FAZER LOGINควับ~
ครั้งนี้ฉันหันไปมองหน้าเธอแบบเต็มๆยัยนั่นกระตุกยิ้มพลางพูดต่อ ถึงฉันจะไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยแต่ยัยนี่ก็ลากฉันเข้าร่วมจนได้ เห้อ "เธอมันก็แค่คู่ควง แค่ของเล่นของเขา ฉันไม่กลัวหรอกนะ" "แน่ใจเหรอว่าไม่กลัว?" ฟลุ่บ~ ฉันถามพลางยืนขึ้นประจันหน้ากับเธอยัยนั่นชักสีหน้าใส่ฉันทันที "รู้อะไรมั้ย แยม" "อะไร!" "เมื่อเช้าตอนที่เขาไม่รับสายเธอ...เขาอยู่กับฉันล่ะ" "แกว่าไงนะ!" "แล้วเขาก็บอกฉันว่า..." หมับ~ "บอกว่าอะไร เขาบอกแกว่าอะไร!" อยู่ๆยัยนั่นก็เข้ามาบีบแขนฉันพลางเขย่าอย่างแรง นี่น่ะเหรอไม่กลัว เหอะ! พรึ่บ~ ฉันปัดมือที่เขย่าแขนฉันออกไปก่อนจะหัวเราะในลำคอแล้วพูดใส่หน้าเธอ "เขาบอกฉันว่า...เขาเลิกยุ่งกับเธอแล้วไงล่ะ" "ไม่จริง!เขายังไม่ได้เลิกกับฉัน" แยมเริ่มจะโวยวายจนฉันส่ายหน้าอย่างเอือมๆและเลือกที่จะเดินออกไปจากตรงนี้แต่ก็ถูกแยมคว้าต้นแขนไว้ก่อน หมับ~ ฉันหันกลับไปหาเธอเพราะแรงกระชากนั่น "ฉันบอกว่าเขายังไม่ได้เลิกกับฉัน ยังไม่ได้เลิกได้ยินมั้ย!" "ก็เรื่องของเธอสิ แต่เขาบอกฉันแบบนั้นนิ" ฉันพูดพลางกระตุกยิ้มก็แค่จะยั่วโมโหให้ยัยนั่นคลั่งเล่นๆเท่านั้น แยมจิกแขนฉันสีหน้าของเธอแสดงออกว่าโมโหฉันมากฉันก็จ้องหน้าเธอก่อนจะสะบัดแขนออกจากแยมอย่างแรงลืมไปเลยว่าในมือข้างนั้นถือกระป๋องเบียร์อยู่ด้วยมันก็เลยเป็นผลให้เบียร์ในกระป๋องกระฉอกใส่หน้ายัยแยมอย่างจัง ยัยนั่นปล่อยมือจากแขนฉันทันทีพลางยกมือขึ้นปาดเบียร์ที่ใบหน้าของเธอออก "แก แก!" ปึ้ก~ ยัยแยมท่าจะบ้าเกินคาดเธออาละวาดใส่ฉันถลาเข้ามาตบตีฉันแถมยังมือไวคว้ากระป๋องเบียร์ที่ยังไม่ได้เปิดบนโต๊ะมาขว้างใส่ฉันแต่ดีที่มีใครก็ไม่รู้มากระชากฉันให้หลบได้ทัน ฉันหันไปมองคนที่เข้ามาช่วยฉันด้วยสายตาเชิงขอบคุณก่อนจะหันมาหายัยแยมที่ตั้งท่าจะอาละวาดอย่างเดียวเลย "แกแย่งผัวฉัน ฉันจะฆ่าแก!" เห้ย!นี่ดูละครมากเกินไปป้ะ แค่ผู้ชายคนเดียวถึงกับจะฆ่ากันเลยหรือไง ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยน่ะว่าแทนคบกับผู้หญิงแบบนี้ด้วย "หยุดอาละวาดเดี๋ยวนี้นะ!" แล้วผู้ชายคนที่เข้ามาช่วยฉันก็เข้ากั้นกลางระหว่างเราสองคนเขากำลังห้ามยัยแยมที่จะเข้ามาบีบคอฉันอย่างเดียวเลย ฉันได้แต่มองเธอนิ่งๆจะให้ฉันทำอะไรล่ะ ขอโทษงั้นเหรอ...ฉันผิดเหรอ? "ไม่!ปล่อยฉัน ฉันจะฆ่ามัน มันทำลายครอบครัวของฉัน" ครอบครัวเหรอ? "มันกำลังจะทำให้ลูกฉันไม่มีพ่อ!" เดี๋ยว อะไรนะ! อย่าบอกน่ะว่าแทน... "กรี้ด...!" ฟลุ่บ~ "เฮ้ เธอๆ!" ฉันมองตามร่างของยัยแยมที่จู่ๆก็กรี้ดออกมาก่อนจะสลบลงไปเฉยๆ ยอมรับว่าตอนนี้ฉันอึ้ง คำพูดทุกคำของยัยนั่นกำลังวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวของฉัน ลูก... ลูกงั้นเหรอ? "เฮ้ ช่วยหน่อยคนเป็นลม" แล้วเสียงขอความช่วยเหลือจากผู้ชายคนที่เข้ามาช่วยห้ามเหตุการณ์ก็ทำให้คนแถวนั้นกรูกันเข้ามาตรงจุดนี้ทำให้ฉันที่ยืนอึ้งอยู่ได้สติ ฉันค่อยๆถอยออกมาจากวงล้อมนั่นพลางขมวดคิ้วก่อนจะตัดสินใจหันหลังเดินออกมาจากตรงนั้นทันที ทำไม...ทำไมแทนไม่พูดเรื่องนี้กับฉันเลย เขากำลังจะมีลูกนะ แต่ทำไม...? แทน...นายกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่? Rrrrr~ Rrrrr~ Rrrrr~ ตึก~ "ไม่รับสาย?" เสียงทุ้มที่พูดขึ้นทางด้านหลังของฉันทำให้ฉันที่กำลังเดินอยู่ต้องหยุดชะงักและหันไปมองทางต้นเสียง "หูตึง?" เจ้าของเสียงคนนั้นพูดพลางเลิ่กคิ้วแบบกวนๆเหมือนที่เขาชอบทำแต่ฉันกลับมองเขาเพียงนิ่งๆ คือตอนนี้ยังไม่มีอารมณ์มาต่อปากต่อคำกับเขาและก็ไม่คิดจะถามหรือสงสัยหรอกว่าเขามาโผล่ที่นี่ได้ยังไงเขาย่อมมีสิทธิ์ไปไหนมาไหนตามใจตัวเองอยู่แล้วนิ แล้วที่ว่าฉันหูตึงมันไม่จริงนะ ไอ้เสียงโทรศัพท์ของฉันที่มันดังอย่างบ้าคลั่งดังแล้วดังอีกดังเป็นสิบยี่สิบรอบเนี่ยฉันได้ยินชัดแล้วก็รู้สึกได้เพราะฉันถือมันอยู่ในมือและมันก็สั่นอยู่ตลอดเวลาด้วย เพียงแต่ฉันไม่อยากจะรับมันก็แค่นั้นเอง...เพราะฉันรู้ไงล่ะว่าใครโทรมา "เห้อออ" ฉันถอนหายใจออกมาแรงๆก่อนจะหันหลังเดินหนีเขาแต่ก็ต้องชะงักเพราะถูกดึงแขนไว้ หมับ~ "ทำหยิ่งใส่ นี่ยังอยากให้ฉันชอบอยู่ไหม" ฉันหันไปมองหน้าเขาที่ต่อว่าหาว่าฉันหยิ่งใส่แถมยังมีหน้ามาถามว่าฉันยังอยากให้เขาชอบอยู่ไหมอีก ฉันถอนหายใจก่อนจะเอ่ยปากพูดกับเขาเป็นประโยคแรก "ตะวัน" "อะไร" "ฉันอยากไปจากที่นี่" "ทำไม?" ตะวันถามฉันพลางขมวดคิ้ว เขาคงพอรู้ว่าฉันมาที่แบบนี้บ่อยๆและฉันก็ชอบแต่วันนี้ฉันกลับอยากจะไปให้พ้นจากสนามแห่งนี้ ก็มันมีแต่เรื่องน่าปวดหัวฉันก็เลยไม่อยากอยู่นะสิ-- "นายจะพาฉันไปมั้ย?" ฉันถามพลางช้อนตาขึ้นมองเขา ตะวันหลุบตาลงมองหน้าฉันสักพักก่อนที่เขาจะตัดสินใจกระตุกแขนฉันให้เดินตามเขาไป แต่ทว่า... หมับ~ ฉันกับตะวันหยุดกึกพร้อมกันเพราะมีคนมาดึงแขนอีกข้างของฉันไว้ ฉันหันควับไปมองทางด้านหลังทันที "ลูกโซ่ เธอจะไปไหน? "*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







