FAZER LOGIN18.50 น.
ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ใต้คอนโดของเหนือ ถามว่ามานั่งทำไมตอนนี้น่ะเหรอ? "ข้าวหอม" "มาแล้วเหรอคะ" ฉันยิ้มพลางหันไปหาผู้ชายร่างสูงที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา เขาคงเพิ่งกลับมานั่นแหละ "ช้าไปหน่อย..." "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นี่ค่ะ" ฉันพูดพลางยื่นกระเป๋าเงินให้เขาไป เมื่อประมาณหกโมงเย็นฉันทักเฟซไปหาเขา บอกเขาว่าทำกระเป๋าเงินตกไว้ที่ห้องฉันและฉันเพิ่งกลับจากมหาลัยและถ่ายงานถึงได้เห็นว่าเขาทำตกไว้ "นึกว่าหล่นหายไปแล้วซะอีก" เขารับไปพลางลูบต้นคอตัวเอง "ขอบใจนะ" "ค่ะ งั้นข้าวไปก่อนนะ" ฉันพูดพลางทำท่าทางรีบนิดหน่อยจนเขาต้องถาม "จะไปไหนเหรอ" "อ๋อ จะไปผับค่ะ วันนี้ต้องรีบหน่อยเพราะดูเหมือนฝนจะตกแล้วกลัวเข้างานไม่ทันน่ะค่ะ" ฉันพูด ฟ้าฝนก็เป็นใจจริงๆนั่นแหละ เพราะตอนนี้เหมือนฝนจะตกจริงๆ มีเสียงฟ้าร้องและอากาศครึ้มๆมาตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ๆแล้ว "สงสัยคงไม่ทันแล้ว" เหนือพูดขึ้นพลางหันไปมองนอกคอนโด ก็จริงของเขา ตอนนี้ฝนลงเม็ดแล้ว "อ้า งั้นต้องรีบไปเรียกรถ..." หมับ~ ฉันกำลังจะวิ่งออกไปแต่เหนือคว้าแขนฉันไว้ให้ฉันหยุดชะงัก ฉันหันไปมองหน้าเขาแบบงงๆส่วนเขาเองก็ปล่อยแขนฉัน "เดี๋ยวพี่ไปส่งก็ได้" เกินความคาดหมายแหะ "อ่า มอเตอร์ไซด์เหรอคะ?" ฉันถาม เพราะเขาขับมอเตอร์ไซด์ ถ้าขืนให้เขาขับไปส่งมีหวังฉันเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำแน่ๆกว่าจะถึงผับน่ะ "ไม่ๆ พี่มีรถใหญ่อยู่" เขาบอก ฉันขมวดคิ้วแบบงงๆนิดหน่อยแต่ก็ยอมตกลงให้เขาไปส่ง บรื้น~ ระหว่างทางที่เราอยู่บนรถ ฉันก็มองออกไปนอกหน้าต่างเรื่อยๆก่อนจะหันกลับมามองเขา "ทำไมพี่ไม่ค่อยขับรถใหญ่ล่ะคะ ข้าวเห็นแต่พี่ขับมอไซด์" "รถคันนี้แม่พี่ส่งมาให้ แต่พี่ชอบใช้รถตัวเองมากกว่า" เขาตอบ ฉันพยักหน้า ด้านนอกฝนตกหนักขึ้นแล้วล่ะ "อ้อ แสดงว่ารถคันนี้คงไม่ค่อยมีสาวๆนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถใช่มั๊ยล่า" ฉันพูดหยอกล้อเขา เหนือยิ้มออกมานิดหน่อย เขาดูผ่อนคลายกับฉันมากขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดี "ก็...คงงั้น" "จริงเหรอคะ น่าปลื้มใจจัง" ฉันพูดกลั้วหัวเราะ เขาเหลือบมามองฉันแล้วก็ยิ้มบางๆ จากนั้นเราก็คุยกันไปเรื่อยๆจนในที่สุดก็ถึงผับ *Paradise Pub "ฝนตกหนักเลยอ่ะ" ฉันยังนั่งอยู่ในรถของเขา มองออกไปตอนนี้ฝนเทลงมาหนักมากเลยล่ะ ดีที่ในลานจอดรถมีหลังคาไม่อย่างนั้นเวลาฉันลงจากรถได้เปียกซกแน่ๆ "พี่เหนือ น่าจะเข้าไปรอข้างในก่อนนะคะ ฝนหนักแบบนี้คงอันตราย" ฉันหันไปพูดกับเขา เขามองสายฝนที่ตกลงมาก่อนจะปฏิเสธฉัน "ไม่เป็นไรหรอก" "เอางั้นเหรอคะ" ฉันถามเขาและเขาพยักหน้ายืนยัน "อ่า ข้าวแค่เป็นห่วงน่ะค่ะ ถ้าพี่ขับกลับไปแล้วเกิดอะไรขึ้น ข้าวต้องโทษตัวเองแน่ๆเลย" ฉันทำหน้าหงอยพลางพูดออกไปด้วยถ้อยคำที่แสดงถึงความเป็นห่วง "ยังไงพี่ก็ขับรถดีๆนะคะ" ฉันก็ไม่ได้จะบังคับเขา ถ้าเขาอยากจะไปฉันก็ให้เขาไปนั่นแหละ "ขอบคุณที่มาส่งนะคะ" พูดจบฉันก็ลงจากรถ ก่อนจะเดินเข้าผับฉันก็ไม่ลืมหันมาย้ำเขาอีกรอบ "ขับรถกลับดีๆนะคะ ข้าวเป็นห่วง" "อื้ม" ปึ้ก~ จากนั้นฉันก็ปิดประตูรถแล้วเดินเข้าไปในผับ ตรงไปเปลี่ยนชุดฟอร์มของผับแล้วเดินออกมาก็พบว่ายาหยีนั่งรออยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์แล้ว "ฝนตกหนัก มายังไงเนี่ย?" เมื่อฉันเดินมาที่หลังเคาน์เตอร์บาร์ยาหยีก็ถามขึ้น ฉันกระตุกยิ้ม "มีราชรถมาส่งค่ะ" "แหม เดี๋ยวนี้ฮอตเหรอคะเพื่อน" "คงงั้น..." ฟลุ่บ~ การสนทนาระหว่างฉันกับเพื่อนก็สิ้นสุดลงเมื่อมีใครคนหนึ่งเดินมาทิ้งตัวลงนั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์ใกล้ๆกับยาหยี เราสองคนหันไปมองและฉันก็ต้องยิ้มออกมา "ข้าวนึกว่าพี่จะกลับไปแล้วซะอีก" ฉันหันไปพูดกับเขา เขาหันมามองฉันก่อนจะเกาต้นคอตัวเอง "ก็ คิดไปคิดมา...รอฝนซาสักหน่อยก็ดี" "^^" ฉันมองเขาแล้วยิ้มให้ เหนือก็ยกยิ้มบางๆจนเสียงกระแอมไอจากยาหยีทำให้เราละสายตาจากกัน "ฉันควรจะอยู่ตรงนี้มั้ยเอ่ย" ยาหยีคงมองเราสองคนอยู่ เธอถึงได้เอ่ยแซวออกมาแบบนั้น "อยู่สิ จะรีบไปไหนล่ะ" ฉันหันไปพูดกับเธอ เหนือหันไปมองยาหยีเหมือนกัน ฉันควรจะแนะนำให้สองคนนี้รู้จักกันตามมารยาทนะ "เอ่อ ยาหยีนี่พี่เหนือ" "อ้อ สวัสดีค่ะ" "พี่เหนือคะ นี่ยาหยีเพื่อนข้าวเองค่ะ" "อ่า ครับ" เขายิ้มนิดหน่อยแบบเป็นมิตร ฉันโน้มตัวไปหายาหยีที่ดึงแขนฉันไปกระซิบ "คนนี้ใช่มั้ยที่แกลงรูปวันนั้นอ่ะ" แหม เดาเก่งจริงๆเลยเพื่อนฉัน "หืม จะใช่ดีมั้ยน๊า?" ฉันแกล้งเลิ่กคิ้วและกระตุกยิ้ม "นี่แหน่ะ หมั่นไส้" ยาหยีดึงแก้มฉันด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะยืดตัวตรง "ฉันว่าฉันไปดีกว่า" "อ้าว จะไปแล้วเหรอ" "อื้ม จะไปห้องน้ำด้วยน่ะ ไปนะคะ" "อ่า ครับ" ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วยาหยีก็ลุกออกไป เหลือแค่ฉันกับเขา ฉันยิ้มพลางหยิบแก้วมาเตรียมผสมเครื่องดื่ม "วันนี้อยากดื่มอะไรมั้ยคะ?" ฉันถามเขา เหนือเงยหน้ามามองฉัน "ยังดีกว่า" "งั้น ข้าวไปทำงานก่อนนะ" ฉันพูดเมื่อมองเห็นว่ามีลูกค้าเข้ามานั่งที่เคาน์เตอร์อีกสองสามคน เขาพยักหน้าฉันก็เลยเดินไปหาลูกค้าที่นั่งอยู่ห่างจากเหนือไปไม่มากนัก ฉันก็ทำหน้าที่ของฉันไปเรื่อยๆ หันไปอีกทีเหนือก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว"..." "ไม่กิน โดนฉีดยาแน่" "รู้แล้วน่า" เขาพึมพำก่อนจะค่อยๆตักโจ๊กเข้าปาก กินไปได้ค่อนชามเขาก็เลิกกินเห็นบ่นว่าเจ็บคอด้วย ฉันก็เลยแกะยาที่ซื้อมาทั้งยาแก้ปวดลดไข้กับยาแก้อักเสบให้เขา "ยาค่ะ" "..." เขาหลุบตาลงมองยาแต่ไม่ยอมแตะมัน "เหมือนเด็กน้อยเลย" ฉันพูดลอยๆแต่เหนือหันมามอง "เด็ก?" "ค่ะ เด็กดื้อที่เวลาไม่สบายแล้วงอแง ไม่ยอมกินข้าวกินยาแล้วก็ไม่ยอมไปหาหมอด้วย" เขาค้อนใส่ฉันทันทีเลยอ่ะ รู้ตัวไงว่าฉันหมายถึงเขานั่นแหละ แต่เวลาที่เขาไม่สบายแบบนี้เขาก็น่ารักดีนะ "ยาค่ะ" ฉันยิ้มพลางพยักเพยิดไปที่ยาอีกครั้ง เหนือถอนหายใจแรงก่อนจะคว้ายาไปกินในที่สุด แค่ก~ พอกลืนยากับน้ำลงคอไปเขาก็สำลักออกมานิดหน่อย ฉันมองอาการเขากลัวว่ายาจะติดคอตายซะก่อน "โอเคมั้ยคะ" "อื้อ" เขาพยักหน้าบอกพลางกระดกน้ำกินจนหมดด้วยใบหน้าแหยๆ จากนั้นก็เอนตัวพิงโซฟาเหมือนเดิม "คราวนี้ก็ไปนอนได้แล้วค่ะ" ฉันบอกเขา เหนือปรืตาที่กำลังจะหลับขึ้นมาอีกครั้ง "ไม่อยากเดิน หัวหมุน" เด็กน้อยจริงๆนะเนี่ย แต่ก็...น่ารักดี "งั้นก็นอนที่...พะ พี่เหนือ" ฟลุ่บ~ ฉันยังพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ เขาก
"นี่ไงเรื่องที่ฉันอยากรู้ ตอบดิ" ฉันกำมือแน่น ทอยเบรกรถข้างทางและหลับตาลง พรึ่บ~ ฉันกระชากแขนเขาพลางเขย่าให้เขาพูด "ตอบดิ ฉันไม่ปล่อยให้เพื่อนฉันเจ็บจนต้องตายฟรี แล้วปล่อยให้คู่หญิงร้ายชายเลวไปเสวยสุขกันหรอกนะ ถ้าเพื่อนฉันไม่มีความสุข นายกับมันก็ไม่สมควรมีความสุข!" "รู้ได้ยังไงว่าพี่มีความสุข" ทอยขึ้นเสียงใส่ฉัน เขาผลักมือฉันที่เขย่าแขนเขาออก "พี่ขอ..." "ไม่ต้องขอโทษ ฉันไม่รับ" ทอยมองฉัน เขากำลังกลั้นน้ำตาเอาไว้ด้วย สีหน้าและแววตาเหมือนกำลังเจ็บปวดอยู่ อ้อ เคยเป็นนักแสดงอยู่นี่นา แต่ถึงตอนนี้เขาน่าจะเลิกแล้วเพราะฉันไม่เคยเห็นเขาในบทบาทนั้นอีก ก็อย่างที่บอกว่าเขาหายไปเลยตั้งแต่วันนั้น แต่ยังไงก็ยังคงแสดงดีอยู่นะ หึ! "เลิกแสดง" "แต่พี่ไม่เคยมีความสุขเลยจริงๆนะข้าว พี่ฝันถึงดรีมแทบทุกคืน" "ก็สมควรแล้วนิ ดรีมมันตายเพราะใครล่ะ" "พี่รู้สึกผิดจริงๆ" "แล้วไง เอาเพื่อนฉันคืนมาได้มั้ยล่ะ" "..." "ฉันไม่สนว่านายจะเสียใจจริงๆหรือแค่แสดง ฉันสนใจแค่ว่าอีนั่นมันเป็นใคร" "เราเลิกกันไปแล้ว ตั้งแต่ดรีมตายพี่ก็เลิกกับเค้าด้วย" "เหรอ น่าดีใจนะ" ฉันถามเสียงสูง ไม่เชื
"มาแล้วพี่" แล้วเสียงที่ดังแทรกผ่านเสียงเพลงมาอีกครั้งก็ทำให้ฉันหันควับไปทางต้นเสียง ผู้ชายร่างสูงแต่ผอมเพรียว ใบหน้าออกแนวทะเล้นน่ารัก เขากำลังเดินเข้ามาหาพี่โจ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ดูเหมือนโลกจะเหวี่ยงเขามาให้ฉันจริงๆนั่นแหละ 'ทอย'! "โอ้โห กูนึกว่ามึงโดนดักฉุดนะเนี่ย" พี่เอ็มผลักไหล่เขาพลางพูดประชดที่เขามาช้า "มาช้าก็ดีกว่าไม่มาป่ะล่ะ" "ถ้ามึงจะช้าขนาดนี้ มึงไม่ต้องมาเลยก็ได้ รู้มั้ยกูรอนานแค่ไหน" พี่โจย้อนเขาอีก "ขอโทษครับบบ" เขายิ้ม ก็ดูใช้ชีวิตปกติดี ดูมีความสุขดีนี่! "เออ มาๆ แนะนำเด็กไอ้เหนือให้รู้จัก" พี่โจตบบ่าเขาพลางดึงแขนเขาให้หันมาทางฉัน "ไหน คนไหน..." เสียงของเขาหายไปเมื่อหันมาสบตากับฉันที่มองเขาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว "นี่ๆคนนี้ ชื่อข้าวหอมที่พวกมึงส่องเฟซกันวันนั้นไง" "..." "เป็นไงตัวจริง สวยดิ เซ็กซี่ดิ อึ้งเลยดิ ไอ้เอ็มไอ้ทอยพวกมึงอิจฉาไอ้เหนืออ่ะดิ๊" "เออพี่ อิจฉาจริง" พี่เอ็มตอบ แต่ทอยเงียบ "ทอย" "..." "ไอ้ทอย" "..." "ไอ้เชี่ยทอยโว้ยยย" "อะ อะไรวะพี่" "กูเรียกมึงจนแทบจะเข้าไปตะโกนในแก้วหูมึงแล้วเนี่ย จะตะลึงอะไรขนาดนั้น
เมื่อมาหยุดยืนที่หน้าแท่นสุสานของดรีมฉันก็เห็นช่อดอกลิลลี่สีขาวที่ดรีมชอบวางอยู่แล้ว "เขามาเหรอคะ" ฉันเอ่ยถามทันที ป้าดาวางช่อดอกลิลลี่ของเราลงข้างๆช่อดอกไม้นั้น "ใช่ เขามาหาดรีมทุกปีนั่นแหละจ่ะ" ป้าดาบอกฉัน ฉันกัดฟัน "ไม่รู้สึกผิดบ้างหรือไง ถึงกล้ามาหาดรีม!" "คงไม่ใช่หรอกจ่ะ ป้าว่าเขาคงรู้สึกผิดจริงๆ จำได้มั้ยว่าวันนั้นเขาก็มาหาดรีมแต่เขาก็มาไม่ทันเหมือนกับข้าว" "แต่เขาไม่มางานศพดรีมด้วยซ้ำ" "จริงๆเขามานะลูก เขามาหลังจากที่พระสวดเสร็จและทุกคนกลับไปแล้ว เขามากราบขอโทษป้า" "เขาก็สมควรทำแบบนั้นค่ะ" "ป้าให้อภัยเขานะลูก ข้าวก็ต้องให้อภัยเขานะ ป้าเชื่อว่าดรีมคงต้องการแบบนั้น" ป้าดาลูบบ่าฉันเบาๆ ฉันมองหน้าท่านก่อนจะหันไปมองรูปของดรีม "ฉันจะให้อภัยเขาก็ได้นะดรีม..." 'แต่ฉันจะให้ก็ต่อเมื่อเห็นกับตาว่าเขาเจ็บปวดที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องตายแล้วเท่านั้น!' ประโยคหลังนี้ฉันพูดในใจ ผู้ชายที่เรากำลังพูดถึงคือแฟนของดรีม ฉันรู้จักกับเขาเพราะดรีมเล่าให้ฟังทุกวันแต่ฉันเคยเจอเขาบ้างเป็นบางครั้ง สองคนนั้นเรียนคณะเดียวกันและแฟนเธอเป็นนักแสดงด้วย ผู้ชายคนนี้เป็นแฟนคนแรกของดรีม
วันนี้ฉันตั้งใจมาเจอจีน่ากับพี่เชนที่ห้างแห่งหนึ่ง สองคนนั้นกำลังร่วมทำกิจกรรมโปรโมทซีรี่ย์ที่เล่นด้วยกันอยู่ กรี้ดดด~ เสียงกรีดร้องแสดงความฟินเวลาที่สองคนนั้นใกล้ชิดกันบ่งบอกได้ดีว่าพวกเขาก็เป็นที่จับตามองอยู่เหมือนกัน ยัยจีน่ายิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียม คงเพราะคิดว่าตัวเองกำลังจะประสบความสำเร็จ หมับ~ "ไปไหนคะ?" ฉันหันไปคว้าแขนของเหนือไว้ก่อนที่เขาจะเดินหนีไป วันนี้ฉันชวนเขามาที่นี่เองแหละ ฉันรู้เรื่องของเขาจากหมอกแล้ว ยอมรับเลยว่าสงสารและเห็นใจเขามาก แล้วก็ดูออกด้วยว่าเขายังตัดใจไม่ได้ทั้งๆที่มันผ่านมาตั้งห้าปีแล้ว "ดูหนังกันมั้ย" เหนือหันมาถามฉันโดยที่ไม่มองไปบนเวทีนั้นเลย ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเขาแต่ฉันพาเขามาเพื่อให้เขาตัดใจ ฉันจะปล่อยเขาไปถ้าเขาไม่กลับไปหามันอีก "ข้าวขอดูตรงนี้ก่อนนะคะ" ฉันบอกเขาและรั้งแขนเขาไว้ เขาทำสีหน้าอึดอัดและอยากไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดด้วย แต่ฉันจะอยู่ตรงนี้ให้นานที่สุด... "พี่ว่าสองคนนั้นเค้าแค่จิ้นกันหรือคบกันจริงๆคะ" ฉันถามเขา เหนือเอาแต่มองหน้าฉันเพราะไม่รู้จะมองไปทางไหน เขาถอนหายใจออกมาบ่อยมาก "ไม่รู้" "พี่จำผู้หญิงได้มั้
23.30 น. ปาร์ตี้ตอนนี้กำลังคึกครื้น แขกจะเป็นเพื่อนของพี่โจซึ่งส่วนมากเป็นผู้ชาย มีทั้งเพื่อนรุ่นเดียวกัน เพื่อนรุ่นพี่และเพื่อนรุ่นน้อง ซึ่งเหนือเองก็เป็นเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งของพี่โจจึงได้ถูกยื้อไว้ให้ดื่มกับพวกเขา ทุกคนกำลังเมาได้ที่เลยแหละ สวบ~ "แอบมานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียวล่ะ" ฉันที่ปลีกตัวออกมาเพราะเห็นว่าหมอกเดินออกมาจากตรงนั้นสักพัก ตามหาอยู่ไม่นานก็พบว่าเขาหลบมาอยู่แถวๆสวนหลังบ้านของพี่โจ "อ้าวข้าว ไม่อยู่กับเฮียเหรอ" หมอกหันมาถามฉัน เขานั่งอยู่บนม้านั่งยาวๆตัวหนึ่ง ในมือถือแก้วไวน์อยู่ด้วย "อยากออกมาสูดอากาศสักหน่อยน่ะ ขอนั่งด้วยได้มั้ย" "อื้ม นั่งสิ" ฟลุ่บ~ เมื่อหมอกพยักหน้าฉันจึงทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งตัวเดียวกันกับเขา "นายดูไม่ค่อยสนุกนะ" "ก็สนุกอยู่แหละแต่มันแค่เบื่อๆ ถึงจะเข้ากับคนง่ายแต่พี่โจห่างกับฉันตั้งสี่ปี เพื่อนๆเขาก็รุ่นน่าเคารพมากกว่ามาคุยเล่นน่ะ" "นายไม่ค่อยสนิทกับพี่โจเหรอ" "จริงๆก็สนิทระดับนึง พี่โจมาหาเฮียบ่อยๆ แต่ก็อย่างว่าแหละเราห่างกันเยอะ พอดีเพื่อนเฮียอีกสองคนก็มาไม่ได้ด้วยสิ ถ้าพี่สองคนนั้นมาฉันก็ยังพอเข้ากับพวกเค้าได้มากห







