LOGINช่วงนี้ฉันต้องเรียนอีกหนึ่งอาทิตย์ก่อนที่จะไปเริ่มฝึกงาน ฉันหาสถานที่ฝึกงานได้แล้วเป็นบริษัทผลิตน้ำหอมแบรนด์หนึ่ง เป็นบริษัทที่เปิดตัวได้ประมาณปีกว่าๆแต่ก็ค่อนข้างติดตลาด คือ เรียกชื่อก็มีคนรู้จักพอสมควร ฉันมาที่นี่กับ'แองจี้'เพื่อนเรียนร่วมสาขาเดียวกันน่ะ
"เฮ้ย หยีเลิกเรียนแล้วว่างป่ะ?" แองจี้ที่ตอนนี้ก็เดินอยู่ข้างๆถามขึ้น เราเพิ่งเลิกคลาสเรียน ฉันมีเพื่อนไม่มากเท่าไหร่ ในคณะที่สนิทจริงๆก็มีแองจี้นี่แหละ มันเป็นคนแรงๆพอกันกับฉัน แต่มันไม่ค่อยใช้กำลังหรอก มันแค่แรดไปวันๆเท่านั้นแหละ "ก็ว่าง จะไปไหน" ฉันถาม "ซื้อน้ำหอมไง" "ซื้ออีกแล้ว ฉันเห็นแกมีน้ำหอมเยอะมาก เดือนทั้งเดือนนี่แทบจะฉีดวันละกลิ่นได้อยู่แล้ว" "โหย ทัชมี ออกคอเลคชั่นใหม่มาแล้วนะเว้ย" 'Touch me'เป็นชื่อแบรนด์น้ำหอมของบริษัทที่ฉันกับแองจี้จะไปฝึกงานน่ะ "ฉันยังไม่มีเลย เนี่ยเดี๋ยวก็ไปฝึกงานแล้ว" "แล้ว?" เออ แล้วไงวะ "เอ้า แกนี่มันซื่อบื้อ ก็จะไปฝึกงานบริษัทเค้า ก็ต้องใช้สินค้าเค้าดิ แกจะเอาสินค้าคู่แข่งเค้าเข้าไปใช้ได้ยังไง เกรดน่ะจะเอามั้ย" มันบอกฉัน ซึ่งปกติแองจี้มันก็ใช้แบรนด์นี้อยู่แล้ว ฉันเองก็ใช้บ้างเพราะแองจี้มันชอบคะยั้นคะยอให้ใช้ ซึ่งฉันว่าน้ำหอมเค้าก็โอเคดี ถือว่าผ่านแหละ "แต่ที่แกมีก็แทบจะไม่มีที่เก็บแล้วมั้ย" "เอาเหอะ มันมีโปรโมชั่นซื้อ1แถม1ด้วยนะ เดี๋ยวฉันให้แก" หลอกล่อตลอด "เออ งั้นก็ได้" "อีงก!" "ขอบคุณที่ชม" ฉันยิ้มรับ ก่อนที่เราจะโบกแท็กซี่ไปที่ห้างแห่งหนึ่ง *ห้างสรรพสินค้า หลังจากมาถึงฉันกับแองจี้ก็เดินเข้าไปที่ร้านย่อยของแบรนด์ที่เปิดขายอยู่ในห้างด้วย ตอนนี้กำลังเลือกกลิ่นน้ำหอมคอลเลคชั่นใหม่อยู่ "กลิ่นไหนดีวะแก" "ไม่รู้ เลือกเหอะ" ฉันส่ายหน้า "แต่ฉันได้ของแถมแล้ว" ฉันชูขวดน้ำหอมแบรนด์นั้นขึ้นให้เพื่อนดู แองจี้เหล่ตามองฉัน "ไวเหลือเกินนะแม่คุณ" "อือ เดี๋ยวไปนั่งรอล่ะกัน" ฉันบอกก่อนจะเดินไปนั่งรอแองจี้มันเลือกน้ำหอมตรงเก้าอี้นวมแถวๆนี้แหละ ตึก ตึก ตึก~ ฉันก็นั่งมองแองจี้ที่มันเดินไปเดินมาทดสอบกลิ่นอยู่สักพัก แบบไม่รู้จะเลือกอันไหนดีก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นใครบางคนเข้า "เอาอะไรเลือกได้เลย จ่ายไม่อั้น" คำพูดของเขาที่เดินมากับผู้หญิงคนหนึ่งทำให้ฉันแค่นหัวเราะ จ่ายไม่อั้นซะด้วย เหอะ! "จริงๆนะ เดี๋ยวจะเหมาให้หมดร้านเลย" "ฮ่ะๆ ตามสบายครับคุณผู้หญิง" เขาหัวเราะก่อนที่จะเดินผ่านฉันไป เขาคงไม่เห็นฉันหรอก ฉันมองตามสองคนนั้น ผู้หญิงคนนั้นเดินไปตรงน้ำหอมคอลเลคชั่นใหม่เหมือนกับที่แองจี้และหญิงสาวคนอื่นๆกำลังเลือกดู ผู้ชายคนนั้นก็ยืนขนาบข้างอยู่ไม่ไกล สวบ~ "หยีโว้ยยย" "ห๊ะ!" ฉันสะดุ้งเฮือกเพราะไม่รู้ว่ามองสองคนนั้นนานไปหรือเปล่า จนยัยแองจี้เดินมายืนอยู่ตรงหน้าแล้วตะโกนเรียกถึงได้ยิน "เหม่ออะไร เรียกนานแล้วนะ" แองจี้พูดเสียงดังจนผู้ชายคนนั้นหันมามองและเขาสบตากับฉัน ฉันละสายตาจากเขาแล้วยืนขึ้น "เปล่า เลือกเสร็จแล้วใช่ป่ะ" "อืม จ่ายเงินได้แล้ว" "ไปดิ" ฉันบอกก่อนจะยื่นน้ำหอมที่ถือไว้ในมือให้แองจี้ไปจ่ายเงิน ก่อนจะเดินตามแองจี้ไปฉันก็หันไปมองหน้าเขาและเขาเองก็มองหน้าฉัน ฉันจ้องเขาแบบไม่พอใจก่อนจะเหลือบมองผู้หญิงที่ดูแต่งตัวเก่งคนนั้น เธอสวย ดูดี ดูเป็นสาวมั่นด้วย แฟนเหรอ? "เสร็จแล้ว ไปกัน" เมื่อแองจี้จ่ายเงินเสร็จมันก็ลากฉันออกจากร้าน ฉันเดินตามมันไปเงียบๆจนมันหันมาพูดกับฉัน "หยีๆ แกเห็นชายหญิงคู่นั้นป่ะ ที่ยืนข้างๆฉันอ่ะ" "อ่าห๊ะ" หมายถึงสองคนนั้นสินะ "เออ อยากจะบอกว่าผู้งานดีมาก" "ไร้สาระว่ะ" นึกว่าจะพูดอะไร โว๊ะ! "เห้ย มันไม่จบแค่นั้นเว้ย" "อะไรอีกล่ะ" "ก็เค้าน่ะ เป็นผู้สายเปย์ไงแก ฉันได้ยินเค้าพูดว่าให้แฟนเค้าเลือกได้ตามใจชอบเลยด้วย โอ้ยอิจเว่อร์" เหอะ รวยมากมั้ง ใช้เงินสบายใจเลยสิ! "แต่ว่า..." "ว่า?" "ผู้หญิงคนนั้น...หน้าตาคุ้นๆว่ะ" กึก~ แองจี้พูดพลางหยุดเดินทันที มันหันควับกลับไปแถมทำท่าจะเดินกลับไปด้วย หมับ~ "เฮ้ย จะไปไหน" แต่ฉันคว้าแขนมันไว้ก่อน "ฉันว่าหน้าเค้าคุ้นๆอ่ะ เหมือนเคยเห็นที่ไหน" "แล้วไง แกจะไปยุ่งอะไรกับเค้า ช่างแม่งเหอะ" "แต่ฉันคุ้นจริงๆนะ" "โว๊ะ ฉันไปหาอะไรกินแล้ว" ฉันส่ายหัวพลางเดินหนีมัน แองจี้มันยืนหันไปหันมาก่อนจะยอมวิ่งตามฉันมาในที่สุด 17.50 น. "วันนี้หวาขอไปด้วยสิ" ฉันเบนสายตาจากหน้ากระจกมองพี่สาวของตัวเองที่นั่งมองฉันอยู่บนเตียง วันนี้เธอนึกยังไงไม่รู้มาหาฉันถึงห้อง "เพื่อ?" ฉันถามพลางหันมากรีดอายไลน์เนอร์ต่อ "ก็...จริงๆเพื่อนพี่ชวนไปเที่ยวที่นั่นแหละ แต่ว่าก็สองจิตสองใจอยู่" ฉันเลิ่กคิ้ว ยี่หวาไม่ใช่คนเที่ยวไม่เคยเที่ยวกลางคืนด้วยซ้ำ เห็นเวลาเพื่อนชวนทีไรก็ขอบายตลอดแต่วันนี้กลับสองจิตสองใจแฮะ แปลก "แต่หยีไปทำงานนะ" "นั่นแหละ อย่างน้อยมันก็อุ่นใจนะที่มีหยีอยู่ใกล้ๆ" "ทำยังกับจะไปมีเรื่อง" "ก็ไม่หรอก แต่นี่ครั้งแรกเลยนะที่ไปเที่ยวแบบนี้" "เห้อ เอาเถอะ อยากไปก็ไป" ฉันบอกพร้อมเก็บของจำเป็นทุกอย่างลงกระเป๋าสะพาย เห็นว่ายี่หวาลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าของฉัน "งั้นขอยืมชุดเปลี่ยนหน่อยได้มั้ย" ฉันหันไปมองเธอ ยี่หวาใส่ชุดเดรสสีครีมมา เอาจริงๆมันก็ไม่เหมาะกับการเที่ยวผับเวลากลางคืนเท่าไหร่หรอก "เพื่อนพี่บอกว่าให้แต่งตัว...แบบนี้อ่ะ" ยี่หวาเลื่อนสายตามามองฉัน ฉันจะไปทำงานและฉันใส่ชุดที่เป็นเสื้อครอปเอวลอยกับกางเกงยีนส์ขายาวซึ่งดูจากทรงพี่สาวฉันแล้ว ไม่มีทางมีชุดแบบนี้อยู่ในตู้เสื้อผ้าของตัวเองหรอก ฉันเดินไปหาเธอพลางมองหน้าเธอ "เพื่อนนี่ใคร กี่คน?" "ก็...สี่คน มีเบน แคลร์ จิว พลอย" "ผู้หญิงหมดเลยเหรอ" "เปล่า มีเบนเป็นหญิงเทียมอ่ะ" ฉันมองพี่สาวอย่างสแกนอีกทีก่อนจะถามอีก "ถามจริง นึกยังไงถึงไป" นี่อยากรู้จริงๆนะ อยากรู้มากกก "ก็..." "ก็?" "พี่...ไม่อยากเป็นยี่หวาคนเดิมอีกต่อไปแล้วล่ะ" "เออะ" ฉันหัวเราะทันทีที่ได้ฟัง พลางหันไปเลือกเสื้อผ้าของฉันให้เธอ พี่สาวฉันโตกว่าฉันก็จริงแต่ถ้าเทียบเรื่องการใช้ชีวิต ฉันมีประสบการณ์กว่าเธอมาก อย่างที่รู้กัน พี่สาวฉันถูกเลี้ยงให้อยู่ในกรอบมาโดยตลอด ย่าฉันก็เป็นคุณหญิงคุณนาย พ่อฉันก็เชื้อผู้ดี แต่ฉันถูกครอบครัวของแม่เลี้ยงมาแบบบ้านๆเพราะแม่ฉันแค่คนธรรมดา บางทีก็นึกสะใจอยู่เหมือนกันที่พี่สาวฉันจะเปลี่ยนตัวเองแบบนี้ "อ่ะ เอาชุดนี้ไป" ฉันหยิบชุดมาส่งให้เธอ เป็นชุดจั้มสูทขาสั้นสีน้ำเงินเข้มซึ่งดูแล้วก็ยังไม่น่าจะหวือหวาเกินไปเท่าไหร่สำหรับการเที่ยวครั้งแรกของเธอ ยี่หวารับชุดไปแล้วหลุบตาลงมอง "รีบไปเปลี่ยน เดี๋ยวแต่งหน้าให้ใหม่ด้วย" _____จากนั้นฝ่ามือของแม่เขาก็ฟาดใส่หน้าเขาเต็มๆ ใบหน้าเขาสะบัดหันมาทางฉันและฉันเบนสายตาหนี "ทำไมเป็นคนแบบนี้ห๊ะ ทำอะไรแบบนี้!" ฉันเพิ่งเคยเห็นแม่ของเขาโวยวายเป็นครั้งแรก เธอตวาดเสียงดังลั่นใส่ลูกชายตัวเอง "ทำร้ายน้องใช่มั้ย แม่ไม่คิดเลยนะว่าแกจะเป็นคนแบบนี้!" "ผม..." ธันวาพึมพำ เขามองหน้าแม่ของตัวเองก่อนจะมองหน้าพ่อของฉันที่ก็มองเขาและเงียบไปเหมือนกันจากนั้นก็เลื่อนสายตามามองฉันแค่แว่บเดียวก็หันกลับไปมองหน้าแม่ของเขาอีก "ขอโทษครับ" เหอะ! "แต่งตัวแล้วออกมาคุยกับแม่ เดี๋ยวนี้!" พูดจบแม่ของเขาก็เดินออกไป ฉันหันมามองหน้าพ่อ พ่อส่ายหัวก่อนจะตวัดสายตาไปมองธันวาแล้วเดินออกไปจากห้องพร้อมกับปิดประตูลง 05.10 น. หลังจากธันวาออกไป ฉันตัดสินใจลุกไปอาบน้ำในห้องน้ำของเขาแล้วกลับมาใส่เสื้อผ้าชุดเดิม แต่รอยแดงและรอยจ้ำบนตัวฉันทำให้ฉันต้องคว้าเสื้อคลุมแขนยาวของเขามาใส่ทับเพื่อปกปิดมันไว้ ฉันเดินออกมาจากห้องและกำลังจะลงบันไดแต่กลับได้ยินเสียงพูดคุยที่ค่อนข้างดังจากทางโถงด้านล่าง เป็นพ่อฉัน แม่ของเขา และตัวเขาเอง... "ผมขอโทษครับ คุณลุง" ฉันได้ยินเสียงเขาขอโทษพ่อฉัน ไม่รู้ว่าครั้ง
"อื้อ!" ฉันดิ้นอีกครั้งเมื่อมืออีกข้างของเขาเลื้อยไปด้านหลังของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เขาใช้มันดันแผ่นหลังฉันให้ยกขึ้นและรูดซิบชุดเดรสของฉันลงอย่างรวดเร็ว "อะ ไอ้บ้า อย่ามาทำระยำกับฉันนะ!" ฉันด่ากราดทันทีที่เขาผละริมฝีปากออกไป เขาขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ตวัดสายตามองฉันก่อนจะฉกริมฝีปากลงบนต้นคอฉันแทน "อะ โอ้ย!" และฉันเจ็บเมื่อเขาใช้ปากและลิ้นดูดดึงต้นคอฉันจากนั้นก็ลากไล้มันไปเรื่อยๆตามไหปลาร้าและผิวเนื้อช่วงอกที่โผล่พ้นเกาะอกของฉันขึ้นมา มันทำให้ฉันโกรธตัวเองที่ดันใส่เกาะอกมาแบบนี้! "อย่านะ ไอ้...อ๊ะ!" ฉันตกใจที่เขาดึงชุดฉันลง ฉันรู้ว่าบราเซียและทรวงอกถูกเปิดเผยเพราะความเย็นจากภายนอกสัมผัสกับผิวเนื้อฉัน ริมฝีปากและใบหน้าเขาคลอเคลียอยู่บริเวณนั้นไม่ห่าง ฉันกำมือแน่นและอยากจะใช้มันทุบตีทำร้ายเขาแต่ก็ทำไม่ได้ ถึงในห้องนี้จะเปิดแอร์ แต่เขาทำให้ผิวบริเวณนั้นทุกจุดที่ริมฝีปากเขาลากผ่านมันกลับร้อนวูบวาบ “ไอ้เลว อื้อ!” คนข้างบนฉกริมฝีปากลงมาประกบจูบฉันอย่างแรง เรียวขาทั้งสองข้างของฉันถูกแยกออกจากกันในขณะที่เขากำลังปลดเปลื้องอาภรณ์ท่อนล่างของตัวเอง ปึก! “อื้อ!!!” ราวกับ
"ปล่อยดิวะ!" ปึ้ก~ ฉันตะคอกเขา จังหวะนั้นก็ทุบกำปั้นลงไปที่หน้าเขาด้วย ฉันแค่คิดว่าเขาจะเจ็บและยอมปล่อยฉันสักที "..." แต่เขาทำแค่กัดฟันและตวัดสายตามาจ้องหน้าฉัน "เห้ย บอกให้...อ๊ะ!" ฟลุ่บ~ และเขาทำให้ฉันเผลออุทานออกมาอย่างตกใจด้วยการเหวี่ยงฉันลงบนฟูกเตียงอย่างแรง ฉันมัวแต่ดิ้นรนจนไม่รู้ว่าถูกลากขึ้นมาบนห้องนี้ตั้งแต่ตอนไหน "อะ ไอ้!" พรึ่บ~ เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อฉันจะรีบเด้งตัวลุกขึ้นเขากลับผลักฉันให้นอนลงไปแล้วโถมตัวลงมาคล่อมฉันไว้อย่างรวดเร็ว มือสองข้างกระชากแขนฉันแล้วกดลงกับฟูกเตียง "ด่าอีกสิ ด่าเลย!" เขากระชากเสียงพูดกับฉัน ฉันตวัดสายตาจ้องหน้าเขาที่อยู่เหนือร่าง ก่อนหน้านี้เขาถูกฉันด่าไว้เจ็บแสบมาก แล้วอย่าบอกนะว่าที่เขาบอก...เขาจะใช้วิธีแบบนี้ "นายคิดว่าฉันจะกลัวเหรอ อย่างนายจะกล้าทำอะไรฉัน ลืมแล้วเหรอว่านายกับแม่ต้องพึ่งสมบัติของพ่อฉัน!" "ไม่ลืม ไม่ต้องย้ำ" "แล้วนายก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้" "เธอก็ไม่มีสิทธิ์คิดจะทำร้ายแม่ฉันเหมือนกัน" เขาโต้กลับฉัน ฉันจ้องหน้าเขาด้วยอารมณ์เดือดดาล "แล้วที่แม่นายเข้ามาในชีวิตแม่ฉันล่ะ ที่แม่นายเข้ามาทำให้ครอบ
กะ แก อะ เฮือก!" "คุณแม่!" "คุณย่า!" ฟลุ่บ~ ฉันชะงักไปที่จู่ๆผู้หญิงวัยชราก็ทรุดลงตรงหน้าฉันแต่ดีที่ลูกสะใภ้ของย่าจับแขนเธอและช่วยพยุงไว้ได้ทัน ทุกคนดูตกใจและเรียกท่านพร้อมกันแต่ฉันกลับทำได้แค่ยืนนิ่ง "...!" "อะ เอา นังเด็ก คน นี้ ออกไป" คุณพ่อกับนายธันเข้าไปช่วยกันพยุงท่านไว้และท่านเงยหน้ามาชี้หน้าฉันด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดไป และทำท่าทางเหมือนจะขาดใจตายอยู่ตรงหน้าฉัน "หยีคุณย่าเป็นโรคหัวใจ" ยี่หวาบอกกับฉันก่อนจะเข้าไปหาคุณย่าของเธออีกคน ฉันที่ดูเหมือนจะได้เปรียบต้องมาแพ้ให้กับคนเป็นโรคหัวใจสินะ หึ "ออกไป" ขนาดนี้ก็ยังไม่วายส่งสายตาอาฆาตมาหาฉัน ฉันยังยืนนิ่งและหลุบตาลงมองท่านจนรู้สึกว่าถูกกระตุกแขนจนเซ หมับ~ ถึงได้หันไปมอง ก็เห็นว่านายธันวาเข้ามาคว้าแขนฉันไว้ "ปล่อย!" ฉันสะบัดแขนออกทันทีแต่เขาไม่ยอม เขาหันไปมองสภาพวุ่นวายของบ้านฉันก่อนจะหันกลับมามองฉันเพียงแค่เสี้ยวนาที "มานี่!" จากนั้นเขาก็ออกแรงลากฉันออกไปทางประตูหลังบ้านทันที สวบ~ "บอกให้ปล่อยไงวะ!" เมื่อโดนลากออกมาไม่ไกลเท่าไหร่ฉันก็รวบรวมแรงฮึดสู้เขา ฉันสะบัดแขนออกจากเขาแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยง
ฉันบิดตัวออกจากมือของยี่หวาพลางเดินเข้าไปหาแจกันใบใหญ่ที่ราคาคงแพงกว่าเสื้อผ้าราคาสูงที่สุดที่ฉันเคยใส่ มันถูกตั้งไว้บนพื้นเพื่อโชว์ความสวยงาม ฉันใช้มือวางทาบลงบนผิวของแจกันและทำท่าเหมือนจะผลักให้มันล้มลง "อย่านะ ห้ามแตะต้องของๆฉัน!" "หึ" "หนูยาหยี อย่าทำเลยนะ ถือว่าแม่ขอ" "ฉันมีแม่คนเดียว!" ฉันหันไปตวาดใส่แม่เลี้ยงของตัวเอง "ไม่ต้องคิดจะยกตัวเองมาเป็นแม่ฉัน ฉันไม่ต้องการ!" "อะ เอ่อ ได้ๆ น้าขอโทษนะ แต่ว่า...วันนี้เรามาสนุกกันเถอะนะ" สนุกเหรอ... ฉันตวัดสายตามองย่าของตัวเองอีกครั้ง และเห็นแว่บๆด้วยว่ามีคนใช้สองสามคนวิ่งออกไปจากตรงนี้ พอเริ่มวุ่นวาย ฉันก็เริ่มสนุกแล้วสิ "หยี พี่ว่า..." ยี่หวาเข้ามาจับแขนฉันอีกและฉันหันไปจิกตามองเธอ คำพูดที่จะออกจากปากเลยถูกกลืนลงคอไป และเพียงแค่ไม่กี่นาทีพ่อของฉันก็เข้ามาตามด้วยนายธันวาที่วิ่งเข้ามาเหมือนกัน "ยาหยี" พ่อเรียกชื่อฉันด้วยท่าทางตกใจ "ลูกมาจริงๆด้วย พ่อดีใจนะ" ก่อนที่ท่านจะยิ้มและเดินเข้ามาหาฉันแต่ก็ชะงักเมื่อคุณย่าแผดเสียงใส่ "นี่พวกแกคิดอะไรกันอยู่ ทำอะไรทำไมไม่ถามฉันก่อน เห็นฉันเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง ห๊ะ ตาย
-ธันวา- "อืม โอเค เดี๋ยวบอกแม่ให้" "ฝันดีเหมือนกันนารา บาย" ผมวางสายของนาราหลังจากที่เธอโทรมาย้ำเรื่องของขวัญวันเกิดแม่ผมที่เธออุตส่าห์ไปซื้อเอาไว้ล่วงหน้าแล้วฝากผมเอามาให้แม่เพราะเธอมีธุระด่วนต้องไปต่างประเทศ ซึ่งที่นั่นก็เวลาห่างจากที่ไทยหลายชั่วโมง ตอนนี้ก็คงดึกแล้ว หลังจากนั้นผมก็เดินกลับเข้ามาในงานเพราะเมื่อกี้ออกมาหาที่ๆเสียงค่อนข้างเบาเพื่อคุยโทรศัพท์ สวบ~ ผมเดินเข้าไปหากลุ่มเพื่อนสนิทที่มางานวันเกิดของแม่ผมในวันนี้ด้วย ผมเป็นคนมีเพื่อนหลายกลุ่ม ซึ่งเพื่อนกลุ่มนี้ที่มาส่วนมากก็จะเป็นเพื่อนสมัยเรียนที่เรียนด้วยกันค่อนข้างนาน โดยเฉพาะไอ้เท็น หมอนี่เรียนกับผมมานาน คบกันมาสิบปี รู้ไส้รู้พุงกันหมดทุกอย่าง ส่วนอีกสองคนที่ผมก็สนิทมากเช่นกัน ก็คือเจมส์กับนารานั่นแหละ เป็นเพื่อนทางธุรกิจที่ดันมาสนิทกันจนเชื่อใจเปิดบริษัทด้วยกัน เรารู้จักกันผ่านผู้ใหญ่นับได้ก็ประมาณสี่ห้าปีแล้วมั้ง แต่วันนี้ทั้งนาราทั้งเจมส์ไม่ได้มา หมอนั่นก็บินด่วนไปอเมริกาเหมือนกัน "เห้ยๆ ไอ้ธันล่ะวะ" ผมมองไปทางต้นเสียง เห็นไอ้เท็นวิ่งมาทางกลุ่มที่พวกเราสุมหัวกันอยู่ ตอนนี้พวกผมอยู่บริเวณงานตรงส







