Se connecterระหว่างนั้นเองด้านนอกอาคาร
หลังจากที่ออทัสไล่ฟีโลน่าเข้าไปในห้องพัก เขาก็ชวน เรออนออกมาคุยตรงส่วนกลางของอาคารหอพัก เพื่ออธิบายถึงเรื่องราวของคนตัวเล็กที่เขาพามา
“ท่านออทัส มีอะไรจะอธิบายก็รีบๆ พูดมา เราไม่เชื่อหรอกนะว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นลูกของท่าน เพราะกลิ่นของเธอนั้นแปลกมาก แถมหอมมากอีกต่างหาก ท่านไปเก็บยัยตัวเล็กนั่นมาจากไหนกันแน่”เรออนเปิดประเด็นขึ้นทันที
“ก็กำลังจะบอกอยู่นี่ไง ไฉนเจ้าใจร้อนอย่างนี่ล่ะเนี่ย ไม่ใช่ว่ากายอันเย็นชืดนั้นจะทำให้ใจเจ้าเย็นด้วยรึ บุตรของผู้เป็นอมตะ แต่เจ้าก็เก่งนะที่รู้ว่าไม่ใช่ลูกของข้า ขนาดข้าให้เครื่องรางกับเด็กคนนั้นเพื่อกลบกลิ่นหอมๆ นั้นแล้วเชียว” ออทัสแขวะกลับก่อนที่จะพูดต่อ
“แต่ก็เพราะกลิ่นหอมๆ นั่นแหละที่ต้องทำให้นำเด็กคนนั้นมาฝากไว้ที่นี่ เธอมาจากอีกฝั่งของประตูและที่สำคัญเธอก็เป็นมนุษย์ ฉันก็ไม่รู้ว่าเธอเปิดมันได้อย่างไร รู้แค่ว่าเด็กคนนี้มีกลิ่นอายคล้ายๆกับ... เฮ้อ~ ช่างเถอะๆ เอาเป็นว่าฉันฝากให้คุ้มครองเธอด้วยในช่วงที่ฉันไม่อยู่ ในระหว่างนี้ก็ให้เด็กคนนี้เรียนที่นี่และพักอยู่กับพวกนายสองคนไปก่อน และจำไว้ด้วยว่าเธอนั่นพิเศษมากอย่าได้ให้ปีศาจ หรือภูติตนไหนรู้เด็ดขาดว่าเธอมาจากอีกฝั่งของประตู ไม่งั้นเธอคงไม่เหลือซากแน่ๆ คงโดนรุมทึ้งเฉกเช่นอาหารอันโอชะ ซึ่งพวกนายจะทำอย่างไรก็ได้เพื่อปกป้องเด็กคนนี้ให้ปลอดภัยจากพวกนั้น ซึ่งฉันคิดว่าคงมีวิธีอยู่สินะ” ทันทีที่ออทัสพูดจบเรออนก็โวยวายขึ้นมาทันที
“ห๊ะ! ท่านว่ายังไงนะ มนุษย์? แล้วยังเอามาฝากไว้ที่พวกเราเนี่ยนะ แถมยังจะให้เข้าเรียนที่นี่อีก ท่านก็รู้ว่าเรากินอะไรเป็นอาหารถึงแม้ว่าเราเองจะไม่เคยดื่มเลือดมนุษย์ และถึงจะมีวิธีช่วยกลบกลิ่นของเธอจากปีศาจอื่นก็เถอะ แต่นี่มันบ้าเกินไปแล้ว”
“เอาน่าๆ ฉันรู้ว่านายทำได้ พวกนายต่างจากปีศาจตัวอื่นๆ มาก ฉันเห็นพวกนายมาตั้งแต่เด็กๆ นะ พวกนายสองคนเป็นผู้ที่มีความอดกลั้นสูงที่สุดแล้ว ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าพวกนายเป็นยังไง ช่วยฉันหน่อยละกันหากรู้ว่าประตูนั้นเวียนกลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะรีบส่งเธอกลับไปยังฝั่งเดิมโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เป็นภาระของพวกนายอีก ตกลงมั้ย”
ออทัสพยายามพูดให้คนตรงหน้าใจเย็นลง
“ก็ได้ แต่เราไม่รับปากท่านหรอกนะ เอาเป็นว่าจะพยายามละกัน”
เรออนตอบกลับอย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะยังไงคนตรงหน้าเคยก็เป็นผอ.ของมหาลัยที่เขาอาศัยอยู่แถมยังเป็นผู้คุมกฎอีกต่างหาก
“อื้มๆ เอาเถอะๆ ฉันขอฝากเธอด้วยละกัน แล้วอย่าลืมอธิบายให้เจ้าแฟรงค์มันฟังด้วยล่ะ ขานั้นคงเข้าใจอะไรง่ายเหมือนกับนายน่ะแหละ หลังจากนี้เดี๋ยวฉันจะจัดเตรียมพวกเสื้อผ้าของฟีโลน่าไว้ให้ เพราะเธอมาตัวเปล่า ส่วนเรื่องเข้าเรียนฉันก็จะจัดการให้เข้าเรียนห้องเดียวกับพวกนายเนี่ยแหละ จะได้คอยระวังได้ง่ายขึ้น”
เมื่อทั้งสองคนคุยกันรู้เรื่องแล้ว ออทัสก็ขอแยกตัวออกไปจัดเตรียมเรื่องเข้าเรียนและจัดหาข้าวของเครื่องใช้ให้เจ้าคนตัวเล็กที่ข้ามฝั่งมาก่อน เรออนเมื่อเห็นดังนั้นก็เดินกลับขึ้นห้องพักเพื่อไปดูหญิงสาวที่คอยอยู่ในห้องของเค้าก่อนเพราะรู้สึกว่าอีกซักพัก คู่หูของเค้าคงจะได้เวลากลับมาที่ห้องแน่ๆ และเค้าก็จะได้อธิบายเรื่องภาระหน้าที่ที่ได้รับมาในวันนี้ให้คู่หูของเค้าฟังด้วย
ย้อนกลับมาที่ภายในห้องพักของเรออนที่ตอนนี้เจ้าหมาตัวโตกำลังคร่อมร่างของผู้หญิงตัวเล็กอยู่
“ฮะๆๆๆๆ มันจักจี้นะเจ้าหมาน้อย หยุดก่อนๆ พอๆ เสื้อฉันจะหลุดแล้ว ”ฟีโลน่าพยายามดันเจ้าตัวโตตรงหน้าให้ออกจากตัวเพราะ ตอนนี้มันเลียหน้าเลียปากของเธอจนมันเปียกไปหมดแล้ว แถมเสื้อผ้าเริ่มจะยุ่งเหยิงไม่เรียบร้อย ก่อนที่อยู่ดีดีเจ้าหมาตัวใหญ่ถูกยกตัวลอยออกไปจากร่างบางอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยเสียงตะโกนของผู้ที่เข้ามาใหม่
“เฮ้ย! หยุดนะทำอะไรกันน่ะ”
เรออนส่งเสียงดังพร้อมกระชากเจ้าหมาตัวโตออกจากร่างบาง
“อ่ะ...เอ่อ...พอดีฉันเห็นว่าน้องหมาสัตว์เลี้ยงของนายน่ารักดี ก็เลยถือวิสาสะมาเล่นกับมันน่ะ ขอโทษด้วยนะ”
ร่างบางตอบพร้อมกับทำหน้าสลดพลางจัดแจงเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย เพราะคิดว่าคนร่างสูงคงจะหวงสัตว์เลี้ยงของเค้ามาก
เรออนเมื่อได้ยินแบบนั้นแล้วจึงทำหน้าดุไปยังเจ้าหมาตัวโต ก่อนที่จะพูดประโยคที่ทำให้ร่างเล็กตรงหน้าถึงกับอึ้ง
“ฉันไม่มีสัตว์เลี้ยง และที่โลกฝั่งนี้เราก็ไม่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงกันด้วย มีแต่ก็สัตว์ปีศาจ ส่วนไอ้เจ้าหมาที่เธอเล่นกับมันเนี่ย มันคือแฟรงค์เพื่อนของฉันและก็เป็นอีกคนนึงที่ผอ.ออทัสฝากให้มาดูแลเธอ”
เรออนพยักหน้ารับ เขารู้ดีว่าไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไป เขาขึ้นไปบนเตียงและเริ่มปรนเปรอร่างกายที่ร้อนระอุของฟีโลน่าด้วยจูบและสัมผัสที่อ่อนโยนเพื่อปลอบประโลมเธอเรออนค่อยๆ ไล้จูบไปทั่วทั้งใบหน้าและลำคอของร่างบาง ขณะที่มือก็บีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่มเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ ฟีโลน่าที่อยู่ในห้วงปรารถนาตอบสนองต่อทุกสัมผัสของเขาเป็นอย่างดี เสียงครางหวานดังระงมไม่ขาดสายแฟรงค์ที่นั่งมองอยู่ข้างเตียงเริ่มทนไม่ไหว ภาพของเรออนที่กำลังคลอเคลียฟีโลน่าและกลิ่นฟีโรโมนที่รุนแรงของเธอนั้นก้เริ่มกลับมาส่งผลกับเขา ทำให้สัญชาตญาณดิบของเขาพลุ่งพล่านจนต้องเริ่มชักรูดแกนกายที่แข็งขึงของตัวเองเพื่อระบายอารมณ์“อ๊า...เรออน...อีก...อื้อ...” ฟีโลน่าครางกระเส่าเมื่อเรออนใช้ลิ้นปรนเปรอเธออย่างหนักหน่วงภาพของฟีโลน่าที่กำลังบิดเร่าอย่างสุขสมอยู่ใต้ร่างของเรออนนั้น ทำให้ความอดทนสุดท้ายของแฟรงค์ขาดสะบั้นลง สัญชาตญาณของหมาป่าร่ำร้องให้เขาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของภาพตรงหน้า และไม่อาจทนดูอยู่เฉยๆ ได้อีกต่อไปแฟรงค์ตัดสินใจเดินเข้าไปที่เตียง คุกเข่าลงข้างๆ ศีรษะของฟีโลน่าที่กำลังเคลิบเคลิ้ม ก่อนจะค่อยๆ จ่อแกนกายที่ร้อนจัดและแข็งขึง
ฮิโระชะงักไป ดวงตาสีไวน์แดงของเขาเบิกกว้างและเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยแรงปรารถนาที่ควบคุมไม่ได้ เขามองฟีโลน่าราวกับเห็นอาหารอันโอชะที่สุดในชีวิต “สุดยอด...นี่มันสุดยอดไปเลย! ข้าต้องการ...ข้าต้องการพลังของเจ้า!”คลื่นพลังและกลิ่นหอมนั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ในเรือนกระจก แต่มันได้แผ่ขยายไปทั่วทั้งอาณาเขตของมหาวิทยาลัย เหล่าปีศาจชั้นต่ำที่เดินอยู่บริเวณนั้นพลันหยุดชะงัก ดวงตาของพวกมันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยแรงปรารถนา ก่อนจะหันมามองทางเรือนกระจกเป็นตาเดียวและพุ่งทะยานเข้ามาอย่างบ้าคลั่งราวกับฝูงสัตว์ป่าที่หิวโหยตู้ม!!!ยังไม่ทันที่ฮิโระจะได้เข้าถึงตัวฟีโลน่า ผนังเรือนกระจกก็พังทลายลง พร้อมกับการมาถึงของเรออนและแฟรงค์“แก!!!” แฟรงค์คำรามลั่นเมื่อเห็นสภาพของฟีโลน่าและซีลีเนียที่นอนบาดเจ็บอยู่ เขาพุ่งเข้าใส่ฮิโระด้วยความเร็วของหมาป่าทันทีแต่ก่อนที่พวกเขาจะได้เริ่มต่อสู้กัน ฝูงปีศาจชั้นต่ำจำนวนมหาศาลก็บุกเข้ามาในเรือนกระจกจากทุกทิศทาง เป้าหมายของพวกมันมีเพียงหนึ่งเดียวคือ ฟีโลน่า“บ้าเอ๊ย!” เรออนสบถอย่างหัวเสีย เขารีบเข้าไปยืนขวางหน้าฟีโลน่าไว้ “แฟรงค์! คุ้มกันเธอไว้!”การต่อสู้อันดุเดือดจึงไ
ฮิโระบดขยี้ดอกไม้ในมือจนละอองเกสรสีชมพูฟุ้งกระจายออกมา ฟีโลน่าพยายามกลั้นหายใจแต่ก็ไม่ทัน ละอองเกสรนั้นลอยเข้าสู่จมูกของเธอ ทำให้เธอรู้สึกเวียนหัวและร้อนวูบวาบไปทั้งร่างอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเธอเริ่มอ่อนแรงและทรุดลงไปในอ้อมแขนของฮิโระ“หึๆๆ ยาปลุกชั้นดีเลยล่ะ...อีกไม่นานเธอก็จะร้องขอให้ฉันปรนเปรอเธออย่างบ้าคลั่งจนแทบจะหนีไปไหนไม่ได้เลย” ฮิโระหัวเราะอย่างชั่วร้ายพลางเริ่มซุกไซ้ใบหน้าไปที่ซอกคอของฟีโลน่าภาพของฟีโลน่าที่กำลังจะถูกย่ำยีต่อหน้าต่อตาทำให้ซีลีเนียตัวสั่นเทิ้ม ความรู้สึกผิดและความเมตตาที่ฟีโลน่าเคยมีให้ตีรวนกันอยู่ในหัว…‘...เพื่อความอยู่รอด...’ เสียงหนึ่งดังขึ้นมา ‘...แต่เธอเป็นเพื่อนฉัน...’ อีกเสียงหนึ่งค้านกลับในจังหวะสุดท้ายที่ฮิโระกำลังจะกระชากเสื้อผ้าของฟีโลน่าออก ซีลีเนียก็ตัดสินใจฉึ่ก!เล็บมือของซีลีเนียยาวออกและคมกริบราวกับใบมีด เธอพุ่งเข้าไปตวัดใส่แผ่นหลังของฮิโระอย่างรวดเร็วจนเป็นรอยยาว“แก! นังงูทรยศ!” ฮิโระคำรามอย่างโกรธจัด เขาหันมาสะบัดแขนฟาดร่างของซีลีเนียอย่างแรงจนกระเด็นไปกระแทกกับผนังเรือนกระจก แต่เธอก็ยังกัดฟันสู้“ตราบใดที่ฉันยังไม่ตาย...แกอย่าหวังว
“ทะ...ท่านต้องการอะไร” ซีลีเนียถามเสียงสั่น“ฉลาดดีนี่” มิโฮะยิ้มอย่างพึงพอใจและสลายเปลวไฟในมือลง “ฉันมีข้อเสนอ ช่วยฉันกำจัดยัยมนุษย์นั่นซะ แล้วฉันจะใช้เส้นสายของตระกูลฉัน ช่วยให้เธอได้เข้าใกล้ความเป็นเทพมากขึ้น ดีกว่าที่เธอจะไปเกาะแกะยัยนั่นอย่างไร้จุดหมายเป็นไหนๆ”ซีลีเนียกำหมัดแน่น นี่คือการบังคับที่เธอไม่มีทางปฏิเสธได้ การขัดขืนมิโฮะหมายถึงความตาย แต่การร่วมมือกับเธอก็เหมือนกับการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต‘...เพื่อความอยู่รอด...เพื่อพลัง...’ เธอคิดในใจอย่างเย็นชา“ค่ะ...ฉันจะทำตามที่ท่านสั่ง” ซีลีเนียตอบรับอย่างจำยอม“ดีมาก” มิโฮะยิ้มอย่างผู้ชนะ “แล้วจำไว้ให้ดีล่ะ อย่าคิดหักหลังฉันเด็ดขาด”พูดจบเธอก็เดินจากไป ทิ้งให้ซีลีเนียนั่งทรุดลงกับพื้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งหวาดกลัวและชิงชัง เธอเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของหอพักที่ฟีโลน่าอยู่ด้วยแววตาที่เย็นชา ในเมื่อต้องเลือกข้างแล้ว เธอก็จะขอเลือกข้างที่จะทำให้เธอได้ประโยชน์สูงสุด มิตรภาพจอมปลอมนี้ถึงเวลาที่ต้องใช้ให้คุ้มค่าแล้วหลายวันผ่านไป แม้บรรยากาศจะดูเหมือนสงบลง แต่ฟีโลน่าก็รู้สึกได้ถึงสายตาอาฆาตที่ส่งมาจากจิ้งจอกสาวทุก
หลังจากที่ฟีโลน่าได้รับรู้เรื่องการสร้าง"พันธะ" จากชายหนุ่มทั้งสอง การไปเรียนของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้จะยังคงสับสนกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน แต่การมีเรออนและแฟรงค์คอยประกบอยู่ไม่ห่างก็ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด ทว่าความปลอดภัยของเธอกลับต้องแลกมาด้วยสายตาเกลียดชังและริษยาจากเหล่านักศึกษาหญิงทั่วทั้งมหาวิทยาลัยที่มากขึ้น การกลั่นแกล้งจึงเริ่มขึ้นอย่างเงียบๆณ ห้องสมุดของมหาลัยเซนต์เดม่อนขณะที่ฟีโลน่ากำลังเอื้อมหยิบหนังสือจากชั้นสูง ก็มีปีศาจแมวสาวสองตนก็เดินเข้ามาใกล้ๆ ก่อนที่คนหนึ่งจะแกล้งทำเป็นสะดุดแล้วชนเข้ากับชั้นหนังสืออย่างแรง ทำให้หนังสือเล่มหนาหนักที่ทำจากหินเวทมนตร์ร่วงหล่นลงมาตรงตำแหน่งที่ฟีโลน่ากำลังยืนอยู่พอดิบพอดี“ว้าย!” ฟีโลน่าอุทานอย่างตกใจและทำได้เพียงหลับตาปี๋รอรับแรงกระแทกหมับ!แต่แทนที่จะเป็นความเจ็บปวด เธอกลับรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนที่เย็นเฉียบของใครสักคน และเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าเรออนมายืนอยู่ข้างๆ เธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ในมือข้างหนึ่งของเขาถือหนังสือหินเล่มนั้นไว้ได้อย่างง่ายดายราวกับมันเป็นเพียงขนนก ดวงตาสีเงินของเขามองไปย
ฟีโลน่าพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายและรีบเดินเข้าห้องของตัวเองไป ทิ้งให้บรรยากาศในห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยความตึงเครียดอีกครั้งหลังจากที่ฟีโลน่าเดินเข้าห้องไปแล้ว บรรยากาศในห้องนั่งเล่นก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง“นายต้องมาคุยกับฉันก่อน...แฟรงค์” เรออนพูดเสียงเรียบ “ตอนนี้เรื่องมันใหญ่กว่าที่เราคิด”“ใหญ่กว่าที่คิด?” แฟรงค์หันขวับมามองทันที ความทะเล้นหายไปจากแววตาของเขา “หมายความว่าไงวะ”“พลังที่เธอใช้ในห้องเรียน ท่านผอ. เชื่อว่ามันคือพลังของเทพและไม่ใช่แค่เทพธรรมดา” เรออนกล่าว “ท่านสงสัยว่าเธอคือลูกสาวของ เทพีฟลอร่า”ชื่อนั้นทำให้แฟรงค์ถึงกับนิ่งไป “เทพีฟลอร่าเทพแห่งชีวิตมิน่าล่ะ กลิ่นของเธอถึงได้...” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็หมายความว่า...”“ใช่...นางมีสายเลือดของเทพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสายหนึ่งอยู่ในตัว” เรออนกล่าวต่อ “และนั่นคือเหตุผลที่มันอันตรายอย่างที่สุด ถ้าเรื่องนี้รั่วไหลออกไปเธอจะกลายเป็นเป้าหมายของปีศาจทุกตระกูลในฐานะแหล่งพลังงานที่ล้ำค่าที่สุด”แฟรงค์กำหมัดแน่น ดวงตาสีทองของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ “







