LOGIN@โรงพยาบาล
บุษยากึ่งวิ่งกึ่งเดินด้วยความรีบร้อน พอได้รับโทรศัพท์จากแม่นมว่า คุณแม่ของเธอมีอาการเวียนหัว และเป็นลมหมดสติถูกตัวนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้บ้าน และโรงพยาบาลก็ส่งตัวมาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯที่รักษาตัวอยู่คือโรงพยาบาลที่พ่อของหมอรุทเพื่อนชายคนสนิทเป็นผู้อำนวยการและหมอเจ้าของไข้แม่ของบุษยาด้วย
“รุทคุณแม่บัว ฮึกๆ เป็นอะไรมากไหมทำไมคุณแม่อาการเป็นแบบนี้ล่ะ” บุษยาถามด้วยอาการสะอื้นที่สุดจะกลั้นความเป็นห่วงแม่ไม่ได้ จนสะอื้นร้องไห้ออกมาก
“ไม่ต้องห่วงนะบัว พ่อเรากำลังตรวจอยู่นะใจเย็น ๆ มาถึงโรงพยาบาลแล้ว พ่อเราเป็นอาจารย์หมอเลยนะ บัวอย่างกังวลเลยน่า” หมอหนุ่มปลอบใจพลางโอบกอดลูบหลังด้วยความห่วง
เวลาผ่านไปเป็นเวลา นานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่สำหรับคนที่รอด้วยความห่วงใยมันช่างยาวนาน พอประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกบุษยาก็รีบลุกขึ้นเดินไปหาคุณหมอ
“คุณลุงหมอคะ คุณแม่เป็นยังไงบ้างคะ”
“ไปที่ห้องลุงดีกว่า” พร้อมกับสีหน้าที่เป็นกังวล เมื่อทั้งสามคนอยู่ในห้องประจำตำแหน่งของคุณลุงหมอ ที่เป็นส่วนตัว
“อาการของคุณแม่หนูบัวค่อนข้างน่าเป็นห่วง ร่างกายอ่อนแอมาก จากที่ลุงประเมินสุขภาพคนไข้แล้วไม่สามารถให้คีโมได้อีกแล้ว ต่อให้เรารักษาด้วยคีโมอีกร่างกายคนไข้จะไม่ไหว ลุงอยากให้หนูบัวทำใจไว้บ้าง”
“ฮืออ ฮะอึกๆ ลุงหมอคะช่วยคุณแม่ด้วยนะคะ เสียเท่าไหร่บัวก็จะหามาจ่ายค่ารักษาให้ได้ขอแค่คุณแม่หายดี”
“มีอีกทางหนึ่งคือพาคนไข้ไปรักษาตัวที่อเมริกา เพื่อนลุงเป็นหมอผู้เชี่ยวชาญในการรักษาลู คีเมีย ต้องยอมรับว่าการแพทย์เขามีความเชี่ยวชาญมาก ถ้าหนูบัวไหวลุงจะประสานให้ ลุงจะช่วยเต็มที่ไม่ต้องกังวล”
“อเมริกาเหรอคะ แล้วค่าใช่จ่ายประมาณเท่าไหร่คะลุงหมอ”
“ลุงก็ไม่ทราบจำนวนแน่นอนขึ้นอยู่กับการรักษาของคนไข้ ถึงอย่างไรก็หลักล้าน”
อาจารย์หมอผู้เป็นถึงผอ.โรงพยาบาลถอนหายใจด้วยความหนักใจ เพราะเมตตาครอบครัวของบุษยามาตลอดทั้งพ่อ และแม่ของเธอท่านก็รับเป็นหมอประจำคนไข้เพราะลูกชายเป็นเพื่อนสนิทและขอร้องให้ช่วย อีกทั้งได้ทราบเกี่ยวกับความเป็นไปของครอบครับบุษยายิ่งเห็นใจ
“หลักล้าน!!...หนูขอเวลา..ก่อนนะคะ หนูต้องให้คำตอบลุงหมอภายในวันไหนคะ” ที่เธอถามเพราะ ลุงหมอต้องประสานกับทางโรงพยาบาลที่อเมริกาส่งประวัติคนไข้ และเรื่องค่าใช้จ่ายให้บุษยาทราบคร่าวๆ และก็ไม่รู้จะหาเงินหลายล้านบาทจากไหนได้ทัน
@คอนโดเวลาเที่ยงคืนครึ่ง
รถของหมอรุทขับเข้าส่งหน้าคอนโดของบุษยาเนื่องจากเธออยู่เฝ้าดูอาการของคุณแม่ พอแน่ใจว่าคุณแม่หลับไปแล้วและคุณลุงหมอบอกให้กลับไปพักผ่อนแม่เธอยังปลอดภัย บุษยาถึงยอมกลับบ้านและเป็นป้าพุตตาลแม่นมของบุษยาเป็นคนเฝ้าไข้
“บัวๆ ถึงแล้ว ไหวไหมให้เราเดินขึ้นไปส่งไหม” หมอรุทปลุกเพื่อนสาวคนสนิททั้งสงสารและเป็นห่วงผู้หญิงตัวเล็กๆแต่เข็มแข็งยิ่งกว่าผู้ชายเสียอีก
“ ฮื้ออ...ถึงแล้วเหรอ บัวเผลอหลับไป ขอบคุณมากเลยนะที่มาส่ง หมอช่วยบัวตลอดเลยเกรงใจจริงๆ บัวไปเองไม่ต้องไปส่งหรอก”
“เราเป็นเพื่อนกันนะอย่าพูดแบบนี้สิ ไปเราไปส่ง” พูดจบหมอรุทก็ลงมาเปิดประตูให้ ด้วยที่พึ่งตื่นจึงมึนหัว พอขาก้าวลงจากรถ ร่างบางเซจะล้ม”โชคดีที่หมอรุทรับไว้ได้ทัน
“เห็นไหมไหนบอกไหว เดี่ยวเดินขึ้นไปส่งแป๊บเดียวไม่ต้องเกรงใจ เดี่ยวไปเป็นลมจะทำไงเพื่อนเรายิ่งสวยๆอึมๆอยู่” หมอรุทหยอกล้อเพื่อไม่ให้บุษยาเศร้าและเกรงใจเขาจนเกินไป
@ภายในห้องคอนโดกันต์พิมุกต์
เมื่อได้ยินเสียงข้อความส่งมาชายหนุ่มรีบดีดตัวขึ้นหยิบมือถือมาดูข้อความที่ส่งมาเป็นภาพถ่าย และคลิปของบุษยา และหมอรุท ทั้งที่โรงพยาบาล และหน้าคอนโด ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างหัวเสียแสดงความไม่พอใจ หน้าคมขบกรามแน่นจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ
หลังจากที่หมอหนุ่มส่งบุษยาแล้วเค้าก็เดินลงมาขึ้นรถและขับออกไปใช้เวลาไปส่งไม่ถึง10 นาที
และนักสืบที่พันลภผู้ช่วยของกันต์มุกต์จ้างให้สืบเรื่องราวของบุษยาเฝ้าติดตามทั้งวันเห็นหมอหนุ่มขับรถออกไป ข้อความและรูปภาพได้ส่งให้พันลภทันที
ตี้งๆ ตี้งๆ เสียงข้อความดังขึ้นกันต์พิมุกต์เปิดอ่านแล้วก็ยกยิ้มเมื่อเห็นว่าไอ้หมอหนุ่มนั่นกลับไปแล้ว สายของผู้ช่วยหนุ่มโทรเข้าเค้ากดรับทันที
“ฮัลโลว พันลภได้เรื่องอะไรอีกไหม”
“เจ้านายครับคุณแม่ของคุณบัวป่วยอาการน่าเป็นห่วงมากครับผมคิดว่า.....เอ่ออออ”
“อะไรวะ รีบพูดมาสิ”
“อาการน่าจะหนักมากพอสมควร คุณบัวเธอร้องไห้หนักเลย และก็ท่าทางกระวนกระวาย เฝ้าดูอาการตั้งแต่ช่วงบ่ายจนพึ่งกลับนี่แหล่ะครับ แต่ว่านักสืบของเราไม่สามารถเข้าข้อมูลไม่รู้รายละเอียด และอีกอย่างคุณหมอเจ้าของไข้ที่ยืนคุยกับคุณบัวในรูปคือผอ.โรงพยาบาล เป็นคุณพ่อของหมอรุทครับ”
“อืม! ขอบใจนายมากเดี่ยวฉันจัดการต่อเองนายจัดการเรื่องเงินให้นักสืบด้วย” หลังจากที่วางสายผู้ช่วยคนสนิท ชายหนุ่มก็โทรหาใครบางคนทันที
“ ไอ้หมอ ฉันมีเรื่องจะให้แกช่วย” ชายหนุ่มโทรหาเพื่อนที่เป็นหมอที่อยู่โรงพยาบาลและเป็นแพทย์ประจำของคุณหญิงกาญดา
“ ขอบใจแกมาก และเรื่องนี้ห้ามให้ใครรู้นะ แม้แต่แม่กูนะไอ้หมอ”
“เอ่อหน่า ว่าแต่แกอยากรู้ไปทำไมวะ” หมอเคนที่เป็นเพื่อนสนิทกับกันต์พิมุกต์มาตั้งแต่ ม.ต้น แม้จะแยกย้ายไปเรียนปริญาตรีคนละสาขา แต่ก็ติดต่อกันอยู่เสมอ
“เดี่ยววันหลังฉันจะเล่าให้ฟัง แต่ฉันอยากรู้ว่าคุณน้าวดี จะรักษายังไงต่อไปแล้วค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่แกช่วยฉันได้ไหม”
“ได้! ฉันเป็นหมอผู้ช่วยให้ผอ.เคสนี้เอง” เมื่อทราบข้อมูลจากหมอเคนแล้วกันต์พิมุกต์ก็ใช้เวลาขบคิดอยู่สักพัก แม้จะไม่ได้เจอแม่ของบุษยามาหลายปีแต่ชายหนุ่มก็ไม่ลืมว่าท่านน่ารักกับเค้าเมื่อสมัยตอนที่เทียวรับส่งบุษยาเมื่อก่อน
ในวันนั้นเมื่อราว5ปีก่อน
หลังจากที่เค้าได้ข้อความจากบุษยาถ้าหากบุษยาเป็นจังหวะที่เค้าเดินลงจากชั้น 2 เพื่อที่จะมาพบบุษยา
“แม่ครับน้องบัวมาถึงหรือยังครับ”
“แม่เดินเล่นอยู่ตรงนี้นานแล้วไม่เห็นมีใครมาเลยนะลูก” ชายหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อจะโทรหาบุษยาแต่เขาก็ได้พบกับข้อความของบุษยาที่ส่งหาเขา กันต์พิมุกต์ทำอะไรไม่ถูกในตอนนั้นรู้สึกงง และสับสนไปหมด ทั้งเขาและบุษยาก็รักและหวังดีต่อกันมาโดยตลอด
ชายหนุ่มจะรีบขับรถไปหาบุษยาที่บ้านแต่แม่ของเขาได้ห้ามไว้และบอกว่าไม่ต้องไปตอนนี้ และแม่จะช่วยสอบถามให้เองว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้ให้ใจเย็นๆก่อน
“แม่ไปบ้านนั้นมาแล้วไม่มีใครอยู่บ้าน และหน้าบ้านก็มีป้ายประกาศขายอยู่ แม่คิดว่าลูกทำใจเถอะหนูบัวเค้าคงไม่ได้รักลูกจริงๆ อีกอย่างในมหาลัยก็คงมีคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขานะลูก” ผู้เป็นแม่พูดพลางลูบต้นแขนลูกชายพียงคนเดียวเพื่อปลอบใจ
หลังจากวันนั้นเขาเองก็ที่พยายามออกตามหาบุษยา ไปถามจากเพื่อน ๆ ที่พอจะรู้จักก็ไม่มีใครรู้ว่าครอบครัวเธอย้ายไปอยู่ที่ไหน
ชายหนุ่มก็เสียใจอยู่นานหลายเดือน จนตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการบิหารอีกหนึ่งใบที่อังกฤษและกลับมาช่วยงานบิดาจนถึงทุกวันนี้ เมื่อคิดถึงตอนนี้ความขับแค้น ข้องใจก็พุดขึ้นมาอีก
บุษยาเธอจะได้รับรู้ถึงการรักใครสักคนถูกทิ้งมันเป็นยังไง
@ 5 เดือนต่อมา "ที่รักเดินดีๆนะครับ " เสียงนุ่มของกันต์พิมุกต์ ที่ประคองโอบกอด บุษยาให้เดินลงบันไดช้าๆ“ค่อยๆลงลูก รถพร้อมแล้วเราไปโรงพยาบาลกันเถอะ” เสียงตื่นเต้นของคุณหญิงกานดา ที่จัดรถมารอรับลูกสะไภ้ เพื่อจะไปอัลต้าซาวน์เพศของหลานที่อยุ่ในครรภ์“สวัสดีค่ะ/ครับ คุณแม่ คุณพ่อ” กันต์พิมุต์ และบุษยาทักทายผู้เป็นแม่ทันทีที่เท้าแตะบันไดขั้นสุดท้าย“คุณนี่หลานย่าคนที่เท่าไหร่แล้ว ยังตื่นเต้นอยุ่อีกเหรอ” เสียงของคุณปกรณ์ เอ่ยขึ้นอดเอ็นดู ภรรยาคู่ใจไม่ได้ ถึงจะมีหลานหลายคนแล้วก็ยังตื่นเต้นไม่หาย“คุณละก็ อย่าแซวสิคะ ก็ฉันอยากรู้ว่าในท้องหนูบัวจะเป็นหลานชายหรือหลานสาว”เสียง กระเง้ากระงอด ของคุณหญิง เรียกรอยยิ้มจากทุกคนไม่เว้นแม้แต่ เด็กรับใช้ในบ้านทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหญิงรักและชอบเลี้ยงเด็กแค่ไหน วันหยุดก็ชอบมารับหลานแฝดไปเที่ยวเดินเล่น โดยเฉพาะเมื่อโดนหลานชายออดอ้อน คุณย่าจะชอบใจเป็นพิเศษ บุษยารู้สึกโชคดีมากที่ได้เข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกับเลิศวิริยะไพบูลย์ แค่ลุ้นเพศ ทั้งปู่ ย่า ถึงกับมารอลุ้นที่โรงพยาบาลด้วย@ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังโรงพยาบาลแห่งนี้คือโรงพยาบาลที่กันต์พิมุกต์และบุษ
@ห้องหอในรีสอร์ท"อื้อออ ที่รักปิดไฟก่อนไหมคะ "" ปิดทำไมพี่เคยเห็นมาหมดแล้วอายทำไม งั้นเหลือไฟหัวเตียงไว้นะครับ"จุ๊บ จ๊วบ คนตัวโตพรมจูบไปทั่วเรือนร่างนุ่มนิ่ม คืนนี้เขาคงไม่จบลงง่ายๆอย่างแน่นอน คนตัวโตพรมจูบ มือใหญ่ถอดชุดนอนบางเบาออกอย่างง่ายดาย ช่ำชอง"ที่รักครับถ้าพี่ขอทำแรงๆได้ไหม" คนตัวโตถามเสียงกระเส่า เมื่อเล้าโลมอยู่นานต้องถามเมียก่อนที่จะสอดใส่ เกรงว่าคนตัวเล็กจะรับไม่ไหวคนตัวเล็กยิ้มหวานก่อนที่จะพลิกตัวขึ้นมาอยู่ด้านบน ริมฝีปากบางจูบ ซุกที่ซอกคอหนา ปลายลิ้นเล็กไล่เลียลำคอ คนตัวโตส่งเสียงคราง มือเรียวใหญ่ลูบผมอย่างเบามือ "เดี่ยวบัวทำให้นะคะ" คนตัวเล็กกระซิบข้างหู "หึหึ เมียพี่นี่น่ารักจริงๆ อ่าส์" คนตัวโตครางเมื่อปลายลิ้นเล็กเลียปลายหัวน.มของเขา ไม่บ่อยนักที่เมียสาวจะทำให้แบบนี้ หลังจากที่ร่ำเรียนจากเขาที่สอนเองกับมือ"อ่าส์ ซี้ด อ่าส์.... โอ้ววว ที่รัก" คนตัวโตครางเสียงหลงเมื่อคนตัวเล็กทำรักด้วยปากให้ ความเป็นชายแข็งผงาดเมื่อถูกปากนุ่มและปลายลิ้นเล็กทั้งดูด อมให้อย่างถึงใจ คนตัวโตหัวรวบผมให้เมียรักที่ผงกหัวขึ้นลงตามจังหวะ มือเรียวเล็กก็สะกิดลูบไล้อกแกร่ง กันต์พิมุกต์จั
@งานเลี้ยงฉลองพิธีสมรสภายในโซนรีสอร์ทปิดรับแขกในค่ำคืนนี้มีเพียงคนในตระกูลเลิศวิริยะไพบูลย์ และเพื่อนสนิทของบ่าวสาวเท่านั้น สถานที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม โต๊ะเก้าอี้ผูกโบว์สีขาวสวยงาม ดอกไม้ส่งกลิ่นหอมไปทั่วงาน แม้จะจัดแค่ภายในแต่ช่างภาพประจำบริษัทอย่างณดล ก็มาทำหน้าที่เก็บภาพในค่ำคืนนี้ เพียงแต่ความรู้สึกเปลี่ยนไปมีเพียงความยินดีและหวังดีให้บุษยาที่ครั้งหนึ่งเขาคิดว่าคงเป็นการแอบปลื้ม ซึ่งอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการหลงรักเพียงแต่มันยังไม่ได้ถลำไปไกล เขาส่งยิ้มให้เจ้าสาวด้วยความยินดีเมื่อคู่บ่าวสาวมาถึง"มองตาละห้อยเลยนะคุณไอ้กันต์มันแต่งงานไปแล้วถ้าคุณไม่มีใครเอา ผมยอมให้แก้ขัดได้นะ"หมอเคนที่นั่งโต๊ะเพื่อนเจ้าบ่าว แซะวิกกี้ที่ยิ้มให้เจ้าบ่าว แล้วสีหน้าเศร้าลงเมื่ออดคิดไม่ได้ว่าตรงที่ข้างๆเจ้าบ่าวเธอเคยวาดฝันไว้ว่าจะเป็นตัวเอง แต่ก็ต้องพยายามบอกตัวเองว่ามันจบไปแล้ว แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อยังไม่มีผู้ชายคนไหนที่ใกล้เคียงสเป็คที่วางไว้เลยสักคน "หมอเคน! คุณนี่มันเป็นคนน่าเกลียดเปิดเผยจริงๆ ต่อให้ในโลกมีคุณเป็นผู้ชายคนเดียว ฉันยอมโสดตลอดชีวิตดีกว่า""หึหึ พูดเล่นก็รู้จักแยกแยะบ้างนะ ต่อให้
2เดือนต่อมางานแต่งงานของกันต์พิมุกต์ และบุษยา เลิศวิริยะไพบูลย์ ที่ถูกจัดขึ้นในภายโรงแรมบุษยา รีสอร์ทแอนด์สปา มีเพียงคนในครอบครัวและญาติสนิท เพื่อนสนิทเท่านั้นที่ถูกเชิญให้ร่วมพิธีเมื่อช่วงเช้าในวันนี้ และแน่นอนว่าทั้งสองคนได้จดทะเบียนสมรสในวันนี้เช่นกัน วันฤกษ์ดีที่ใกล้ที่สุดที่คุณหญิงกานดาเป็นคนหามานั่นเองบุษยาไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากมายทุกอย่างกันต์พิมุกต์และแม่ของชายหนุ่มเนรมิตให้ภายใน 2เดือน ชุดแต่งงานสวยเรียบแต่หรูหราจากแบรนด์ดังคู่ควรสมฐานะกับสะใภ้ของตระกูลเลิศวิระยะไพบูลย์ ที่ทั้งสวยและเก่งเป็นที่ยอมรับ มาถึงในวันนี้บุษยาพิสูจน์ให้ทุกคนครอบครัวของเขายอมรับในตัวลูกสะใภ้คนนี้ และยังเป็นคนที่กันต์พิมุกต์รักและเลือกที่จะมาเป็นคู่ชีวิตอีกด้วยหลังพิธีเช้าจบลงภาพงานแต่งงานถูกโพสต์ลงโซเชียลโดยเพจของโรงแรม และบริษัทในเครือของเขาแสดงความยินดีในครั้งนี้ด้วย สื่อหลักในแวดวงธุรกิจจึงไม่พลาดที่จะลงข่าวใหญ่ที่น่ายินดีเช่นนี้ ช่วงชิงเอาพื้นที่ข่าวแวดวงธุรกิจสังคมชั้นสูงได้อย่างไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณา ด้านครอบครัวสหพงศ์“มันแต่งงานกันวันนี้เหรอ เพราะแกนี่แหล่ะ แค่นี้ก็ทำไม่สำเร็จทำไมไม่จับมันให้
ค่ำคืนอันแสนหวานของคู่รักข้าวใหม่ปลามันจะจบเพียงครั้งเดียวคงเป็นไปไม่ได้ ยิ่งเป็นกันต์พิมุกต์ด้วยแล้ว หากไม่ติดว่าคนตัวเล็กท้องอยู่คงได้ข้ามคืนอีกเป็นแน่ แต่ทว่าเขาก็จัดการคนตัวเล็กจบหลับคาอกเหมือนเช่นเคยหากแต่คืนนี้ดีที่เริ่มตั้งแต่หัวค่ำคนตัวเล็กหลับตาพริ้มกอดซบอกแกร่ง คนตัวโตใช้นิ้วเขี่ยไรผม จูบหน้าผากอย่างรักใคร่ก่อนที่จะหลับตามคนตัวเล็กไป เขาเองก็โหมงานหนักคืนนี้คงเป็นคืนที่หลับอย่างมีความสุขกว่าทุกวัน@ห้องประชุมภายในโรงแรม"สวัสดีครับคุณปกรณ์ คุณกันต์ และทุกคนนะครับ วันนี้ทางทีมเจ้าของคดีมาสอบสวนเพิ่มเติม และรายงานผลการสอบสวนนะครับ""สวัสดีครับผู้กำกับต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่อำนวยความสะดวกให้ ผลการสอบสวนได้ผลอย่างไรบ้างครับ" คุณปกรณ์เป็นตัวแทนถามแทนทุกคนที่รอคำตอบโดยเฉพาะลูกชายของเขาที่กังวลเรื่องนี้เป็นอย่างมาก"เราหาตัวคนเมาวันนั้นเจอแล้วครับ ผมของเปิดคลิปภาพที่เรารวบรวมมาให้ดูไปด้วยเลยนะครับ คนเมาคนนี้เป็นนักท่องเที่ยว แวะดื่มที่ร้าน xxx คนเดียวและมีเพื่อนมาดื่มด้วย 2คน แล้วแยกจากกัน กล้องวงจรปิดในร้านก็นั้งดื่มนั่งคุยตามปกติ จากนั้นชายคนนี้ก็ขับรถเข้าซอยมา เพื่อไปเข้าห้องพ
@โรงแรม บุษยารีสอร์ท แอนด์สปา"ค่อยๆ เดินนะคะคุณแม่ กิ่งช่วยค่ะ" กิ่งกานดาช่วยพยุงผู้เป็นแม่ให้ขึ้นเตียงนอน มีผู้เป็นพ่อช่วยเปิดประตูให้"ไม่เป็นไรแล้วลูก แม่เจ็บนิดเดียวเดี๋ยวก็หาย ว่าแต่พี่ชายเราพาหนูบัวไปพักที่ไหน" คุณหญิงกานดายังอดห่วงบุษยาไม่ได้ ภาพที่รถคนเมาพุ่งเข้าจะชนยังติดตาอยู่เลย"ไปพักห้องที่พี่เขาทำไว้ให้บัวนั่นแหละค่ะ อยู่หลังสุดติดกับประตูหลังเชื่อมไปประตูบ้านนมพุตตาลค่ะคุณแม่" กิ่งกานดาบอกตามที่พี่ชายบอกเอาไว้"คุณเจ็บมากไหมนอนพักเถอะ กินยาแก้ปวดก่อนนอนนะพรุ่งนี้น่าจะระบมนิดหนึ่ง ถ้าไม่ได้คุณไม่รู้หนูบัวกับหลานเราจะเป็นไงบ้าง" คุณปกรณ์นั่งลงข้างๆ ลูบผมอย่างเบามือ"คุณพี่คิดว่าเป็นฝีมือของพวก สหพงศ์หรือเปล่าคะ""ต้องรอตำรวจรายงานผลพรุ่งนี้ ผู้กำกับก็อาจจะมาที่นี่ด้วยตัวเอง" ผู้เป็นประมุขของบ้านบอกด้วยสีหน้ากังวล ลึกๆ แล้วก็คิดว่าน่าจะไม่ใช่อุบัติเหตุไม่อย่างนั้นกันต์พิมุกต์คงไม่ขอให้ตำรวจไล่ดูกล้องวงจรปิดทุกตัวรอบๆ ตั้งแต่คนเมาจากไหน มาได้อย่างไรครอบครัวนมพุตตาลเกรงใจขอพักห้องพักบนตึกที่สร้างใหม่เพราะโซนนี้ห้องที่ชั้นไม่สูงมากจะไม่แพงเท่าโซนรีสอร์ท แถมอยู่ใกล้ครัวไทยด้







