LOGIN“ น้ำหวาน ” ฉันเรียกเพื่อนตัวเองเสียงเบาเอาแบบให้ได้ยินกันแค่สองคน
“ หื้มมม ”
“ แกรู้สึกไหม ” ฉันก็ถามต่อ
“ รู้สึก ? รู้สึกดิ ” น้ำหวานทวนคำถามก่อนจะตอบกลับมา
“ จริงหรอ แกก็รู้สึกเหมือนฉันใช่ไหม ” ฉันถามต่อด้วยความตื่นเต้น แสดงว่าฉันไม่ได้คิดไปเองคนเดียว
“ ใช่รู้สึก รู้สึกว่าทำไมงานมันเยอะแบบนี้ ทุกวันนี้แทบจะแต่งงานอยู่กินกับงานพวกนี้แล้ว ”น้ำหวานโยนงานที่พวกเรากำลังทำกันอยู่เบาๆ แต่นั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันรู้สึกไง
“ ไม่ใช่ ”
“ ไม่ใช่แล้วอะไร ” น้ำหวานก็ถามกลับมาติดจะงงๆและหงุดหงิดนิดหน่อย ยัยนี้ก็นิสัยแบบนี้แหละอาจจะดูติดเหวี่ยงไปหน่อยแต่จริงๆแล้วน้ำหวานเป็นเพื่อนที่น่ารักมากๆเลยนะ
“ ฉันรู้สึกเหมือนมีคนกำลังมองอยู่ตลอดเวลาเลยอ่ะ ” ตอนนี้ฉันก็ยังรู้สึกอยู่
“ ไปดูอะไรมาแล้วเก็บมาคิดรึเปล่า ” น้ำหวานเอามือท้าวคางกับโต๊ะแล้วพูดออกมา
“ ไม่นะ ฉัน.... ”
“ ฉันว่าแกคิดไปเอง จิตปรุงแต่ง ” ฉันกำลังจะเถียงกลับไปว่าฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ จิตไม่ปรุงแต่งแน่นอน
“ ฉันว่าแกเลิกคิดแล้วกลับมาสนใจงานต่อดีกว่า ดูดิจะทับตายอยู่แล้ว ” แล้วน้ำหวานก็ก้มหน้าทำงานต่อไป
ฉันก็อยากจะเลิกคิดเหมือนกันนะ แต่มันทำไม่ได้ ฉันว่าทุกคนก็น่าจะรู้สึกได้ตามสัญชาตญาณของตัวเราเองเวลามีคนมองเรา เราจะรู้สึกได้ ซึ่งฉันรับรู้ได้ถึงความรู้สึกนั้น พยายามมองหาแต่ก็ไม่เจอ และที่ฉันบอกว่าฉันไม่ได้จิตปรุงแต่งหรือคิดไปเองแน่ ๆก็เพราะว่าความรู้สึกฉันมันติดอยู่แบบนี้มาสามสี่วันแล้ว ไม่ว่าฉันจะมาที่มหาลัย ไปทำงาน หรือกลับหอก็รู้สึกตลอด ฉันเลยคิดว่าฉันไม่น่าจะคิดไปเองหรือจะไปดูอะไรมาแล้วเอาปรุงแต่งก็ไม่น่าจะใช่เพราะก่อนหน้านี้แค่เวลานอนฉันยังแทบไม่มีแล้วจะเอาเวลาไหนไปดูอะไรมาให้รู้สึกแบบนี้
“ ทำเร็ว มัวแต่นั่งเหม่ออยู่ได้ ” น้ำหวานสะกิดเพื่อเรียกสติให้กลับมา ฉันเลยส่ายหน้าเบาๆเพื่อไล่ความคิดพวกนั้นออกไป แต่มันก็คงทำได้ยากเพราะตอนนี้ฉันยังรู้สึกว่ามีคนมองอยู่ ฉันเลยหันไปมองรอบๆตัวแต่มันก็ดูไม่มีใครหน้าสงสัยสักคน คิดไปเองจริงๆหรอ
- อีกด้าน -
“ ช่วงนี้มันเงียบแปลกๆไหมวะ ” เสียงไอสงครามพูดขึ้น
“ มึงคิดว่าพวกมันกำลังวางแผนจะทำอะไรอยู่ไหม ”
“ ...... ”
“ กูถามให้ตอบไอสัส ไม่ใช่เงียบ ” เสียงไอสงครามคนเดิมพูดขึ้นมาอีกรอบ
“ แล้วมึงจะอยากรู้อะไรหนักหนาห้ะ ” ผมไม่ได้ตอบ แต่เป็นไอเก้าทัพต่างหาก
“ หรือมึงไม่อยากรู้ห้ะไอเก้า ส่วนมึงอย่าทำตัวเป็นไอออสสองกูขอร้อง คนเดียวกูก็จะตายละ ” มันหันไปถามไอเก้าทัพ แล้วหันกลับชี้หน้าผมก่อนจะพูดประโยคท้ายออกมา ส่วนไอออสที่มันพูดถึงก็คือไอออกศึกในบรรดาพวกผมไอนี้นิ่งสุดแล้วครับ
“ หึ ” ผมยิ้มมุมปากแล้วโยนก้นบุหรี่ที่พึ่งอัดเข้าไปจนหมดม้วนทิ้งลงบนพื้น
ส่วนผมชื่อ บัลลังก์ ใครๆก็พูดกันว่าผมนะตัวพาทุกคนบรรลัย แล้วไงว่ะ ใครมันจะบรรลัยแล้วไง ผมต้องแคร์หรอ ใครมีปัญหาก็เข้ามาได้ครับผมพร้อมเสมอ พวกผมเรียนวิศวะ อยู่ปี4 ปีสุดท้ายแล้วว่ะ ส่วนนิสัยของผมหรือเพื่อนผมก็อย่ามารู้จักเลยครับ เพราะผมก็ไม่ได้อยากรู้จักพวกคุณ
“ ก็แค่...พวกหมาลอบกัด ” ผมพูดออกมาสั้นๆ
“ แล้วมึงว่าพวกมันเงียบไปแบบนี้มันมีแผนอะไรไหมวะ ” ถามผมแล้วผมจะไปถามใครวะ ในเมื่อผมก็คือผมไม่ใช่พวกเหี้ยนั้น
“ ไม่ว่าจะมีเหี้ยอะไรกูก็ไม่กลัว ” คนที่พวกผมพูดถึงกันอยู่ก็คือพวกไอเหี้ยไฟ พวกมันเป็นคู่อริพวกผมจะเรียกว่าพวกผม ก็คงไม่เต็มปากเท่าไหร่ เพราะไอไฟแม่งแค้นผมมากที่สุดแล้วมั้ง ผมกับมันมีเรื่องกันมาตั้งแต่ปี1จนมาถึงตอนนี้เรียกว่าคู่อริอาจจะฟังดูไม่ค่อยดี เรียกว่าเพื่อนรักผมดีกว่า เพื่อนรักในที่นี้คือเพื่อนเหี้ยครับ เหี้ยที่แบบถ้าเห็นมันตายต่อหน้าผมจะเข้าไปช่วยให้มันตายเร็วขึ้นโดยไม่ต้องคิดอะไรเลย แต่มันเป็นเด็กคนละมหาลัยกับพวกผม
“ มึงเก่งไอสัส! กูรู้ ” คนภายนอกจะมองว่าผมมันอันธพาลชอบใช้กำลังแก้ไขปัญหา ก็เคยใช้เหตุผลแก้แล้วมันไม่ได้ผล แต่พอมาใช้ส้นตีนมันได้ผลกว่า
“ ไม่ไหวก็เรียกพวกกู ” ที่ไอเก้าพูดก็คงจะเผื่อไอไฟมันจัดหนักมั้งครับ
“ เออ ” มันไม่บ่อยหรอกครับที่จะต้องเรียกให้พวกมันมาช่วย ผมชอบตัวต่อตัวมากกว่า แต่พวกไอไฟนอกจะเป็นหมาลอบกัดแล้วยังเป็นหมาหมู่อีก แต่ไม่ว่ามันจะมาในรูปแบบไหนก็ไม่เคยเห็นมันเอาชนะผมได้สักครั้ง กระจอกฉิบหาย
“ แล้วเกียร์มึง ? ” ไอออส หรือไอออกศึกพูดขึ้นมาหลังจากที่นั่งเงียบมานาน ที่เรียกมันว่าออสก็เพราะย่อจากออกศึกจะออส หรือออกศึกก็คนเดียวกันนั้นแหละ แต่ออสก็จะมีแค่คนที่สนิทเท่านั้นแหละที่ได้เรียกคนอื่นไม่มีสิทธิ อ่า เปื่อยปากฉิบหาย
“ ยังหาไม่เจอ ” ผมก็ตอบมันกลับไปสั้นๆ ไม่รู้ไปทำหายที่ไหนแม่ง!
“ แล้วมึงทำหายที่ไหน ”
ตุบ !
“ ไอเหี้ยเก้ามึงตบกูหาพ่อมึงหรอ ” ไอสงแม่งโวยวายน่าเอาอีกทีฉิบหาย
“ ก็มึงถามแปลก ถ้ามันรู้ว่าหายที่ไหนมันจะเรียกว่าหายไหมไอสัส สมองอ่ะหัดคิดบ้าง วันๆเอาแต่ม่อสาวสมองฝ่อหมดแล้ว ”
“ สมองกูจะฝ่อก็เพราะมีเพื่อนเหี้ยแบบมึงตบหัวเนี่ยแหละไอสัส ” ไอสงมันลูบหัวผมแต่ปากก็ด่าไอเก้าไม่หยุด
“ พวกมึง ” เงียบได้ไม่นานไอสงครามก็พูดขึ้นมาอีก พูดมาก
“ อะไรอีก ”
“ นั้นมันใช่เด็กมอเราหรอวะ ? ” ไอสงชี้ไปที่นักศึกษาสองคนที่ห่างออกไปพอสมควรแต่ก็พอมองเห็นอยู่ ที่มันถามก็คงเห็นว่าใส่ช็อปแต่มันดูเหมือนไม่ใช่มหาลัยผม
“ มอเราไม่มีช็อปสีนี้ ” เสียงไอออสตอบมา ทำให้ผมมองดูพวกมันต่อ
“ หึ ”
“ หึ ? หึอะไรของมึงไอบรรลัย ให้กูรู้ด้วย ” บรรลัยมันก็ใช้ไว้เรียกชื่อผมเวลามันจะกวนตีน น่าเอาตีนยัดปาก
“ พวกไอไฟ ? ” ไอออสเป็นคนถามผม ผมก็พยักหน้ากลับไป ไอออสมันนิ่งก็จริง แต่มันฉลาด
“ แล้วมามหาลัยเราทำไมวะ ”
“ มึงก็ลองเดินไปถามดูไอสง ”
“ เออ เดี๋ยวกูเดินไปถามให้ ” พูดจบไอสงมันก็เดินออกไป
“ .... ”
“ กลับมาทำไม ” ผมถามมัน
“ นี่พวกมึงไม่คิดจะห้ามกูบ้างหรอว่ะ ” ปล่อยมัน อยากเล่นอะไรก็แล้วแต่มันเลย
“ ไอพวกเพื่อนเหี้ย ” มันบ่นออกมาเบาๆ ผมก็ไม่ได้อะไรกับมันหรอกครับ และมันก็ไม่ได้อะไรกับพวกผมด้วยถึงปากมันจะด่าว่าพวกผมเหี้ย แต่นั้นมันเป็นการแสดงความรักของพวกเรา ผมเลิกสนใจไอสงครามแล้วหันกลับไปมองไอสองตัวนั้น ถ้ากล้าที่จะส่งคนมาถึงที่นี้แสดงว่ามันต้องมีเรื่องอะไรสักอย่าง
“ ให้มันน้อยๆหน่อยไอบรรลัย ”“ หึ ” ฉันหลุดขำออกมากับชื่อที่สงครามใช้เรียกบัลลังก์ ฉันว่ามันก็ฟังดูเข้ากับเขาดีนะ บรรลัย“ ขำอะไร ” แต่คนที่ดูจะไม่ชอบน่าจะเป็นบรรลัย เอ๊ย บัลลังก์ ดูดิมองหน้าฉันเหมือนจะบีบคอให้ฉันตายตรงนี้เลย“ ก็เปล่านิ ” ฉันตอบไปนิ่งๆทั้งที่ในใจยังคงพยายามกลั้นขำอยู่ คิดได้ไงนะสงคราม“ แยกกันเลยไหม ” เก้าทัพถามออกมา“ เออ แยกเลย ” บัลลังก์ก็เป็นคนตอบคำถามนั้นตามด้วยสงคราม แล้วก็ออกศึกที่พยักหน้าตอบรับ ออกศึกเขาจะไม่พูดอะไรออกมาเลยรึไง อยากฟังเสียงเขา“ คืนนี้ห้ามเบี้ยวนัดนะเว้ย ” แต่ก่อนจะแยกย้ายกันก็ไม่วายที่สงครามจะพูดย้ำออกมา คืนนี้พวกเขานัดไปทำอะไรกันละมั้ง“ เออ ย้ำเป็นยาหลังอาหารเลยนะมึง ” เก้าทัพก็เป็นคนตอบกลับไป ดูเหมือนว่าสองคนนี้จะชอบเถียงกันนะ“ ก็กูกลัวพวกมึงเบี้ยว เธอก็ไปด้วยดิ ผักขม ”“ ฉันหรอ ” ฉันชี้หน้าตัว ฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย“ อื้ม ไปด้วยนะ ”“ ฉันว่า .... ”“ เอาเป็นว่าตกลงนะ ส่วนมึงไอออสพามิลินไปด้วยนะ เจอกันคืนนี้ บาย ” แล้วสงครามก็เดินออกไปเลย เดี๋ยวนะฉันยังไม่ได้ตอบตกลงว่าจะไปหรืออะไรเลย“ ไว้เจอกัน ” ตามมาด้วยเก้าทัพแล้วออกศึกที่เดินตามออกไป
วันต่อมา“ อ่ะ ” บัลลังก์ยื่นบางอย่างมาให้ฉัน“ ให้ฉันทำไมอ่ะ ” ฉันก้มลงมองของที่อยู่ในมือตัวเอง มันคือเกียร์ที่ฉันพึ่งคืนบัลลังก์ไป“ ใส่ไว้ ” ใส่ทำไม?“ คนอื่นจะได้รู้ว่าเธอคือ ผู้หญิงของฉัน ” ผู้หญิงของบัลลังก์หรอ ทำไมฉันถึงรู้สึกใจเต้นแปลกๆกับประโยคนี้“ แล้วมันต่างกับคนอื่นยังไง ” มันก็เป็นสัญลักษณ์รูปเกียร์หมด แล้วมันจะต่างจากคนอื่นยังไง“ มันมีรหัสอยู่ ” ฉันก็ก้มลงมองเกียร์ที่อยู่ในมืออีกครั้ง ซึ่งมันมีตัวเลยสลักไว้บนนั้นจริงๆ มันเป็นแบบนี้นี่เองเด็กวิศวะถึงแยกเกียร์กันออกว่าของใครเป็นของใคร จริงๆฉันก็แอบสงสัยมาตั้งนานแล้วละว่าเขาแยกกันยังไง“ อีกอย่างสร้อยเส้นนี้ฉันก็ทำขึ้นมาเอง มันไม่เหมือนใครแน่นอน ” จริงๆสร้อยของบัลลังก์มันก็ดูแปลกตาจริงๆ อย่างที่ฉันบอกไปว่าสร้อยเขามันดูสะดุดตา“ นายใส่ให้หน่อยได้ไหม ” ฉันถามออกไปเสียงเบากลัวจะทำอะไรไม่ถูกใจเขาอีก“ มานี่ ” เพราะฉันกับบัลลังก์นั่งกันคนละฝั่งกัน บัลลังก์เลยให้ฉันขยับไปหาเขาเอง ฉันเลยลุกขึ้นแล้วเดินไปหาเขา“ อ่ะ ”ตุบ !ฉันร้องออกมาด้วยความตกใจก็แทนที่บัลลังก์จะใส่ให้ฉันดีๆ เขากลับกระชากตัวฉันให้นั่งลงบนตักเขา มันก็รู้สึกแปลก
“ รับอะไรดีคะ ” ฉันถามลูกค้าโต๊ะแปด ซึ่งโต๊ะนี้ก็คือกลุ่มนักศึกษากลุ่มนั้น ฉันไม่แน่ใจว่านี้จะใช่เรื่องบังเอิญไหมแต่ฉันก็แอบหวั่นใจ“ ไอบัลลังก์มันปล่อยให้แฟนตัวเองมาทำงานแบบนี้ได้ไง ” ผู้ชายคนที่เก็บเกียร์เป็นคนพูดออกมา ดูแล้วเขาคงเป็นเหมือนหัวหน้าแก๊งนะ“ ฉันไม่ใช่แฟนบัลลังก์ ” ฉันก็ตอบออกไป มันเป็นเรื่องจริงเพราะฉันกับบัลลังก์ไม่ได้เป็นอะไร จริงๆเจอพวกเขาก็ดีเหมือนกันนะ จะได้อธิบายกันให้เข้าใจเรื่องนี้มันจะได้จบ“ หึ ”หมับ !“ อ้ะ ! ” ฉันเซลงไปนั่งบนตักของเขาทันที ก็เขาเล่นกระชากตัวฉันลงมาโดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัว“ คิดว่าฉันโง่หรอ ” คำพูดมันอาจจะฟังดูคล้ายๆกับบัลลังก์นะ แต่ทำไมมันถึงดูน่ากลัวกว่า มันเป็นน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดใด เป็นน้ำเสียงที่ฉันสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกจนฉันรู้สึกเสียวสันหลังวาบ“ ถ้าไม่สั่งอะไรฉันขอตัว ” ฉันพยายามแกะมือของเขาออกแต่มันยากมากๆเลย“ มีอะไรกันรึเปล่าครับ ” ขอบคุณสวรรค์ที่ยังเห็นใจฉันส่งต้าร์ลงมาช่วย“ หึ รอดตัวไปนะ ” เขากระซิบมาตรงข้างหูฉันแล้วปล่อยมือออกจากแขนฉัน เมื่อได้รับอิสระฉันก็รีบลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทันที และมีต้าร์เดินตามหลังมา“ โอ
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็มีข้าวมาส่งฉันเลยเอาไปใส่จานส่วนนายนั้นก็ลุกไปอาบน้ำแต่ฉันว่าวิ่งผ่านน้ำมากกว่าไม่ถึงสิบนาทีเขาก็ออกมาเล่นเกมส์ต่อแล้ว แต่จะทำอะไรมันก็สิทธิ์ของเขา ก็อย่างที่เขาพูดนี่มันห้องเขา“ อ่ะ ของนาย ” ฉันวางจานลงตรงหน้าเขา และดูเหมือนเขาจะเล่นเกมเสร็จพอดีมั้งถึงวางเกมลง แล้วมานั่งกินข้าว จริงๆมันก็มีโต๊ะให้นั่งกินอยู่นะที่โซนครัว แต่ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องมานั่งกินข้าวกันตรงหน้าทีวี“ นายไม่ชอบกินหรอ ” ฉันถามออกไปเสียงอ่อนฉันสั่งคะน้าหมูกรอบไปทั้งสองกล่องเลยก็ไม่รู้จะสั่งอะไรให้เขาดีส่วนฉันอยากกินคะน้าหมูกรอบเลยสั่งมา และที่ถามก็เพราะเห็นเขาเอาแต่มองจานแต่ไม่กินสักที แล้วฉันที่เป็นผู้อาศัยจะกล้ากินก่อนได้ไง“ ..... ” และสิ่งที่ฉันได้ก็คือสายตานิ่งๆที่ตอบกลับคำถามนั้นมา“ ฉันถามนายแล้วนะว่าจะกินอะไร ” ก่อนหน้านี้ฉันก็พยายามที่จะถามแล้วนะแต่เขาก็เอาแต่ทำหน้าหงุดหงิด แล้วก็บอกว่ารำคาญๆใส่ฉันตลอด พอเรื่องออกมาเป็นแบบนี้คนผิดจะเป็นใครไปได้ ก็ต้องเป็นฉันอีกไงที่ผิด“ จะบอกว่าฉันผิด ? ” ฉันไม่รู้จะรับมือกับผู้ชายคนนี้ยังไงดีแล้วนะ“ .... ” ฉันได้แต่นั่งก้ม
นอนไม่หลับ ยังไงก็ไม่หลับ ฉันพยายามข่มตาให้ตัวเองหลับมาเกือบจะชั่วโมงแล้ว แต่มันก็ยังไม่หลับสักที ทั้ง ๆที่ฉันอยากจะหลับใจจะขาดแล้ว ฉันลองมาหมดทุกวิธี ที่คิดว่าจะทำให้หลับแล้วนะ ไม่ว่าจะเป็นนับแกะ นับจนจะสร้างฟาร์มแกะได้เกือบร้อยฟาร์มแล้วฉันก็ยังไม่หลับ พยายามคิดอะไรเรื่อยเปื่อยก็ไม่ช่วย เปิดเพลงฟังก็ไม่ช่วยอะไร จนไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงแล้ว ก็เข้าใจว่ามันคงจะแปลกที่ มันแปลกที่ไปจากเดิมมากๆเลยละ และหลายคนอาจจะคิดว่าฉันคงจะแบ่งเตียงกับนายนั้นหรือไม่ก็หาอะไรมากั้นไว้หรือเขาจะเสียสละยกเตียงให้ฉัน ใช่ค่ะทุกคนคิดถูก เขาเสียสละมาก มากจนชนิดที่ว่าฉันไม่คิดว่าจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ ผู้ชายบ้าอะไรให้ผู้หญิงอย่างฉันมานอนที่โซฟา ค่ะ ทุกคนฟังไม่ผิด ตอนนี้ฉันนอนอยู่ที่โซฟาพร้อมกับผ้าห่ม โดยเขาให้เหตุผลว่า“ ฉันไม่ชอบแบ่งเตียงให้ใคร ” “ แต่ถ้าอ้าขาให้ฉันเอาก็อีกเรื่อง ”และนั้นก็เป็นอีกเรื่องที่ฉันไม่คิดว่าผู้ชายอย่างเขาจะพูดออกมาโดยไม่รู้สึกอะไรเลย ฉันเลยเลือกที่จะมานอนที่โซฟา จริงๆมันก็ไม่ได้ลำบากอะไรสำหรับฉันเลยเพราะที่หอของฉัน เตียงนอนมันก็ไม่ได้กว้างไปกว่าโซฟาตัวนี้มากเท่าไหร่ อีกอย่างโซฟานี่นุ่
“ นี่ห้องนายหรอ ” ฉันค่อยๆก้าวเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมอย่างกล้าๆกลัวๆ“ คิดก่อนถามแล้วใช่ไหม ” เขาจะด่าฉันว่าโง่อีกแล้วใช่ไหม“ นายอยู่คนเดียวหรอ ”“ แล้วเห็นว่ามีกี่คน ” โอเคฉันจะไม่ถามอะไรเขาอีกแล้ว“ ..... ” แล้วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบส่วนฉันก็ได้แต่ยืนอยู่กลางห้องโดยที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี จะเดินไปนั่งที่โซฟาก็กลัวว่ามันจะเสียมารยาทไปไหมเจ้าของห้องยังไม่ได้บอกให้นั่งเลย จะถามก็กลัวว่าเขาจะว่าฉันถามอะไรโง่ๆอีก เดาใจผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลยจริงๆ“ จะยืนถึงเช้าเลยไหม ” นั้นไง ฉันโดนอีกแล้วฟุบในเมื่อเขาพูดแบบนั้นฉันก็เดินไปนั่งที่โซฟาทันที เหอะ ผู้ชายบ้าอะไร“ ..... ” แล้วความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง มันน่าอึดอัดชะมัด“ นายรู้จักคนพวกนั้นหรอ ”“ เออ ” ตอบคำถามให้ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วรึไง“ ไม่ถูกกันหรอ ” จริงๆฉันไม่ต้องถามก็พอจะเดาได้อยู่“ หึ เสือกเก่งเหมือนกันนิ ” นี่คือคำพูดที่ผู้ชายเขาพูดกับผู้หญิงหรอ ให้ตายเหอะ“ เธอไปทำอะไรพวกมัน ”“ เสือกเก่งเหมือนกันนิ ” ด่ามาด่ากลับไม่โกงค่ะ“ คิดดีแล้วที่พูดออกมา ? ” เขาเลิกคิ้วถามฉัน ชิ๊ ฉันมันเลือกอะไรไม่ได้อยู่แล้วนิ“ ฉันไม่ได้ทำอะไร ” จะบอกว่







