Masukวันนั้นฉันลงจากรถของพี่ไฟทันที มองตามท้ายรถที่ลับหายออกไปจากซอยดวงตาละห้อย เขาไม่สนใจจะช่วยแมวน้อยตาดำๆ อย่างฉันจริงๆ จนฉันคิดว่าตัวเองควรเปลี่ยนเป้าหมายใหม่อย่างที่ปั้นหยาบอก ฉันพุ่งเป้าไปที่พี่วินซ์ ผู้ชายที่ดูใจดีกว่าเขาคนนั้นนิดหนึ่ง
แต่เพราะได้รับข่าวจากป้าแมวว่าแกลื่นล้มในห้องน้ำจนต้องแอดมิทที่โรงพยาบาล เลยต้องพับเรื่องพี่วินซ์เอาไว้ก่อน
บ่ายวันถัดมาฉันจึงนั่งรถแท็กซี่มาเยี่ยมป้า แอบถามป้าแมวมาแล้วว่าพี่โจอยู่หรือไม่ และเพราะป้าอยู่ข้างฉันไง แกเป็นสายสืบให้ฉันบอกว่าไอ้โรคจิตนั่นเห็นว่าไปคุมบ่อนพนันให้นักเลงแถวคลองตันยังไม่กลับมาง่ายๆ ฉันถึงซื้อขนมนมเนยมาเยี่ยมป้าอย่างสบายใจ
"แก่แล้วนะป้า รู้ว่าอยู่อีกไม่นานแต่ก็อยากให้อยู่นานๆ รอดูหนูมีผัวก่อน"
"แหม! ปากเนี่ยนะ"
ป้าแมวยกฝ่ามือทำท่าจะตีฉัน แต่เพราะฉันมีสกิลการหลบไม้กวาดมาตั้งแต่เด็กเลยโยกหลบทัน หัวเราะคิกคักเสียงไม่ดังนักเพราะอยู่ในห้องผู้ป่วยรวม
"พูดเพราะเป็นห่วงหน่า"
"จริงๆ ก็ไม่น่ามา โทรถามไถ่ก็รู้เรื่องแล้ว"
"ก็อยากเห็นกับตาว่าป้าไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ นี่จ๊ะ"
"ป้าน่ะโอเค เจ็บก้นก็ยังพูดว่าโอเคได้ ยิ้มนั่นแหละเป็นไง ไอ้โจมันยังกวนเอ็งไหม"
"หนักขึ้นทุกวันเลยป้า ล่าสุดส่งรูปหนอนน้อยชาเขียวมาให้ดู ทุเรศลูกตามาก"
"เอ็งต้องระวังตัวนะยิ้ม อย่าว่าแต่ป้าพูดเลย ขนาดพ่อมันพูด มันก็ยังไม่ฟังอะไรแล้ว ไปแจ้งตำรวจเอาไว้ก็ดี"
ฉันพยักหน้ารับรู้ความห่วงใยเพราะหลังจากที่พี่ไฟพูด ฉันก็รวบรวมหลักฐานส่วนหนึ่งเอาไว้แล้ว หากชวดพี่วินซ์ ฉันคงทำใจแล้วพึ่งพากฏหมายแทนกฏหมู่จริงๆ
อยู่พูดคุยกับป้าแมวอีกไม่นานก็อวยพรให้ป้าหายดี ป้าเองก็กำชับให้ฉันระวังตัว จากนั้นฉันก็เดินออกมาหน้าโรงพยาบาล รอเรียกรถแท็กซี่เพื่อกลับอะพาร์ตเม้นต์เพราะขณะนี้จวนเจียนจะมืด ไม่ปลอดภัยเท่าไหร่สำหรับผู้หญิงที่มีคนจ้องจะงาบไปรุมสะกำ
เอี๊ยด! แต่เพราะช่วงนี้ฉันคงดวงซวย หลบเลี่ยงเท่าไหร่ ไม่อยากเจอแค่ไหน ไอ้พี่โจก็ดันทำตัวเป็นเจ้ากรรมนายเวรตามติด ครั้งนี้มันขับรถเก๋งของผัวป้าแมวมาจอดเทียบ มันมองหน้าฉันผ่านกระจกคล้ายกับดูให้แน่ชัดว่าฉันมากับใคร
“ป้าคะ หนูเจอสถานการณ์วิกฤติ ขอด่วนๆ” ฉันแบมือไปหาป้าแม่ค้า สายตาจดจ้องพี่โจที่กำลังรีบร้อนลงจากรถ
ไอ้บ้าเอ๊ย! ทำไมมันจะต้องอะไรกับฉันนักหนา ผู้หญิงมีเป็นล้าน จะมาอยากได้ฉันทำไมกัน
“อียิ้ม! มึงเสร็จกูแน่”
“กรี๊ด!” ฉันกรีดร้องสองขาสับวิ่งหนี ไม่เอามันแล้วไอ้มะม่วงดองเจ้าปัญหาที่มาช้าจนฉันเสียเวลา รอด ฉันต้องรอดเหมือนทุกครั้ง และสาบานเลยว่าพรุ่งนี้ฉันจะหาผัวมายำมันให้ได้เลย
[ไฟ Part]
เป็นลูกนักการเมืองใช่ว่าชีวิตจะดี สำหรับผมมันค่อนข้างยุ่งยากยามอยู่ต่อหน้าผู้คนเพราะต้องเสแสร้งทำตัวเป็นคนดีมีน้ำใจ ทั้งที่ผมก็ทำตัวห่าเหวตามประสาผู้ชายห่ามๆ อยู่ทุกวัน เขาเรียกว่าการสร้างภาพเพื่อเรียกคะแนนความนิยมของประชาชน อย่างตอนนี้ที่ผมต้องมาช่วยท่านสส. ธัตเทพ แจกอาหารให้กับผู้ป่วยและญาติที่โรงพยาบาลในสังกัดรัฐบาลแห่งหนึ่ง ทุกคนต่างชื่นชมว่าผมหล่ออย่างนั้น ได้เชื้อพ่ออย่างนี้
มันแน่นอนอยู่แล้ว ผมมีพ่อเป็นไอดอลเลยนะถึงได้เป็นเฮียไฟให้คนอื่นเรียก
“ผมกลับเลยนะครับ” เสร็จสิ้นภารกิจผมก็เอ่ยขอตัวกลับทันที
“ไม่ไปกินข้าวด้วยกันก่อน พวกอาๆ เขาอยากทำความรู้จักนะ”
ผมปรายตามองไปยังกลุ่มคนหัวขาวหัวดำอายุใกล้เกษียณที่ยังรักในการเล่นการเมือง ทุกคนต่างยิ้มให้ผม แต่เผอิญผมดันนิสัยไม่ดี ไม่ยิ้มไม่ว่ายังถอนหายใจใส่แบบไม่เกรงใจ
“ผมต้องไปเคลียร์บัญชีที่เดอะวันครับ”
“แกแบ่งเวลามาเอาดีตามพ่อบ้างก็ได้ ชื่อเสียง อำนาจและเงินทองมันจะวิ่งเข้าใส่แกโดยไม่ต้องพยายาม”
“แต่วันนี้พ่อมาพยายามอยู่นะครับ”
“นิดหน่อยหน่า คุ้มค่ากับสิ่งที่เราจะได้รับแน่นอน”
พ่อตบบ่าผม ก่อนจะเดินไปรวมกลุ่มกับทีมงานของท่าน ผมเลยใช้จังหวะนี้แนบเนียนเดินแยกตัวออกมายังรถที่จอดอยู่ด้านหน้าโรงพยาบาล ทว่าเสียงวี๊ดว้ายกรีดร้องจากอีกฟากฝั่งของถนนดึงความสนใจของผม
ผู้หญิงตัวเล็กผมสีบลอนด์ทองกำลังถูกผู้ชายคนหนึ่งพยายามยัดใส่ในรถ เธอกรีดร้องโวยวายให้คนช่วย แต่ไม่มีใครสักคนคิดเข้าไปช่วยเหลือเธอ ผมเองก็เป็นหนึ่งคนในนั้นที่ทำเพียงมองในขณะที่ขาก้าวเดินไม่หยุดเพราะนั่นไม่ใช่ปัญหาของผม
แต่… ดวงตากลมโตที่บังเอิญเหลือบมาสบกันทำให้ผมเห็นชัดเจนว่าเธอคือใคร สองขาของผมชะงัก หัวคิ้วขมวดชนชิดมองสถานการณ์ที่เริ่มจะสนใจขึ้นมาเรื่อยๆ
จนกระทั่งเธอถูกพาขึ้นรถแล้วรถก็ขับออกไป ผมได้ยินเสียงของเธอเอ่ยเรียกชื่อผมว่า… พี่ไฟ
“ยัยอมยิ้มหวาน” ก็ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมรีบวิ่งไปขึ้นรถ พารถเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงตามท้ายรถเก๋งเก่าๆ คันนั้นไปติดๆ
เธอบอกผมว่าถูกคุกคามทางเพศจากพี่ชาย ต้องการให้ผมคุ้มครองเพราะไอ้ผู้ชายคนนั้นเกรงกลัวผม ไม่แปลกที่มันจะเกรง ผมจดจำหน้ามันได้ มันคือไอ้โจ… เด็กวิ่งยาที่เคยเข้ามาส่งยาในสนามแข่งรถของผมเมื่อหลายเดือนก่อน มันถูกซ้อมจนอ่วมและถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้ามาในถิ่นของผมอีก แต่เร็วๆ นี้ผมยังเจอะเจอมันที่สนาม มันยกมือไหว้ผม บอกว่าเลิกทำงานนั้นแล้วหันมาคุมบ่อนพนันแทน ให้โอกาสคนไม่ใช่ทางแต่ขี้คร้านจะสนใจเลยทำเพียงพยักน้ารับส่งๆ ไม่คาดคิดว่าพี่ชายที่ยัยเด็กคนนั้นพูดถึงจะเป็นมัน และในขณะนี้ในหัวของผมก็กำลังสับสนระหว่าง… เสือกกับไม่เสือก อะไรที่ผมควรเลือก
[ไฟ End]
น่าเจ็บใจที่ฉันแพ้ไอ้พี่โจ ถ้าฉันไม่หกล้มมันไม่มีทางเข้าถึงตัวฉันแน่ “ไอ้สารเลว”
ฉันยื่นมือจากด้านหลังไปขยุ้มหัวไอ้พี่โจที่ทำหน้าที่ขับรถ กระชากหัวมันให้โขกกับเบาะเท่าที่แรงจะมี
“อียิ้ม มึงอยากตายรึไงวะ”
“กูตายมึงก็ตาย มึงจะอะไรกับกูนักหนา กะหรี่มีเยอะแยะมึงก็ไปซื้อแดกเอาสิวะ”
ความโมโหทำให้ฉันหน้ามืดทั้งถีบเบาะทั้งดึงทึ้งเส้นผม แต่พี่โจเป็นผู้ชายย่อมมีแรงเยอะกว่า เขาหักพวงมาลัยพารถเลี้ยวเข้ามาจอดในซอยเปลี่ยว นาทีนี้ฉันถึงได้สติและเห็นหนทางรอดจึงรีบเปิดประตูลงมาจากรถ ทว่าไม่ทันไอ้คนสารเลว พี่โจไม่พูดพร่ำทำเพลงชกกำปั้นเข้าที่ท้องของฉันเต็มแรง ความจุกทำให้ฉันล้มลงกองกับพื้นไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน
"กะหรี่ซื้อแดกง่าย แต่กับมึงที่ปากดี แถมยังทำกูขาดเงินจากพ่อ ได้สักหลายๆ ทีกูจะกราบงามๆ เลย"
"ไอ้หน้าเหี้ย!"
เพียะ! ใบหน้าของฉันหันตามแรงตบจากฝ่ามือใหญ่ รสชาติคาวเลือดไหลซึมเข้าไปในปากพร้อมกับความเจ็บแสบมุมปากและเจ็บใจ ฉันตวัดสายตาแข็งกร้าวมองมัน มือกดหน้าท้องไปด้วยเพราะความจุกเจ็บยังแล่นพล่าน
"ถ้ากูรอดไปได้ มึงตายแน่"
"เอาให้รอดก่อน กูเอามึงเสร็จ จะขนไปให้พวกเอาต่อ ตอนนั้นมึงอาจจะถูกทะลวงจนตายเลยก็ได้"
เขาก้มหน้าลงมาใกล้สแยะยิ้ม กลิ่นตัวเหม็นสาบชวนน่าสะอิดสะเอียนจนฉันต้องเบือนหน้าหนี เรี่ยวแรงที่ยังไม่หวนคืนทำให้เขาพาฉันกลับขึ้นมาบนรถได้สำเร็จ
น้ำตาไหลพรากเพราะรู้ชะตากรรมที่ไม่อาจต่อต้านอีกต่อไป ฉันกำลังถูกข่มขืน ไม่คิดจะมีใครช่วยเหลือฉันแม้กระทั่งผู้ชายคนนั้นที่ฉันตะโกนเรียกเขา
ไอ้คนใจดำ! ฉันไม่น่าฝากความหวังเอาไว้ที่เขาเลย
"มึงแม่งโคตรน่าเอา ตอนกูเห็นมึงใส่กางเกงขาสั้นกับเสือรัดนมนะ โคตรจะขึ้นเลย อยากเอามึงมานานแล้ว"
ไอ้หื่นกามปลดเปลื้องกางเกงยีนส์ขายาวลงไปถึงหน้าขา ควักไอ้หนอนชาเขียวขนาดสามนิ้วออกมาชักรูด ลิ้นแลบเลียริมฝีปากอย่างหื่นกระหายในขณะที่ใช้สายตามองโลมเลียทั้งที่ฉันแต่งตัวมิดชิด
"ยอมกูง่ายๆ เถอะ มึงจะได้ไม่เจ็บตัว อ่อ แล้วอย่าเอาเฮียไฟมาอ้างนะเว้ย อย่าคิดว่ากูโง่ที่ไม่รู้ว่ามึงตอแหล เฮียเขาไม่มีเด็ก เขาชอบฟาดแบบสวยๆ แล้วจบ อย่างมึงมันไม่ถึงคอเฮียเขาหรอกว่ะ"
"แต่ที่มึงกำลังจะฟาดนั่นเด็กกูนะ"
นานนับชั่วโมงที่ฉันกับพี่ไฟนั่งเงียบไม่ได้พูดเลยสักคำเดียว ฉันน่ะไม่เท่าไหร่หรอก พี่ไฟเนี่ยสิ ถูกพ่อบ่นย้อนอดีตไปสมัยพระเจ้าเหาโน้นล่ะมั้ง ฉันถึงเพิ่งรู้ว่าเขาเกเรมาตั้งแต่เด็ก ต่อยตีเป็นนิสัยและรักความเร็วมากถึงขั้นหนีไปดูรถแข่งที่ต่างจังหวัดอยู่บ่อยๆ ในตอนสมัยเรียนมัธยมฯ “รู้วีรกรรมกันแล้วก็ช่วยกันปรามหน่อย เสียชื่อมันง่ายกว่าสร้างชื่อ เฮ้อ! ใกล้จะเลือกตั้งแล้วด้วย ไว้หน้าพ่อบ้าง”คือประโยคสุดท้ายที่ท่านนักการเมืองพูด ก่อนที่ท่านจะเดินไปขึ้นรถที่หน้าบ้านเพื่อออกไปทำประโยชน์เพื่อสังคมพี่ไฟดูผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด หยิบขนมคุ้กกี้ยัดเข้าปากตัวเอง ยังมีใจหยิบมาจ่อริมฝีปากของฉันด้วย “คุณแม่ทำ อร่อยนะ”พูดแบบนี้ฉันคงไม่ขัดแล้วล่ะ อ้าปากกินขนมเคี้ยวตุ้ยๆ ยกนิ้วโป้งชื่นชมว่าอร่อย.. ที่เขาป้อน“พ่อเขาก็บ่นไปอย่างนั้นแหละ ไฟชินแล้วล่ะเนอะ”“ชินจนชาเลยครับ”สองแม่ลูกหัวเราะกันทำเหมือนเป็นเรื่องขบขัน ก็อาจใช่ พี่ไฟดูคล้ายกับว่าไม่ได้เก็บเรื่องที่ฟังมาใส่ใจ นั่งกินขนมคุ้กกี้กับน้ำแดงโซดาประหนึ่งเด็กน้อยหิวขนม บุญของฉันแล้วล่ะที่ได้เห็นภาพนี้ คนที่เลี้ยงง่ายน่าจะเป็นเขามากกว่าฉัน"หนูอมยิ้ม มา
อุปกรณ์ทำแผลถูกฉันวางเตรียมเอาไว้บนโต๊ะตัวเล็กหน้าโซฟา ครั้นพี่ไฟขึ้นมาชั้นบน ฉันก็รีบจับเขาถอดเสื้อนักศึกษาออกอือหือ! ใบหน้ามีจุดเดียว ทว่าบนลำตัวกลับมีรอยฟกช้ำเต็มไปหมด"เจ็บไหมคะ" ฉันยื่นมือสั่นเทาไปแตะตรงจุดฟกช้ำจุดหนึ่ง แต่ก็ต้องรีบชักมือกลับมากดที่ดวงตาเพื่อกลั้นน้ำตา "พี่เจ็บมากแน่ๆ""ไม่เจ็บ" พี่ไฟโอบอุ้มฉันมานั่งที่โซฟาด้วยกัน เขาจับมือฉันออกแล้วใช้นิ้วโป้งปาดไล้เช็ดน้ำตาบนแก้มนวล โดยที่คิ้วหนาขมวด ใบหน้าบึ้งตึง"เคยบอกแล้วไม่ใช่รึไงว่าพี่ไม่ชอบเสียงร้องไห้""ก็หนูเป็นห่วงพี่ พี่ไปทะเลาะกับเขาเพราะหนูด้วย""คราวหลังก็อย่าไปยิ้มให้ใครมั่วซั่ว ความฉิบหายจะได้ไม่มาเยือน"ฟังดูเหมือนเขาหวงฉัน มันน่าดีใจ แต่จะดีใจกว่านี้ถ้าเขาไม่มีรอยฟกช้ำใดๆ กลับมา"หนูทำแผลให้นะ"ฉันกลั้นเสียงสะอื้นสุดกำลัง ปล่อยให้น้ำตารินไหลเงียบๆ ในขณะที่มือกดก้านสำลีอย่างเบามือตรงมุมปากหนาพี่ไฟเองก็เงียบ เขาเอาแต่มองหน้าฉัน กระทั่งปลายนิ้วเล็กจิ้มลงบนแผงอกแกร่งตรงรอยช้ำ เป็นฉันต้องรีบชักนิ้วกลับเพราะกลัวเขาจะเจ็บ แต่คนเจ็บดันนั่งนิ่ง แถมยังหัวเราะด้วย"ไม่เจ็บเหรอคะ หัวเราะอะไร""หัวเราะเรานั่นแหละ"เขาสอด
เป็นครั้งแรกที่ฉันได้มีโอกาสมาสัมผัสสนามแข่งรถในยามค่ำคืน แต่ใช่ว่าพี่ไฟจะปล่อยฉันไปลั้ลล้าคนเดียว บนอัฒจันทร์ในจุดที่มองเห็นการแข่งขันรถชัดเจน ฉันนั่งอยู่ตรงกลางหว่างขาของเขา ในมือมีแฮมเบอร์เกอร์ที่พี่แมนเพิ่งไปซื้อมาให้อยู่ด้วย"หนูไปตรงโน้นไม่ได้เหรอคะ" ฉันชี้ไปยังกลุ่มคนมากมายที่กำลังส่งเสียงเชียร์"ถ้าไม่ดูตรงนี้ก็กลับเข้าข้างใน""ไม่เอา" ฉันหันมาอมยิ้มพลางส่ายหน้า "ขอดูอีกนิดหนึ่งนะคะ นานแล้วนะที่หนูไม่ได้ออกมาเปิดหูเปิดตาเพราะไอ้บ้านั่นคนเดียวเลย""เห็นว่ามันออกจากโรงพยาบาลแล้ว""ป้าแมวก็ส่งข่าวมาบอกเหมือนกัน พี่ว่ามันจะวกกลับมาหาหนูไหม""มันกระจอกขนาดนั้น คงจะกล้าหรอก""นั่นสิ ใครจะไปสู้พี่ไฟคนโหดของหนูได้ล่ะ"เขาทำเพียงยกยิ้ม มือยื่นของบางอย่างมาให้"อะไรคะ" บัตรเครดิตเหรอ ฉันหยิบมันมาดูใกล้ๆ บนบัตรระบุชื่อภาษาอังกฤษของเขา"พรุ่งนี้เลิกเรียนก็ไปช็อปปิ้งแล้วมาเจอกันที่นี่""สายเปย์เหรอ" ฉันยิ้มล้อเลียน รู้สึกตื่นเต้นที่ถูกผู้ชายเปย์ "ว่าแต่ไม่ไปด้วยกันเหรอคะ""พี่มีนัดกับเพื่อน เธออยากได้อะไรก็ซื้อได้เลย""ถ้าหนูซื้อหมดนี่ล่ะ""ทำได้ก็เอาสิ""อย่าท้าทายหนูนะ พี่ไม่รู้หรอกว่าหน
[ไฟ Part]ข่าวคราวลูกนักการเมืองชื่อดังแพร่สะพัดอย่างรวดเร็วหลังจากที่ผมเข้าไปพังร้านขายสายไหมเละตุ้มเป๊ะ ยอมรับว่าตอนนั้นผมควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ผมโมโหอมยิ้มที่ไปยืนให้ไอ้พ่อค้านั้นยิ้มให้ เคืองเธอตั้งแต่เดินออกไปจากคาเฟ่โดยไม่บอกกล่าวผมแล้วล่ะจนตอนนี้ที่ลงโทษเด็กดื้อไปจนอีกฝ่ายเหน็ดเหนื่อยหลับปุ๋ยแล้วผมลงมาดูความเรียบร้อยในสนามแข่ง ยอมรับว่ายังกรุ่นในอกไม่หาย ผมเกลียดสายตาที่ไอ้คนขายสายไหมนั่นมันมองอมยิ้ม ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งโมโห"เฮียครับ ของน้องอมยิ้มลืมเอาไว้ในรถครับ"ผมตวัดสายตามองไอ้แมน ในมือของมันมีกระเป๋าเป้สีแดงที่คาดว่าจะเป็นของอมยิ้มที่ลืมเอาไว้อย่างที่มันบอก แต่ที่ผมสนใจคือสรรพนามที่มันใช้เรียกเธอต่างหาก“เมื่อกี้มึงเรียกเธอว่าอะไรนะ”“คุณอมยิ้มครับ”มันยิ้มแฉ่งพร้อมกับยื่นกระเป๋าเป้มาให้ แต่จะมาฉลาดในวันที่ผมหูดีก็เปล่าประโยชน์ ผมชี้หน้ามันคาดโทษแล้วรับกระเป๋ามาถือ ไอ้แมนทำงานกับผมมาสามปีตั้งแต่มี The One ย่อมรู้ดีว่าบทลงโทษของคนผิดคืออะไร มันคอตกเดินไปยังกลางรันเวย์ ถอดเสื้อและกางเกงยีนส์กองเอาไว้ด้านข้างก่อนแล้วเป็นผมบ้างที่เดินไปยังรถซูเปอร์คาร์คู่ใจที่เอาไว้ใช้ลงสนา
คนที่มารับฉันคือพี่แมนลูกน้องของพี่ไฟ เขาบอกฉันว่าพี่ไฟมีธุระด่วนต้องไปทำ แต่ฉันคิดว่าตัวเองรู้นะว่าธุระด่วนคืออะไร ผู้หญิงคนนั้นไง คนที่เขาไม่ปัดป้องแม้แต่นิด เขาคงจะไปกับเธอคนนั้น เผลอๆ เขาจะนัดมาเจอกันด้วยซ้ำก่อนถึงสนามแข่งรถ ฉันขอให้พี่แมนพาแวะตลาดนัดกลางคืนเพราะปั้นหยามาช่วยพ่อแม่ขายขนมจีนอยู่ที่นี่ ดูธรรมดาแต่ไม่ธรรมดานะ ขนมจีนที่ชื่อว่าร้าน ‘เจ๊สาคนสวย’ มีทั้งหมดสิบสาขากระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ เอาเป็นว่าเรียนจบยัยปั้นหยารอดจากการตกงานแน่นอนเพราะมีธุรกิจครอบครัวรองรับเรียบร้อย“ลมอะไรหอบแกมา” ปั้นหยามานั่งคุยกับฉันที่โต๊ะพร้อมขนมจีนแกงเขียวหวานสองชาม"ลมผู้ชายเมินมั้ง""หมายความว่าไง""ถามไรหน่อยสิ แกคิดว่าแค่เซ็กซ์จะทำให้คนหวั่นไหวได้ไหม"ปั้นหยาขยับเก้าอี้มานั่งเบียดชิดฉัน "ถ้าถามในมุมแก ฉันตอบเลยว่าได้""ทำไมต้องมุมฉัน""เพราะแกไม่มีภูมิต้านทานผู้ชาย""แกก็ไม่มี""ฉันถึงตอบได้ว่าหวั่นไหวได้ อย่าบอกนะว่าแกชอบเขาแล้ว""ไม่รู้ แต่ฉันน้อยใจที่พี่เขาไม่สนใจฉันเลย""เล่ามาเพื่อนสาว อาการมันเป็นยังไง""ก็..." เรื่องราววันนี้ถูกฉันถ่ายทอดให้เพื่อนรักเพียงคนเดียวฟัง ใบหน้าของฉันเศร้าสร
จัดการตัวเองเสร็จพี่ไฟก็ลงไปที่ทำงาน ส่วนฉันก็หลับเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการเรียนและถูกเขาขย้ำ ไม่รู้ว่าพี่ไฟกลับมานอนเมื่อไหร่ แต่ฉันรับรู้ได้ถึงการกดทับช่วงเอวทั้งคืน ตอนเช้าด้วยความเคยชินฉันตื่นนอนก่อน แรงกดทับที่รู้สึกคือท่อนแขนใหญ่ที่พาดผ่านเอว เขานอนกอดฉัน พอฉันจะลุกเขาก็เพิ่มแรงกอดแน่นขึ้นแล้วซุกใบหน้ามาที่ซอกคอ “ไปไหน วันหยุด” “จะกลับไปเอากระเป๋าย้ายมาอยู่กับพี่ไงคะ” “เดี๋ยวพาไป” เหมือนเขาจะหลับไปอีกหนทันที สงสัยจะกลับขึ้นมานอนดึก เขาอาจเหน็ดเหนื่อยฉันเลยไม่คิดกวน สอดมือหยิบมือถือที่ซุกอยู่ใต้หมอนมาส่งข้อความหาป้าแมวแทนการโทร ทว่าป้ามีกระแสจิตหรือไงถึงได้โทรมาพอดี ฉันกดปิดเสียงเอี้ยวคอไปมองเขาพลางกดรับสายพูดคุยด้วยเสียงเบาที่สุด“จ้ะป้า ป้าเป็นไงบ้าง”[กลับบ้านแล้ว ไม่ต้องห่วงเลย ป้าแค่จะโทรมาส่งข่าวว่าคนที่เข้าไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มคือไอ้โจ ไม่รู้ไปเหยียบตีนใครเขา ถูกยำจนเละเลย]ตีนผัวหนูเอง..“สมน้ำหน้า"[ป้าก็สมน้ำหน้า แต่พูดไม่ได้ เกรงใจผัว หุหุ]"โธ่ ป้า"[เออๆ อย่างน้อยมันก็คงไม่มีแรงไปกวนเอ็งอีกนานล่ะนะ ป้าวางนะ เดี๋ยวจะไปกรึบ



![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



