยะตามสภาพราคานั้นแหละ แต่ฉันอยู่ได้ไม่ได้อะไรมาก หอกับราคาก็สมเหตุสมผลดี แต่ระหว่างทางกลับก็แอบน่ากลัวนิดนึงเพราะก่อนถึง จะมีตรอกเล็กๆอยู่ ในตรอกนั้นจะมีพวกขี้เมา ถึงจะน่ากลัวแต่เท่าที่ฉันอยู่มามันก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับฉันมากขนาดนั้น เพราะคนพวกนั้นก็อยู่ส่วนเขาไม่ได้ออกมาสร้างความเดือดร้อนให้ใคร
“ ทำไมวันนี้ดูเงียบแปลกๆนะ ” และอีกหนึ่งอย่างที่ฉันไม่กลัวเพราะจะมีผู้คนเดินไปมาตลอด มันเลยดูไม่อันตรายถึงมันจะอันตราย ก็เถอะ แต่วันนี้ดูคนน้อยแปลกๆ มันทำให้บรรยากาศรอบข้างดูน่ากลัวไปจากเดิม
ตึก ตึก ตึก
รู้สึก รู้สึกอีกแล้วว่ามีคนเดินตามมา ฉันเลยเหลือบไปมองประตูกระจกที่กำลังเดินผ่านดูว่ามีคนเดินตามจริงๆไหม ซึ่งมันก็มีจริงๆ เป็นผู้ชายสองคน เมื่อรู้แบบนั้นฉันก็รีบสาวเท้าให้เร็วกว่าเดิม รีบเดินออกจากตรงนี้ไปเพราะมันเริ่มไม่น่าไว้ใจ
ตึก ตึกตึก
กึก !
ฉันตัวชาไปทั้งตัวเมื่อคนที่เดินตามฉันมาเร่งฝีเท้าแล้วมาหยุดตรงหน้าฉัน มันเลยทำให้ฉันต้องหยุดไปด้วย
“ จะรีบไปไหน ” เสียงผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้น
“ ..... ” ฉันเลือกที่จะไม่ตอบคำถามแล้วหันหลังกลับไปเพื่อจะหนี แต่ดูเหมือนว่าฉันจะลืมไปว่าพวกเขามากันกี่คน ทำไงดีผักขม
“ พวกนายต้องการอะไร เงินหรอ ” ถ้าเป็นเงินฉันก็พอมีบ้างแต่ก็คงไม่มากพอที่พวกเขาต้องการมั้ง
“ หึ เงินพวกฉันไม่ต้องการ ”
“ ละ...แล้วพวกนายต้องการอะไร ” ฉันถามออกไปเสียงสั่นๆ
“ เธอ ” มันเป็นคำตอบที่สั้นนะคะแต่มันทำให้ฉันกลัวมาก
“ ฉันว่าพวกนายน่าจะเข้าใจอะไรผิดนะ ฉันไม่รู้จักพวกนายเลย แล้วจะมาต้องการตัวฉันทำไม ” ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ารู้จักพวกเขา เท่าที่จำได้ฉันไม่ได้มีเพื่อนผู้ชายที่เรียนวิศวะและมหาลัยนี้ เอ๊ะ เสื้อช็อปสีนี้ฉันเคยเห็นมันที่ไหนนะ อ่า ใช่ บนรถเมล์วันนั้นพอนึกออกฉันก็หันกลับไปมองพวกเขาสองคนอีกรอบและก็เริ่มมั่นใจว่ามันใช่จริงๆ
“ พวกนายคือคนที่ตามฉันมาตลอดใช่ไหม ”
“ หึ รู้ด้วยหรอ ” ใครไม่รู้ก็บ้าแล้วเปล่า และที่ฉันถามเพราะรู้สึกว่าจะประติดประต่ออะไรได้บ้างนิดหน่อยแต่ที่ไม่เข้าใจก็คือ…
“ แล้วพวกนายจะต้องการตัวฉันทำไม ” นี่แหละคือสิ่งที่ฉันไม่เข้าใจ
“ มึงอย่าเสียเวลาดิ๊ เดี๋ยวไอไฟแม่งก็หงุดหงิดอีก ” ไฟ ? ไฟคือใครแล้วคืออะไรยังไงต่อ
หมับ !!
“ ปล่อยฉันนะ ” ฉันมัวแต่งงอยู่ว่าใครคือไฟ แล้วไฟคือใคร มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ผู้ชายตรงหน้าจับแขนฉันแล้วพยายามจะให้ฉันเดินตามไป ถ้าเป็นปกติฉันก็คงจะยอมๆให้จบเรื่องแต่สถานะการณ์ตอนี้ฉันทำแบบนี้ไม่ได้
“ ฉันบอกให้ปล่อย ” ฉันพยายามแกะมือออกแต่มันก็ยากมากๆ และฉันก็เริ่มรู้สึกเจ็บแล้วด้วย ไอพวกบ้าเอ้ย
“ เงียบดิว่ะ น่ารำคาญ!! ”
“ รำคาญก็ปล่อยฉันซิ ” จะมาจับฉันทำไม
“ ไปดีๆไม่ชอบใช่ไหม ” ฉันหลับตาปี๋เมื่อไอคนนั้นมันง้างมือขึ้น เจ็บแน่ ๆนั้นคือความรู้สึกที่ฉันจะได้รับต่อจากนี้
หมับ !!!
แต่แล้วก็มีมือของใครสักคนมาจับมันเอาไว้ก่อนตอนแรกฉันคิดว่าเป็นเพื่อนของเขารึเปล่า แต่พอมองดูแล้วมันไม่ใช่แล้วใครกันหรือจะเป็นพลดี
“ กูพึ่งรู้ว่านอกจากพวกมึงจะเป็นหมาลอบกัดแล้วยังหน้าตัวเมียอีก ” เสียงนี้มัน !?
“ หึ โผล่หัวมาจนได้ ”
" วันนี้กลับเองได้ใช่ไหม " บัลลังก์ถามฉันเมื่อรถจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าร้าน" สบายมาก ว่าแต่..." ฉันหยุดคำพูดไว้แค่นั้นเพราะไม่แน่ใจว่าจะถามออกไปได้ไหม" มีอะไรก็พูด ฉันไม่ใช่พระพุทธเจ้าที่จะตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง " ฉันอึกอักเล็กน้อยแต่ก็ตอมถามต่อ" นายจะไปไหนหรอ " ที่ไม่กล้าถามตั้งแต่แรกเพราะคิดว่ามันเป็นการก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากเกินไป" มีทำโปรเจคกับพวกไอเก้า " ฉันพยักหน้าเมื่อเข้าใจในสิ่งที่เค้าพูด ก่อนจะเปิดประตูแล้วลงจากรถปึก ! ปึก ! " มีอะไรว้ะ " บัลลังก์ลดรถกระจกแล้วถามฉันอย่างหงุดหงิด" แค่จะบอกว่าขับรถดีๆนะ " ฉันตอบกลับไปแล้วยิ้มเจื่อนๆไปให้เค้า" เออ " ฉันก็กลับหลังหันแล้วเดินเข้าไปในร้านวันนี้เป็นวันศุกร์ลูกค้าในร้านเลยเยอะเป็นพิเศษ ฉันก็ทำงานตามปกติทั้งเสิร์ฟทั้งรับออเดอร์ จนเวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืนทุกอย่างภายในร้านดูปกติ จนกระทั่ง" พี่ไปรับลูกค้าโต๊ะนั้นหน่อยดิ หนูกลัวอ้ะ " ฉันมองไปตามที่น้องพนักงานชี้ว่าลูกค้านั่งอยู่ตรงไหน" เอ่อ....พี่ว่า "" นะพี่ผักขม นะ นะ ถือว่าหนูขอ " ฉันได้แต่กลืนน้ำลายลงคอแล้วพยักหน้าให้น้องเค้า ทั้งๆที่ใจฉันมันไม่อยากจะรับลูกค้าโต๊ะนี้เ
" มองหน้าฉันทำไม "" แล้วนายไปต่อยเค้าทำไม " ตอนนี้เราสองคนอยู่ที่คอนโด หลังจากที่พี่คนนั้นเดินออกไปพวกเราก็แยกย้ายกันกลับระหว่างทางฉันกับบัลลังก์ก็ไม่ได้พูดอะไรกันเลยจนมาถึงคอนโด" เป็นห่วงมันรึไง ? "" หรือชอบที่มันโดนตัว " สิ่งที่บัลลังก์พูดออกมาทำให้ฉันต้องหันไปมองหน้าเค้าอีกรอบ" นายพูดเหมือนกำลังหึงฉัน " พอฉันพูดออกไปแบบนั้นบัลลังก์เค้าก็ชะงักไปแล้วก็มองไปทางอื่นก่อนจะหันกลับมาทำหน้านิ่งใส่ฉัน" เหอะ ฉันจะไปหึงเธอทำไม "" ฉันก็แค่ " ฉันก็พยัหน้ารอให้บัลลังก์พูดต่อว่าอะไร" ก็แค่ไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องผู้หญิงของฉัน " ฉันได้แต่ยืนส่ายหน้าให้กับคำตอบของบัลลังก์" ถ้าเหตุผลมีแค่นั้น นายไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ "" เพราะยังไงฉันก็เป็นได้แค่ผู้หญิงปลอมๆของนาย " แล้วฉันก็เดินออกจากตรงนั้น ฉันไม่ได้พูดไปเพื่อประชดเค้านะ แต่ฉันคิดแบบนั้นจริงๆ ถ้าเหตุผลแค่นั้นเค้าไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น ทำให้ตัวเองเจ็บตัวเปล่าๆ" เอามาทำไม " บัลลังก์เค้าแปลกคนนะคะ ฉันยกกล่องพยาบาลมายังจะถามออกมาอีกว่าเอามาทำไม" ก็เอามาทำแผลให้นายไง " ฉันหยิบสำลีแล้วชุบกับแอลกอฮอล์" อาจจะแสบๆ ทนหน่อยแล้วกัน " ฉันค่อย
" บัลลังก์ บัลลังก์ " ฉันสะกิดแขนเรียกบัลลังก์เบาๆ เพราะตอนนี้ห้องสมุดกำลังจะปิดแล้ว" อื้อ " บัลลังก์เค้าก็ขยับตัวนิดหน่อยแต่ก็ยังไม่ยอมตื่น ถ้าจะหลับลึกขนาดนี้ฉันว่าควรกลับไปนอนที่ห้อง ฉันนั่งทำรายงานกับน้ำหวานนานพอสมควรหันไปมองบัลลังก์ก็เห็นเค้าฟุบหลับกับโต๊ะไปแล้ว" บัลลังก์ ถ้ายังไม่ตื่นฉันจะทิ้งนายไว้ที่นี้แล้วนะ " ฉันขยับตัวเข้าไปใกล้บัลลังก์แล้วปลุกเค้าอีกครั้ง" ..... " แต่เค้าก็ยังไม่ยอมตื่นหรืออาจจะตื่นแล้วแต่แกล้งทำเป็นหลับ ฉันเลยยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆเพื่อดูว่าเค้าแกล้งรึเปล่า ฉันยังยืนยันว่าไม่ว่าเค้าจะทำอะไรมันก็ดูเท่ ดูหล่อไปหมดขนาดฉันเคยเห็นเค้าหลับไม่ว่าครั้งไหนมันก็ดูน่าหลงใหล ครั้งนี้ก็เหมือนกัน" อิผักฉันรู้ว่าผู้แกหล่อ แต่ช่วยปลุกก่อนไหม เค้าจะปิดแล้วเนี่ย " เสียงของน้ำหวานทำให้ฉันสะดุ้งและได้สติกลับมา" แฮ่ม ฉันก็จะปลุกเค้าไง " ฉันดีดตัวออกจากบัลลังก์แล้วพูดกับน้ำหวานแต่ดูจากสายตาแล้วน้ำหวานไม่ค่อยจะเชื่อฉันครืด ! ทั้งฉันและน้ำหวานก็หันไปมองตามเสียงที่ดัง มันเป็นเสียงที่มาจากคนข้างๆนั้นก็คือบัลลังก์เค้าเลื่อนเก้าอี้ออกและที่สำคัญคือเค้าลุกขึ้นแล้วเดินออกไปเลย ทิ้ง
หลายวันต่อมา “ มึงไม่กินผักไม่ใช่หรอว้ะ ” เสียงสงครามพูดขึ้น“ เออ นั้นดิ ” เก้าทัพก็พูดขึ้นมาอีกหนึ่งคน“ ทีหลังถ้านายไม่กินก็ควรบอกเค้านะ ”และก็เป็นฉันที่เสริมขึ้นมาอีกหนึ่งเสียงแล้วขยับจานของบัลลังก์มาใกล้จานฉันเพื่อจะเอาผักจากจานบัลลังก์มาใส่จานตัวเอง ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าไม่กินแล้วทำไมไม่บอกว่าไม่เอาผัก ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่ฉันก็เอาผักมากินเองทุกครั้ง“ กูว่า กูพอจะรู้แล้วว้ะ ” รู้อะไรของเก้าทัพ แล้วมองหน้าฉันกับบัลลังก์ทำไม “ มึงมันร้าย ไอบรรลัย ” สงครามพูดขึ้นมาอีกคน สองคนนี้คุยอะไรกันอยู่ ส่วนบัลลังก์นะหรอ ก็นั่งแสยะยิ้มใส่เพื่อนอยู่ไง“ หึ ” ฉันเงยหน้ามองออกศึกว่ามีอะไรรึเปล่า อยู่ๆก็หัวเราะ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาฉันเลยก้มหน้าตักข้าวกินต่อ ตอนนี้พวกเรากำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่โรงอาหารวิศวะ แรกๆฉันก็ไม่ค่อยชินหรอกที่ต้องมานั่งกินข้าวท่ามกลางผู้ชายแบบนี้ แต่มาตอนนี้เริ่มชินแล้วละ บางครั้งก็ไม่ได้มีแค่ฉันที่เป็นผู้หญิงจะมีมิลินมาด้วย ฉันก็พึ่งรู้ว่ามิลินเป็นแฟนของออกศึก ใครจะไปคิดว่าผู้ชายที่ดูเงียบๆ เข้าถึงยากที่สุดของกลุ่มจะมีแฟนเป็นคนแรกละ เอาจริงๆมันก็ไม่ใช่แค่อ
" บัลลังก์ พอแล้ว "" ทำไมเหนื่อย ? " บัลลังก์ถามฉันทั้งที่ยังขยับสะโพกอยู่ ฉันได้แต่พยักหน้าให้บัลลังก์" เธอนอนเฉยๆบอกเหนื่อย แล้วฉันที่เป็นคนทำไม่เหนื่อยกว่าไง๊ " ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าเค้าเหนื่อยหรือไม่เหนื่อยแต่ฉันเหนื่อยมาก เพราะเค้าทำแบบนี้กับฉันมาหลายรอบแล้ว เป็นชั่วโมงได้แล้วมั้งปึก! ปึก! ปึก!" อื้อออ บัลลังก์ " ฉันไม่ไหวแล้วจริงๆแต่ก็ไม่รู้ทำไมร่างกายถึงเอาแต่ตอบสนองทุกสัมผัสที่เค้ามอบให้อยู่ตลอด" อ่าสสสสส์ ฟิตชิบหาย " แล้วบัลลังก์ก็เร่งสะโพกอีกสองสามครั้งแล้วปลดปล่อยน้ำเข้ามาจนหมดแล้วฟุบตัวลงบนฉัน" อื้ออ มันหนัก " ฉันแตะแขนบัลลังก์เบาๆ คิดว่าตัวเองตัวเบามากนักรึไงทับลงมาได้" แล้วก็เอาออกไปด้วย ฉันจะนอน " แต่แทนที่บัลลังก์จะทำตามที่ฉันบอกบัลลังก์กับนอนนิ่งๆ จนเป็นฉันเองที่เริ่มดิ้น" อ่าสสสส์ " แต่ไม่นานบัลลังก์ก็ครางออกมา" ฉันจะหยุดแล้วนะผักขม แต่เธอปลุกมันเอง " ฉันได้แต่มองหน้าบัลลังก์ด้วยความรู้สึกที่จะร้องไห้" แต่ฉันไม่ไหวแล้ว " ถ้าได้ทำอีกรอบฉันว่ามันจะไม่จบอีกแค่รอบต่อไปนี้ดิ" เธอทำไหม สัญญาว่าจะหยุด " ฉันมองหน้าบัลลังก์อย่างคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี" คิดอะไรนานขน
" เป็นอะไรของนายห้ะ บัลลังก์ "" เหอะ " ฉันไม่รู้ว่าบัลลังก์เป็นอะไร ตั้งแต่กลับจากที่ร้านก็เอาแต่ทำหน้าเหมือนใครไปเหยียบหาง ตอนแรกฉันก็คิดว่าปล่อยไว้เดี๋ยวก็หายเองแหละ แต่นี่ฉันอาบน้ำแต่งตัวจะนอนแล้วก็ยังทำหน้าแบบนั้นอยู่ มันทำให้ฉันเริ่มจะหงุดหงิดตามไปด้วย" มีอะไรก็พูด ถ้าไม่พูดก็เลิกทำหน้าแบบนั้น "" ฉันจะทำหน้าแบบไหนมันก็เรื่องของฉันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ " บัลลังก์เดี๋ยวนี้เค้าต่อปากต่อคำเก่งมากค่ะ เก่งกว่าฉันอีก" มันก็ไม่เกี่ยวกับฉันหรอก แต่นายทำหน้าแบบนั้นฉันหงุดหงิด " มันดูขวางหูขวางตา จนฉันนอนไม่หลับ ลืมบอกไปว่าฉันได้มานอนเตียงเดียวกับบัลลังก์แล้ว แต่ไม่ได้มีอะไรกันหลังจากวันนั้นนะคะ เราแบ่งเขตกันชัดเจน ถึงแม้บางวันจะตื่นมาพบว่าเรากอดกันบ้างก็ตาม" เรื่องของเธอ " พูดจบบัลลังก์ก็นั่งหันหลังให้ฉัน เว้ยย คนเหนื่อยๆอยู่ก็ยังมาเจออะไรแบบนี้ จะบ้า" อ้ะนี่ " ฉันเดินไปหาบัลลังก์แล้วยื่นเงินจำนวนนึงให้เค้าไป" อะไร " บัลลังก์ไม่รู้จักเงินรึไง" ค่าห้องที่ฉันมาอยู่ไง อาจจะไม่มากเท่าไหร่ " เผื่อบัลลังก์ได้เงินแล้วจะอารมณ์ดีขึ้น เพราะเวลาที่ฉันได้เงินฉันก็จะอารมณ์ดี" เก็บไว้กินข้าวไหม "
" อื้ออ " ฉันขยับตัวเมื่อแสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา อาการปวดหัวก็ตรงเข้าเล่นงานฉันทันที ไม่น่าเลยผักขม ไม่น่ากินเข้าไปเลย ปวดหัวชะมัด" อ้ะ " พอเริ่มขยับตัวฉันก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวโดยเฉพาะส่วนนั้นและรู้สึกเหมือนมีอะไรอย่าตรงน้องสาวฉัน ฉันลืมตาขึ้นมาและพบกับภาพบรรยากาศมันแตกต่างไปจากเดิม ฉั
สวบบบ !!! " กรี๊ดดดด "" ไอฉิบหาย "ผมก้มลงมองจุดที่เชื่อมกันอยู่มันมีเลือดสีแดงสดที่ซึมออกมา จริงๆก็แอบคิดนะว่าผักขมอาจจะซิงแต่ก็คิดว่าคงไม่ซิงเหมือนกันเพราะเกิดมาอายุก็ขนาดนี้แล้วจะไม่เคยเลยสักครั้งมันก็ไม่น่าจะใช่ แต่พอมาเจอแบบนี้แม่งไม่อยากจะเชื่อว่าผมจะเป็นคนแรก เกิดมาผมก็พึ่งจะเคยเปิดซิงยัยน
“ นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว ” พอเดินมาถึงโต๊ะเสียงของสงครามก็ดังขึ้นมาก่อนเลย“ หึ ไม่มาได้มั้ง มึงเล่นโทรจิกเป็นเมียมันขนาดนั้น ” และเสียงของเก้าทัพก็ตามมา สองคนนี้เถียงกันได้ตลอดจริงๆซินะ“ แต่งตัวมาน่ารักมากเลยผักขม ” “ อ๋อ....เอ่อ ขอบคุณนะ ” ฉันไม่รู้จะตอบกลับสงครามไปยังไงดี ก็เล่นพูดออกมาตรงๆแบบ
“ ให้มันน้อยๆหน่อยไอบรรลัย ”“ หึ ” ฉันหลุดขำออกมากับชื่อที่สงครามใช้เรียกบัลลังก์ ฉันว่ามันก็ฟังดูเข้ากับเขาดีนะ บรรลัย“ ขำอะไร ” แต่คนที่ดูจะไม่ชอบน่าจะเป็นบรรลัย เอ๊ย บัลลังก์ ดูดิมองหน้าฉันเหมือนจะบีบคอให้ฉันตายตรงนี้เลย“ ก็เปล่านิ ” ฉันตอบไปนิ่งๆทั้งที่ในใจยังคงพยายามกลั้นขำอยู่ คิดได้ไงนะสง







