Masuk
-ธันวา-
*Birth Day Party "เฮ้ย ยังไงวะ กว่าจะโผล่มาได้" "ก็มาแล้วไง" ผมพูดพลางตบบ่าเพื่อนที่มันบ่นตั้งแต่ผมมาถึง ตอนนี้ผมอยู่ในกลุ่มเพื่อนนับสิบคนมีทั้งผู้หญิงผู้ชาย พวกเราถูกเชิญมางานปาร์ตี้วันเกิดของ'แวนด้า'อดีตดาวประจำคณะของรุ่นผมที่คอนโดส่วนตัวของเธอ หมับ~ "ธัน..." ผมหันไปทางด้านหลังเมื่อถูกใครบางคนจับแขน พอหันไปก็เห็นว่าเป็นเจ้าของวันเกิดนี่เอง แวนด้าอยู่ในชุดเดรสสั้นสีแดงเพลิง เธอเป็นผู้หญิงแต่งตัวเก่งและเซ็กซี่มากด้วย "ฉันไม่มาช้าไปใช่มั้ย" ผมพูดคุยกับเธอตามมารยาท เราเคยคุยกัยบ่อยๆตอนที่ประกวดดาวเดือนของคณะ เธอเป็นดาว ส่วนผมเป็นเดือน แต่หลังจากขึ้นปีสองเราเรียนต่างสาขาก็ทำให้เจอกันน้อยลง "อื้อ ไม่หรอก ยังมีคนที่มาช้ากว่านายอีกนะ" แวนด้าหน้ามุ่ยลงทันทีที่พูดแบบนั้น ผมว่าผมมาช้าแล้วนะ มีใครช้ากว่าผมอีกเหรอ "หืม?" "แฟนด้าไงล่ะ ป่านนี้ยังไม่มาเลย โทรก็ไม่รับ นี่โมโหจริงๆนะเนี่ย ถ้าโผล่หัวมาช้ากว่าห้านาทีต่อจากนี้ ด้าจะล็อกห้องไม่ให้เข้าแล้วจะโกรธไปเจ็ดวันเลยคอยดู" "เอาน่า เขาอาจจะมีเซอร์ไพรส์ก็ได้นะ" ผมพูดกลั้วหัวเราะ ผมไม่รู้หรอกว่ามีเซอพงเซอร์ไพรส์อะไรหรือเปล่า แค่อยากพูดให้แวนด้าไม่คิดมาก แค่นั้น... พรึ่บ~ แต่อยู่ดีๆไฟในห้องทั้งหมดก็ดับลง ทุกคนเงียบกริบจนผมได้ยินเสียงลมหายใจเลยล่ะ "เอ๊ะนั่น..." ผมได้ยินเสียงแวนด้าอุทานออกมา เมื่อมองไปทางประตูห้องมีแสงเทียนกำลังส่องสว่างขึ้นและค่อยๆเคลื่อนตรงเข้ามาหาเจ้าตัวพร้อมกับเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์คลอไปด้วย เออ มีเซอร์ไพรส์จริงด้วยแหะ 5 นาทีต่อมา... หลังจากที่แวนด้าเป่าเค้กและได้รับคำอวยพรจากแฟนหนุ่มของเธอแล้ว เธอก็ยิ้มหน้าบานและลืมความโกรธไปแบบปลิดทิ้ง ผมแยกตัวมาอยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิทตรงโซฟาหน้าทีวี เรานั่งคุยและดื่มกันแบบชิวๆ "ทำไมผู้หญิงชอบเซอร์ไพรส์?" จู่ๆ'เท็น'เพื่อนสนิทของผมก็ตั้งประเด็นขึ้น ผมวางแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะ "มึงรู้มั้ยว่าทำไม ไอ้ธัน" ผมยักไหล่ ไม่รู้ แล้วก็ไม่ได้สงสัย "เผอิญไม่ได้เป็นผู้หญิงว่ะ" "เอ้า ไอ้นี่ กูถามดีๆ" "กูก็ตอบดีๆ" "กวน..." กรี้ดดด~ "เห้ย อะไรวะ!" ผมกับไอ้เท็นหยุดเถียงกันเมื่ออยู่ดีๆก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น เมื่อกี้ผมได้ยินว่าเหมือนมีใครมากดออดหน้าห้อง ก็คงจะเป็นคนมาร่วมปาร์ตี้เลยไม่ได้สนใจ "เซอร์ไพรส์อีกมั้ง" ผมพูดพลางไม่ได้หันไปมอง แต่ไอ้เท็นชะเง้อชะแง้มองยกใหญ่ เพล้ง~ อืม บางทีเซอร์ไพรส์ก็รุนแรงไป -- "เห้ย ไอ้ธันๆ" แล้วมันก็หันมาเขย่าแขนผมในจังหวะที่เสียงกรี้ดดังขึ้นอีกครั้ง และเริ่มมีเสียงโวยวายเกิดขึ้น "อะไร?" ผมถาม มันคงจะให้ผมเข้าไปร่วมเซอร์ไพรส์ด้วยมั้ง หมับ~ ผมหันควับไปมองมันเมื่ออยู่ดีๆมันก็คว้าแขนผมด้วยสีหน้าจริงจัง "อะ..." พรึ่บ~ ยังไม่ทันถามจบประโยคมันก็กระชากผมด้วยความรุนแรงให้ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามพวกเพื่อนๆที่กรูเข้าไปทางต้นเสียง "มึงดู" มันดึงให้ผมไปดูเหตุการณ์อลม่านตรงหน้า ผมกวาดตามองอย่างรวดเร็วก่อนที่สายตาจะหยุดอยู่ที่ผู้หญิงคนหนึ่ง "เซอร์ไพรส์มั้ยล่ะมึง" "เวร!" และผมก็ต้องสบถออกมา "ไม่ห้าม?" มันถามผม ผมพ่นลมหายใจ "ไม่อยากยุ่ง" ผมตอบซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้หญิงผมดำที่ใส่ชุดเดรสสีฟ้าอ่อน เธอกำลังห้ามน้องสาวของเธอให้หยุดการกระทำรุนแรงนั่น เธอหันมามองผมด้วยน้ำตา ผมเบนหน้าหนี "..." พร้อมกับมีเสียงกรี้ดลอยมาอีกรอบ ไอ้เท็นก็กระตุกแขนผมยิกๆ "กูว่างานนี้มีตาย" มันก็พูดบิ้วท์ผม ผมบอกแล้วว่าไม่อยากยุ่ง อีกอย่างก็เห็นว่าแฟนของแวนด้ากับคนอื่นๆก็กำลังช่วยห้ามอยู่ "ไม่ขนาดนั้น..." เสียงของผมขาดห้วงเพราะเห็นว่าแฟนของแวนด้าที่ถูกผู้หญิงผมทองคนนั้นถีบจนกระเด็นไปเมื่อกี้ลุกพรวดขึ้นมาด้วยอารมณ์เดือดจัด มันพุ่งเข้าหาร่างบางที่กำลังจิกและกดหัวแฟนสาวของมันกับเค้กปอนด์ใหญ่จนเละตุ้มเป๊ะ "เห้ย กูบอกให้หยุดไงวะ!" หมับ~ มันง้างมือขึ้นจะฟาดเธอเต็มที่แต่ก็ต้องชะงักเมื่อผมเข้าไปคว้าข้อมือมันไว้ก่อน ผมไม่อยากยุ่งแต่ร่างกายดันไปห้ามไว้ซะแล้ว ควับ~ มันหันมามองผมตาเขียวเหมือนคนพาล ผมมองมันนิ่งๆก่อนจะดันมันออกไปแต่อาจจะแรงไปหน่อยมันก็เลยเซ ผมไม่ได้สนใจมัน หันมาที่ร่างบางซึ่งกำลังเมามันส์กับการขยี้หน้าแวนด้าด้วยเค้ก ฟลุ่บ~ ผมรวบเอวเธอจากทางด้านหลัง ผู้หญิงผมดำรีบช่วยแกะมือเธอออกจากหัวแวนด้า "เสือก!" เธอหันมาตวาดด่าเสียงดังลั่นพอเห็นว่าเป็นผมก็จิกตามองและดิ้นสุดแรง ฤทธิ์เยอะโครต! "ปล่อยดิวะ" พอผมไม่ปล่อยและยังรั้งเธอไว้แน่นเธอก็ทั้งจิกทั้งข่วนแถมกระโดนถีบแวนด้าด้วย ผมอาศัยจังหวะที่เธอกระโดดยกตัวเธอถอยออกมาให้ไกลที่สุด "อีบ้า มึงเป็นใคร!" แวนด้าเงยหน้าขึ้นมาในสภาพดูไม่ได้ ใบหน้า เส้นผมและเสื้อผ้าของเธอมีแต่ครีมเค้กเละๆ "เป็นใครเหรอ ถามผัวมึงสิว่ากูเป็นใคร" ยัยผมทองนี่ก็ดิ้นไม่หยุดพลางตะคอกโต้ตอบกับแวนด้า "อ๋อ มึงเป็นเมียน้อยมันใช่มั้ย" แวนด้าปาดเค้กบนหน้าทิ้งอย่างลวกๆก่อนจะถลาเข้ามาเอาคืนร่างบางที่ผมรั้งเอวไว้อยู่ "กูเอามึงตายแน่!" "อย่า แวนด้า" ผมพลิกหันตัวเธอหนีจนทำให้แวนด้าฟาดเข้าหลังผมเต็มๆ ปึ้ก~ "อย่างไอ้หน้าตัวเมียเนี่ยกูไม่เอาทำผัวหรอก มึงมันก็โง่รู้ตัวไว้ด้วย ว่าก่อนมาหามึงมันไปแอบปักเทียนกันคนอื่นมาแล้วว่ะ" แล้วยัยนี่ก็โวยวายไม่หยุด ทั้งดิ้น ทั้งด่าจนผมแสบแก้วหูไปหมด "ลองถามมันดู ว่ามันคบกี่คน บางทีมึงอาจจะเป็นเมียน้อยก็ได้ อีโง่" "กรี้ดดด!" พอได้ฟังแบบนี้แวนด้าก็กรีดร้องพลางหันไปจ้องหน้าแฟนของเธอ และผมคิดว่าควรแยกผู้หญิงคนนี้ออกไปก่อนที่เรื่องจะใหญ่โตมากไปกว่านี้ "ออกไปก่อน" ผมหันไปพูดกับผู้หญิงคนที่ร้องห่มร้องไห้ไม่หยุด เธอรีบพยักหน้าแล้ววิ่งออกจากห้องไป ฟลุ่บ~ และผมจัดการรวบตัวผู้หญิงที่ยังโวยวายด่าไม่หยุดขึ้นอุ้มพาดบ่าและพาออกไปจากที่นี่ทันทีเช่นกัน "เห้ย อะไร ปล่อยนะเว้ย!" "..." สวบ~ ผมเดินเร็วๆมาถึงลิฟต์ซึ่งก็เปิดอยู่เพราะผู้หญิงที่ผมบอกให้ออกมาก่อนเธอกดรีบรอเราอยู่ ผมก้าวเข้าไปในลิฟต์พร้อมเหลือบตามองเธอที่ยืนพิงผนังลิฟต์แล้วร้องไห้อยู่อย่างนั้น ปึ้ก~ "บอกให้ปล่อยไงวะ!" ติ้ง~ พอประตูลิฟต์ปิดผมปล่อยร่างบางที่ดิ้นไม่หยุด ด่าไม่หยุดแล้วก็ทุบ จิก ตีผมไม่หยุดลงบนพื้น "ยุ่งไรด้วย!" พอเป็นอิสระเธอก็เสยผมสีทองที่ตกปรกหน้าตาขึ้นอย่างลวกๆด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวพลางจ้องผมด้วยสายตาเหวี่ยงระดับสิบ เออ ผมยุ่งไง ไม่อยากยุ่งหรอกแต่ยุ่งไปแล้ว ผมพ่นลมหายใจพลางเบนหน้าหนีเธอ ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเด็ก หมับ~ ผมคว้าข้อมือเธอที่เอื้อมไปหวังจะกดลิฟต์ "ทำไร?" ผมถาม ยัยนั่นเลยหันมาเหวี่ยงผมอีกรอบ "กลับขึ้นไปตบมันไง ถามโง่ๆ" ผมลงทุนเจ็บตัวลากลงมาขนาดนี้ คิดว่าผมจะปล่อยให้กลับขึ้นไปไหม ถามง่ายๆเลย "ดูพี่เธอก่อนมั้ย" ผมกระตุกแขนเธอพลางเหลือบตาไปมองผู้หญิงผมดำที่ยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ด้านหลังเธออีกครั้ง และผมคิดว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นตัวช่วยยื้อให้ยัยนี่ไม่กลับขึ้นไปอาละวาดอีก "เธอพาพี่เธอไปเจออะไรมา" "..." "ยังไม่พอใจอีกเหรอ? หรือต้องให้ร้องไห้..." "หุบปากไป!" เธอตะวาดแว้ดใส่ผมในจังหวะที่ลิฟต์เปิดที่ชั้นล่างสุดของคอนโดพอดี "แล้วก็เรื่องของพวกฉัน...คราวหลังไม่ต้องยุ่ง!"จากนั้นฝ่ามือของแม่เขาก็ฟาดใส่หน้าเขาเต็มๆ ใบหน้าเขาสะบัดหันมาทางฉันและฉันเบนสายตาหนี "ทำไมเป็นคนแบบนี้ห๊ะ ทำอะไรแบบนี้!" ฉันเพิ่งเคยเห็นแม่ของเขาโวยวายเป็นครั้งแรก เธอตวาดเสียงดังลั่นใส่ลูกชายตัวเอง "ทำร้ายน้องใช่มั้ย แม่ไม่คิดเลยนะว่าแกจะเป็นคนแบบนี้!" "ผม..." ธันวาพึมพำ เขามองหน้าแม่ของตัวเองก่อนจะมองหน้าพ่อของฉันที่ก็มองเขาและเงียบไปเหมือนกันจากนั้นก็เลื่อนสายตามามองฉันแค่แว่บเดียวก็หันกลับไปมองหน้าแม่ของเขาอีก "ขอโทษครับ" เหอะ! "แต่งตัวแล้วออกมาคุยกับแม่ เดี๋ยวนี้!" พูดจบแม่ของเขาก็เดินออกไป ฉันหันมามองหน้าพ่อ พ่อส่ายหัวก่อนจะตวัดสายตาไปมองธันวาแล้วเดินออกไปจากห้องพร้อมกับปิดประตูลง 05.10 น. หลังจากธันวาออกไป ฉันตัดสินใจลุกไปอาบน้ำในห้องน้ำของเขาแล้วกลับมาใส่เสื้อผ้าชุดเดิม แต่รอยแดงและรอยจ้ำบนตัวฉันทำให้ฉันต้องคว้าเสื้อคลุมแขนยาวของเขามาใส่ทับเพื่อปกปิดมันไว้ ฉันเดินออกมาจากห้องและกำลังจะลงบันไดแต่กลับได้ยินเสียงพูดคุยที่ค่อนข้างดังจากทางโถงด้านล่าง เป็นพ่อฉัน แม่ของเขา และตัวเขาเอง... "ผมขอโทษครับ คุณลุง" ฉันได้ยินเสียงเขาขอโทษพ่อฉัน ไม่รู้ว่าครั้ง
"อื้อ!" ฉันดิ้นอีกครั้งเมื่อมืออีกข้างของเขาเลื้อยไปด้านหลังของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เขาใช้มันดันแผ่นหลังฉันให้ยกขึ้นและรูดซิบชุดเดรสของฉันลงอย่างรวดเร็ว "อะ ไอ้บ้า อย่ามาทำระยำกับฉันนะ!" ฉันด่ากราดทันทีที่เขาผละริมฝีปากออกไป เขาขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ตวัดสายตามองฉันก่อนจะฉกริมฝีปากลงบนต้นคอฉันแทน "อะ โอ้ย!" และฉันเจ็บเมื่อเขาใช้ปากและลิ้นดูดดึงต้นคอฉันจากนั้นก็ลากไล้มันไปเรื่อยๆตามไหปลาร้าและผิวเนื้อช่วงอกที่โผล่พ้นเกาะอกของฉันขึ้นมา มันทำให้ฉันโกรธตัวเองที่ดันใส่เกาะอกมาแบบนี้! "อย่านะ ไอ้...อ๊ะ!" ฉันตกใจที่เขาดึงชุดฉันลง ฉันรู้ว่าบราเซียและทรวงอกถูกเปิดเผยเพราะความเย็นจากภายนอกสัมผัสกับผิวเนื้อฉัน ริมฝีปากและใบหน้าเขาคลอเคลียอยู่บริเวณนั้นไม่ห่าง ฉันกำมือแน่นและอยากจะใช้มันทุบตีทำร้ายเขาแต่ก็ทำไม่ได้ ถึงในห้องนี้จะเปิดแอร์ แต่เขาทำให้ผิวบริเวณนั้นทุกจุดที่ริมฝีปากเขาลากผ่านมันกลับร้อนวูบวาบ “ไอ้เลว อื้อ!” คนข้างบนฉกริมฝีปากลงมาประกบจูบฉันอย่างแรง เรียวขาทั้งสองข้างของฉันถูกแยกออกจากกันในขณะที่เขากำลังปลดเปลื้องอาภรณ์ท่อนล่างของตัวเอง ปึก! “อื้อ!!!” ราวกับ
"ปล่อยดิวะ!" ปึ้ก~ ฉันตะคอกเขา จังหวะนั้นก็ทุบกำปั้นลงไปที่หน้าเขาด้วย ฉันแค่คิดว่าเขาจะเจ็บและยอมปล่อยฉันสักที "..." แต่เขาทำแค่กัดฟันและตวัดสายตามาจ้องหน้าฉัน "เห้ย บอกให้...อ๊ะ!" ฟลุ่บ~ และเขาทำให้ฉันเผลออุทานออกมาอย่างตกใจด้วยการเหวี่ยงฉันลงบนฟูกเตียงอย่างแรง ฉันมัวแต่ดิ้นรนจนไม่รู้ว่าถูกลากขึ้นมาบนห้องนี้ตั้งแต่ตอนไหน "อะ ไอ้!" พรึ่บ~ เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อฉันจะรีบเด้งตัวลุกขึ้นเขากลับผลักฉันให้นอนลงไปแล้วโถมตัวลงมาคล่อมฉันไว้อย่างรวดเร็ว มือสองข้างกระชากแขนฉันแล้วกดลงกับฟูกเตียง "ด่าอีกสิ ด่าเลย!" เขากระชากเสียงพูดกับฉัน ฉันตวัดสายตาจ้องหน้าเขาที่อยู่เหนือร่าง ก่อนหน้านี้เขาถูกฉันด่าไว้เจ็บแสบมาก แล้วอย่าบอกนะว่าที่เขาบอก...เขาจะใช้วิธีแบบนี้ "นายคิดว่าฉันจะกลัวเหรอ อย่างนายจะกล้าทำอะไรฉัน ลืมแล้วเหรอว่านายกับแม่ต้องพึ่งสมบัติของพ่อฉัน!" "ไม่ลืม ไม่ต้องย้ำ" "แล้วนายก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้" "เธอก็ไม่มีสิทธิ์คิดจะทำร้ายแม่ฉันเหมือนกัน" เขาโต้กลับฉัน ฉันจ้องหน้าเขาด้วยอารมณ์เดือดดาล "แล้วที่แม่นายเข้ามาในชีวิตแม่ฉันล่ะ ที่แม่นายเข้ามาทำให้ครอบ
กะ แก อะ เฮือก!" "คุณแม่!" "คุณย่า!" ฟลุ่บ~ ฉันชะงักไปที่จู่ๆผู้หญิงวัยชราก็ทรุดลงตรงหน้าฉันแต่ดีที่ลูกสะใภ้ของย่าจับแขนเธอและช่วยพยุงไว้ได้ทัน ทุกคนดูตกใจและเรียกท่านพร้อมกันแต่ฉันกลับทำได้แค่ยืนนิ่ง "...!" "อะ เอา นังเด็ก คน นี้ ออกไป" คุณพ่อกับนายธันเข้าไปช่วยกันพยุงท่านไว้และท่านเงยหน้ามาชี้หน้าฉันด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดไป และทำท่าทางเหมือนจะขาดใจตายอยู่ตรงหน้าฉัน "หยีคุณย่าเป็นโรคหัวใจ" ยี่หวาบอกกับฉันก่อนจะเข้าไปหาคุณย่าของเธออีกคน ฉันที่ดูเหมือนจะได้เปรียบต้องมาแพ้ให้กับคนเป็นโรคหัวใจสินะ หึ "ออกไป" ขนาดนี้ก็ยังไม่วายส่งสายตาอาฆาตมาหาฉัน ฉันยังยืนนิ่งและหลุบตาลงมองท่านจนรู้สึกว่าถูกกระตุกแขนจนเซ หมับ~ ถึงได้หันไปมอง ก็เห็นว่านายธันวาเข้ามาคว้าแขนฉันไว้ "ปล่อย!" ฉันสะบัดแขนออกทันทีแต่เขาไม่ยอม เขาหันไปมองสภาพวุ่นวายของบ้านฉันก่อนจะหันกลับมามองฉันเพียงแค่เสี้ยวนาที "มานี่!" จากนั้นเขาก็ออกแรงลากฉันออกไปทางประตูหลังบ้านทันที สวบ~ "บอกให้ปล่อยไงวะ!" เมื่อโดนลากออกมาไม่ไกลเท่าไหร่ฉันก็รวบรวมแรงฮึดสู้เขา ฉันสะบัดแขนออกจากเขาแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยง
ฉันบิดตัวออกจากมือของยี่หวาพลางเดินเข้าไปหาแจกันใบใหญ่ที่ราคาคงแพงกว่าเสื้อผ้าราคาสูงที่สุดที่ฉันเคยใส่ มันถูกตั้งไว้บนพื้นเพื่อโชว์ความสวยงาม ฉันใช้มือวางทาบลงบนผิวของแจกันและทำท่าเหมือนจะผลักให้มันล้มลง "อย่านะ ห้ามแตะต้องของๆฉัน!" "หึ" "หนูยาหยี อย่าทำเลยนะ ถือว่าแม่ขอ" "ฉันมีแม่คนเดียว!" ฉันหันไปตวาดใส่แม่เลี้ยงของตัวเอง "ไม่ต้องคิดจะยกตัวเองมาเป็นแม่ฉัน ฉันไม่ต้องการ!" "อะ เอ่อ ได้ๆ น้าขอโทษนะ แต่ว่า...วันนี้เรามาสนุกกันเถอะนะ" สนุกเหรอ... ฉันตวัดสายตามองย่าของตัวเองอีกครั้ง และเห็นแว่บๆด้วยว่ามีคนใช้สองสามคนวิ่งออกไปจากตรงนี้ พอเริ่มวุ่นวาย ฉันก็เริ่มสนุกแล้วสิ "หยี พี่ว่า..." ยี่หวาเข้ามาจับแขนฉันอีกและฉันหันไปจิกตามองเธอ คำพูดที่จะออกจากปากเลยถูกกลืนลงคอไป และเพียงแค่ไม่กี่นาทีพ่อของฉันก็เข้ามาตามด้วยนายธันวาที่วิ่งเข้ามาเหมือนกัน "ยาหยี" พ่อเรียกชื่อฉันด้วยท่าทางตกใจ "ลูกมาจริงๆด้วย พ่อดีใจนะ" ก่อนที่ท่านจะยิ้มและเดินเข้ามาหาฉันแต่ก็ชะงักเมื่อคุณย่าแผดเสียงใส่ "นี่พวกแกคิดอะไรกันอยู่ ทำอะไรทำไมไม่ถามฉันก่อน เห็นฉันเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง ห๊ะ ตาย
-ธันวา- "อืม โอเค เดี๋ยวบอกแม่ให้" "ฝันดีเหมือนกันนารา บาย" ผมวางสายของนาราหลังจากที่เธอโทรมาย้ำเรื่องของขวัญวันเกิดแม่ผมที่เธออุตส่าห์ไปซื้อเอาไว้ล่วงหน้าแล้วฝากผมเอามาให้แม่เพราะเธอมีธุระด่วนต้องไปต่างประเทศ ซึ่งที่นั่นก็เวลาห่างจากที่ไทยหลายชั่วโมง ตอนนี้ก็คงดึกแล้ว หลังจากนั้นผมก็เดินกลับเข้ามาในงานเพราะเมื่อกี้ออกมาหาที่ๆเสียงค่อนข้างเบาเพื่อคุยโทรศัพท์ สวบ~ ผมเดินเข้าไปหากลุ่มเพื่อนสนิทที่มางานวันเกิดของแม่ผมในวันนี้ด้วย ผมเป็นคนมีเพื่อนหลายกลุ่ม ซึ่งเพื่อนกลุ่มนี้ที่มาส่วนมากก็จะเป็นเพื่อนสมัยเรียนที่เรียนด้วยกันค่อนข้างนาน โดยเฉพาะไอ้เท็น หมอนี่เรียนกับผมมานาน คบกันมาสิบปี รู้ไส้รู้พุงกันหมดทุกอย่าง ส่วนอีกสองคนที่ผมก็สนิทมากเช่นกัน ก็คือเจมส์กับนารานั่นแหละ เป็นเพื่อนทางธุรกิจที่ดันมาสนิทกันจนเชื่อใจเปิดบริษัทด้วยกัน เรารู้จักกันผ่านผู้ใหญ่นับได้ก็ประมาณสี่ห้าปีแล้วมั้ง แต่วันนี้ทั้งนาราทั้งเจมส์ไม่ได้มา หมอนั่นก็บินด่วนไปอเมริกาเหมือนกัน "เห้ยๆ ไอ้ธันล่ะวะ" ผมมองไปทางต้นเสียง เห็นไอ้เท็นวิ่งมาทางกลุ่มที่พวกเราสุมหัวกันอยู่ ตอนนี้พวกผมอยู่บริเวณงานตรงส







![[NC30+] โบตั๋นผลิบานกลางใจคุณชายหยวน (ยุค 80s) [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)