Masukเวลา19.00 น.
มีเสียงรถเข้ามาจอด นี่นาที่กำลังรอการมาขอชายหนุ่มที่หมายปอง เพราะเธอเองก็ติดตามข่าวสังคม คอยส่องความ Hot ของกันต์พิมุกต์ ติดตามข่าวซุบซิบ ไม่ว่าจะยืนใกล้ใคร ทักทายใครตามงานก็จะมีข่าวแซวข่าวจับคู่ ทั้งไฮโซ ดารา นางแบบที่มาร่วมงานกับบริษัทของเขา
ข่าวของหนุ่มHot จึงไม่เคยห่างหายจากหน้าสังคมไฮโซเลย ซึ่งก็ไม่มีใครที่ได้เป็นตัวจริง ได้แต่มโนกันไปว่าใครนะจะเป็นผู้โชคดีที่ชายหนุ่มออกมายืนยันความสัมพันธุ์ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยออกมาแก้ข่าวสักครั้ง นี่นาชะเง้อมองประตูทางเข้าหัวใจเต้นระรัว
"สวัสดีค่ะคุณแม่!! กิ่งมาแล้วค่ะรถติดมากๆเลย สวัสดีคะคุณลุง คุณน้า และก็เอ่อคุณนี่นาใช่ไหมคะ" เสียงใสทักทายแขกของที่บ้านอย่างอย่างเป็นมิตร
นี่นาที่หน้าตาผิดหวังที่คนที่เดินเข้ามาไม่ใช่คนที่ตั้งตารอ ก็รีบเปลี่ยนสีหน้ายิ้มแย้มทันที
“สวัสดีค่ะคุณกิ่ง คุณพ่อชมคุณกิ่งให้ฟังบ่อยๆนะคะ ตัวจริงสวยมากจริงๆด้วย” พร้อมกับฉีกยิ้มทำคะแนนสุดฤทธิ์
อีกไม่นานเสียงรถอีกคันก็เข้ามา คนรอก็ชะเง้อจนเมื่อยคอจนคุณหญิงกาญดา แอบยิ้มอย่างพึงพอใจกับแผนการในครั้งนี้ต้องสำเร็จแน่ ไม่ต้องเหนื่อยให้ยากแล้ว เพราะสาวสวยคนนี้ต้องรุกลูกชายให้มาสนใจได้แน่ ต่างจากผู้หญิงคนก่อนๆที่สงวนท่าที
“มากันแล้วหรอ แขกมาบ้านเจ้าบ้านกลับมาสายนะ ขึ้นโต๊ะเลยไหมหิวกันแย่แล้ว” แต่พอผู้ที่เดินเข้าใหม่กลับเป็นพ่อที่มาถึงก่อนลูกชาย ทุกคนก็ทักทายกันอย่างเป็นกันเองเนื่องจากทั้งสองเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน และเพื่อนที่ทำธุรกิจด้วยกันมานาน
“ลูกยังมาไม่ถึงเลยค่ะคุณ ตากันต์บอกว่าไปประชุมน่าจะมาช้าหน่อยเราทานไปพลางๆก่อนดีกว่าค่ะเดี๋ยวจะดึกไป”
“ดีค่ะคุณแม่กิ่งหิวจะแย่แล้ว เผื่อพี่กันต์มาช้ากว่านี้กิ่งไส้ขาดแน่ จะให้แขกหิ้วท้องรอได้ไงใช่ไหมคะนี่นา” กิ่งกานดาได้ทีชวนตั้งโต๊ะอาหารแขกจะได้ไม่ต้องรอการมาของพี่ชาย
นี่นา ก็ได้แต่ยิ้มแห้ง แต่ไม่ทันได้ลงมือทานข้าวเสียงรถก็เข้ามา ชายหนุ่มเดินเข้ามาด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นสบายๆ เสื้อสูทถูกพับเรียบร้อยพาดที่แขนเดินเข้ามา ด้วยความสูง182 สัดส่วนบวกกับหน้าตาที่หล่อเหลา ทำให้นี่นามองอย่างเปิดเผย จนต้องหลบตาก้มหน้าอมยิ้มแบบเขินเบาๆ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าแสดงอาการมากเกินไป
“ตากันต์มาแล้วเหรอลูกแขกมารอนานแล้ว เรากำลังจะทานข้าวพอดี” เสียงของผู้เป็นแม่เรียกลูกชายให้มาร่วมโต๊ะอาหาร
“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มทักทายทุกคนพร้อมกัน พร้อมกันยกมือไหว้ผุูัใหญ่ทั้งสอง ส่วนสาวสวยอย่างนีน่า ชายหนุ่มก็หุบยิ้มทักทายอย่างมีมารยาท
“นี่หนูนีน่า ลูกสาวคุณลุงนพ จำได้ไหมลูกที่ตอนเด็กๆน้องเคยมาบ้านเรา ตอนนี้เป็นสาวแล้วพึ่งจบมาจากอังกฤษ” คุณหญิงกานดาแนะนำให้รู้จักกันทันที่ที่ลูกชายมาถึง
“สวัสดีค่ะพี่กันต์” หญิงสาวยิ้มหวานให้กับชาวหนุ่ม
“สวัสดีครับ" แต่ทว่ากันต์พิมุกต์ที่พอจะรู้ว่าแม่กำลังคิดทำอะไรอยู่ และดูครั้งนี้จะจัดใหญ่จัดเติมกว่าทุกรายที่ผ่านมา ก็ยิ้มพยักหน้าเบาๆ แล้วก็หันไปทักทายผู้ใหญ่
“ทานข้าวกันเลยไหมครับ ผมต้องขอโทษอีกครั้งนะครับที่มาช้า แต่จริงๆแล้วก็น่าจะทานก่อนเลยนะครับ” บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็เต็มไปด้วยการพูดคุยเรื่องทั่วไปแต่ก็ไม่พ้นการอวยนี่นาของคุณหญิงกาญดา
“นี่หนูนี่นาจะมาช่วยคุณพ่อบริหารบริษัทแล้วหรอ เก่งจริงๆ นี่ก็อยู่ตึกเดียวกันกับพี่กันต์นะสิ งั้นก็คงได้เจอกันบ่อยๆนะเนี่ย”
“ค่ะคุณป้า วันจันทร์ที่จะถึงนี้นีน่าก็จะเริ่มเข้าไปดูงานแล้วค่ะ เอ่อจะเป็นการรบกวนไหมคะถ้าให้พี่กันต์ช่วยสอนงานบริหาร หรือช่วยให้คำแนะนำนี่นา” พูดจบก็ส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่มเรียกได้ว่ายิ้มละลายเลยทีเดียว
“ได้สิครับ ถ้าช่วงไหนพี่ไม่ยุ่งมากก็ยินดีครับ แต่ให้คุณลุงนพสอนน่าจะเก่งกว่าพี่นะครับ” จากที่หญิงสาวส่งสัญญาณทอดสะพานเพื่อเชื่อมสัมพันธุ์ ก็ดูเหมือนชาวหนุ่มจะไม่เล่นด้วย หรือว่าเค้าคิดแบบนั้นจริงๆนะ เชื่อว่าถ้าได้คุยกันไม่มีผู้ชายคนไหนที่รอดเสน่ห์ของเธอไปได้ ก่อนอื่นต้องทำยังไงก็ได้เค้าขอไลน์ หรือขอเบอร์ให้ได้เสียก่อน
ทางด้านพ่อของนี่นาที่ตั้งใจพาลูกสาวมาทำความรู้จักกับลูกชายของเพื่อนตัวเอง ซึ่งเขารู้ดีหากได้เกี่ยวดองกับบ้านนี้ก็สบายไปทั้งชาติเลยก็ว่าได้ รวยหมื่นล้านทีเดียว เขานั้นก็แค่รวยร้อยล้านแตะหลักพันล้านก็ยังไม่ถึง
“พูดอะไรอย่างนั้นหลานชาย ใครบ้างไม่รู้จักหนุ่มนักธุรกิจไฟแรงแบบกันต์พิมุกต์ ลูกชายแกนี่เก่งเหมือนแกจริงๆนะกร”
“ลุงฝากลูกสาวลุงด้วยนะ หนุ่มสาวไฟแรงคุยกันน่าจะเข้าใจกว่าคนแก่คนละยุคนะแกว่าไหมกร”
"คนยุคเรามันเก๋าประสบการณ์นะ อีกอย่างธุรกิจของเรามันก็ต่างกันงานบริหารธุรกิจอสังหาฯ กับงานบริหารธุรกิจผลิตน้ำยาเคมีผลิตภัณฑ์ของแกลูกชายฉันไม่รู้เรื่องหรอก จะสอนงานหนูนี่นาผิดๆถูกๆเอาสิ" ทางด้านคุณกร ผู้เป็นพ่อพอจะทราบจากอาการของลูกชายก็ พูดขึ้นมาว่า
ฮ่าๆๆๆ เรียกเสียงหัวเราะจากคนเป็นพ่อ แต่นี่นาถึงกับยิ้มเจื่อน แต่ก็ต้องพยายามไม่แสดงอาการ
กิ่งที่รอจังหวะทำงานให้คุ้มกับกระเป๋าแบรนด์หรูที่อยากได้
“พี่ชายคะกิ่งมีเรื่องจะปรึกษาค่ะ วันนี้งานที่รับจะทำร่วมกับบริษัท เคที ที่พี่ไปประชุมวันนี้แหล่ะค่ะ”
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ไปยัยกิ่งจะคุยห้องทำงานพี่หรือห้องเรา”
“ห้องกิ่งสิคะจะได้ให้ดูแบบกระเป๋า เอ้ยไม่ใช่แบบของลูกค้าค่ะเอกสารอยู่โต๊ะทำงานกิ่ง ขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ ไว้เจอกันนะคะคุณนี่นา”
สองพี่น้องก็เดินตามกันไปอย่างรู้ทันกันพร้อมกับหันยิ้มมาเมื่อพ้นสายตาทุกคน
“ โอนมาเลยค่ะ 1ล้านบาทค่ะพี่ชาย อิอิ” กันต์ได้แต่ส่ายหน้ากับความแสบของน้องสาวตัวแสบ
บุษยาไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าถูกถอดชุดนอนออกตอนไหน รู้ตัวอึกทีก็เหลือเพียงชุดชั้นในสีขาว รูปร่างและสัดส่วนของบุษยาทำให้คนตัวสูงยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจชายหนุ่มสอดมือเข้าไปปลดตะขอเสื้อชั้นในออกแล้วเหวี่ยงลงข้างเตียงโดยที่ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าจะตกไปทิศทางไหน คนตัวโตใช้มือหนุ่มของเขาบีบคลึงหน้าอกขาวอวบเต่งตึงไร้ผ้าปกปิด อกอวบตรงหน้าที่ขยับขึ้นลงตามแรงหายใจ คนตัวเล็กหลับตารับจูบและสัมผัสอันเร่าร้อนสลับอ่อนโยน ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน คนตัวเล็กไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนเพราะมัวเมาหัวหมุนที่โดนคนตัวโตพรมจูบ มืออีกข้างขงเขาเคล้นคลึงอกอวบอย่างเอาแต่ใจคนตัวโตได้โอกาสรีบถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างผู้มีประสบการณ์ เรื่องอย่างว่า เขาก็อายุอานาม 28ปีแล้ว ประสบการณ์เรื่องแบบนี้ไม่ต้องมีมากมายผู้ชายก็รู้วิธีปลดปล่อยได้อย่างช่ำชองถึงกันต์พิมุกต์จะไม่ใช่คนเจ้าชู้ สมัยเรียนเมืองนอกเรื่องอย่างว่าเขาก็ไม่ใช่ไม่เคย เพียงแต่หลังจากที่เลิกกับบุษยาไปแล้วเท่านั้นที่พยายามลืมลองคบลองคุยแต่ก็ไม่มีใครที่ทำให้ชายหนุ่มลืมคนที่เขาเคยบอกรักเป็นคนแรก นั่นคือคนตัวเล็กที่อยู่ใต้ร่างคนนี้ได้สักครั้งเดียว ค
บุษยากำมือแน่นจนเจ็บไปหมด ทั้งโกรธ ทั้งเกลียดคำดูถูกของกันต์พิมุกต์ที่เสนอให้เธอเป็นนางบำเรอแม้เขาจะเรียกสวยหรูว่าภรรยาชั่วคราวก็ตาม บุษยาหันหลังเพื่อเช็ดน้ำตาออกลวกๆ จังหวะนั้นคนตัวสูงรีบเดินไปปิดประตูหน้าห้องและล็อคอย่างรวดเร็ว บุษยาหันมาเห็นว่าประตูปิดแล้วเธอจึงเดินไปเพื่อที่จะดันตัวคนตัวสูงออกไปจากห้องไป ชายหนุ่มมายื่นอยู่ตรงข้ามกับบุษยาที่มีเพียงโต๊ะที่วางแก้วน้ำกั้นอยู่ กันต์พิมุกต์ทำท่าจะนั่งลงเพื่อยั่วยุคนตัวเล็กที่กำลังโมโหเลือดขึ้นหน้า “ออกไปจากห้องบัวเดี๋ยวนี้นะคุณกันต์ห้ามนั่งออกไป! ออกไป!” บุษยาดึงกระชากแขนคนตัวสูงให้ลุกขึ้นเพื่อที่จะดันตัวเค้าไล่ออกไปจากห้องให้เร็วที่สุด แต่ด้วยที่กันต์พิมุกต์ตัวโตและสูงกว่าชายหนุ่มสูงถึง 182 ซม. แต่บุษยาสูง 165 รูปร่างบอกบางแต่หน้าอกหน้าใจไม่ได้เล็กตามขนาดแขน ขาที่เรียวยาว เรียกได้ว่าหุ่นฟ้าประธานสำหรับสาวๆเลยทีเดียว ด้วยแรงที่น้อยกว่าบวกกับที่คนตัวสูงรั้งตัวไม่ลุกขึ้นตามแรง กระชากทำให้ชายหนุ่มล้มนอนราบไปกับโซฟาร์ แขนแกร่งดึงรั้งเอาแขนของบุษยาให้ล้มตัวทับตามไปด้วย “หึหึ นี่เธอโกรธหรอ เธอรู้ไหมว่ามีผู้หญิงตั้งหลายคนนะที่อยากรับตำแหน่ง
“คุณกันต์!! ” ทันทีที่ประตูห้องเปิดออกบุษยาต้องตกใจอ้าปากค้างเพราะเจ้านายของคุณแนนที่เธอพูดถึงคือกันต์พิมุกต์ที่เดินเข้ามาพร้อมกับผู้ช่วยหนุ่ม “สวัสดีครับคุณบัว” เป็นพันลภที่เป็นคนเอ่ยทักทายในขณะที่กันต์พิมุกต์ยังคงวางสีหน้าเรียบเฉย แต่ชายตามองคนตัวเล็กที่มีทีท่าตกใจเมื่อเห็นเขา คนตัวโตหันไปมองสำรวจรอบๆห้องที่จะซื้อ กันต์พิมุกต์ชายตามองคนตัวเล็กราวกับว่าไม่สนใจไม่อยากให้อยู่ในสายตาอย่างไงอย่างงั้นแหละ“เอ่อ… ค่ะ สวัสดีค่ะท่านรองประธาน.. คุณลภบัวไม่คิดว่าจะเป็นคุณ...เอ่อเป็นท่านรองที่จะซื้อห้องบัวค่ะ”“อืมมมม ห้องสวยเรียบหรูดีนี่ มันอยู่ใกล้ที่ทำงานฉันจะซื้อไว้ ถ้าเธอไม่ขัดข้องใช่ไหมล่ะที่ฉันจะซื้อห้องนี้”เป็นครั้งแรกในรอบ เดือนกว่าๆที่บุษยาได้ยินเสียงเค้าพูดด้วย นอกจากมองด้วยสายตาหมองเมิง “ไม่ค่ะบัวไม่ขัดข้องค่ะ ว่าแต่คุณจะทำสัญญาซื้อขายวันนี้เลยเหรอคะ”“ใช่!! ทำไมเธอติดอะไรหรือเปล่าถ้าฉันจะซื้อวันนี้ ฉันไม่ชอบรออะไรนานๆ อยากได้ฉันก็ต้องได้” พูดจบชายหนุ่มก็หันไปสบตาพยักหน้าส่งสัญญาณให้ผู้ช่วยหนุ่มทราบว่าต้องทำอะไรต่อจากนี้“นี่ครับสัญญา ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับผมกับแนนเซ็นเป็นพ
บุษยาเปิดประตูเข้าห้องด้วยความเหนื่อยล้า พอมาถึงห้องเธอก็รีบเข้าไปดูที่ประกาศขายห้องไว้มีคนสนใจ และมีใครเข้ามาดูภาพที่ลงประกาศไว้หรือไม่ ได้แต่ถอนหายใจมีผู้เข้าดูแค่3คน ทันใดนั้นก็มีสายเข้า “ ฮัลโลว กอหญ้า”“บัว ไม่ได้คุยกันเป็นเดือนแล้วนะ บัวอยู่ที่ไหน”“เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมเสียงเป็นแบบนั้น ไม่สบายหรือเปล่า”“ไม่เป็นไรฉันเป็นไข้หวัดนิดหน่อย บัวเธอเป็น ไงบ้างเห็นหมอรุท บอกว่าคุณแม่เธอไม่สบาย เราขอโทษนะไม่ได้ไปเยี่ยมเลย เธอมีอะไรไม่สบายใจโทรหาฉันได้นะบัว ถึงฉันช่วยอะไรไม่ได้มากแต่ฉันรับฟังเธอได้นะ”กอหญ้าเป็นเพื่อนสนิทตอนอยู่มหาลัย และบุษยาก็แนะนำกอหญ้าให้รู้จักกับหมอรุททั้งสามจึงสนิทสนมกัน อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนก็ได้ปรึกษา แต่ด้วยนิสัยที่เหมือนกับพ่อบุษยาเลือกที่จะพึ่งพาตัวเองมาโดยตลอด หลังจากวางสายเพื่อนแล้ว ก็มีสายแปลกโทรเข้ามา“สวัสดีค่ะคุณบุษยาหรือเปล่าคะ “ใช่ค่ะฉันบุษยาค่ะ”“ฉันเห็นคุณประกาศขายคอนโด ขอโทษนะคะที่โทรมากลางคืน พอดีว่าฉันอยากเข้าไปดูห้องเย็นพรุ่งนี้หลังเลิกงาน คุณสะดวกไหมคะ”“พรุ่งนี้เป็นวันศุกร์ฉันจะไม่ได้เข้ามาคอนโดค่ะ มีธุระสะดวกเป็นวันเสาร์ได้ไหมคะ”บุษยาบอกปล
ทันทีที่หมอรุทมาส่งถึงหน้าห้องหมอหนุ่มก็กลับลงไปทันที บุษยาล้มตัวลงนอนที่โซฟาด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายทังใจ พลันคิดไปว่าจะไปหาเงินจากไหนหลักล้านได้ทัน และนอกจากค่ารักษาคุณแม่แล้วบุษยาเองก็ต้องเป็นเสาหลักของครบครัวด้วย คนตัวเล็กกวาดสายตาไปรอบๆห้อง พลันถอนหายใจและลุกขึ้นไปอาบน้ำ ระหว่างที่อาบน้ำผ่อนครายบุษยาก็คิดหาทางออกได้ บุษยาออกจากห้องแล้วก็โพสต์ประกาศขายคอนโดใจกลางเมือง2ห้องนอน 2 ห้องน้ำในราคา 10 ล้านบาทในเวปไซต์ และสื่อโซเชียลทันที “คุณพ่อคะบัวขอโทษนะคะที่รักษาของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณพ่อให้ไว้ไม่ได้” เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นบุษยาต้องรีบลุกไปเตรียมตัวไปทำงานแม้ว่าจะได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมง เมื่อวานก็ลางานครึ่งวันแล้ววันนี้ลาอีกก็แค่จะน่าเกลียดไป เธอเองก็พึ่งทำงานได้เพียง 1 เดือนเอง บุษยาเดินเข้าลิฟต์เพื่อที่จะเดินทางไปขึ้นรถไฟฟ้า ในระว่างเดินเธอก็หยิบมือถือขึ้นมาดูว่าจะมีคนสนใจคอนโดที่โพสต์ขายไปเมื่อคืนหรือยังนะ แต่ข่าวที่ขึ้นตามสื่อโซเชียลเช้านี้คือรถไฟฟ้าขัดข้องทำให้ผู้โดยสารยืนรอใช้บริการเต็มจนล้นจากสถานี พลันคิดในใจ สงสัยต้องไปรถแท็กซี่แล้วมั้งเนี่ย แต่ประหยัดที่ทำงานก็ไม่ไกลน
@โรงพยาบาลบุษยากึ่งวิ่งกึ่งเดินด้วยความรีบร้อน พอได้รับโทรศัพท์จากแม่นมว่า คุณแม่ของเธอมีอาการเวียนหัว และเป็นลมหมดสติถูกตัวนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้บ้าน และโรงพยาบาลก็ส่งตัวมาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯที่รักษาตัวอยู่คือโรงพยาบาลที่พ่อของหมอรุทเพื่อนชายคนสนิทเป็นผู้อำนวยการและหมอเจ้าของไข้แม่ของบุษยาด้วย“รุทคุณแม่บัว ฮึกๆ เป็นอะไรมากไหมทำไมคุณแม่อาการเป็นแบบนี้ล่ะ” บุษยาถามด้วยอาการสะอื้นที่สุดจะกลั้นความเป็นห่วงแม่ไม่ได้ จนสะอื้นร้องไห้ออกมาก“ไม่ต้องห่วงนะบัว พ่อเรากำลังตรวจอยู่นะใจเย็น ๆ มาถึงโรงพยาบาลแล้ว พ่อเราเป็นอาจารย์หมอเลยนะ บัวอย่างกังวลเลยน่า” หมอหนุ่มปลอบใจพลางโอบกอดลูบหลังด้วยความห่วง เวลาผ่านไปเป็นเวลา นานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่สำหรับคนที่รอด้วยความห่วงใยมันช่างยาวนาน พอประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกบุษยาก็รีบลุกขึ้นเดินไปหาคุณหมอ“คุณลุงหมอคะ คุณแม่เป็นยังไงบ้างคะ”“ไปที่ห้องลุงดีกว่า” พร้อมกับสีหน้าที่เป็นกังวล เมื่อทั้งสามคนอยู่ในห้องประจำตำแหน่งของคุณลุงหมอ ที่เป็นส่วนตัว “อาการของคุณแม่หนูบัวค่อนข้างน่าเป็นห่วง ร่างกายอ่อนแอมาก จากที่ลุงประเมินสุขภาพคนไข้แล้วไม่สามารถให้คีโมได้อีก







