INICIAR SESIÓN“ แกกลับเลยไหม ” ฉันถามน้ำหวานในขณะที่เราสองคนกำลังเดินลงมาจากอาคารเรียนที่พึ่งปั่นงาน และไปส่งมาเมื่อกี้
“ กลับเลยอ่ะ งานบ้านั้นสูบพลังฉันหมดแล้ว ” อย่าว่าแต่น้ำหวานเลยฉันก็เหมือนกัน
“ แล้วแกอ่ะผัก กลับเลยไหมหรือวันนี้ทำงาน ”
“ กลับหอเลยวันนี้ไม่มีงาน ” โชคดีมากๆที่วันนี้เป็นวันหยุดไม่งั้นฉันคงต้องพาร่างกายพังๆของตัวเองกลับห้องแน่ ๆหลังจากทำงานเสร็จ
“ ให้ฉันไปส่งไหม ” น้ำหวานเอารถมาเองนะ
“ ไม่เป็นเไรเดี๋ยวให้คนขับรถมารับ ”
“ ย๊ะ! คนขับรถแกนี้ใจดีจังเลยเนอะ รับคนมาเป็นสิบ ” ฉันหัวเราะให้กับคำพูดประชดของน้ำหวาน คนขับรถที่ว่าก็คือ พี่คนขับรถเมล์
“ ไม่ให้ไปส่งจริงดิ ไปส่งได้นะ ” น้ำหวานถามย้ำอีกครั้งเมื่อเดินมาถึงทางแยก
“ จริงๆ แกขับรถกลับดีๆละ อย่าไปจูบท้ายรถใครเขานะ ”
“ เป็นการอวยพรที่ดีจริงๆ เจอกันวันจันทร์ ” ทั้งฉันและน้ำหวานก็แยกกัน น้ำหวานไปเอารถส่วนฉันก็เดินไปรอรถเมล์หน้ามหาลัยเหมือนเดิม
ตึก ตึก ตึก
ขวับ !
ฉันตัดสินใจหันกลับไปมองด้านหลังเมื่อรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามมา แต่พอหันกลับไปมองก็ไม่มีใคร
“ หรือฉันจะจิตปรุงแต่งเหมือนที่น้ำหวานพูดจริงๆ ” เพราะฉันหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ บางครั้งก็แอบกลัวนะไม่รู้ว่าใครหรืออะไรกันแน่ที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้
“ เห้อออ ” ฉันยืนรอรถเมล์อยู่สักพักแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมาสักที ฉันเลยหยิบหูฟังขึ้นมา และเปิดเพลงในแอปพลิเคชันหนึ่งในโทรศัพท์แล้วนั่งรอรถเมล์ต่อ
บอกฉันดีกว่า
ว่าความรักจริงจริงไม่ต้องเลย
ที่ใช้เวลาเนิ่นและนานเรียนรู้
เพราะดูที่ตอนแยกทาง
มันไม่นาน
เมื่อเธอหายไปเหลือเพียงน้ำตา
ตกลงมากับฝนให้คนได้ขาดใจ
.
.
.
รักในครั้งนี้ยังไม่จบลงใช่ไหม
ไม่ว่าอะไร
เปียกปอนฉันภาวนา
ให้เป็นเพราะฝนอย่าให้ต้องเปียกเพราะน้ำตา
Cr. - เพลงเป็นเพราะฝน POLYCAT -
ฉันหลับตาลงและซึมซับกับบทเพลงบวกกับสายลมเบาๆที่พัดมาโดนตัวฉันยิ่งทำให้เพลงนี้ยิ่งน่าฟังไปอีก มันทำให้ฉันดำดิ่งลงไปสู่บทเพลง เพลงนี้เป็นหนึ่งในเพลงโปรดของฉันถ้าให้เลือกเพลงที่ชอบก็จะมีเพลงนี้ติดอยู่ใน top 5 ของฉันแน่ ๆ
“ ป้ายหน้าค่ะ ” ฉันบอกพี่กระเป๋ารถเมล์และยื่นเงินให้พี่เค้าไป แล้วฉันก็กลับมาฟังเพลงต่อนี่คงเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันได้พักผ่อน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ
เอี๊ยดดด !!!
ฉันก้าวลงจากรถเมล์เมื่อมาถึงป้ายที่ฉันต้องการ จริงๆป้ายนี้คือป้ายที่ฉันลงประจำอยู่แล้วถ้าเวรฉันเข้าไปทำงานฉันก็จะไปทางซ้ายแต่วันนี้ไม่มีฉันเลยเดินไปทางขวา อธิบายง่ายๆก็คือที่ทำงานกับหอฉันมันไม่ไกลกันมาก ถ้าฉันทำงานเสร็จฉันก็จะเดินกลับหอได้เลยโดนไม่ต้องเสียค่ารถ ประหยัดไปอีก หอที่ฉันพักอยู่เป็นหอราคาที่ไม่สูงมากห้องก็ไม่ได้ใหญ่อะไรเยอะแยะตามสภาพราคานั้นแหละ แต่ฉันอยู่ได้ไม่ได้อะไรมาก หอกับราคาก็สมเหตุสมผลดี แต่ระหว่างทางกลับก็แอบน่ากลัวนิดนึงเพราะก่อนถึง จะมีตรอกเล็กๆอยู่ ในตรอกนั้นจะมีพวกขี้เมา ถึงจะน่ากลัวแต่เท่าที่ฉันอยู่มามันก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับฉันมากขนาดนั้น เพราะคนพวกนั้นก็อยู่ส่วนเขาไม่ได้ออกมาสร้างความเดือดร้อนให้ใคร
“ ทำไมวันนี้ดูเงียบแปลกๆนะ ” และอีกหนึ่งอย่างที่ฉันไม่กลัวเพราะจะมีผู้คนเดินไปมาตลอด มันเลยดูไม่อันตรายถึงมันจะอันตราย ก็เถอะ แต่วันนี้ดูคนน้อยแปลกๆ มันทำให้บรรยากาศรอบข้างดูน่ากลัวไปจากเดิม
ตึก ตึก ตึก
รู้สึก รู้สึกอีกแล้วว่ามีคนเดินตามมา ฉันเลยเหลือบไปมองประตูกระจกที่กำลังเดินผ่านดูว่ามีคนเดินตามจริงๆไหม ซึ่งมันก็มีจริงๆ เป็นผู้ชายสองคน เมื่อรู้แบบนั้นฉันก็รีบสาวเท้าให้เร็วกว่าเดิม รีบเดินออกจากตรงนี้ไปเพราะมันเริ่มไม่น่าไว้ใจ
ตึก ตึกตึก
กึก !
ฉันตัวชาไปทั้งตัวเมื่อคนที่เดินตามฉันมาเร่งฝีเท้าแล้วมาหยุดตรงหน้าฉัน มันเลยทำให้ฉันต้องหยุดไปด้วย
“ จะรีบไปไหน ” เสียงผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้น
“ ..... ” ฉันเลือกที่จะไม่ตอบคำถามแล้วหันหลังกลับไปเพื่อจะหนี แต่ดูเหมือนว่าฉันจะลืมไปว่าพวกเขามากันกี่คน ทำไงดีผักขม
“ พวกนายต้องการอะไร เงินหรอ ” ถ้าเป็นเงินฉันก็พอมีบ้างแต่ก็คงไม่มากพอที่พวกเขาต้องการมั้ง
“ หึ เงินพวกฉันไม่ต้องการ ”
“ ละ...แล้วพวกนายต้องการอะไร ” ฉันถามออกไปเสียงสั่นๆ
“ เธอ ” มันเป็นคำตอบที่สั้นนะคะแต่มันทำให้ฉันกลัวมาก
“ ฉันว่าพวกนายน่าจะเข้าใจอะไรผิดนะ ฉันไม่รู้จักพวกนายเลย แล้วจะมาต้องการตัวฉันทำไม ” ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ารู้จักพวกเขา เท่าที่จำได้ฉันไม่ได้มีเพื่อนผู้ชายที่เรียนวิศวะและมหาลัยนี้ เอ๊ะ เสื้อช็อปสีนี้ฉันเคยเห็นมันที่ไหนนะ อ่า ใช่ บนรถเมล์วันนั้นพอนึกออกฉันก็หันกลับไปมองพวกเขาสองคนอีกรอบและก็เริ่มมั่นใจว่ามันใช่จริงๆ
“ พวกนายคือคนที่ตามฉันมาตลอดใช่ไหม ”
“ หึ รู้ด้วยหรอ ” ใครไม่รู้ก็บ้าแล้วเปล่า และที่ฉันถามเพราะรู้สึกว่าจะประติดประต่ออะไรได้บ้างนิดหน่อยแต่ที่ไม่เข้าใจก็คือ…
“ แล้วพวกนายจะต้องการตัวฉันทำไม ” นี่แหละคือสิ่งที่ฉันไม่เข้าใจ
“ มึงอย่าเสียเวลาดิ๊ เดี๋ยวไอไฟแม่งก็หงุดหงิดอีก ” ไฟ ? ไฟคือใครแล้วคืออะไรยังไงต่อ
หมับ !!
“ ปล่อยฉันนะ ” ฉันมัวแต่งงอยู่ว่าใครคือไฟ แล้วไฟคือใคร มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ผู้ชายตรงหน้าจับแขนฉันแล้วพยายามจะให้ฉันเดินตามไป ถ้าเป็นปกติฉันก็คงจะยอมๆให้จบเรื่องแต่สถานะการณ์ตอนี้ฉันทำแบบนี้ไม่ได้
“ ฉันบอกให้ปล่อย ” ฉันพยายามแกะมือออกแต่มันก็ยากมากๆ และฉันก็เริ่มรู้สึกเจ็บแล้วด้วย ไอพวกบ้าเอ้ย
“ เงียบดิว่ะ น่ารำคาญ!! ”
“ รำคาญก็ปล่อยฉันซิ ” จะมาจับฉันทำไม
“ ไปดีๆไม่ชอบใช่ไหม ” ฉันหลับตาปี๋เมื่อไอคนนั้นมันง้างมือขึ้น เจ็บแน่ ๆนั้นคือความรู้สึกที่ฉันจะได้รับต่อจากนี้
หมับ !!!
แต่แล้วก็มีมือของใครสักคนมาจับมันเอาไว้ก่อนตอนแรกฉันคิดว่าเป็นเพื่อนของเขารึเปล่า แต่พอมองดูแล้วมันไม่ใช่แล้วใครกันหรือจะเป็นพลดี
“ กูพึ่งรู้ว่านอกจากพวกมึงจะเป็นหมาลอบกัดแล้วยังหน้าตัวเมียอีก ” เสียงนี้มัน !?
“ หึ โผล่หัวมาจนได้ ”
“ คืนนี้ค้างที่ห้องฉันไม่ได้เหรอ ”“ เราคุยเรื่องนี้กันแล้วนะบัลลังก์ ” เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่ฉันคุยกับบัลลังก์เรื่องนี้ ทุกครั้งที่มานั่งเล่นห้องบัลลังก์ก่อนกลับคอนโดน้ำหวาน บัลลังก์จะรบเร้าให้ฉันค้างตลอด ซึ่งมันไม่จบแค่นอนค้างคืนเฉยๆไง -_-! หลังๆมาฉันเลยต้องปฏิเสธตลอด“ ก็ฉันอยากอยู่กับเธออ่ะ เธอคงไม่รู้หรอกว่าการที่ไม่ได้นอนกอดเธอมันทรมานขนาดไหน ตื่นเช้ามาก็ไม่เจอเธอในอ้อมกอดมันปวดใจแค่ไหน ”“ อย่าเวอร์ได้ไหมบัลลังก์ ” เค้าจะเป็นอะไรขนาดไหน เวอร์มาก“ หึ ใช่ซิ มันก็คงมีแค่ฉันคนเดียวแหละที่อยากให้เราอยู่ด้วยกัน ”“ เธอมันคนใจร้าย ฉันไม่รักเธอแล้ว ”ปัง !“…” อึ้งค่ะ ฉันนั่งอึ้งอยู่บนโซฟา หลังจากที่ตัดพ้อตัวเองเสร็จก็เดินงอนเข้าห้องนอนไปเลย แถมยังปิดประตูเสียงดังด้วย ประตูพังแล้วมั้งนั้น- บัลลังก์ -“ ยังไม่ตามเข้าง้อมาอีก อะไรวะ! ” ผมเข้าห้องมาสักพักแล้วแต่ก็ยังไร้วี่แววของคนที่ควรเข้ามาง้อผม นี้ผมงอนอยู่นะเว้ย ไม่คิดจะมาง้อกันเหรอ นี้มันก็เกือบสองเดือนแล้วนะที่ผักขมย้ายออกไป และผมก็ไม่ได้เวอร์ด้วย ที่ผมพูด ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ผักขมเธอทำของใส่ผมรึเปล่าวะ ทำไมผมถึงทั้ง
“ ไปรับถึงไหนว้ะ นานฉิบหาย ” ฉันต้องบอกไหมค่ะว่าใครเป็นคนพูด แต่ฉันว่าทุกคนน่าจะเดากันได้นะ“ แล้วมึงจะไปเสือกอะไรเรื่องของเค้าว่ะ ไอสง ”“ ก็กูอยากรู้ ว่าแต่มึงเถอะเสือกอะไรเรื่องของกู ”“ เอ้า ไอเวรนี้ ”“ มึงเริ่มก่อนนะไอเก้า ”“ เลิกเล่นกันได้ยัง ” ก่อนที่สงครามกับเก้าทัพจะวุ่นวายไปมากกว่านี้บัลลังก์ก็ถามขึ้นนิ่งๆ ซึ่งมันได้ผลเก้าทัพและสงครามเงียบไม่พูดไรต่อ แต่ทั้งสองคนกลับมองหน้ากันก่อนจะหันมามองหน้าบัลลังก์“ มึงเป็นไรว่ะ ” แล้วก็เป็นสงครามที่ถามออกมา“ ผักขม เธออยากกินอะไร ” บัลลังก์เค้าเมินคำถามของสงครามแล้วหันมาถามฉันแทน ส่วนสงครามนะเหรอ“ ชิ้ กูมันไม่ใช่ผักขมซินะมึงถึงไม่สนใจ ” ค่ะ ก็ตามนั้น“ อื้มม ก๋วยเตี๋ยวไก่ร้านนั้นอ่ะ ” ฉันมองไปรอบๆก่อนจะชี้ไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ ไม่ได้กินนานแล้ว จะว่าไปนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันมากินข้าวที่คณะวิศวะเลยนะตั้งแต่ที่ฉันตัดสินใจออกห่างจากบัลลังก์“ เดี๋ยวฉัน…”“ เดี๋ยวฉันไปซื้อให้ เธอนั่งรอนี้แหละ ”“ ไม่เป็นไร ฉันไปซื้อเองได้ ”“ เดี๋ยวบัลลังก์ไปซื้อเอง ผักขมนั่งอยู่นี้แหละ เดินมาตั้งไกลคงเหนื่อยแล้ว ”“ ปล่อยมันไปซื้อเถอะ พูดยังไงเธอก็ไม่
- หลายอาทิตย์ต่อมา -“ ผักขม ”“ … ”“ ผักขม ”“ … ”“ ผักขม !!! ”“ บัลลังก์นายเป็นบ้าเหรอ จะตะโกนทำไม ”“ ก็เธอไม่ตอบฉัน ”“ แล้วมันใช่เวลาไหมที่นายเรียกฉันตอนนี้ ”“ ก็ถ้าไม่คุยตอนนี้… ”“ นักศึกษาตรงไหนจะคุยกันอีกนานไหม จะคุยก็ออกไปคุยข้างนอกรบกวนนอื่นเขา ”“ ขอโทษค่ะอาจารย์ ” ฉันรีบเอ่ยขอโทษอาจารย์แล้วก้มหัวเป็นการขอโทษเพื่อนในคลาสด้วย ก่อนที่จะหันไปคาดโทษบัลลังก์ ก็บอกแล้วว่ามันไม่ใชเวลายังจะมาคุยอีก แล้วเค้าเป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้สองสามวันมานี้ตัวติดกับฉันตลอด ถ้าเค้าไม่มีเรียนแต่ฉันมีก็จะมานั่งเรียนด้วยแบบนี้ ถ้ามาแล้วอยู่เงียบๆจะไม่เป็นอะไรเลย แต่มาแล้วสร้างปัญหาให้ฉันแบบนี้ฉันก็ทนไม่ไหวเหมือนกันนะ“ ฉัน… ”“ เงียบปากไปเลยนะบัลลังก์ ถ้านายยังพูดอีกแม้แต่คำเดียวฉันจะไม่คุยอะไรกับนายอีก คอยดู ” ฉันกัดฟังพูดกับเค้าตาก็มองที่อาจารย์สอน ดีแค่ไหนที่วิชานี้อาจารย์ไม่ได้เข้มงวดขนาดนั้น ไม่งั้นฉันได้โยนออกไปนอกห้องแล้วก็โดนหักคะแนนอันน้อยนิดไปแล้ว“ วันนี้อาจารย์ก็ขอจบการบรรยายไว้เพียงเท่านี้ มีใครสงสัยอะไรไหม ”“ …. ”“ ถ้าไม่มี งั้นอาจารย์ขอตัวก่อน ”“ ขอบคุณค่ะ / ครับ ” อาจารย์สอนดีมาก
“ อื้อ ” ฉันรู้สึกตัวเพราะแรงที่กอดกระชับฉันแน่นจนฉันแทบจะหายใจไม่ออกจนต้องลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่ฉันเจอหลังจากลืมตาตื่นก็คือผู้ชายที่รังแกร่างกายฉันมาตลอดทั้งคืน กว่าเค้าจะหยุดก็ฟ้าสางอย่างที่เค้าพูดไว้จริงๆ“ ฉันจะเอาคืนนายยังไงได้บ้างนะ ” ฉันพูดขึ้นมาเบาๆเพราะกลัวคนที่หลับอยู่จะได้ยิน“ อื้มม ” เสียงของบัลลังก์ดังขึ้นมาเล็กน้อย เพราะโดนรบกวนจากการนอน ฉันแค่ขยับตัวนิดเดียวเองนะ ก็เค้ากอดฉันแน่นเกินไป แต่บัลลังก์เค้าก็ยอมคลายอ้อมกอดให้ฉัน แต่แค่นิดหน่อยเท่านั้น และนั้นก็ทำให้ฉันมองเห็นหน้าอกของบัลลังก์ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างเต็มตาอึก !ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคอที่มองเห็นมันใกล้ๆแบบนี้ และฉันก็คงไม่ผิดใช่ไหมที่จะห้ามใจตัวเองไม่อยู่จนต้องยื่นมือไปสัมผัสมัน“ แน่นมาก ” มันแน่นมากจริงๆ นี้เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ฉันสัมผัสมันตรงๆและนานขนาดนี้ ปกติจะเป็นฝ่ายโดนจับมากกว่า แต่ก็แอบกลัวโดนจับได้เหมือนกันนะที่มาจับหน้าอกบัลลังก์แบบนี้ ผู้หญิงที่ไหนเค้าจะมานอนจับ นอนลูบหน้าอกผู้ชายแบบนี้ ฉันเลยต้องจับต้องลูบอย่างเบามือที่สุดเพราะกลัวบัลลังก์จะตื่นขึ้นมา“ จะจับอีกนานไหม ”“ อื้ม ขออีกหน่อย ” ด
“ อะไรละที่นายรักมากกว่าศักดิ์ศรีของตัวเอง ” “ เธอไง ” “ เมื่อก่อนฉันยอมแลกทุกอย่างเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตัวเอง แต่พอมีเธอเข้ามาในชีวิต ”“ เข้ามาเปลี่ยนสิ่งต่างๆ มันทำให้ฉันรู้ว่ามันมีสิ่งสำคัญกว่าศักดิ์ศรีที่ฉันต้องรักษา ” “ นั้นก็คือเธอ…ผักขม ” ระหว่างที่บัลลังก์พูดอยู่นั้นสายตาของเค้าก็มองมาที่ฉันไม่วางตาเหมือนจะสื่อให้รู้ว่าเค้าพูดจริง และฉันก็เชื่อทุกคำพูดของบัลลังก์เพราะฉันสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่มันส่งผ่านแววตาและน้ำเสียงของเค้าเราสองคนต่างสบตากันไม่มีใครสักคนที่คิดจะหลบสายตาของอีกฝ่ายก่อนที่ฉันจะสังเกตเห็นสายตาของบัลลังก์ที่ค่อยๆมองต่ำลงมา ดูเหมือนจะอยู่ที่ริมฝีปากของฉันนะ และมันก็ไม่ใช่แค่สายตาที่มองต่ำลงมาแต่บัลลังก์ยังค่อยๆโน้มตัวลงประกบริมฝีปากของตัวเองมาที่ริมฝีปากของฉัน" อื้อออ " บัลลังก์ค่อยๆจูบซับที่ริมฝีปากอยู่สักพักก่อนจะส่งลิ้นสากเข้ามาสำรวจในโพรงปากของฉัน ส่วนฉันก็เต็มใจให้บัลลังก์ได้สำรวจมันอย่างเต็ม" อ้ะ ! " ฉันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บเมื่อบัลลังก์ดูดดึงริมฝีปากฉันเพราะมันไปโดนแผลที่เกิดจากการโดนไฟตบหมับ !" อื้ออ " ฉันจับหน้าบัลลังก์ไว้ไม่ให้เค้าถอนจูบออกไ
“ ค่อยๆนะ ” ฉันกำลังประคองบัลลังก์เดินไปนั่งยังโซฟา ความจริงเค้าก็ไม่ได้เจ็บถึงขั้นเดินเองไม่ได้แต่ฉันกลัวว่าบัลลังก์เดินเร็วไปหรือลงน้ำหนักผิดท่ามันอาจะกระทบกระเทือนแผลเค้าก็ได้ฟุบ !“ อ่ะ ! บัลลังก์ ! ” ฉันร้องด้วยความตกใจ เผลอหันหลังให้เค้าแค่แปปเดียวเค้าก็กระแทกตัวนั่งลงโซฟาเต็มแรง ถึงโซฟามันจะนุ่มแต่มันอาจจะกระทบกระเทือนก็ได้“ ฉันแค่โดนต่อย ไม่ได้โดนรถชน อย่าเวอร์ให้มาก ” เค้าจะหาว่าฉันเวอร์ก็ได้ แต่ที่ฉันทำก็เพราะเป็นห่วงเค้าแค่นั้นเอง“ จะไปไหน ”“ ……. ” ฉันเลือกที่จะไม่ตอบคำถามเค้าแล้วเดินไปยังจุดหมายที่ฉันตั้งใจ ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับอุปกรณ์ทำแผล“ ขอโทษนะ นายเจ็บตัวเพราะฉันอีกแล้ว ” ฉันบอกเค้าออกไปเสียงสั่น ไม่ได้อยากให้สั่นแบนี้เลยแล้วก็ไม่อยากมานั่งร้องไห้ต่อหน้าเค้าแบบนี้ด้วย แต่พอเห็นแผล เห็นเลือดที่มันยังซึมออกมา ฉันก็ห้ามตัวเองไม่ได้ ยิ่งได้เห็นแผลเค้าใกล้ๆแบบนี้ด้วยแล้วมันยิ่งรู้สึกแย่มากๆ“ จะทำก็รีบทำสักที ” บัลลังก์ปรายตามองฉันนิดหน่อยก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดนิดหน่อยแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่อยากเห็นหน้าฉันขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันปาดน้ำตาที่อยู่บนหน้
“ นี่ห้องนายหรอ ” ฉันค่อยๆก้าวเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมอย่างกล้าๆกลัวๆ“ คิดก่อนถามแล้วใช่ไหม ” เขาจะด่าฉันว่าโง่อีกแล้วใช่ไหม“ นายอยู่คนเดียวหรอ ”“ แล้วเห็นว่ามีกี่คน ” โอเคฉันจะไม่ถามอะไรเขาอีกแล้ว“ ..... ” แล้วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบส่วนฉันก็ได้แต่ยืนอยู่กลางห้องโดยที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี จะเ
“ กูพึ่งรู้ว่านอกจากพวกมึงจะเป็นหมาลอบกัดแล้วยังหน้าตัวเมียอีก ”“ หึ โผล่หัวมาจนได้ ”“ นาย!! ” ทุกยังจำคนที่ฉันเดินชนเมื่อหลายวันก่อนได้ไหม คนที่เข้ามาช่วยคือผู้ชายคนนั้น พอตั้งสติได้ฉันก็แกะมือผู้ชายที่จับฉันออกแล้วเดินไปหลบอยู่ด้านหลังนายคนนั้นฉันจะต้องเรียกเขาว่ายังดีนะ“ นิสัยเหี้ยเหมือนลูกพี
“ น้ำหวาน ” ฉันเรียกเพื่อนตัวเองเสียงเบาเอาแบบให้ได้ยินกันแค่สองคน“ หื้มมม ”“ แกรู้สึกไหม ” ฉันก็ถามต่อ“ รู้สึก ? รู้สึกดิ ” น้ำหวานทวนคำถามก่อนจะตอบกลับมา“ จริงหรอ แกก็รู้สึกเหมือนฉันใช่ไหม ” ฉันถามต่อด้วยความตื่นเต้น แสดงว่าฉันไม่ได้คิดไปเองคนเดียว“ ใช่รู้สึก รู้สึกว่าทำไมงานมันเยอะแบบนี้ ทุ
- มหาลัย -“ สำหรับวันนี้ก็มีเท่านี้ อย่าลืมงานที่อาจารย์สั่งกันละ ”“ ครับ / ค่ะ ” “ งั้นก็เลิกคลาสจ้ะ ” “ โอ้ยย งาน งาน งานอีกแล้ว จะเป็นลม ” หลังจากอาจารย์เดินออกไปได้ไม่นานคนข้างๆก็หันหน้ามาโอดครวญกับฉันทันที “ ยิ้ม ยิ้มอะไร อิผัก งานจะทับตายอยู่ละ ” ก็จะไม่ให้ยิ้มได้ไง ก็มันน่าตลกนี่หนา “







