Se connecter
ในอดีตนานมาแล้วมีคนเคยเล่าว่าในโลกของเรามีประตูอยู่หนึ่งบานที่ถูกเก็บเป็นความลับ ประตูนั้นเป็นประตูที่เชื่อมโยงโลกอีกฝั่งที่เป็นคู่ตรงข้ามกับโลกของมนุษย์ ว่ากันว่าหลังบานประตูมีสิ่งลี้ลับมากมาย ทั้งเทพ มังกร ภูติ และปีศาจอาศัยอยู่ ซึ่งประตูนั้นเป็นประตูที่เหล่าปีศาจและเทพที่มีพลังมากเท่านั้นที่สามารถเปิดใช้เพื่อเดินทางเข้าออกระหว่างทั้งสองโลกได้ มนุษย์ธรรมดา หรือ อมนุษย์ที่ไม่ได้มีพลังมากมายถึงจะเคยพบเห็นประตูบานนั้นก็จะเห็นเป็นแค่ประตูสำหรับตกแต่งผนังธรรมดาที่ไม่สามารถเปิดออกได้ และที่สำคัญประตูบานนี้จะเคลื่อนย้ายไปที่ต่างๆตามกาลเวลาซึ่งไม่มีใครรู้ว่ามันจะวนกลับมาที่เดิมเมื่อไหร่ รู้ก็เพียงแค่ไม่ว่ายังไงประตูก็จะวนกลับมาในที่มันเคยอยู่มาแล้วราวกับว่ารอเวลาให้ผู้ที่เหมาะสมมาเปิดมันออก
ลียง ประเทศฝรั่งเศส
เวลา 7.30น.“ฮ้าววววว”
เสียงคนตัวเล็กหาววอดๆ อยู่หน้ามหาลัยคาทอลิค ชื่อดังของเมืองในเขต Place Bellecour เพราะตื่นเต้นกับการที่จะได้เข้าเรียนมหาลัยที่ใฝ่ฝันถึงขนาดดรอปเรียนมาตั้งสองปีหลังจากที่เรียนจบมัธยมมาเพื่อให้ได้มาเรียนที่นี่โดยเฉพาะ เพราะว่าเป็นสถานที่ที่สำคัญที่ทำให้พ่อกับแม่ของเธอพบรักกัน ทำให้คนตัวเล็กรีบตื่นมาอาบน้ำล้างหน้าและรีบนั่งรถบัสมามหาลัยอย่างเร็วจนลืมดูเวลาเนี่ยแหละว่ามันเช้าเกินไป
ด้วยเพราะว่าเป็นช่วงต้นเดือนตุลาคมซึ่งยังอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงทำให้ตอนนี้ท้องฟ้ายังไม่ค่อยสว่างนัก อีกทั้งอากาศค่อนข้างเย็นทำให้ร่างบางต้องรีบเข้าไปในอาคารเรียนเพื่อทำการหลบหนาวซักหน่อย
เมื่อเข้ามาในส่วนของมหาลัยตรงช่วงของประตูทางเข้าเป็นโดมสูงขนาบคู่กับอาคารเรียน ที่ร่างบางเคยได้มาเยือนแล้วตอนช่วงสมัครสอบเข้าที่นี่ ถัดจากทางเข้าภายในเป็นลานกว้างแบบเปิดโล่งไม่มีหลังคาด้านตรงข้ามกับทางเข้ามีอาคารเรียนแบบสมัยใหม่อยู่ ถัดไปทางขวาจะเป็นอาคารเรียนแบบเก่าที่ยังคงสไตล์ฝรั่งเศสแบบเดิมเอาไว้ ส่วนด้านหน้าอาคารสมัยใหม่ มีโต๊ะแบบม้านั่งยาววางอยู่เรียงกันสองฝั่งแบ่งเป็นทางเดินตรงกลาง เหมาะสำหรับนั่งรวมกันทำรายงานหรือพูดคุยกับเพื่อนๆยามว่าง ส่วนด้านในอาคารเรียนก็มีโต๊ะนั่งและตู้กดน้ำและขนมอัตโนมัติอยู่ด้วย ว่าแล้วฟีโลน่าก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหลบความหนาวภายในอาคาร ซึ่งก็เห็นว่ามีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว 2-3 คน
หลังจากหาที่นั่งได้ก็จัดแจงเสียบหูฟังใส่มือถือและนั่งฟังเพลงคั่นเวลาก่อนเข้าเรียน พลางนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา นี่ก็ 2 ปีแล้วที่เธอสูญเสียผู้เป็นพ่อที่เป็นที่พึ่งพิงเพียงคนเดียวของเธอไป ส่วนเรื่องของแม่นั้น พ่อเพียงแต่เล่าว่าแม่อยู่บนสวรรต์หลังจากที่คลอดเธอได้ไม่นาน ซึ่งตอนนั้นเธอก็ยังเล็กมากเลยไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไรนัก แล้วที่เลือกเรียนที่มหาลัยเซนต์คาทอลิคที่นี่ก็เพราะว่า พ่อเคยเล่าว่าได้พบรักกับแม่ที่นี่เนี่ยแหละ ถึงทำให้เธออยากจะมาเรียนที่นี่มากกว่าที่อื่นๆเพราะอยากจะเห็นสถานที่ที่ทำให้พ่อกับแม่เธอรักกัน
แหม…ก็คนอย่างเธอถึงจะอายุ 20 แล้ว แต่ก็ไม่เคยมีแฟนซักคน ไอ้คำว่าความรักเนี่ยเป็นยังไงก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าถ้าได้เจอคนที่จะมอบความรักให้แก่กันล่ะก็คงจะมีความสุขไม่น้อย และคงไม่ต้องมารู้สึกโดดเดี่ยวแบบนี้หรอก ในระหว่างที่คนตัวเล็กกำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้นเอง
จึก! จึก!
“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไร?”
หนุ่มใหญ่ร่างท้วมในชุดสูทท่าทางมีอายุคนหนึ่งได้เข้ามาสะกิดถามสาวน้อยร่างบางจากทางด้านหลังทำให้คนตัวเล็กต้องถอดหูฟังออกเพื่อหันไปตอบคนถามผู้ที่มาถามอย่างมีมารยาท
“ชื่อ ฟีโลน่าค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ” ฟีโลน่าได้ตอบกลับไป
“อ๋อ คุณฟีโลน่าพอจะมีเวลานั่งดื่มกาแฟเป็นเพื่อนผมได้ไหมครับผมเป็นคนเลี้ยงเอง” เมื่อได้รับคำตอบ หนุ่มใหญ่ก็ได้เอ่ยชวนคนตัวเล็กดื่มกาแฟด้วยซะงั้น
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันดื่มกาแฟมาแล้ว ขอบคุณมากนะคะ” ฟีโลน่าบอกปฏิเสธไป
“งั้นรับโกโก้ร้อนไหมครับ โกโก้ที่นี่อร่อยนะครับ” เขาถามต่อ
“เออ...ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะเกรงใจ”ฟีโลน่าตอบพร้อมนึกในใจว่าจะเซ้าซี้อะไรนักหนาเนี่ยทั้งๆที่ปฏิเสธไปแล้วครั้งนึง
“แล้วโคล่าล่ะครับ ดื่มไหม”
หนุ่มใหญ่ยังถามเซ้าซี้อีกรอบ จนทำให้ฟีโลน่าต้องแอบลอบถอนหายใจเบาๆ อย่างยอมแพ้กับลูกตื้อของคนตรงหน้าที่พยายามจะทำความรู้จักกับเธอผ่านเครื่องดื่มซะเหลือเกินและตอบเค้ากลับไปว่า
“โคล่าก็ได้ค่ะ”
เมื่อได้ยินคำตอบที่พอใจแล้วหนุ่มใหญ่ร่างท้วมก็รีบไปกดโคล่าที่ตู้ขายน้ำอัตโนมัติแล้วรีบเดินกับมาหาฟีโลน่าอย่างเร็วพร้อมยื่นโคล่ามาให้เธอ แล้วในตอนที่เธอรับมาแล้วนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า
“เราไม่ทักทายกันแบบฝรั่งเศสหน่อยเหรอครับ แบบว่าแก้มชนแก้มน่ะ”
“เอ่อ... ก็ได้ค่ะ” ฟีโลน่าตอบพร้อมคิดในใจว่านี่สินะจุดประสงค์ของคนๆนี้
หลังจากทักทายกัน แล้วได้พูดคุยกันนิดหน่อย โดยส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของคนตัวโตตรงหน้ามากกว่า แถมเวลาคุยด้วยก็ชอบเอามือมาแตะตามตัวของเธออีกต่างหาก สักพักหนุ่มร่างท้วมก็ขอตัวออกไปทำธุระ ฟีโลน่าเห็นดังนั้นก็รีบปลีกตัวหลบออกจากอาคารเรียนที่นั่งอยู่ เพราะไม่อยากคุยกับหนุ่มร่างท้วมอีกเพราะเค้าดูมีจุดประสงค์ในตัวเธอแบบแปลกๆจน เธอรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว
เธอมองดูนาฬิกาเรื่อนใหญ่ที่ติดอยู่ที่ผนังของอาคารเรียนตอนนี้เวลา 8.30น. เองยังเหลือเวลาอีกตั้งเยอะว่าจะได้เวลาเข้าเรียน ออกไปเดินเล่นสำรวจอาคารเรียนอื่นและรอบๆก่อนดีกว่า ไม่อยากจะเจอคนโรคจิตแบบเมื่อกี้อีกแล้ว
‘บรื๋อ~ขนลุกชะมัด’
เธอได้แต่คิดแล้วก็รีบเดินออกจากอาคารเรียนไป
เรออนพยักหน้ารับ เขารู้ดีว่าไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไป เขาขึ้นไปบนเตียงและเริ่มปรนเปรอร่างกายที่ร้อนระอุของฟีโลน่าด้วยจูบและสัมผัสที่อ่อนโยนเพื่อปลอบประโลมเธอเรออนค่อยๆ ไล้จูบไปทั่วทั้งใบหน้าและลำคอของร่างบาง ขณะที่มือก็บีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่มเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ ฟีโลน่าที่อยู่ในห้วงปรารถนาตอบสนองต่อทุกสัมผัสของเขาเป็นอย่างดี เสียงครางหวานดังระงมไม่ขาดสายแฟรงค์ที่นั่งมองอยู่ข้างเตียงเริ่มทนไม่ไหว ภาพของเรออนที่กำลังคลอเคลียฟีโลน่าและกลิ่นฟีโรโมนที่รุนแรงของเธอนั้นก้เริ่มกลับมาส่งผลกับเขา ทำให้สัญชาตญาณดิบของเขาพลุ่งพล่านจนต้องเริ่มชักรูดแกนกายที่แข็งขึงของตัวเองเพื่อระบายอารมณ์“อ๊า...เรออน...อีก...อื้อ...” ฟีโลน่าครางกระเส่าเมื่อเรออนใช้ลิ้นปรนเปรอเธออย่างหนักหน่วงภาพของฟีโลน่าที่กำลังบิดเร่าอย่างสุขสมอยู่ใต้ร่างของเรออนนั้น ทำให้ความอดทนสุดท้ายของแฟรงค์ขาดสะบั้นลง สัญชาตญาณของหมาป่าร่ำร้องให้เขาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของภาพตรงหน้า และไม่อาจทนดูอยู่เฉยๆ ได้อีกต่อไปแฟรงค์ตัดสินใจเดินเข้าไปที่เตียง คุกเข่าลงข้างๆ ศีรษะของฟีโลน่าที่กำลังเคลิบเคลิ้ม ก่อนจะค่อยๆ จ่อแกนกายที่ร้อนจัดและแข็งขึง
ฮิโระชะงักไป ดวงตาสีไวน์แดงของเขาเบิกกว้างและเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยแรงปรารถนาที่ควบคุมไม่ได้ เขามองฟีโลน่าราวกับเห็นอาหารอันโอชะที่สุดในชีวิต “สุดยอด...นี่มันสุดยอดไปเลย! ข้าต้องการ...ข้าต้องการพลังของเจ้า!”คลื่นพลังและกลิ่นหอมนั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ในเรือนกระจก แต่มันได้แผ่ขยายไปทั่วทั้งอาณาเขตของมหาวิทยาลัย เหล่าปีศาจชั้นต่ำที่เดินอยู่บริเวณนั้นพลันหยุดชะงัก ดวงตาของพวกมันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยแรงปรารถนา ก่อนจะหันมามองทางเรือนกระจกเป็นตาเดียวและพุ่งทะยานเข้ามาอย่างบ้าคลั่งราวกับฝูงสัตว์ป่าที่หิวโหยตู้ม!!!ยังไม่ทันที่ฮิโระจะได้เข้าถึงตัวฟีโลน่า ผนังเรือนกระจกก็พังทลายลง พร้อมกับการมาถึงของเรออนและแฟรงค์“แก!!!” แฟรงค์คำรามลั่นเมื่อเห็นสภาพของฟีโลน่าและซีลีเนียที่นอนบาดเจ็บอยู่ เขาพุ่งเข้าใส่ฮิโระด้วยความเร็วของหมาป่าทันทีแต่ก่อนที่พวกเขาจะได้เริ่มต่อสู้กัน ฝูงปีศาจชั้นต่ำจำนวนมหาศาลก็บุกเข้ามาในเรือนกระจกจากทุกทิศทาง เป้าหมายของพวกมันมีเพียงหนึ่งเดียวคือ ฟีโลน่า“บ้าเอ๊ย!” เรออนสบถอย่างหัวเสีย เขารีบเข้าไปยืนขวางหน้าฟีโลน่าไว้ “แฟรงค์! คุ้มกันเธอไว้!”การต่อสู้อันดุเดือดจึงไ
ฮิโระบดขยี้ดอกไม้ในมือจนละอองเกสรสีชมพูฟุ้งกระจายออกมา ฟีโลน่าพยายามกลั้นหายใจแต่ก็ไม่ทัน ละอองเกสรนั้นลอยเข้าสู่จมูกของเธอ ทำให้เธอรู้สึกเวียนหัวและร้อนวูบวาบไปทั้งร่างอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเธอเริ่มอ่อนแรงและทรุดลงไปในอ้อมแขนของฮิโระ“หึๆๆ ยาปลุกชั้นดีเลยล่ะ...อีกไม่นานเธอก็จะร้องขอให้ฉันปรนเปรอเธออย่างบ้าคลั่งจนแทบจะหนีไปไหนไม่ได้เลย” ฮิโระหัวเราะอย่างชั่วร้ายพลางเริ่มซุกไซ้ใบหน้าไปที่ซอกคอของฟีโลน่าภาพของฟีโลน่าที่กำลังจะถูกย่ำยีต่อหน้าต่อตาทำให้ซีลีเนียตัวสั่นเทิ้ม ความรู้สึกผิดและความเมตตาที่ฟีโลน่าเคยมีให้ตีรวนกันอยู่ในหัว…‘...เพื่อความอยู่รอด...’ เสียงหนึ่งดังขึ้นมา ‘...แต่เธอเป็นเพื่อนฉัน...’ อีกเสียงหนึ่งค้านกลับในจังหวะสุดท้ายที่ฮิโระกำลังจะกระชากเสื้อผ้าของฟีโลน่าออก ซีลีเนียก็ตัดสินใจฉึ่ก!เล็บมือของซีลีเนียยาวออกและคมกริบราวกับใบมีด เธอพุ่งเข้าไปตวัดใส่แผ่นหลังของฮิโระอย่างรวดเร็วจนเป็นรอยยาว“แก! นังงูทรยศ!” ฮิโระคำรามอย่างโกรธจัด เขาหันมาสะบัดแขนฟาดร่างของซีลีเนียอย่างแรงจนกระเด็นไปกระแทกกับผนังเรือนกระจก แต่เธอก็ยังกัดฟันสู้“ตราบใดที่ฉันยังไม่ตาย...แกอย่าหวังว
“ทะ...ท่านต้องการอะไร” ซีลีเนียถามเสียงสั่น“ฉลาดดีนี่” มิโฮะยิ้มอย่างพึงพอใจและสลายเปลวไฟในมือลง “ฉันมีข้อเสนอ ช่วยฉันกำจัดยัยมนุษย์นั่นซะ แล้วฉันจะใช้เส้นสายของตระกูลฉัน ช่วยให้เธอได้เข้าใกล้ความเป็นเทพมากขึ้น ดีกว่าที่เธอจะไปเกาะแกะยัยนั่นอย่างไร้จุดหมายเป็นไหนๆ”ซีลีเนียกำหมัดแน่น นี่คือการบังคับที่เธอไม่มีทางปฏิเสธได้ การขัดขืนมิโฮะหมายถึงความตาย แต่การร่วมมือกับเธอก็เหมือนกับการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต‘...เพื่อความอยู่รอด...เพื่อพลัง...’ เธอคิดในใจอย่างเย็นชา“ค่ะ...ฉันจะทำตามที่ท่านสั่ง” ซีลีเนียตอบรับอย่างจำยอม“ดีมาก” มิโฮะยิ้มอย่างผู้ชนะ “แล้วจำไว้ให้ดีล่ะ อย่าคิดหักหลังฉันเด็ดขาด”พูดจบเธอก็เดินจากไป ทิ้งให้ซีลีเนียนั่งทรุดลงกับพื้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งหวาดกลัวและชิงชัง เธอเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของหอพักที่ฟีโลน่าอยู่ด้วยแววตาที่เย็นชา ในเมื่อต้องเลือกข้างแล้ว เธอก็จะขอเลือกข้างที่จะทำให้เธอได้ประโยชน์สูงสุด มิตรภาพจอมปลอมนี้ถึงเวลาที่ต้องใช้ให้คุ้มค่าแล้วหลายวันผ่านไป แม้บรรยากาศจะดูเหมือนสงบลง แต่ฟีโลน่าก็รู้สึกได้ถึงสายตาอาฆาตที่ส่งมาจากจิ้งจอกสาวทุก
หลังจากที่ฟีโลน่าได้รับรู้เรื่องการสร้าง"พันธะ" จากชายหนุ่มทั้งสอง การไปเรียนของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้จะยังคงสับสนกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน แต่การมีเรออนและแฟรงค์คอยประกบอยู่ไม่ห่างก็ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด ทว่าความปลอดภัยของเธอกลับต้องแลกมาด้วยสายตาเกลียดชังและริษยาจากเหล่านักศึกษาหญิงทั่วทั้งมหาวิทยาลัยที่มากขึ้น การกลั่นแกล้งจึงเริ่มขึ้นอย่างเงียบๆณ ห้องสมุดของมหาลัยเซนต์เดม่อนขณะที่ฟีโลน่ากำลังเอื้อมหยิบหนังสือจากชั้นสูง ก็มีปีศาจแมวสาวสองตนก็เดินเข้ามาใกล้ๆ ก่อนที่คนหนึ่งจะแกล้งทำเป็นสะดุดแล้วชนเข้ากับชั้นหนังสืออย่างแรง ทำให้หนังสือเล่มหนาหนักที่ทำจากหินเวทมนตร์ร่วงหล่นลงมาตรงตำแหน่งที่ฟีโลน่ากำลังยืนอยู่พอดิบพอดี“ว้าย!” ฟีโลน่าอุทานอย่างตกใจและทำได้เพียงหลับตาปี๋รอรับแรงกระแทกหมับ!แต่แทนที่จะเป็นความเจ็บปวด เธอกลับรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนที่เย็นเฉียบของใครสักคน และเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าเรออนมายืนอยู่ข้างๆ เธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ในมือข้างหนึ่งของเขาถือหนังสือหินเล่มนั้นไว้ได้อย่างง่ายดายราวกับมันเป็นเพียงขนนก ดวงตาสีเงินของเขามองไปย
ฟีโลน่าพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายและรีบเดินเข้าห้องของตัวเองไป ทิ้งให้บรรยากาศในห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยความตึงเครียดอีกครั้งหลังจากที่ฟีโลน่าเดินเข้าห้องไปแล้ว บรรยากาศในห้องนั่งเล่นก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง“นายต้องมาคุยกับฉันก่อน...แฟรงค์” เรออนพูดเสียงเรียบ “ตอนนี้เรื่องมันใหญ่กว่าที่เราคิด”“ใหญ่กว่าที่คิด?” แฟรงค์หันขวับมามองทันที ความทะเล้นหายไปจากแววตาของเขา “หมายความว่าไงวะ”“พลังที่เธอใช้ในห้องเรียน ท่านผอ. เชื่อว่ามันคือพลังของเทพและไม่ใช่แค่เทพธรรมดา” เรออนกล่าว “ท่านสงสัยว่าเธอคือลูกสาวของ เทพีฟลอร่า”ชื่อนั้นทำให้แฟรงค์ถึงกับนิ่งไป “เทพีฟลอร่าเทพแห่งชีวิตมิน่าล่ะ กลิ่นของเธอถึงได้...” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็หมายความว่า...”“ใช่...นางมีสายเลือดของเทพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสายหนึ่งอยู่ในตัว” เรออนกล่าวต่อ “และนั่นคือเหตุผลที่มันอันตรายอย่างที่สุด ถ้าเรื่องนี้รั่วไหลออกไปเธอจะกลายเป็นเป้าหมายของปีศาจทุกตระกูลในฐานะแหล่งพลังงานที่ล้ำค่าที่สุด”แฟรงค์กำหมัดแน่น ดวงตาสีทองของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ “







