登入“ น้ำหวาน ” ฉันเรียกเพื่อนตัวเองเสียงเบาเอาแบบให้ได้ยินกันแค่สองคน
“ หื้มมม ”
“ แกรู้สึกไหม ” ฉันก็ถามต่อ
“ รู้สึก ? รู้สึกดิ ” น้ำหวานทวนคำถามก่อนจะตอบกลับมา
“ จริงหรอ แกก็รู้สึกเหมือนฉันใช่ไหม ” ฉันถามต่อด้วยความตื่นเต้น แสดงว่าฉันไม่ได้คิดไปเองคนเดียว
“ ใช่รู้สึก รู้สึกว่าทำไมงานมันเยอะแบบนี้ ทุกวันนี้แทบจะแต่งงานอยู่กินกับงานพวกนี้แล้ว ”น้ำหวานโยนงานที่พวกเรากำลังทำกันอยู่เบาๆ แต่นั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันรู้สึกไง
“ ไม่ใช่ ”
“ ไม่ใช่แล้วอะไร ” น้ำหวานก็ถามกลับมาติดจะงงๆและหงุดหงิดนิดหน่อย ยัยนี้ก็นิสัยแบบนี้แหละอาจจะดูติดเหวี่ยงไปหน่อยแต่จริงๆแล้วน้ำหวานเป็นเพื่อนที่น่ารักมากๆเลยนะ
“ ฉันรู้สึกเหมือนมีคนกำลังมองอยู่ตลอดเวลาเลยอ่ะ ” ตอนนี้ฉันก็ยังรู้สึกอยู่
“ ไปดูอะไรมาแล้วเก็บมาคิดรึเปล่า ” น้ำหวานเอามือท้าวคางกับโต๊ะแล้วพูดออกมา
“ ไม่นะ ฉัน.... ”
“ ฉันว่าแกคิดไปเอง จิตปรุงแต่ง ” ฉันกำลังจะเถียงกลับไปว่าฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ จิตไม่ปรุงแต่งแน่นอน
“ ฉันว่าแกเลิกคิดแล้วกลับมาสนใจงานต่อดีกว่า ดูดิจะทับตายอยู่แล้ว ” แล้วน้ำหวานก็ก้มหน้าทำงานต่อไป
ฉันก็อยากจะเลิกคิดเหมือนกันนะ แต่มันทำไม่ได้ ฉันว่าทุกคนก็น่าจะรู้สึกได้ตามสัญชาตญาณของตัวเราเองเวลามีคนมองเรา เราจะรู้สึกได้ ซึ่งฉันรับรู้ได้ถึงความรู้สึกนั้น พยายามมองหาแต่ก็ไม่เจอ และที่ฉันบอกว่าฉันไม่ได้จิตปรุงแต่งหรือคิดไปเองแน่ ๆก็เพราะว่าความรู้สึกฉันมันติดอยู่แบบนี้มาสามสี่วันแล้ว ไม่ว่าฉันจะมาที่มหาลัย ไปทำงาน หรือกลับหอก็รู้สึกตลอด ฉันเลยคิดว่าฉันไม่น่าจะคิดไปเองหรือจะไปดูอะไรมาแล้วเอาปรุงแต่งก็ไม่น่าจะใช่เพราะก่อนหน้านี้แค่เวลานอนฉันยังแทบไม่มีแล้วจะเอาเวลาไหนไปดูอะไรมาให้รู้สึกแบบนี้
“ ทำเร็ว มัวแต่นั่งเหม่ออยู่ได้ ” น้ำหวานสะกิดเพื่อเรียกสติให้กลับมา ฉันเลยส่ายหน้าเบาๆเพื่อไล่ความคิดพวกนั้นออกไป แต่มันก็คงทำได้ยากเพราะตอนนี้ฉันยังรู้สึกว่ามีคนมองอยู่ ฉันเลยหันไปมองรอบๆตัวแต่มันก็ดูไม่มีใครหน้าสงสัยสักคน คิดไปเองจริงๆหรอ
- อีกด้าน -
“ ช่วงนี้มันเงียบแปลกๆไหมวะ ” เสียงไอสงครามพูดขึ้น
“ มึงคิดว่าพวกมันกำลังวางแผนจะทำอะไรอยู่ไหม ”
“ ...... ”
“ กูถามให้ตอบไอสัส ไม่ใช่เงียบ ” เสียงไอสงครามคนเดิมพูดขึ้นมาอีกรอบ
“ แล้วมึงจะอยากรู้อะไรหนักหนาห้ะ ” ผมไม่ได้ตอบ แต่เป็นไอเก้าทัพต่างหาก
“ หรือมึงไม่อยากรู้ห้ะไอเก้า ส่วนมึงอย่าทำตัวเป็นไอออสสองกูขอร้อง คนเดียวกูก็จะตายละ ” มันหันไปถามไอเก้าทัพ แล้วหันกลับชี้หน้าผมก่อนจะพูดประโยคท้ายออกมา ส่วนไอออสที่มันพูดถึงก็คือไอออกศึกในบรรดาพวกผมไอนี้นิ่งสุดแล้วครับ
“ หึ ” ผมยิ้มมุมปากแล้วโยนก้นบุหรี่ที่พึ่งอัดเข้าไปจนหมดม้วนทิ้งลงบนพื้น
ส่วนผมชื่อ บัลลังก์ ใครๆก็พูดกันว่าผมนะตัวพาทุกคนบรรลัย แล้วไงว่ะ ใครมันจะบรรลัยแล้วไง ผมต้องแคร์หรอ ใครมีปัญหาก็เข้ามาได้ครับผมพร้อมเสมอ พวกผมเรียนวิศวะ อยู่ปี4 ปีสุดท้ายแล้วว่ะ ส่วนนิสัยของผมหรือเพื่อนผมก็อย่ามารู้จักเลยครับ เพราะผมก็ไม่ได้อยากรู้จักพวกคุณ
“ ก็แค่...พวกหมาลอบกัด ” ผมพูดออกมาสั้นๆ
“ แล้วมึงว่าพวกมันเงียบไปแบบนี้มันมีแผนอะไรไหมวะ ” ถามผมแล้วผมจะไปถามใครวะ ในเมื่อผมก็คือผมไม่ใช่พวกเหี้ยนั้น
“ ไม่ว่าจะมีเหี้ยอะไรกูก็ไม่กลัว ” คนที่พวกผมพูดถึงกันอยู่ก็คือพวกไอเหี้ยไฟ พวกมันเป็นคู่อริพวกผมจะเรียกว่าพวกผม ก็คงไม่เต็มปากเท่าไหร่ เพราะไอไฟแม่งแค้นผมมากที่สุดแล้วมั้ง ผมกับมันมีเรื่องกันมาตั้งแต่ปี1จนมาถึงตอนนี้เรียกว่าคู่อริอาจจะฟังดูไม่ค่อยดี เรียกว่าเพื่อนรักผมดีกว่า เพื่อนรักในที่นี้คือเพื่อนเหี้ยครับ เหี้ยที่แบบถ้าเห็นมันตายต่อหน้าผมจะเข้าไปช่วยให้มันตายเร็วขึ้นโดยไม่ต้องคิดอะไรเลย แต่มันเป็นเด็กคนละมหาลัยกับพวกผม
“ มึงเก่งไอสัส! กูรู้ ” คนภายนอกจะมองว่าผมมันอันธพาลชอบใช้กำลังแก้ไขปัญหา ก็เคยใช้เหตุผลแก้แล้วมันไม่ได้ผล แต่พอมาใช้ส้นตีนมันได้ผลกว่า
“ ไม่ไหวก็เรียกพวกกู ” ที่ไอเก้าพูดก็คงจะเผื่อไอไฟมันจัดหนักมั้งครับ
“ เออ ” มันไม่บ่อยหรอกครับที่จะต้องเรียกให้พวกมันมาช่วย ผมชอบตัวต่อตัวมากกว่า แต่พวกไอไฟนอกจะเป็นหมาลอบกัดแล้วยังเป็นหมาหมู่อีก แต่ไม่ว่ามันจะมาในรูปแบบไหนก็ไม่เคยเห็นมันเอาชนะผมได้สักครั้ง กระจอกฉิบหาย
“ แล้วเกียร์มึง ? ” ไอออส หรือไอออกศึกพูดขึ้นมาหลังจากที่นั่งเงียบมานาน ที่เรียกมันว่าออสก็เพราะย่อจากออกศึกจะออส หรือออกศึกก็คนเดียวกันนั้นแหละ แต่ออสก็จะมีแค่คนที่สนิทเท่านั้นแหละที่ได้เรียกคนอื่นไม่มีสิทธิ อ่า เปื่อยปากฉิบหาย
“ ยังหาไม่เจอ ” ผมก็ตอบมันกลับไปสั้นๆ ไม่รู้ไปทำหายที่ไหนแม่ง!
“ แล้วมึงทำหายที่ไหน ”
ตุบ !
“ ไอเหี้ยเก้ามึงตบกูหาพ่อมึงหรอ ” ไอสงแม่งโวยวายน่าเอาอีกทีฉิบหาย
“ ก็มึงถามแปลก ถ้ามันรู้ว่าหายที่ไหนมันจะเรียกว่าหายไหมไอสัส สมองอ่ะหัดคิดบ้าง วันๆเอาแต่ม่อสาวสมองฝ่อหมดแล้ว ”
“ สมองกูจะฝ่อก็เพราะมีเพื่อนเหี้ยแบบมึงตบหัวเนี่ยแหละไอสัส ” ไอสงมันลูบหัวผมแต่ปากก็ด่าไอเก้าไม่หยุด
“ พวกมึง ” เงียบได้ไม่นานไอสงครามก็พูดขึ้นมาอีก พูดมาก
“ อะไรอีก ”
“ นั้นมันใช่เด็กมอเราหรอวะ ? ” ไอสงชี้ไปที่นักศึกษาสองคนที่ห่างออกไปพอสมควรแต่ก็พอมองเห็นอยู่ ที่มันถามก็คงเห็นว่าใส่ช็อปแต่มันดูเหมือนไม่ใช่มหาลัยผม
“ มอเราไม่มีช็อปสีนี้ ” เสียงไอออสตอบมา ทำให้ผมมองดูพวกมันต่อ
“ หึ ”
“ หึ ? หึอะไรของมึงไอบรรลัย ให้กูรู้ด้วย ” บรรลัยมันก็ใช้ไว้เรียกชื่อผมเวลามันจะกวนตีน น่าเอาตีนยัดปาก
“ พวกไอไฟ ? ” ไอออสเป็นคนถามผม ผมก็พยักหน้ากลับไป ไอออสมันนิ่งก็จริง แต่มันฉลาด
“ แล้วมามหาลัยเราทำไมวะ ”
“ มึงก็ลองเดินไปถามดูไอสง ”
“ เออ เดี๋ยวกูเดินไปถามให้ ” พูดจบไอสงมันก็เดินออกไป
“ .... ”
“ กลับมาทำไม ” ผมถามมัน
“ นี่พวกมึงไม่คิดจะห้ามกูบ้างหรอว่ะ ” ปล่อยมัน อยากเล่นอะไรก็แล้วแต่มันเลย
“ ไอพวกเพื่อนเหี้ย ” มันบ่นออกมาเบาๆ ผมก็ไม่ได้อะไรกับมันหรอกครับ และมันก็ไม่ได้อะไรกับพวกผมด้วยถึงปากมันจะด่าว่าพวกผมเหี้ย แต่นั้นมันเป็นการแสดงความรักของพวกเรา ผมเลิกสนใจไอสงครามแล้วหันกลับไปมองไอสองตัวนั้น ถ้ากล้าที่จะส่งคนมาถึงที่นี้แสดงว่ามันต้องมีเรื่องอะไรสักอย่าง
“ อื้อ ” ฉันรู้สึกตัวเพราะแรงที่กอดกระชับฉันแน่นจนฉันแทบจะหายใจไม่ออกจนต้องลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่ฉันเจอหลังจากลืมตาตื่นก็คือผู้ชายที่รังแกร่างกายฉันมาตลอดทั้งคืน กว่าเค้าจะหยุดก็ฟ้าสางอย่างที่เค้าพูดไว้จริงๆ“ ฉันจะเอาคืนนายยังไงได้บ้างนะ ” ฉันพูดขึ้นมาเบาๆเพราะกลัวคนที่หลับอยู่จะได้ยิน“ อื้มม ” เสียงของบัลลังก์ดังขึ้นมาเล็กน้อย เพราะโดนรบกวนจากการนอน ฉันแค่ขยับตัวนิดเดียวเองนะ ก็เค้ากอดฉันแน่นเกินไป แต่บัลลังก์เค้าก็ยอมคลายอ้อมกอดให้ฉัน แต่แค่นิดหน่อยเท่านั้น และนั้นก็ทำให้ฉันมองเห็นหน้าอกของบัลลังก์ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างเต็มตาอึก !ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคอที่มองเห็นมันใกล้ๆแบบนี้ และฉันก็คงไม่ผิดใช่ไหมที่จะห้ามใจตัวเองไม่อยู่จนต้องยื่นมือไปสัมผัสมัน“ แน่นมาก ” มันแน่นมากจริงๆ นี้เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ฉันสัมผัสมันตรงๆและนานขนาดนี้ ปกติจะเป็นฝ่ายโดนจับมากกว่า แต่ก็แอบกลัวโดนจับได้เหมือนกันนะที่มาจับหน้าอกบัลลังก์แบบนี้ ผู้หญิงที่ไหนเค้าจะมานอนจับ นอนลูบหน้าอกผู้ชายแบบนี้ ฉันเลยต้องจับต้องลูบอย่างเบามือที่สุดเพราะกลัวบัลลังก์จะตื่นขึ้นมา“ จะจับอีกนานไหม ”“ อื้ม ขออีกหน่อย ” ด
“ อะไรละที่นายรักมากกว่าศักดิ์ศรีของตัวเอง ” “ เธอไง ” “ เมื่อก่อนฉันยอมแลกทุกอย่างเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตัวเอง แต่พอมีเธอเข้ามาในชีวิต ”“ เข้ามาเปลี่ยนสิ่งต่างๆ มันทำให้ฉันรู้ว่ามันมีสิ่งสำคัญกว่าศักดิ์ศรีที่ฉันต้องรักษา ” “ นั้นก็คือเธอ…ผักขม ” ระหว่างที่บัลลังก์พูดอยู่นั้นสายตาของเค้าก็มองมาที่ฉันไม่วางตาเหมือนจะสื่อให้รู้ว่าเค้าพูดจริง และฉันก็เชื่อทุกคำพูดของบัลลังก์เพราะฉันสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่มันส่งผ่านแววตาและน้ำเสียงของเค้าเราสองคนต่างสบตากันไม่มีใครสักคนที่คิดจะหลบสายตาของอีกฝ่ายก่อนที่ฉันจะสังเกตเห็นสายตาของบัลลังก์ที่ค่อยๆมองต่ำลงมา ดูเหมือนจะอยู่ที่ริมฝีปากของฉันนะ และมันก็ไม่ใช่แค่สายตาที่มองต่ำลงมาแต่บัลลังก์ยังค่อยๆโน้มตัวลงประกบริมฝีปากของตัวเองมาที่ริมฝีปากของฉัน" อื้อออ " บัลลังก์ค่อยๆจูบซับที่ริมฝีปากอยู่สักพักก่อนจะส่งลิ้นสากเข้ามาสำรวจในโพรงปากของฉัน ส่วนฉันก็เต็มใจให้บัลลังก์ได้สำรวจมันอย่างเต็ม" อ้ะ ! " ฉันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บเมื่อบัลลังก์ดูดดึงริมฝีปากฉันเพราะมันไปโดนแผลที่เกิดจากการโดนไฟตบหมับ !" อื้ออ " ฉันจับหน้าบัลลังก์ไว้ไม่ให้เค้าถอนจูบออกไ
“ ค่อยๆนะ ” ฉันกำลังประคองบัลลังก์เดินไปนั่งยังโซฟา ความจริงเค้าก็ไม่ได้เจ็บถึงขั้นเดินเองไม่ได้แต่ฉันกลัวว่าบัลลังก์เดินเร็วไปหรือลงน้ำหนักผิดท่ามันอาจะกระทบกระเทือนแผลเค้าก็ได้ฟุบ !“ อ่ะ ! บัลลังก์ ! ” ฉันร้องด้วยความตกใจ เผลอหันหลังให้เค้าแค่แปปเดียวเค้าก็กระแทกตัวนั่งลงโซฟาเต็มแรง ถึงโซฟามันจะนุ่มแต่มันอาจจะกระทบกระเทือนก็ได้“ ฉันแค่โดนต่อย ไม่ได้โดนรถชน อย่าเวอร์ให้มาก ” เค้าจะหาว่าฉันเวอร์ก็ได้ แต่ที่ฉันทำก็เพราะเป็นห่วงเค้าแค่นั้นเอง“ จะไปไหน ”“ ……. ” ฉันเลือกที่จะไม่ตอบคำถามเค้าแล้วเดินไปยังจุดหมายที่ฉันตั้งใจ ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับอุปกรณ์ทำแผล“ ขอโทษนะ นายเจ็บตัวเพราะฉันอีกแล้ว ” ฉันบอกเค้าออกไปเสียงสั่น ไม่ได้อยากให้สั่นแบนี้เลยแล้วก็ไม่อยากมานั่งร้องไห้ต่อหน้าเค้าแบบนี้ด้วย แต่พอเห็นแผล เห็นเลือดที่มันยังซึมออกมา ฉันก็ห้ามตัวเองไม่ได้ ยิ่งได้เห็นแผลเค้าใกล้ๆแบบนี้ด้วยแล้วมันยิ่งรู้สึกแย่มากๆ“ จะทำก็รีบทำสักที ” บัลลังก์ปรายตามองฉันนิดหน่อยก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดนิดหน่อยแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่อยากเห็นหน้าฉันขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันปาดน้ำตาที่อยู่บนหน้
“ หึ ” ผ่านไปนานพอสมควรซึ่งฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันนานเท่าไหร่ ทุกวินาทีที่เดินไปฉันได้แต่ภาวนาอยู่ในใจอย่าให้บัลลังก์เค้ามาเลย“ ไม่อยากเชื่อว่ามันเลือกตัวมันเองมากกว่าตัวเธอ ” ไฟเค้าหันมาพูดกับฉันก่อนจะก้มดูนาฬิกาหลังจากดูแล้ว ไฟก็แสยะยิ้มออกมาก่อนจะเดินมาหาฉัน“ รู้สึกยังไงบ้างที่มันเลือกทิ้งเธอไว้แบบนี้ ” ถ้าจะถามหาความรู้สึกของฉันตอนนี้ ฉันคงบอกออกไปไม่ได้หรอกเพราะมันตีกันปนไปหมด ทั้งรู้สึกดีใจที่บัลลังก์เค้าไม่มา และมันก็รู้สึกเสียใจอยู่ลึกๆอดคิดไม่ได้ว่าที่เค้าไม่มาจริงๆแล้วเพราะฉันนั้นไม่สำคัญกับบัลลังก์จริงๆใช่ไหม“ ฉันบอกนายไปแล้วว่าฉันไม่ได้สำคัญกับบัลลังก์ ” ฉันตอบไฟออกไปนิ่งๆ“ เพราะงั้นปล่อยฉันไปได้แล้ว ” ไฟปรายตามองฉันก่อนที่จะเหยียดยิ้มออกมาจนฉันขนลุกซู่ ตอนนี้ฉันสภาพฉันมันก็ไม่ได้ดูมากเท่าไหร่หรอก กระดุมเสื้อที่ขาดจนเผยให้เห็นเสื้อซับตัวบางด้านในตอนนี้ถูกจัดใหม่ถึงมันจะไม่ได้ช่วยปิดมากเท่าไหร่แต่มันก็ดีกว่าตอนโดนไฟกระชากตอนแรก“ ในเมื่อไอบัลลังก์มันขี้ขลาดไม่มา เธอก็ต้องรับกรรมแทนมัน ”“ นายหมายความว่าไง ” ฉันเริ่มถอยจนแผ่นหลังชนกับพนักพิงของเก้าอี้ทันทีที่ไฟพูดประ
“ อื้อออ ” ฉันกระพริบตาสองสามครั้งเพื่อปรับโฟกัสมองภาพตรงหน้าให้ชัดขึ้น“ ที่นี้ที่ไหน ” ฉันมองไปรอบๆห้องด้วยความสงสัย เพราะมันไม่ใช่สถานที่คุ้นตาฉันเลยสักนิด ก่อนที่สมองจะสั่งการประมวลสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ฉันค่อยๆพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งด้วยความทุลักทุเล“ บ้าเอ่ย ” ฉันบ่นออกมาเบาๆ เพราะแขนของฉันโดนมัดไว้โดยการไขว่ไปข้างหลัง ฉันพยายามที่จะลองขยับดูแต่มันก็ยากมาก“ อ้ะ ” ฉันร้องออกมาเพราะรู้สึกแสบๆบริเวณที่โดนมัด พวกเค้ารัดมันแน่นมาก แค่ฉันขยับสองสามครั้งมันก็เสียดสีจนเกิดอาการแสบเอี๊ยดด“ ฟื้นแล้วเหรอ ” คนที่เข้ามาใหม่ก็คือแจน“ เธอทำแบบนี้ทำไม ” ฉันไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าฉันไปทำอะไรให้ แจนถึงทำกับฉันมาแบบนี้“ หึ ทำแบบนี้ทำไมเหรอ ”หมับ !“ โอ้ย ! ! ” แจนเดินเข้ามากระชากผมฉัน มันแรงพอสมควรเลยแหละ“ เรื่องที่เธอกำลังเจออยู่มันก็มีไม่กี่เหตุผลหรอก ” เธอพูดแค่นั้นก่อนจะออกแรงกระชากผมฉันอีกครั้งแล้วแสยะยิ้มออกมา“ ก็เอาคืนบัลลังก์ยังไงละ ”ตุบ !ตัวฉันล้มลงไปตามแรงผลักของแจน เอาคืนบัลลังก์เหรอ ที่แท้แจนก็เป็นคนของไฟ“ เรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดมันก็เป็นฝีมือเธอใช่ไหม ” มันไม่ใช่ความบัง
@ ห้องสมุดมหาลัย“ ผัก ”“ ..... ”“ ผัก ไอผัก ”“ ..... ”“ ผักขม !! ”“ ห้ะ !? ”“ เหม่อบ่อยนะแก คิดถึงใครอยู่ ”“ คิดถึงใครอะไรของแก ฉันแค่กำลังคิด...คิดว่าจะไปหางานที่ไหนทำดี ”“ จ้ะ ! เอาที่แกสบายใจ ฉันไปหาหนังสือก่อน ” แล้วน้ำหวานก็เดินออกไปจากโต๊ะ เหลือฉันไว้เพียงคนเดียว ฉันลาออกจากร้านพี่แก้มแล้ว จะว่าไปมันก็ผ่านมาหลายวันแล้วเหมือนกันนะที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป ฉันยังคงอยู่ที่คอนโดน้ำหวานเหมือนเดิม เพราะน้ำหวานไม่อยากให้ฉันไปอยู่คนเดียวในตอนนี้ อีกอย่างตอนนี้ฉันก็ตกงานเลยอยู่กับน้ำหวานไปก่อน“ ไม่ชินเลยว้ะ ที่ต้องเดินเข้าห้องสมุดแบบนี้ ”“ มึงคิดว่ากูชินนักรึไง ”“ พวกมึงจะแหกปากอีกนานไหม ไอห่า เงียบๆหน่อย ” ฉันที่กำลังก้มหน้าอ่านหนังสือเพื่อจะหามาอ้างอิงกับรายงานก็ต้องเงยหน้าหันไปมองตามเสียง เพราะเสียงพูดคุยของนักศึกษากลุ่มใหม่ที่เดินเข้ามาหยุดตรงโต๊ะข้างๆ มันเป็นเสียงที่คุ้นมาก“ ไอผัก ฉันว่าเล่มนี้น่าจะใช้ได้นะ ” เสียงของน้ำหวานที่ดังขึ้นก็คงเรียกความสนใจให้นักศึกษากลุ่มนั้นได้ดีไม่น้อย เพราะทุกคนในโต๊ะต่างหันมามอง ส่วนฉันที่หันหน้าไปมองอยู่ก่อนแล้ว นั้นเลยทำให้ทั้งฉันและพวกเค้
- บัลลังก์ -“ มึงมั่นใจหรอว้ะ ว่าเป็นไอเวรนั้น ” ไอเก้าทัพถามผมที่นั่งอยู่ตรงข้ามมัน ตอนนี้ผมอยู่ห้องไอสงครามแล้วก็ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมอยู่ห้องสงครามแต่เป็นไอเก้าทัพพูดกับผมเพราะว่าผมโทรตามพวกมันมารวมกันที่นี้รวมถึงไอออกศึกด้วย“ ถ้าไม่ใช่ไอต้าร์กูก็นึกไม่ออกแล้วว่าใครที่ผักขมไว้ใจ ” ผักขมเป็นคนที่
" อื้ออ " ฉันขยับตัวเมื่อแสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา อาการปวดหัวก็ตรงเข้าเล่นงานฉันทันที ไม่น่าเลยผักขม ไม่น่ากินเข้าไปเลย ปวดหัวชะมัด" อ้ะ " พอเริ่มขยับตัวฉันก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวโดยเฉพาะส่วนนั้นและรู้สึกเหมือนมีอะไรอย่าตรงน้องสาวฉัน ฉันลืมตาขึ้นมาและพบกับภาพบรรยากาศมันแตกต่างไปจากเดิม ฉั
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็มีข้าวมาส่งฉันเลยเอาไปใส่จานส่วนนายนั้นก็ลุกไปอาบน้ำแต่ฉันว่าวิ่งผ่านน้ำมากกว่าไม่ถึงสิบนาทีเขาก็ออกมาเล่นเกมส์ต่อแล้ว แต่จะทำอะไรมันก็สิทธิ์ของเขา ก็อย่างที่เขาพูดนี่มันห้องเขา“ อ่ะ ของนาย ” ฉันวางจานลงตรงหน้าเขา และดูเหมือนเขาจะเล่นเกมเสร็จพอดีมั้งถึงวางเกมลง แล้วมานั่งก
- มหาลัย -“ สำหรับวันนี้ก็มีเท่านี้ อย่าลืมงานที่อาจารย์สั่งกันละ ”“ ครับ / ค่ะ ” “ งั้นก็เลิกคลาสจ้ะ ” “ โอ้ยย งาน งาน งานอีกแล้ว จะเป็นลม ” หลังจากอาจารย์เดินออกไปได้ไม่นานคนข้างๆก็หันหน้ามาโอดครวญกับฉันทันที “ ยิ้ม ยิ้มอะไร อิผัก งานจะทับตายอยู่ละ ” ก็จะไม่ให้ยิ้มได้ไง ก็มันน่าตลกนี่หนา “







