Se connecterเมื่อเรออนพูดจบร่างของเจ้าหมาตัวโตก็ค่อยแปลเปลี่ยนเป็นผู้ชายผิวสีแทน ขนที่เป็นสีน้ำตาลไหม้อันเป็นเอกลักษณ์ก็เปลี่ยนเป็นผมยาวประบ่า มัดเป็นจุกแบบลวกๆ แต่แฝงไปด้วยความมีสเน่ห์ ชายคนนี้มีดวงตาสีทองอร่ามแลดูเจ้าเล่ห์และทะเล้นนิดๆ เหมือนกับพวกคาสโนว่าล่าสาวก็ไม่ปานต่างกลับเรออนที่มีสายตาคมกริบดูเย็นชา
“ฮ่าๆๆๆ สวัสดียัยตัวเล็ก เธอที่มันกลิ่นน่ากินชะมัดเลยรู้ตัวรึเปล่า ว่าแต่เธอเป็นใครมาจากไหนกันล่ะ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ”
แฟรงค์พูดพลางโน้มตัวเข้าไปใกล้ฟีโลน่าและใช้ปลายจมูกค่อยๆ สูดดมกลิ่นหวานตรงซอกคอขาวๆ ของคนตัวเล็กพลางเลียดลิ้นเลียริมฝีปากของตัวเอง จนทำให้ร่างบางช็อกจนตัวแข็งทื่อกับการกระทำของผู้ชายตรงหน้าไปซะแล้ว ยิ่งไม่มีภูมิคุ้มกันพวกผู้ชายอยู่ด้วย
เรออนที่เห็นอย่างนั้นก็ลากเจ้าเพื่อนตัวดีให้ออกห่างจากฟีโลน่า เพื่อที่จะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้เจ้าหมาป่าคนสนิทฟังว่า ยัยคนตัวเล็กตรงหน้าเป็นใคร มาจากไหน ก่อนที่เพื่อนของเขาจะทำอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้ เพราะเขาเองก็ต้องคุมสติของตัวเองอย่างยากลำบากเหมือนกันในตอนที่พบฟีโลน่าครั้งแรก เด็กบ้าอะไรก็ไม่รู้ หอมชะมัด
ส่วนบุรุษหมาป่าที่ได้รู้เรื่องจากคู่หูตัวเย็นของเขาก็พยักหน้าเข้าใจถึงสถานการณ์ตรงหน้าพลางกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เพราะเห็นด้วยว่าสาวร่างน้อยตรงหน้าเขามันน่าจับกดมากขนาดไหน นี่เขาแค่เลียไปนิดหน่อยก็แทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ แต่กลับจะต้องมาอยู่ด้วยกันและต้องคอยปกป้องอีก เขาจะอัดอั้นตายไหมเนี่ย
“เอาล่ะ มาแนะนำตัวกันก่อน ฉันชื่อเรออน แซงค์วล๊าด เป็นประธานสภามหาลัย เซนต์เดม่อน ส่วนหมอนี่คือ แฟรงค์ ไลเคนโทร เป็นรองประธาน และอย่างที่เห็นๆอยู่ มันเป็นมนุษย์หมาป่า หวังว่าเธอคงไม่กลัวปีศาจอย่างเราล่ะ เพราะว่าเราคงได้อยู่ร่วมกันอีกนานเลย”
เรออนเริ่มบทสนทนาแรกหลังจากอธิบายเรื่องราวให้คู่หูของเค้าฟังเรียบร้อยแล้ว
“อือ กะ ก็...ไม่กลัวหรอกตราบใดที่พวกนายไม่คิดจะกินฉันนะ ฉันชื่อฟีโลน่า อะเนโมเน่ เรียกสั้นๆว่า เฟลอร์ ก็ได้ปกติเพื่อนๆ ฉันมักเรียกแบบนี้ ว่าแต่ถ้าแฟรงค์เป็นมนุษย์หมาป่า แล้วนายล่ะเรออน เออ... เป็น(ตัว)อะไร?” ฟีโลน่าถามกลับไปยังเรออนอย่าง กล้าๆกลัวๆ
“หึ อยากรู้เหรอยัยดอกไม้ว่าฉันเป็นตัวอะไร”
เรออนเมื่อได้ยินคำถาม ดวงตาของเขาเริ่มเปลี่ยนจากสีเงินมันวาว กลายเป็นสีแดงทับทิมสดสวย พร้อมกับค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปหาคนตัวเล็ก พลางโน้มหน้าเข้าไปใกล้ๆ และกระซิบข้างหูของคนตัวเล็กว่า
“ฉัน เป็น แวม ไพร์”
เมื่อพูดจบประโยค เรออนก็ฉวยโอกาสเลื่อนหน้าลงไปขบเบาๆ ที่ซอกคอขาวๆ ของร่างบางราวกับหยอกล้อ ฟีโลน่าที่ตกใจกับการกระทำของชายหนุ่มก็รีบผลักเขาออก และเอามือกุมคอไว้ซะแน่นทันทีพลางถอยหลังไปให้ห่างจากคนตรงหน้า
“ทะ ทำอะไรน่ะ ตาบ้า” เฟลอร์ตะโกนเสียงดังไม่พอใจ ใครจะไปนึกเห็นหน้านิ่งๆ แต่กลับทำเรื่องแบบนี้ได้หน้าตาเฉย ฮึ้ย~
“ฮ่าๆๆๆ เฮ้ย!!เร มีคนกล้าผลักแกด้วยหว่ะแถมยังว่าแกว่าบ้าอีก ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ยัยตัวเล็กนี่เป็นคนน่าสนใจจริงๆ”
แฟรงค์ถึงกลับหัวเราะลั่นเมื่อเห็นเพื่อนตัวเย็นของเค้าแกล้งยัยตัวเล็ก จนมีปฏิกริยาต่อต้านเพื่อนของเค้าออกมาอย่างชัดเจน
ก็ปกติน่ะเพื่อนเขาฮอตจะตาย ไม่ว่าสาวเล็ก สาวใหญ่ ภูติผีเพศเมียตนใดก็ต่างอยากให้เพื่อนเขา ดื่มเลือดหรือสละร่างให้กันทั้งนั้นไม่เห็นมีใครจะถอยหนีซักคน มีแต่ก็เจ้าตัวเองเนี่ยแหละที่ดื่มแต่เลือดของที่ตระกูลใหญ่ส่งมา และคอยจะปฏิเสธสาวๆ ที่เข้ามาเสนอตัวให้ เพราะว่ามันเป็นพวกบกพร่องเรื่องอารมณ์ทางเพศ ตั้งแต่รู้จักกันมาไม่เคยเห็นหมอนี่มีอะไรกับสาวคนไหนเลย แม้กระทั่งจะหยอกเล่นก็ไม่เคยที่จะได้เห็น แต่กลับเข้าไปหยอกคนตัวเล็กเล่นซะงั้น
เรออนที่เห็นปฏิกริยาของคนตัวเล็กก็เกิดอาการเหวอเล็กน้อย แต่ก็เปลี่ยนสีหน้ากลับมานิ่งเรียบตามเดิมก่อนที่ฟีโลน่าจะสังเกตเห็น พร้อมยักไหล่ทำเป็นไม่สนใจที่เจ้าเพื่อนหมาของเขาพูดแขวะ
“แค่หยอกเล่นน่ะ แต่ถ้าเธอไม่เลิกส่งกลิ่นก็ไม่แน่ฉันอาจจะทำมากกว่านั้นก็ได้ ส่วนแกไอแฟรงค์หยุดหัวเราะได้ละ ไม่ตลก รีบพายัยดอกไม้นี่ไปดูห้องพักก่อนเหอะจะได้ไปเตรียมงานอย่างอื่น”
เรออนพูดราวกลับเหน็บแนม ทำให้ฟีโลน่ารีบยกแขนตัวเองขึ้นมาดมทันทีว่าตัวเธอมีกลิ่นเหม็นเหรอ วันนี้ทั้งวันมีแต่คนพูดถึงเรื่องกลิ่นกับเธอ
“อย่าสนใจไอ้เรมันเลย เธอน่ะหอมน่า...จะตาย ป่ะๆไปดูห้องกัน” แฟรงค์เดินเข้ามาปลอบร่างบาง พร้อมจูงมือฟีโลน่าไปดูห้องพักของเธอ แต่เธอก็ดึงมือออก และเดินตามหลังแฟรงค์แทน นี่ก็อีกคนคิดแต่จะงาบเธออย่างเดียว เฮ้อ~
เรออนพยักหน้ารับ เขารู้ดีว่าไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไป เขาขึ้นไปบนเตียงและเริ่มปรนเปรอร่างกายที่ร้อนระอุของฟีโลน่าด้วยจูบและสัมผัสที่อ่อนโยนเพื่อปลอบประโลมเธอเรออนค่อยๆ ไล้จูบไปทั่วทั้งใบหน้าและลำคอของร่างบาง ขณะที่มือก็บีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่มเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ ฟีโลน่าที่อยู่ในห้วงปรารถนาตอบสนองต่อทุกสัมผัสของเขาเป็นอย่างดี เสียงครางหวานดังระงมไม่ขาดสายแฟรงค์ที่นั่งมองอยู่ข้างเตียงเริ่มทนไม่ไหว ภาพของเรออนที่กำลังคลอเคลียฟีโลน่าและกลิ่นฟีโรโมนที่รุนแรงของเธอนั้นก้เริ่มกลับมาส่งผลกับเขา ทำให้สัญชาตญาณดิบของเขาพลุ่งพล่านจนต้องเริ่มชักรูดแกนกายที่แข็งขึงของตัวเองเพื่อระบายอารมณ์“อ๊า...เรออน...อีก...อื้อ...” ฟีโลน่าครางกระเส่าเมื่อเรออนใช้ลิ้นปรนเปรอเธออย่างหนักหน่วงภาพของฟีโลน่าที่กำลังบิดเร่าอย่างสุขสมอยู่ใต้ร่างของเรออนนั้น ทำให้ความอดทนสุดท้ายของแฟรงค์ขาดสะบั้นลง สัญชาตญาณของหมาป่าร่ำร้องให้เขาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของภาพตรงหน้า และไม่อาจทนดูอยู่เฉยๆ ได้อีกต่อไปแฟรงค์ตัดสินใจเดินเข้าไปที่เตียง คุกเข่าลงข้างๆ ศีรษะของฟีโลน่าที่กำลังเคลิบเคลิ้ม ก่อนจะค่อยๆ จ่อแกนกายที่ร้อนจัดและแข็งขึง
ฮิโระชะงักไป ดวงตาสีไวน์แดงของเขาเบิกกว้างและเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยแรงปรารถนาที่ควบคุมไม่ได้ เขามองฟีโลน่าราวกับเห็นอาหารอันโอชะที่สุดในชีวิต “สุดยอด...นี่มันสุดยอดไปเลย! ข้าต้องการ...ข้าต้องการพลังของเจ้า!”คลื่นพลังและกลิ่นหอมนั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ในเรือนกระจก แต่มันได้แผ่ขยายไปทั่วทั้งอาณาเขตของมหาวิทยาลัย เหล่าปีศาจชั้นต่ำที่เดินอยู่บริเวณนั้นพลันหยุดชะงัก ดวงตาของพวกมันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยแรงปรารถนา ก่อนจะหันมามองทางเรือนกระจกเป็นตาเดียวและพุ่งทะยานเข้ามาอย่างบ้าคลั่งราวกับฝูงสัตว์ป่าที่หิวโหยตู้ม!!!ยังไม่ทันที่ฮิโระจะได้เข้าถึงตัวฟีโลน่า ผนังเรือนกระจกก็พังทลายลง พร้อมกับการมาถึงของเรออนและแฟรงค์“แก!!!” แฟรงค์คำรามลั่นเมื่อเห็นสภาพของฟีโลน่าและซีลีเนียที่นอนบาดเจ็บอยู่ เขาพุ่งเข้าใส่ฮิโระด้วยความเร็วของหมาป่าทันทีแต่ก่อนที่พวกเขาจะได้เริ่มต่อสู้กัน ฝูงปีศาจชั้นต่ำจำนวนมหาศาลก็บุกเข้ามาในเรือนกระจกจากทุกทิศทาง เป้าหมายของพวกมันมีเพียงหนึ่งเดียวคือ ฟีโลน่า“บ้าเอ๊ย!” เรออนสบถอย่างหัวเสีย เขารีบเข้าไปยืนขวางหน้าฟีโลน่าไว้ “แฟรงค์! คุ้มกันเธอไว้!”การต่อสู้อันดุเดือดจึงไ
ฮิโระบดขยี้ดอกไม้ในมือจนละอองเกสรสีชมพูฟุ้งกระจายออกมา ฟีโลน่าพยายามกลั้นหายใจแต่ก็ไม่ทัน ละอองเกสรนั้นลอยเข้าสู่จมูกของเธอ ทำให้เธอรู้สึกเวียนหัวและร้อนวูบวาบไปทั้งร่างอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเธอเริ่มอ่อนแรงและทรุดลงไปในอ้อมแขนของฮิโระ“หึๆๆ ยาปลุกชั้นดีเลยล่ะ...อีกไม่นานเธอก็จะร้องขอให้ฉันปรนเปรอเธออย่างบ้าคลั่งจนแทบจะหนีไปไหนไม่ได้เลย” ฮิโระหัวเราะอย่างชั่วร้ายพลางเริ่มซุกไซ้ใบหน้าไปที่ซอกคอของฟีโลน่าภาพของฟีโลน่าที่กำลังจะถูกย่ำยีต่อหน้าต่อตาทำให้ซีลีเนียตัวสั่นเทิ้ม ความรู้สึกผิดและความเมตตาที่ฟีโลน่าเคยมีให้ตีรวนกันอยู่ในหัว…‘...เพื่อความอยู่รอด...’ เสียงหนึ่งดังขึ้นมา ‘...แต่เธอเป็นเพื่อนฉัน...’ อีกเสียงหนึ่งค้านกลับในจังหวะสุดท้ายที่ฮิโระกำลังจะกระชากเสื้อผ้าของฟีโลน่าออก ซีลีเนียก็ตัดสินใจฉึ่ก!เล็บมือของซีลีเนียยาวออกและคมกริบราวกับใบมีด เธอพุ่งเข้าไปตวัดใส่แผ่นหลังของฮิโระอย่างรวดเร็วจนเป็นรอยยาว“แก! นังงูทรยศ!” ฮิโระคำรามอย่างโกรธจัด เขาหันมาสะบัดแขนฟาดร่างของซีลีเนียอย่างแรงจนกระเด็นไปกระแทกกับผนังเรือนกระจก แต่เธอก็ยังกัดฟันสู้“ตราบใดที่ฉันยังไม่ตาย...แกอย่าหวังว
“ทะ...ท่านต้องการอะไร” ซีลีเนียถามเสียงสั่น“ฉลาดดีนี่” มิโฮะยิ้มอย่างพึงพอใจและสลายเปลวไฟในมือลง “ฉันมีข้อเสนอ ช่วยฉันกำจัดยัยมนุษย์นั่นซะ แล้วฉันจะใช้เส้นสายของตระกูลฉัน ช่วยให้เธอได้เข้าใกล้ความเป็นเทพมากขึ้น ดีกว่าที่เธอจะไปเกาะแกะยัยนั่นอย่างไร้จุดหมายเป็นไหนๆ”ซีลีเนียกำหมัดแน่น นี่คือการบังคับที่เธอไม่มีทางปฏิเสธได้ การขัดขืนมิโฮะหมายถึงความตาย แต่การร่วมมือกับเธอก็เหมือนกับการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต‘...เพื่อความอยู่รอด...เพื่อพลัง...’ เธอคิดในใจอย่างเย็นชา“ค่ะ...ฉันจะทำตามที่ท่านสั่ง” ซีลีเนียตอบรับอย่างจำยอม“ดีมาก” มิโฮะยิ้มอย่างผู้ชนะ “แล้วจำไว้ให้ดีล่ะ อย่าคิดหักหลังฉันเด็ดขาด”พูดจบเธอก็เดินจากไป ทิ้งให้ซีลีเนียนั่งทรุดลงกับพื้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งหวาดกลัวและชิงชัง เธอเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของหอพักที่ฟีโลน่าอยู่ด้วยแววตาที่เย็นชา ในเมื่อต้องเลือกข้างแล้ว เธอก็จะขอเลือกข้างที่จะทำให้เธอได้ประโยชน์สูงสุด มิตรภาพจอมปลอมนี้ถึงเวลาที่ต้องใช้ให้คุ้มค่าแล้วหลายวันผ่านไป แม้บรรยากาศจะดูเหมือนสงบลง แต่ฟีโลน่าก็รู้สึกได้ถึงสายตาอาฆาตที่ส่งมาจากจิ้งจอกสาวทุก
หลังจากที่ฟีโลน่าได้รับรู้เรื่องการสร้าง"พันธะ" จากชายหนุ่มทั้งสอง การไปเรียนของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้จะยังคงสับสนกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน แต่การมีเรออนและแฟรงค์คอยประกบอยู่ไม่ห่างก็ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด ทว่าความปลอดภัยของเธอกลับต้องแลกมาด้วยสายตาเกลียดชังและริษยาจากเหล่านักศึกษาหญิงทั่วทั้งมหาวิทยาลัยที่มากขึ้น การกลั่นแกล้งจึงเริ่มขึ้นอย่างเงียบๆณ ห้องสมุดของมหาลัยเซนต์เดม่อนขณะที่ฟีโลน่ากำลังเอื้อมหยิบหนังสือจากชั้นสูง ก็มีปีศาจแมวสาวสองตนก็เดินเข้ามาใกล้ๆ ก่อนที่คนหนึ่งจะแกล้งทำเป็นสะดุดแล้วชนเข้ากับชั้นหนังสืออย่างแรง ทำให้หนังสือเล่มหนาหนักที่ทำจากหินเวทมนตร์ร่วงหล่นลงมาตรงตำแหน่งที่ฟีโลน่ากำลังยืนอยู่พอดิบพอดี“ว้าย!” ฟีโลน่าอุทานอย่างตกใจและทำได้เพียงหลับตาปี๋รอรับแรงกระแทกหมับ!แต่แทนที่จะเป็นความเจ็บปวด เธอกลับรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนที่เย็นเฉียบของใครสักคน และเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าเรออนมายืนอยู่ข้างๆ เธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ในมือข้างหนึ่งของเขาถือหนังสือหินเล่มนั้นไว้ได้อย่างง่ายดายราวกับมันเป็นเพียงขนนก ดวงตาสีเงินของเขามองไปย
ฟีโลน่าพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายและรีบเดินเข้าห้องของตัวเองไป ทิ้งให้บรรยากาศในห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยความตึงเครียดอีกครั้งหลังจากที่ฟีโลน่าเดินเข้าห้องไปแล้ว บรรยากาศในห้องนั่งเล่นก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง“นายต้องมาคุยกับฉันก่อน...แฟรงค์” เรออนพูดเสียงเรียบ “ตอนนี้เรื่องมันใหญ่กว่าที่เราคิด”“ใหญ่กว่าที่คิด?” แฟรงค์หันขวับมามองทันที ความทะเล้นหายไปจากแววตาของเขา “หมายความว่าไงวะ”“พลังที่เธอใช้ในห้องเรียน ท่านผอ. เชื่อว่ามันคือพลังของเทพและไม่ใช่แค่เทพธรรมดา” เรออนกล่าว “ท่านสงสัยว่าเธอคือลูกสาวของ เทพีฟลอร่า”ชื่อนั้นทำให้แฟรงค์ถึงกับนิ่งไป “เทพีฟลอร่าเทพแห่งชีวิตมิน่าล่ะ กลิ่นของเธอถึงได้...” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็หมายความว่า...”“ใช่...นางมีสายเลือดของเทพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสายหนึ่งอยู่ในตัว” เรออนกล่าวต่อ “และนั่นคือเหตุผลที่มันอันตรายอย่างที่สุด ถ้าเรื่องนี้รั่วไหลออกไปเธอจะกลายเป็นเป้าหมายของปีศาจทุกตระกูลในฐานะแหล่งพลังงานที่ล้ำค่าที่สุด”แฟรงค์กำหมัดแน่น ดวงตาสีทองของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ “







