Mag-log in*Paradise Pub
"โหยแก สวยมากเลยอ่ะ แพงมั้ยๆ" "ก็ไม่เท่าไหร่หรอกแก" "พี่เค้าสายเปย์เลยเนอะ นี่ขนาดยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนนะเนี่ย ถ้าเมื่อไหร่ที่แกตกลงคบกับเขาล่ะก็ ไม่อยากจะคิดเลยว่าเค้าจะทุ่มขนาดไหน เนอะ" "บ้า ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก นี่มันแค่ของขวัญเล็กๆน้อยๆเอง" ซ่าาา~ ฉันเปิดน้ำล้างมือหลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว ได้ยินแม่สามสี่คนนี่คุยกันเสียงดังลั่นห้องน้ำ ดูเหมือนจะอวดสร้อยคออยู่มั้ง "อ้าว พี่ยาหยี สวัสดีค่ะ" และคงเพราะเสียงน้ำที่ฉันเปิดถึงได้เรียกให้พวกนั้นหันมามองฉัน ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มก็ทักทายฉัน ฉันเหลือบมองหน้าเธอและเห็นสร้อยเส้นนั้นบนต้นคอขาวเนียนที่เธอกำลังอวดกับเพื่อนๆอยู่ "อืม" ฉันครางรับสั้นๆพลางล้างมือไปด้วย "วันนี้มาไวจังเลยนะคะ" "ก็ปกติ" ฉันโต้ตอบ ไหนๆก็คนทำงานร่วมกัน "อ้อ งั้นแสดงว่าทุกวันมินนี่ไม่ทันได้สังเกตุเอง" "คงงั้นมั้ง" "พี่หยีคะ ชุดมินนี่โอเคมั้ย?" แล้วเธอก็เขยิบเข้ามาหาฉันอีก เธอถามฉันถึงเรื่องชุดที่เธอใส่ทำงาน ฉันปิดน้ำดึงกระดาษทิชชู่มาเช็ดมือก่อนจะหันมามองเธอ กวาดสายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า... "อืม ใส่อะไรก็ใส่เถอะ อย่าแก้ผ้าก็พอ" ฉันตอบ ชุดที่เธอใส่น่ะ ตั้งแต่วันแรกที่ทำงานร่วมกับฉัน เธอดูเป็นดีเจแนวเซ็กซี่เพราะการแต่งตัวที่เปิดเผยมากกว่าคนปกติ วันนี้ก็เช่นกัน เธอใส่เกาะอกครึ่งตัวสีแดงกับกระโปรงยีนส์แล้วก็ใส่เสื้อคลุมแต่ฉันมั่นใจเลยว่าพอขึ้นไปยืนบนเวทีดีเจแล้ว เหมือนวิญญาณอะไรสักอย่างเข้าสิง เธอจะดิ้นแบบสุดเหวี่ยงแล้วถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกตามเสต็ปจากนั้นก็จะได้รับเสียงฮือฮาและทิปจากลูกค้าผู้ชายมากมายไปตามระเบียบ แต่ที่ฉันแอบไม่ชอบใจก็คือ พอยัยนี่ถอดเสื้อคลุมออกทีไรก็จะมีเสียงเชียร์ให้ฉันถอดบ้าง แต่ที่ฉันใส่มันเป็นเสื้อครอปไง ถ้าฉันถอดก็เหลือแต่บราเซียแล้วป่ะ บางทีก็น่ารำคาญ! "อ่า ค่ะ" ยัยมินนี่เหวอไปนิดหน่อย ฉันทำงานร่วมกับยัยนี่ได้หลายวันแล้ว ก็ทำร่วมกันได้อ่ะน่ะแต่ยังไม่ค่อยเข้าขากันเท่าไหร่ ไม่เหมือนทำกับลูกโซ่ เหตุผลหนึ่งคงเพราะเราเป็นเพื่อนกัน ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งคือเด็กนี่แอบแรดเกินไปหน่อย ฉันก็เลยหมั่นไส้เบาๆ ฉันทิ้งกระดาษทิชชู่ลงถังขยะแล้วเดินออกจากห้องน้ำโดยไม่ได้พูดอะไรอีก "โหย ไม่เป็นมิตรเลยอ่ะ" "นั่นดิ มินนี่อุตส่าห์พูดด้วยดีๆ" "หน้าโครตเหวี่ยงอ่ะ" กึก~ แต่ฉันเดินออกมาพ้นจากห้องน้ำได้แค่ก้าวเดียวก็ได้ยินเสียงต่อว่าตามหลังมา เป็นเพื่อนๆของยัยเด็กนั่นอ่ะแหละ ฉันพ่นลมหายใจก่อนจะเดินย้อนกลับเข้าไปในห้องน้ำ สวบ~ ฉันหยุดยืนตรงหน้าพวกนั้นพลางจิกตาใส่ "มินนี่" "คะ คะ" "พวกนี้เพื่อนเธอใช่มั้ย?" "ค่ะ ใช่ค่ะ เพื่อนมินนี่ปากไม่ดีเอง พี่อย่าโกรธนะคะ" "ไม่โกรธ ก็พูดกันจริงนิ" ฉันบอกพลางกวาดสายตามองมินนี่กับเพื่อนของเธอทุกคน "แต่คราวหลังจะพูดอะไรให้พูดต่อหน้า อย่าพูดกันแต่ลับหลัง" "คือว่า..." "ไม่ต้องคิดมาก..." หมับ~ ฉันหันมามองมินนี่พลางวางมือลงบนไหล่เธอแล้วบีบเบาๆ ฉันไม่ใช่คนใจดีและนี่คือการเตือน "ฉันไม่สนใจเสียงหมาเห่า" จบประโยคนี้ มินนี่กับเพื่อนก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที "แต่ถ้าจะกัดก็กัดเลย ฉันจะได้ฟาดปากหมาถนัดๆ" "..." "เข้าใจนะ" พูดจบฉันก็เดินออกมาจากตรงนั้นอีกครั้งนึง ฟลุ่บ~ "รับอะไรดีคะ คุณลูกค้าวีไอพี" ฉันทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงหน้าเคาเตอร์บาร์ บาร์เทนดี้คนสวยที่ยืนอยู่หลังบาร์เอ่ยทักทายฉัน "เหมือนเดิม" ฉันตอบพลางวนปลายนิ้วชี้กับบาร์ไปพลางๆ ไม่นานเครื่องดื่มแก้วหนึ่งก็ถูกเสิร์ฟตรงหน้าฉัน "เห้อ คิดถึงสองคนนั้นเนอะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคงได้นั่งคุยกันสนุกแล้ว" 'ข้าวหอม'คือเพื่อนสนิทร่วมแก๊งของฉัน แก๊งเรามีกันสี่คน ยัยนี่ก็ไม่โสดแล้ว สละโสดกันหมดทั้งสามคน เหลือก็แต่ฉันคนเดียว "เค้าว่าคนแก่ มักนึกถึงอดีต" "ยาหยี ไม่เอานะ ไม่พูดแบบนี้" ข้าวหอมตีมือกับบาร์เบาๆพลางชี้หน้าฉัน เธอไม่ชอบให้ใครว่าเธอแก่ เพราะเธอบอกว่าเรือนร่างและใบหน้าสำคัญกับการใช้ชีวิตของเธอมาก จะว่าไปในแก๊งเราสี่คน ข้าวหอมก็ดูจะเป๊ะเว่อร์ที่สุดแล้วนะ เธอทำงานเป็นบาร์เทนดี้ที่นี่ แล้วก็ยังรับงานถ่ายแบบด้วย เธอมักจะไม่ยอมให้ใครเห็นหน้าสดขนาดพวกฉันยังได้เห็นแค่ไม่กี่ครั้ง เพราะเป็นคนห่วงสวยมาก เธอบอกว่าเธอใช้หน้าตาทำมาหากินเพราะฉะนั้นเธอจะไม่ยอมแก่ "ฉันแค่คิดถึงเพื่อน" "ฮ่ะๆ อ้อเหรอ" "แกแหย่แบบนี้ไม่ได้นะเว้ย ฉันซีเรียส" ข้าวหอมกอดอกมองแรงใส่ฉัน งอนเว้ยเฮ้ย "ล้อเล่นน่า อย่างแกแก่แล้วแบบนั้นจะเรียกอะไร" ฉันพยักเพยิดหน้าไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกล เธออายุเกือบห้าสิบปีแล้ว "บ้า เล่นผู้จัดการนะแก" "ฮ่าๆๆ" ข้าวหอมผลักไหล่ฉัน ฉันหัวเราะพลางกระดกเครื่องดื่มเข้าปาก แต่จริงๆแล้วก็คิดถึงสองคนนั้นเหมือนกันนะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคงสนุกสนานเฮฮากันมาก แต่ฉันก็เข้าใจพวกนั้นแหละ "ว่าแต่ วันนี้พ่ออัศวินของแกไม่มาเฝ้า?" "กลับเหนือน่ะ เนี่ยงอนฉันด้วยเพราะฉันไม่ยอมไปกับเขา" "งั้นก็สบายล่ะสิวันนี้" "ซะที่ไหนล่ะ" ข้าวหอมพยักเพยิดไปอีกทาง ฉันก็เลยมองตาม เห็นผู้ชายคนหนึ่งท่าทางน่าจะอายุเท่ากันกับเราเขาเดินไปนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนอีกหลายคน "ส่งน้องมาเฝ้าฉันแทนเนี่ย" ฉันพยักหน้าร้องอ๋อทันที ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วตบบ่าเพื่อนตัวเองเบาๆ "ทำใจนะเพื่อนนะ" ฉันแกล้งหัวเราะเยาะเธอ แฟนข้าวหอมน่ะก็ขี้หวงไม่แพ้แฟนของลูกโซ่กับปลายฟ้าหรอก ก็นะ ยัยพวกนี้ใช่ย่อยที่ไหน สวยๆกันทั้งนั้นเผลอไม่ได้หรอก หนุ่มๆจ้องกันตาเป็นมันเชียว หลังจากคุยกับข้าวหอมสักพักฉันก็เดินกลับมาเตรียมตัวทำงาน เห็นมินนี่ยืนอยู่หลังเวทีฉันก็เดินไปยืนข้างๆเธอโดยไม่ได้พูดอะไร สวบ~ "เอ่อ พี่ยาหยีคะ" แต่เธอกลับหันมาพูดกับฉัน "อะไร" ฉันถาม "คือว่า เรื่องที่เพื่อนมินนี่พูด..." "ช่างมันเถอะ บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ใส่ใจ" หมับ~ "แต่ว่าพี่พูดแบบนั้น" แต่เธอก็ยังไม่หยุด เธอจับแขนฉันพลางพูดเซ้าซี้อยู่ได้ "ทำไม เพื่อนเธอโกรธเหรอ?" "ก็แบบว่า...เปล่าหรอกค่ะ พวกนั้นพูดไม่ดีกับพี่ก่อนนิคะ" "อืม" "แต่พี่ไม่โกรธเพื่อนมินนี่ใช่มั้ยคะ มินนี่กลัวว่าพี่จะเคือง..." "ฉันจะบอกอะไรให้นะ" ฉันจ้องหน้าเธอ มินนี่ทำตาใสซื่อใส่ฉัน "ถ้าฉันจะเอาฉันจัดตรงนั้นแล้ว แต่นี่ฉันปล่อยผ่านคือฉันจบ เผื่อเธอไม่รู้ ฉันไม่ใช่คนนิสัยดี แรงมา แรงกลับไม่โกง" ฉันพูดพลางบิดแขนออกจากเธอ "แล้วก็...ฉันไม่ค่อยชอบเคลียร์เป็นคำพูดเพราะไม่รู้ว่ามันจะจบเมื่อไหร่" "อ่า..." "แต่ถ้าจะเคลียร์กับฉัน ตบแล้วจบเลย เคนะ?" __________จากนั้นฝ่ามือของแม่เขาก็ฟาดใส่หน้าเขาเต็มๆ ใบหน้าเขาสะบัดหันมาทางฉันและฉันเบนสายตาหนี "ทำไมเป็นคนแบบนี้ห๊ะ ทำอะไรแบบนี้!" ฉันเพิ่งเคยเห็นแม่ของเขาโวยวายเป็นครั้งแรก เธอตวาดเสียงดังลั่นใส่ลูกชายตัวเอง "ทำร้ายน้องใช่มั้ย แม่ไม่คิดเลยนะว่าแกจะเป็นคนแบบนี้!" "ผม..." ธันวาพึมพำ เขามองหน้าแม่ของตัวเองก่อนจะมองหน้าพ่อของฉันที่ก็มองเขาและเงียบไปเหมือนกันจากนั้นก็เลื่อนสายตามามองฉันแค่แว่บเดียวก็หันกลับไปมองหน้าแม่ของเขาอีก "ขอโทษครับ" เหอะ! "แต่งตัวแล้วออกมาคุยกับแม่ เดี๋ยวนี้!" พูดจบแม่ของเขาก็เดินออกไป ฉันหันมามองหน้าพ่อ พ่อส่ายหัวก่อนจะตวัดสายตาไปมองธันวาแล้วเดินออกไปจากห้องพร้อมกับปิดประตูลง 05.10 น. หลังจากธันวาออกไป ฉันตัดสินใจลุกไปอาบน้ำในห้องน้ำของเขาแล้วกลับมาใส่เสื้อผ้าชุดเดิม แต่รอยแดงและรอยจ้ำบนตัวฉันทำให้ฉันต้องคว้าเสื้อคลุมแขนยาวของเขามาใส่ทับเพื่อปกปิดมันไว้ ฉันเดินออกมาจากห้องและกำลังจะลงบันไดแต่กลับได้ยินเสียงพูดคุยที่ค่อนข้างดังจากทางโถงด้านล่าง เป็นพ่อฉัน แม่ของเขา และตัวเขาเอง... "ผมขอโทษครับ คุณลุง" ฉันได้ยินเสียงเขาขอโทษพ่อฉัน ไม่รู้ว่าครั้ง
"อื้อ!" ฉันดิ้นอีกครั้งเมื่อมืออีกข้างของเขาเลื้อยไปด้านหลังของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เขาใช้มันดันแผ่นหลังฉันให้ยกขึ้นและรูดซิบชุดเดรสของฉันลงอย่างรวดเร็ว "อะ ไอ้บ้า อย่ามาทำระยำกับฉันนะ!" ฉันด่ากราดทันทีที่เขาผละริมฝีปากออกไป เขาขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ตวัดสายตามองฉันก่อนจะฉกริมฝีปากลงบนต้นคอฉันแทน "อะ โอ้ย!" และฉันเจ็บเมื่อเขาใช้ปากและลิ้นดูดดึงต้นคอฉันจากนั้นก็ลากไล้มันไปเรื่อยๆตามไหปลาร้าและผิวเนื้อช่วงอกที่โผล่พ้นเกาะอกของฉันขึ้นมา มันทำให้ฉันโกรธตัวเองที่ดันใส่เกาะอกมาแบบนี้! "อย่านะ ไอ้...อ๊ะ!" ฉันตกใจที่เขาดึงชุดฉันลง ฉันรู้ว่าบราเซียและทรวงอกถูกเปิดเผยเพราะความเย็นจากภายนอกสัมผัสกับผิวเนื้อฉัน ริมฝีปากและใบหน้าเขาคลอเคลียอยู่บริเวณนั้นไม่ห่าง ฉันกำมือแน่นและอยากจะใช้มันทุบตีทำร้ายเขาแต่ก็ทำไม่ได้ ถึงในห้องนี้จะเปิดแอร์ แต่เขาทำให้ผิวบริเวณนั้นทุกจุดที่ริมฝีปากเขาลากผ่านมันกลับร้อนวูบวาบ “ไอ้เลว อื้อ!” คนข้างบนฉกริมฝีปากลงมาประกบจูบฉันอย่างแรง เรียวขาทั้งสองข้างของฉันถูกแยกออกจากกันในขณะที่เขากำลังปลดเปลื้องอาภรณ์ท่อนล่างของตัวเอง ปึก! “อื้อ!!!” ราวกับ
"ปล่อยดิวะ!" ปึ้ก~ ฉันตะคอกเขา จังหวะนั้นก็ทุบกำปั้นลงไปที่หน้าเขาด้วย ฉันแค่คิดว่าเขาจะเจ็บและยอมปล่อยฉันสักที "..." แต่เขาทำแค่กัดฟันและตวัดสายตามาจ้องหน้าฉัน "เห้ย บอกให้...อ๊ะ!" ฟลุ่บ~ และเขาทำให้ฉันเผลออุทานออกมาอย่างตกใจด้วยการเหวี่ยงฉันลงบนฟูกเตียงอย่างแรง ฉันมัวแต่ดิ้นรนจนไม่รู้ว่าถูกลากขึ้นมาบนห้องนี้ตั้งแต่ตอนไหน "อะ ไอ้!" พรึ่บ~ เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อฉันจะรีบเด้งตัวลุกขึ้นเขากลับผลักฉันให้นอนลงไปแล้วโถมตัวลงมาคล่อมฉันไว้อย่างรวดเร็ว มือสองข้างกระชากแขนฉันแล้วกดลงกับฟูกเตียง "ด่าอีกสิ ด่าเลย!" เขากระชากเสียงพูดกับฉัน ฉันตวัดสายตาจ้องหน้าเขาที่อยู่เหนือร่าง ก่อนหน้านี้เขาถูกฉันด่าไว้เจ็บแสบมาก แล้วอย่าบอกนะว่าที่เขาบอก...เขาจะใช้วิธีแบบนี้ "นายคิดว่าฉันจะกลัวเหรอ อย่างนายจะกล้าทำอะไรฉัน ลืมแล้วเหรอว่านายกับแม่ต้องพึ่งสมบัติของพ่อฉัน!" "ไม่ลืม ไม่ต้องย้ำ" "แล้วนายก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้" "เธอก็ไม่มีสิทธิ์คิดจะทำร้ายแม่ฉันเหมือนกัน" เขาโต้กลับฉัน ฉันจ้องหน้าเขาด้วยอารมณ์เดือดดาล "แล้วที่แม่นายเข้ามาในชีวิตแม่ฉันล่ะ ที่แม่นายเข้ามาทำให้ครอบ
กะ แก อะ เฮือก!" "คุณแม่!" "คุณย่า!" ฟลุ่บ~ ฉันชะงักไปที่จู่ๆผู้หญิงวัยชราก็ทรุดลงตรงหน้าฉันแต่ดีที่ลูกสะใภ้ของย่าจับแขนเธอและช่วยพยุงไว้ได้ทัน ทุกคนดูตกใจและเรียกท่านพร้อมกันแต่ฉันกลับทำได้แค่ยืนนิ่ง "...!" "อะ เอา นังเด็ก คน นี้ ออกไป" คุณพ่อกับนายธันเข้าไปช่วยกันพยุงท่านไว้และท่านเงยหน้ามาชี้หน้าฉันด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดไป และทำท่าทางเหมือนจะขาดใจตายอยู่ตรงหน้าฉัน "หยีคุณย่าเป็นโรคหัวใจ" ยี่หวาบอกกับฉันก่อนจะเข้าไปหาคุณย่าของเธออีกคน ฉันที่ดูเหมือนจะได้เปรียบต้องมาแพ้ให้กับคนเป็นโรคหัวใจสินะ หึ "ออกไป" ขนาดนี้ก็ยังไม่วายส่งสายตาอาฆาตมาหาฉัน ฉันยังยืนนิ่งและหลุบตาลงมองท่านจนรู้สึกว่าถูกกระตุกแขนจนเซ หมับ~ ถึงได้หันไปมอง ก็เห็นว่านายธันวาเข้ามาคว้าแขนฉันไว้ "ปล่อย!" ฉันสะบัดแขนออกทันทีแต่เขาไม่ยอม เขาหันไปมองสภาพวุ่นวายของบ้านฉันก่อนจะหันกลับมามองฉันเพียงแค่เสี้ยวนาที "มานี่!" จากนั้นเขาก็ออกแรงลากฉันออกไปทางประตูหลังบ้านทันที สวบ~ "บอกให้ปล่อยไงวะ!" เมื่อโดนลากออกมาไม่ไกลเท่าไหร่ฉันก็รวบรวมแรงฮึดสู้เขา ฉันสะบัดแขนออกจากเขาแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยง
ฉันบิดตัวออกจากมือของยี่หวาพลางเดินเข้าไปหาแจกันใบใหญ่ที่ราคาคงแพงกว่าเสื้อผ้าราคาสูงที่สุดที่ฉันเคยใส่ มันถูกตั้งไว้บนพื้นเพื่อโชว์ความสวยงาม ฉันใช้มือวางทาบลงบนผิวของแจกันและทำท่าเหมือนจะผลักให้มันล้มลง "อย่านะ ห้ามแตะต้องของๆฉัน!" "หึ" "หนูยาหยี อย่าทำเลยนะ ถือว่าแม่ขอ" "ฉันมีแม่คนเดียว!" ฉันหันไปตวาดใส่แม่เลี้ยงของตัวเอง "ไม่ต้องคิดจะยกตัวเองมาเป็นแม่ฉัน ฉันไม่ต้องการ!" "อะ เอ่อ ได้ๆ น้าขอโทษนะ แต่ว่า...วันนี้เรามาสนุกกันเถอะนะ" สนุกเหรอ... ฉันตวัดสายตามองย่าของตัวเองอีกครั้ง และเห็นแว่บๆด้วยว่ามีคนใช้สองสามคนวิ่งออกไปจากตรงนี้ พอเริ่มวุ่นวาย ฉันก็เริ่มสนุกแล้วสิ "หยี พี่ว่า..." ยี่หวาเข้ามาจับแขนฉันอีกและฉันหันไปจิกตามองเธอ คำพูดที่จะออกจากปากเลยถูกกลืนลงคอไป และเพียงแค่ไม่กี่นาทีพ่อของฉันก็เข้ามาตามด้วยนายธันวาที่วิ่งเข้ามาเหมือนกัน "ยาหยี" พ่อเรียกชื่อฉันด้วยท่าทางตกใจ "ลูกมาจริงๆด้วย พ่อดีใจนะ" ก่อนที่ท่านจะยิ้มและเดินเข้ามาหาฉันแต่ก็ชะงักเมื่อคุณย่าแผดเสียงใส่ "นี่พวกแกคิดอะไรกันอยู่ ทำอะไรทำไมไม่ถามฉันก่อน เห็นฉันเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง ห๊ะ ตาย
-ธันวา- "อืม โอเค เดี๋ยวบอกแม่ให้" "ฝันดีเหมือนกันนารา บาย" ผมวางสายของนาราหลังจากที่เธอโทรมาย้ำเรื่องของขวัญวันเกิดแม่ผมที่เธออุตส่าห์ไปซื้อเอาไว้ล่วงหน้าแล้วฝากผมเอามาให้แม่เพราะเธอมีธุระด่วนต้องไปต่างประเทศ ซึ่งที่นั่นก็เวลาห่างจากที่ไทยหลายชั่วโมง ตอนนี้ก็คงดึกแล้ว หลังจากนั้นผมก็เดินกลับเข้ามาในงานเพราะเมื่อกี้ออกมาหาที่ๆเสียงค่อนข้างเบาเพื่อคุยโทรศัพท์ สวบ~ ผมเดินเข้าไปหากลุ่มเพื่อนสนิทที่มางานวันเกิดของแม่ผมในวันนี้ด้วย ผมเป็นคนมีเพื่อนหลายกลุ่ม ซึ่งเพื่อนกลุ่มนี้ที่มาส่วนมากก็จะเป็นเพื่อนสมัยเรียนที่เรียนด้วยกันค่อนข้างนาน โดยเฉพาะไอ้เท็น หมอนี่เรียนกับผมมานาน คบกันมาสิบปี รู้ไส้รู้พุงกันหมดทุกอย่าง ส่วนอีกสองคนที่ผมก็สนิทมากเช่นกัน ก็คือเจมส์กับนารานั่นแหละ เป็นเพื่อนทางธุรกิจที่ดันมาสนิทกันจนเชื่อใจเปิดบริษัทด้วยกัน เรารู้จักกันผ่านผู้ใหญ่นับได้ก็ประมาณสี่ห้าปีแล้วมั้ง แต่วันนี้ทั้งนาราทั้งเจมส์ไม่ได้มา หมอนั่นก็บินด่วนไปอเมริกาเหมือนกัน "เห้ยๆ ไอ้ธันล่ะวะ" ผมมองไปทางต้นเสียง เห็นไอ้เท็นวิ่งมาทางกลุ่มที่พวกเราสุมหัวกันอยู่ ตอนนี้พวกผมอยู่บริเวณงานตรงส







